+100%-

ตอนที่ 111 มุ่งหน้าสู่พายุ 5

ในที่สุดลิ้นของความตะกละก็ได้ห่อหุ้มไลวาทีน ผู้ที่พยายามจะหลบหนี มันถือเป็นภาพแปลกๆในหลายๆด้าน ณ ศูนย์กลางของเปลวไฟที่แผดเผาหมู่เมฆและลูกปัดแห่งแสง กลับถูกจับโดยลิ้น

อย่างไรก็ตามธีโอดอร์ไม่มีเวลาที่จะสนใจกับภาพนั้นนัก[เฮ้!กลืนมันเข้าไปเร็วเข้า]

ระยะเวลาของFluidization ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว แม้จะเป็นความจริงที่ว่าความตะกละได้จับมันเอาไว้แล้ว แต่ทว่าคลื่นความร้อนนั้นยังส่งผลรุนแรงอยู่ และมันไม่ได้อยู่ในรับที่ร่างกายที่จับต้องได้ของเขาจะสามารถอยู่รอดได้ ธีโอจะตายทันทีที่ระยะเวลาของFluidizationหมดลง

อย่างไรก็ตาม เขาต้องเอาชนะมันก่อนที่จะมันจะเกิดขึ้น เมื่อมันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของธีโอลิ้นก็เริ่มดึงแรงขึ้น

ความตะกละตะโกนด้วยเสียงที่ไม่มีความสุข –ไอสารเลว!มันเป็นการต่อต้านที่ไร้ประโยชน์!

จากนั้นมันก็ดึงร่างกายของไลวาทีนสุดแรงเท่าที่มันจะทำได้

บูมมม!

นี่คือครั้งสุดท้าย ที่มันจะดิ้นรนต่อสู้ เปลวไฟได้พุ่งขึ้นทะลุผ่านท้องฟ้าและเล็ดลอดผ่านช่องว่างของลิ้นที่พันอยู่รอบตัวมัน เมฆที่ลอยอยู่ห่างจากธีโอหลายสิบกิโลเมตรต่างกระจัดกระจายราวกับเรื่องโกหกและบรรยากาศโดยรอบต่างบิดเบี้ยว

มันเป็นพลังที่เทียบเท่ากับลมหายใจมังกรของเวโรนิก้าที่เธอได้แสดงให้เขาเห็นก่อนหน้านี้! ธีโอดอร์มองไปบนท้องฟ้าที่ถูกฉีกขาดด้วยความรู้สึกจมดิ่ง

 

‘ถ้าเปลวไฟนั้นพุ่งมาหาพวกเรา….’

 

พวกเขาจะตายทันทีโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย มันเป็นพลังที่สามารถกวาดล้างอำนาจของผู้คุมธาตุได้อย่างง่ายดาย บางทีถ้าไลวาทีนเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่สี่ มันคงสามารถปล่อยเปลวไฟนี้ได้เรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อสิ้นสุดเสียงคำรามครั้งสุดท้าย ร่างกายของไลวาทีนก็ได้สูญเสียพลังที่จะต่อต้าน ความตะกละนั้นเคยกล่าวถึงจุดอ่อนของรูปแบบที่สามไว้ ร่างกายของมันจะสูญเสียการป้องกันทั้งหมดเพื่อที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มันได้รับออกไป

อึก!

เช่นเคยมันเป็นเสียงของไลวาทีนที่ถูกกินโดยความตะกละ พร้อมกับที่ข้อมูลเกี่ยวกับเวทย์โบราณระดับตำนาน ไลวาทีน ได้รับการปรับปรุง ตอนนี้เนื้อหาที่ขึ้นเครื่องหมายคำถามได้รับการเปิดเผยแล้ว

 

[ไลวาทีน]

[หนังสือเวทย์โบราณที่กักเก็บเปลวเพลิงที่แท้จริงของดินแดนมัสเปลเฮม เอาไว้ ในช่วงสงครามแร็คนาร็อค เซิร์ทได้ปลดปล่อยพลังของหนังสือเวทย์โบราณอย่างเต็มที่และเผาต้นไม้โลกโดยการปลดปล่อย มัสเปลเฮม ออกมา อย่างไรก็ตามในทางกลับกันเขาได้กลายเป็นขี้เถ้า และที่อยู่เกี่ยวกับมันหลังจากนั้นไม่มีใครที่รู้

*ระดับของเวทย์โบราณคือ ‘ตำนาน’

