+100%-

บทที่ 42 ความโกรธที่ไร้เสียง 

เทพเจ้าสงคราม บทที่ 42 ความโกรธที่ไร้เสียง 

แปลโดย iPAT 

 

“ข้า…..” เมื่อมาถึงประตูหน้าคฤหาสน์ตระกูลไป่ ฉิงเจียจึงเริ่มพูดออกมาด้วยความสุภาพ  

 

“ออกไปจากหน้าประตูตระกูลไป่ ที่นี่มิใช่สถานที่ที่ขอทานจะมาเพ่นพ่านได้” ยังมิทันที่ฉิงเจียจะได้พูดสิ่งใดออกมา ยามเฝ้าประตูผู้ฝึกยุทธขั้นสูงก็ตะโกนตัดบทออกมาอย่างกะทันหันเมื่อเห็นการแต่งกายของฉิงเจีย 

 

“ขอทาน?” ฉิงเจียก้มหน้าลงมองชุดของตนเอง แต่ก็มิเข้าใจว่าจุดใดที่ดูเหมือนขอทาน “พี่ชาย ข้าเหมือนขอทานมากนักหรือ?” 

 

“ไปถามมารดาเจ้าเถอะ บอกให้ไปก็ไป อย่าได้พูดให้มากความ” เห็นฉิงเจียมิจากไป ซ้ำยังเอ่ยถามกลับมา ยามเลือดร้อนส่งกำปั้นตรงไปยังฉิงเจียในทันที 

 

เผชิญหน้ากับหมัดอันเกรี้ยวกราด ฉิงเจียมิได้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เขาเพียงยกมุมปากขึ้นและปล่อยให้หมัดนั้นตรงเข้ามา 

 

“ตูม” เสียงการปะทะดังสนั่นราวกับหมัดของยามเลือดร้อนชกไปยังกำแพงเหล็กพันปีอย่างรุนแรง ยามเลือดร้อนร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดในทันที “อ๊าก…มือข้า!” 

 

ต้องรู้ว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธที่แท้จริง ร่างกายของพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าคนสามัญธรรมดาเป็นอย่างมาก กระทั่งอาวุธยังต้องยอมแพ้ต่อการสร้างบาดแผลให้พวกเขา แล้วหมัดที่อ่อนปวกเปียกของผู้ฝึกยุทธเช่นนี้จะนับเป็นอันใดได้ 

 

“มารดาเจ้าเถอะ หาที่ตายหรือ!” เห็นยามเลือดร้อนบาดเจ็บ ยามผอมแห้งอีกคนชักดาบออกมาและฟาดฟันไปยังศีรษะของฉิงเจียในทันที 

 

แต่ฉิงเจียยังคงเยือกเย็นและมิได้เคลื่อนไหวอันใดราวกับกำลังรอชมฉากละครที่น่าขบขันอยู่  

 

“เคร้ง” เสียงดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดาบที่ฟาดลงบนศีรษะของฉิงเจียกลายเป็นบิดเบี้ยวผิดรูปไปโดยที่ศีรษะของฉิงเจียมิได้รับผลกระทบอันใดแม้แต่น้อย นั่นทำให้ยามผอมแห้งผู้นั้นตื่นตกใจเป็นอย่างมาก 

 

จริงๆแล้วเขาคิดว่าฉิงเจียสวมเกราะพิเศษไว้บนร่างกายจึงทำให้หมัดของยามเลือดร้อนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนตำแหน่งในการโจมตีโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังพบกับความแข็งแกร่งระดับผู้ฝึกยุทธที่แท้จริงอยู่ในขณะนี้ 

 

แต่หลังจากที่เห็นศีรษะของฉิงเจียมิได้รับบาดเจ็บ เขาจึงตระหนักถึงความแข็งแกร่งของฉิงเจียได้ในที่สุด 

 

ในขณะนี้ทาสภายในบ้านเริ่มรับรู้ถึงการต่อสู้ พวกเขาจึงวิ่งกรูกันออกมา โดยมิสนใจเรื่องราว พวกเขาตรงเข้าโจมตีฉิงเจียในทันที เมื่อเห็นทาสเหล่านี้พุ่งเข้ามา ฉิงเจียจึงสะบัดมือที่ปกคลุมไปด้วยพลังปราณออกไปครั้งหนึ่ง 