*เมื่อกินแล้ว ความสัมพันธ์กับเวทย์ไฟจะเพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัด พลังเวทย์ที่ต้องใช้ในการร่ายเวทย์ไฟจะลดลงครึ่งหนึ่ง ความเสียหายจากไฟที่ต่ำกว่าระดับของผู้ใช้จะไร้ผล ความเสียหายจากไฟที่ระดับสูงกว่าผู้ใช้จะลดลง

*เมื่อกินแล้ว จะได้รับวงแหวนแห่งมัสเปลเฮม ไฟแห่งดินแดนมัสเปลเฮม จะสามารถใช้ได้ทีละขั้นๆ

*เมื่อกินแล้วคุณจะยังไม่สามารถควบคุมพลังของเวทย์โบราณนี้ได้ด้วยความสามารถในปัจจุบัน ถ้าคุณต้องการได้รับการยอมรับจากมัน อย่างน้อยคุณต้องเป็นจอมเวทย์ขั้น8ระดับสูงสุดหรือจอมเวทย์ขั้น9เพื่อใช้มัน]

 

มันไร้สาระอย่างแท้จริง

‘…นี่มันอะไรกัน?!’

ธีโอรู้สึกประหลาดใจจนลืมเรื่องความเจ็บปวดของเขาไปโดยสิ้นเชิง หนังสือเวทย์โบราณที่ถูกผนึกไว้ในช่องเก็บของ Death’s Worship ก็ไร้สาระเช่นกัน เขาสามารถที่จะดูดซับความสามารถของเนโครแมนเซอร์ขั้น9ได้50%ถึง100%และสามารถควบคุมอันเดทได้ แต่ทว่าความเสี่ยงที่ร่างกายของเขาจะถูกยึดครองนั้นมีโอกาสเกือบ100%

ในขณะนั้นพื้นที่ๆสว่างจ้าก็กลับสู่สภาพปกติ

 

[อ่า….?!]

 

โลกทั้งใบดูเหมือนเลือนราง ธีโอได้มาถึงขีดจำกัดของหลังจากที่เผชิญกับแสงสว่างมาเป็นเวลานาน ธีโอดอร์ไม่ได้มองไปด้านหน้าและปิดเปลือกตาที่พองเนื่องจากความร้อนของเขา เขาไม่จำเป็นต้องเห็นสิงใดเพื่อคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

โลกได้กลับสู่สภาพเดิมหลังจากที่คลื่นพลังความร้อน แสง และไลวาทีนได้หายไป คำถามก็คือเขาสามารถเอาชีวิตรอดในสถานการณ์นี้ได้ยังไง….

 

“ธีโอ!”

 

ขณะที่ความร้อนได้หายไป การได้ยินของเขาก็กลับมา ธีโอได้ยินเสียงใกล้ๆตัวเขาและปิดการใช้งานFluidizationไปขณะที่เขารู้สึกเวียนหัว เขาคาดว่านั่นคงเป็นเสียงของซิลเวีย จากนั้นความเจ็บปวดจากเนื้อที่ดำเกรียมและเลือดที่ไหลก็ได้แล่นเข้าสู่หัวของเขา

 

“-อ้ากกก!”

‘ความเจ็บปวดที่น่าหวาดกลัว!’ธีโอเข้าใจแล้วว่าทำไมการเผาไหม้จึงเป็นการตายที่โหดร้ายที่สุด

 

สายลมที่พัดผ่านยิ่งทำให้เขาแสบร้อนยิ่งกว่าเดิม บางทีนี่อาจจะเป็นความเสียหายที่เขาสะสมเอาไว้ขณะที่เปิดใช้งานFluidization แม้เขาจะเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นของไหล แต่ธีโอก็ได้ถูกเปลวไฟแผดเผาอยู่ดี

 

ซิลเวียมองไปที่สภาพของเขาและใช้เวทมนต์ทันที “รอก่อนนะ!”

 

มือของเธอส่องแสงสีฟ้าขณะที่เธอใช้เวทย์ความเย็นและแตะไปที่คอของธีโอ มันเป็นการรักษาสมดุลอุณหภูมิภายในร่างกายของเขาก่อนที่จะเริ่มต้นการรักษาแผลที่ถูกไฟไหม้ หากความร้อนยังคงอยู่ในบาดแผล ธีโอก็จะไม่สามารถฟื้นฟูตัวได้

การกระทำนี้มีประสิทธิภาพดีเมื่อลมหายใจของธีโอดอร์ค่อยๆสงบลง ส่วนที่เหลือของกลุ่มต่างตามมาในภายหลังและได้ช่วยกันรักษาธีโอ พวกเขาบีบอัดพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดของพวกเขาเพื่อสร้างเวทย์รักษา

 

จากนั้นเอลฟ์ชั้นสูง อลูการ์ด ก็ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้คุมธาตุน้ำ “ท่านเอล-แมร์ โปรดช่วยรักษาเขาด้วย!หากราคามันไม่เพียงพอ เราจะเตรียมเครื่องบรรณาการให้ท่านในภายหลัง”

 

สถานะของผู้คุมธาตุน้ำนั้นสูงสุดจนเอลฟ์ชั้นสูงไม่กล้าที่จะเรียกร้องพวกเขา ผู้คุมธาตุน้ำ เอล-แมร์จ้องมองไปที่ธีโอดอร์ด้วยการแสดงออกที่ว่างเปล่า พลังมาน่าของอลูการ์ดได้หมดลงแล้ว ดังนั้นเธอจะต้องใช้พลังอำนาจของตัวเองในการรักษาเขา

ปกติ เธอจะไม่ยอมรับคำขอด้วยเครื่องบรรณาการ แต่ในตอนนี้เธอกลับพยักหน้า

 

[ชายหนึ่งเดียวผู้ที่ดับเปลวไฟที่เป็นศัตรูของต้นไม้โลกและจะก่อให้เกิดหายนะ…..มันเป็นความสำเร็จที่เราไม่สามารถนึกได้ เราจะไม่ยอมรับเครื่องบรรณาการ มนุษย์หนุ่ม เราขอยกย่องชัยชนะของเจ้าในวันนี้] เอล-แมร์กล่าวขณะที่ยื่นฝ่ามือของเธอออกไป

 

วูบ!

แสงแห่งความอบอุ่นได้แผ่กระจาย พื้นดินที่แห้งกลายเป็นชุ่มชื้นและพลังชีวิตก็ได้กลับคืนสู่พื้นดินเล็กน้อย มันเป็นพลังที่คล้ายกับพลังของเอลฟ์ชั้นสูง แต่อยู่ในระดับที่สูงกว่า แสงได้ปกคลุมร่างกายของธีโอดอร์และผิวของเขาเริ่มกลับสู่สภาพเดิม เส้นประสาทที่ฉีกขาดได้รับการบูรณะและความเจ็บปวดได้จางหายไปเมื่อผิวที่ถูกเผาไหม้ของเขากลับสู่สภาพเดิม

ธีโอดอร์สามารถคืนสติของเขาได้ครึ่งนึง เขาเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้และก้มหัวให้กับผู้คุมธาตุน้ำ ผู้ให้ความเมตตาแก่เขา

 

“ขะ-ขอบคุณครับ”

[อย่าไปสนใจมัน]เอล-แมร์ส่ายหัวก่อนที่จะพูดอีกครั้ง[ความร้อนทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเจ้าได้ถูกขับออกไปแล้ว แต่เจ้าไม่ควรที่จะใช้พลังที่เจ้าได้รับการยอมรับอย่างสะเพร่า] เธอเตือนเขาขณะที่ก้มลงมองไปที่มือซ้ายของธีโอดอร์ ไม่มีรอยไหม้อยู่ที่นั่น แต่เป็นรอยสักคล้ายดวงอาทิตย์

 

มันเป็นอำนาจที่ความตะกละได้รับมาจากการสกัดไลวาทีน วงแหวนแห่งมัสเปลเฮม พลังที่ใช้ในการเรียกวงแหวนแห่งมัสเปลเฮม นั้นมากเกินไปสำหรับมนุษย์ที่ยังไม่ถึงขั้น7 การปล่อยปละละเลยอาจจะทำให้พลังอำนาจนั้นแผดเผาตัวเขาได้

 

ธีโอยิ้มอย่างบูดเบี้ยวและโค้งคำนับให้ขณะตอบกลับ “ครับ ผู้ปกครองแห่งธาตุน้ำ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน”

[เราไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกับผู้ที่มาจากยุคโบราณกาล ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ในตัวคนเดียว เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นยิ่ง]

 

คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ แต่ธีโอดอร์นั้นอดที่จะสะดุ้งไม่ได้

แท้จริงแล้วดวงตาของผู้คุมธาตุน้ำนั้นไม่ได้พลาดที่จะเห็นการดำรงอยู่ของความตะกละและลิเวียธาน อย่างไรก็ตามดูเหมือนเอล-แมร์จะไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้ขณะที่เธอยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ก่อนที่เธอจะหายตัวไปจากโลกวัตถุ ลมแรงได้พัดผ่านขณะที่การปรากฏตัวของผู้ยิ่งใหญ่ได้หายไป

ทุกคนต่างเข้าใจกันดีว่าสถานการณ์ร้ายแรงได้จบลงแล้ว ทั้งกลุ่มอดที่จะถอนหายใจไม่ได้