 

ผลก็คือกลุ่มทาสเหล่านั้นลอยถอยหลังกลับไปพร้อมทั้งกระอักเลือดคำโตออกมา มิมีผู้ใดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้และมิมีผู้ใดล่วงรู้อีกด้วยว่าการโจมตีนี้ ฉิงเจียได้ออมมือไว้อย่างเต็มที่แล้ว มิฉะนั้นพวกเขาจักต้องตกตายไปในทันที 

 

เห็นสถานการณ์มิสู้ดี ทาสในเรือนมิรอช้ารีบวิ่งกลับเข้าไปขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว 

 

เพียงมินานทาสผู้นั้นก็วิ่งกลับออกมาพร้อมกับชายชราผู้หนึ่งที่สวมชุดอันหรูหรา เมื่อชายชราเห็นเหล่าทาสที่นอนอยู่บนพื้นแล้ว การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปในทันที เขาเริ่มต้นพูดอย่างสุภาพ “ข้า พ่อบ้านตระกูลไป่ มิทราบว่าคุณชายมาเยี่ยมเยือนตระกูลไป่ของเราจึงเกิดเหตุการณ์มิคาดคิดขึ้น ข้าต้องขออภัยคุณชายด้วย” 

 

ฉิงเจียยิ้มเล็กน้อยก่อนพูด “ดี คราวหน้าก็อย่ามองผู้ใดเป็นหมูเป็นหมาอีก มันมิเป็นผลดี” 

 

หลังจากได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ พ่อบ้านชราจึงได้เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดและเร่งเชิญฉิงเจียให้เข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลไป่ในทันที 

 

“อันใด? เจ้าพูดว่าไป่ซิ่วซิ่วมิได้อยู่ที่นี่เช่นนั้นหรือ?” ฉิงเจียนั่งอยู่ในห้องรับแขกของตระกูลไป่และต้องประหลาดใจที่ได้ยินว่าไป่ซิ่วซิ่วน้องสาวของไป่หยุนเฟยมิได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว 

 

“เรียนนายท่าน ไป่ซิ่วซิ่วจากไปเมื่อครึ่งปีก่อน” พ่อบ้านชราพูดอย่างสุภาพ 

 

“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางไปที่ใด?” ฉิงเจียเอ่ยถาม 

 

“สิ่งนี้ ข้ามิทราบ” พ่อบ้านชราส่ายศีรษะ 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ฉิงเจียจึงออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลไป่ด้วยความผิดหวัง “หกเดือนก่อน มิใช่ว่าเป็นเวลาที่ไป่หยุนเฟยถูกจับกุมตัวเช่นนั้นหรือ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าไป่ซิ่วซิ่วจะล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับไป่หยุนเฟยดังนั้นนางจึงได้จากไป? หรือมีสิ่งอื่นใดเกิดขึ้น?” 

 

ฉิงเจียคาดเดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในขณะนั้นเขากลับรู้สึกว่ามีบางคนกำลังลอบติดตามเขามาอย่างลับๆ ฉิงเจียยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป 

 

หลังจากฉิงเจียเดินทางถึงสถานที่ห่างไกลผู้คน ร่างกายของเขาพลันเลือนหายไปอย่างกะทันหัน ทำให้ชายร่างผอมและอ่อนแอที่ลอบติดตามมารู้สึกมึนงงและวิ่งออกมายังตำแหน่งที่ฉิงเจียยืนอยู่ก่อนหน้านี้อย่างเร่งรีบ 

 

แต่ทันใดนั้นฝ่ามือหนึ่งได้ตบลงบนไหล่ของชายร่างผอมจากด้านหลังและทำให้ชายร่างผอมมิอาจเคลื่อนไหวได้ เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนั้นชายร่างผอมจึงรีบตะโกนออกมาในทันที “นายท่าน อภัยให้ข้าด้วย” 

 

เมื่อฉิงเจียยกฝ่ามือออกจากไหล่ของชายร่างผอม ชายร่างผอมรีบคุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยความกังวลในทันที 

 

“เจ้าติดตามข้ามาเพราะเหตุใด?” ฉิงเจียถาม 

 

“นายท่านเป็นคนคุ้นเคยของไป่ซิ่วซิ่วใช่หรือไม่?” ชายร่างผอมมองฉิงเจียพร้อมกับเอ่ยถามออกมาด้วยความหวาดกลัว 

 

“ข้าเป็นสหายของพี่สาวของนาง เจ้ารู้จักไป่ซิ่วซิ่วเช่นนั้นหรือ?” หลังจากได้ยินชื่อไป่ซิ่วซิ่ว ฉิงเจียจึงเร่งสอบถามออกมา 

 

“นายท่าน ข้ารู้จักไป่ซิ่วซิ่วเป็นอย่างดี” หลังจากได้ยินคำพูดของฉิงเจียแล้วการแสดงออกของชายร่างผอมเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นขึ้นมาในทันที 

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉิงเจียจึงรู้สึกยินดียิ่งนัก หลังจากนั้นฉิงเจียจึงได้ตามชายร่างผอมไปยังกระท่อมนอกเมืองแห่งหนึ่ง 

 

เมื่อมาถึงหน้ากระท่อมชายร่างผอมเดินเข้าไปภายในเพียงชั่วครู่จากนั้นจึงได้เดินกลับออกมาเพื่อเชิญฉิงเจียให้เข้าไป 

 

เมื่อฉิงเจียเข้ามาภายในกระท่อม เสียงหญิงสาวผู้หนึ่งจึงได้ดังขึ้น “ท่านเป็นสหายของท่านพี่เช่นนั้นหรือ?” 

 

เมื่อฉิงเจียมองไปตามต้นเสียง เขาจึงได้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งเอนกายอยู่บนเตียงไม้ไผ่เล็กๆที่มุมห้อง เด็กสาวผู้นี้ละม้ายคล้ายกับไป่หยุนเฟยเป็นอย่างมาก แต่ในขณะนี้ใบหน้าของนางกลับซีดขาว ชัดเจนว่านางกำลังเจ็บป่วยอย่างรุนแรง 

 

“ถูกต้อง ข้าเป็นสหายของไป่หยุนเฟย เจ้าคือไป่ซิ่วซิ่วเช่นนั้นหรือ?” ฉิงเจียเดินมาอยู่เบื้องหน้าของเด็กสาวก่อนที่จะกล่าวออกไป 

 

“ท่านพี่ของข้าเสียชีวิตแล้วจริงๆเช่นนั้นหรือ?” ได้ยินฉิงเจียระบุตัวตน ไป่ซิ่วซิ่วจึงได้เร่งถามต่อไป 

 

“เสียใจด้วย” ฉิงเจียนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา 

 

หลังจากได้ยินถ้อยคำของฉิงเจียแล้ว หญิงสาวผู้อ่อนแอที่ยันร่างขึ้นมานั่งพลันทรุดลงบนเตียงของเธออีกครั้งและช่วยมิได้ที่น้ำตาจะไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอ 

 

เห็นหญิงสาวเจ็บปวดเช่นนี้ ฉิงเจียมิรู้ว่าควรทำเช่นไร ดังนั้นเขาจึงเรียกชายร่างผอมเข้ามาเพื่อสอบถาม 

 

“เรียนนายท่าน เมื่อท่านคือสหายของพี่สาวซิ่วซิ่ว ข้าก็จะขอเรียนตามความจริง” ชายร่างผอมเปิดปากพูดขึ้นในที่สุด 

 

เห็นชายร่างผอมกำหมัดแน่น ฉิงเจียจึงคาดเดาได้ว่าจักต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับไป่ซิ่วซิ่วอย่างแน่นอน “มีสิ่งใดก็จงพูดมา ข้าจะรับผิดชอบความปลอดภัยของเจ้าเอง” 

 

“จริงๆแล้วซิ่วซิ่วมิได้ออกมาจากตระกูลไป่ด้วยความสมัครใจของนางเอง แต่…” 

 

“คุณชายใหญ่ของตระกูลไปพึงพอใจกับความงดงามของซิ่วซิ่ว ที่ผ่านมาเขายังเกรงกลัวต่อความแข็งแกร่งของไป่หยุนเฟยจึงมิได้สร้างความลำบากใจใดๆให้แก่ซิ่วซิ่ว แต่หกเดือนก่อน สายเลือดใหม่ของตระกูลไป่ที่อยู่ในวังยุทธอวี๋เฟิงส่งข่าวมาว่าไป่หยุนเฟยทำผิดร้ายแรงจนถึงขั้นถูกลงโทษประหารชีวิต” 