 

“ฟู่….มันจบลงแล้ว”

“แต่ว่า….ฉันไม่สามารถที่จะเชื่อมันได้”

“ฉันก็เหมือนกัน”

 

คนผู้หนึ่งได้สติรับรู้ได้ถึงความตายที่พวกเขาเผชิญหน้าขณะที่คนอื่นๆต่างไม่เชื่อว่าพวกเขาสามารถมีชีวิตรอดมได้ ธีโอดอร์เป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บในที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามถ้าเขาไม่ได้ก้าวไปในก้าวสุดท้าย ทั่วทั้งทวีปคงจะกลายเป็นนรก

การต่อสู้กับเวทย์โบราณระดบตำนานนั้นน่ากลัวอย่างนิ่ง มันเป็นเรื่องยากที่ผู้ชนะจะรู้สึกดีใจ

 

‘….มันเป็นเรื่องที่ดีพวกเราชนะแล้ว’

 

ร่างกายที่เหนื่อยล้าของธีโอดอได้ได้เอนไปพิงซิลเวียและแหงนหน้ามองท้องฟ้า ความตื่นเต้นในสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่จางหายไป ธีโอมองไปที่ท้องฟ้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยฝีมือของไลวาทีน จากนั้นเขาก็มองไปที่มือซ้ายของเขา

 

‘วงแหวนแห่งมัสเปลเฮม(Ring of Muspelheim)’

“ฉันเข้าใจ….ฉันคิดว่า”

 

ตามคำแนะนำของเอล-แมร์ พลังนี้มันเหมือนกับน้ำพุที่ท่วมท้นซึ่งอาจจะทำร้ายร่างกายของเขาได้ มันเหมือนกับภูเขาไฟที่ปะทุอยู่และมันมากเกินไปสำหรับธีโอดอร์ มิลเลอร์ ถ้าหากเขาปล่อยมันออกมา เขาจะแผดเผาตัวเองและทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขา

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะสนใจกับเป้าหมายของเขาขณะที่คอยจับตามองพลังนี้ที่มาจากยุคโบราณกาล

วงกลมที่6ได้ถูกวาดในหัวใจของเขา นี่คือข้อพิสูจน์ว่าธีโอดอร์มาถึงวงกลมที่6แล้วสิ่งที่เขาต้องการก่อนออกเดินทางมาเอลฟ์เฮล์ม อย่างไรก็ตามมันดูเหมือนความเจ็บปวดจะทำให้เขาหลับตาและมุ่งความสนใจไปที่ภายใน

ซิลเวียค่อยๆจับตัวเขาและถามว่า “ธีโอ เธอไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?”

“…ใช่ ฉันสบายดี และขอบคุณที่ช่วยเหลือฉันนะ มันคงจะร้ายแรงกว่านี้ถ้าไม่ได้ซิลเวียช่วย”ธีโอกล่าว

เช่นเดียวกับDeath’s Worship จะเกิดอะไรขึ้นหากเขาและความตะกละไม่ได้อยู่ที่นั่น?เขาจะสามารถเอาชนะลิเวียธานผู้ที่แผดเผาต้นไม้โลกและเอลฟ์เฮล์มได้หรือไม่?

ผลลัพธ์ก็คือความตะกละนั้นเป็นตัวซวยสำหรับเหล่าเวทย์โบราณ

‘ฉันไม่รู้ว่าทำไมเหตุการณ์ถึงเกิดขึ้นทุกที่ที่ฉันไปหรือถ้าฉันไปที่ที่หนึ่งเหตุการณ์ก็จะเกิดขึ้น’

มันอาจจะฟังดูเหมือนกัน แต่พฤติกรรมของเขาอาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุ ตัวซวยของเหล่าเวทย์โบราณ….ความตะกละการดำรงอยู่ของมันถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด

อย่างไรก็ตามความคิดของธีโอไม่สามารถไปได้ไกลมากกว่านั้น

 

“อุหวา!ฉันคิดว่าฉันจะตายแล้วเสียอีก!”ในขณะนั้นเอลฟ์ชั้นสูง อลิซ่าก็ได้เดินเข้ามาหาพวกเขาหลังจากที่ฟื้นพลังของเธอ

เธอเหนื่อยอย่างมากหลังจากที่เรียกผู้คุมธาตุลมมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง

“แล้วเราจะกลับกันเลยหรือไม่?”อลิซ่าชูนิ้วโป้งของเธอแลชี้ไปที่ป่าด้านหลังของเธอ “งานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นทันทีที่พวกเรากลับไป!”

Facebook Comment