 

“เมื่อคุณชายใหญ่ของตระกูลไป่ทราบข่าวนี้ เขามีความสุขเป็นอย่างมากและหลังจากนั้นเพียงมิกี่วัน ในยามค่ำคืนเขาจึงได้เข้าไปในห้องนอนของซิ่วซิ่วเพื่อหวังที่จะข่มเหงนาง” 

 

“แต่ซิ่วซิ่วได้ดิ้นรนขัดขืนกระทั่งสามารถหลบหนีออกมาได้ อย่างไรก็ตามคุณชายใหญ่ยังมิยอมปล่อยนางไป เขาสั่งให้เหล่าทาสออกไล่ล่าซิ่วซิ่ว ในที่สุดนางจึงมิมีทางเลือกนอกจากกระโดดลงมาจากหน้าผา เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นพวกเขาจึงคิดว่าซิ่วซิ่วเสียชีวิตไปแล้วและมิได้ให้ความสนใจนางอีกต่อไป” 

 

“อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเมื่อข้าออกมาตามหาศพของซิ่วซิ่วโดยที่มิมีผู้ใดล่วงรู้ ข้ากลับพบว่าซิ่วซิ่วยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นข้าจึงได้พานางมาอยู่ที่กระท่อมแห่งนี้ แต่อาการของนางกลับทรุดลงทุกวี่วัน” ชายร่างผอมพูดออกมาอย่างช้าๆ และมองไปที่ไป่ซิ่วซิ่วด้วยดวงตาที่เปียกชื้น 

 

ชัดเจนว่าชายผู้นี้มีความรู้สึกอันลึกซึ้งต่อไป่ซิ่วซิ่ว 

 

“มิต้องกังวล มิว่าจะเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูล หรือกระทั่งหัวหน้าตระกูล รวมถึงทาสที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทุกคนจักต้องตายในคืนนี้” ฉิงเจียใช้ฝ่ามือตบลงบนไหล่ของชายร่างผอมเบาๆ และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ อย่างไรก็ตามภายในใจของฉิงเจียกลับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว 

 

ค่ำคืน ณ ตึกชั้นในของหอนางโลมแห่งหนึ่ง 

 

“เขาอยู่ที่ใดกัน?” 

 

เด็กหนุ่มชุดดำเดินเข้ามา ท่ามกลางสายตาของทาสสาวที่ถือโคมไฟไว้ในมือ โดยมิสนใจสิ่งใดเด็กหนุ่มตะโกนออกไปในทันที “ผู้ใดคือไป่หยิน?” 

 

“มารดาเจ้าสิ ผู้ใดกล้าเรียกชื่อคุณชายผู้นี้?” เสียงชายที่กำลังร่ำสุราอยู่ภายในห้องดังขึ้นในขณะที่ชายร่างกำยำสองคนเปิดประตูออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว “เป็นผู้ใดที่ตะโกนออกมาเมื่อครู่?” 

 

เมื่อเห็นชายทั้งสองออกมา บรรดาทาสสาวในบริเวณนั้นต่างเร่งจากไปในทันที  

 

“ตะโกนเรียกบิดาเจ้าด้วยเหตุใด?” เห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเพียงลำพัง ชายร่างกำยำจึงเริ่มเดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่เขาคาดว่าเป็นผู้ตะโกนโวยวายก่อนหน้านี้ 

 

“โอ้ น้องชายตัวน้อยผู้นั้นคงมิต้องการมีชีวิตอีกแล้วจึงได้ไปรบกวนคุณชายตระกูลไป่เช่นนี้” ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างรู้สึกเห็นใจฉิงเจีย มิมีผู้ใดมิรู้จักและมิมีผู้ใดกล้ารบกวนคุณชายตระกูลไป่ผู้นี้ เพราะเขาจะสังหารทุกคนที่เขามิพึงพอใจ 

 


ติดตามความเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าได้ที่ ไทยโนเวล


 

Facebook Comment