+100%-

บทที่ 9-2: แท่นสวรรค์

กลืนสวรรค์สะท้านภพ

บทที่ 9-2: แท่นสวรรค์ (แปลโดยกิลด์เทพอสูร)

 

 

ซือ ตู๋จิน พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ของตน มันหันกลับมามองทาง ซู หยานหลี่ แล้วเปล่งคำพูดหนึ่งออกมา “ท่านหญิง ซู หยานหลี่ น้องชายของข้าถือเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ด้วยวัยเพียง 13 ปี  เขาสามารถสละร่างขั้นสุดท้ายนั่นก็คือ ‘ชำระล้างวิญญาณ’ เมื่อครั้นที่เขาอยู่ในอาณาจักรมนุษย์ ได้ถูกขนานนามว่าจักรพรรดิสงคราม ความสามารถของเขานั้นเรียกได้ว่า แข็งแกร่งกว่าท่านมาก!”

สตรีชุดแดงพูดเสริมขึ้นทันที “ข้าได้ข่าวมาว่าผู้พิทักษ์สูงสุดของนิกายกำลังปูทางให้เขา หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จในการควบแน่นลมปราณ เมื่อถึงวันนั้นศักดิ์ฐานะภายในนิกายของเขาย่อมไม่ต่ำต้อยไปกว่าท่านหรอกนะ ท่านหญิงซู”.

ผู้พิทักษ์สูงสุด ตำแหน่งของนางถือได้ว่า รองจากเจ้านิกายเพียงเท่านั้น

ริมฝีปากของ ซู หยานหลี่ เปิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้น  ด้วยใบหน้าไร้ความแยแสเช่นเคย “พวกท่านคิดจะขู่ข้าเช่นนั้นหรือ?”

“เรามิกล้า! เราเพียงแค่กล่าวให้ฟัง เผื่อว่าท่านจะอยากรู้!” ซือ ตู๋จิน ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าแฝงความชั่วร้าย หลังจากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปบนหลังของนกกระเรียนสวรรค์ ก่อนจะหายเข้าไปในกลีบเมฆ มันได้หันหัวกลับมามอง อู่ อวี้ อีกครั้ง ก่อนมันจะจากไป

“หึ!” จิตใจของ ซือ ตู๋จิน ร้อนรนดั่งไฟเผาจนทำให้มันเกือบจะตกจากหลังของกระเรียนสวรรค์

“เหตุใด ซู หยานหลี่ ให้ท้ายผู้รับใช้เช่นนี้.” ใยนางถึงไม่คิดบ้างว่ามันจะทำร้ายข้า

“ซือตูู๋ หมิงหลาง? ด้วยวัยเพียง 13 ปี ก็อยู่ในระดับจักรพรรดิสงครามแล้ว?” ซู หยานหลี่ หันหัวของนางไปทาง อู่ อวี้ และ เสิ่น อู๋เต้า แต่ท่าทางของนางเหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ฉับพลันนางก็หายตัวไปในพริบตา

“ขอบคุณท่านเทพเซียน!” เสิ่น อู๋เต้า รอดพ้นจากหายนะมาได้อย่างหวุดหวิด ชายชรารีบคุกเข่าโค้งคำนับแสดงความขอบคุณทันที

เหตุเพราะวันนี้ พวกเขาทั้งสองพยายามหาทางหลีกเลี่ยงกับปัญหาอย่างที่สุด คงต้องขอบคุณในน้ำใจ และ ความเมตตาของ ซูหยานหลี่ ที่ทำให้พวกเขาสองคนรอดพ้นจากเหล่าอันธพาลมาได้ การกระทำของนางทำให้ อู่ อวี้ ซาบซึ้งอย่างที่สุด

ความอิ่มเอมทำให้ อู่ อวี้ เกือบหลงลืมการกระทำของ ซือ ตู๋จิน ที่มันได้กระทำกับเขาในวันนี้ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เขาหวนนึกถึงความทรงจำบางอย่างขึ้นมาได้ เขาได้เพิ่มบางอย่างลงไปในบันทึกความทรงจำ ที่เขาจะต้องชำระแค้น  เขาจะต้องทำให้ ซือ ตู๋จิน คุกเข่าอ้อนวอนร้องขอความเมตตาจากเขาให้ได้

ซือ ตู๋จิน ได้กล่าวถึงน้องชายคนเล็กของมันว่า “ มีวัยเพียง 13 ปี สามารถสละร่างในขั้นตอนหลอมรวมวิญญาณ” มันสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ อู่ อวี้ ยิ่งนัก ตัวเขาอยู่ในวัย 15 ปี สามารถอยู่ในระดับสวรรค์ขั้น 5 ก็ถือว่าอัจฉริยะยิ่งแล้ว แต่ ซือตูู๋ หมิงหลาง อยู่ในระดับสวรรค์ขั้น 10 ด้วยวัยเพียงแค่ 13 ปี!

“สถานะของข้าในตอนนี้ เป็นเพียงแค่ผู้รับใช้ต่ำต้อย หากพวกศิษย์นอกคิดจะข่มเหงรังแก ก็เป็นเรื่องยากจะหลีกเลี่ยง ดังนั้นข้าจะต้องฉกฉวยโอกาสสุดท้ายนี้ให้ได้ ด้วยการผ่านการสอบคัดเลือก และ เข้าเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์!

ไม่นานนักยามราตรีก็คืบคลานเข้ามา ณ ค่ำคืนอันดึกสงัด

“ อู่ อวี้ การสอบจะเริ่มในวันพรุ่งนี้แล้ว ตกลงเจ้าจะไปด้วยหรือไม่ ?” เสิ่น อู๋เต้าถาม

“ไปสิท่านลุง!”

 

— ระหว่างการเดินทาง—

 

“พออายุมากขึ้น แข้งขาของข้าก็ไม่ดีเช่นเคย

“ เทือกเขาแท่นสวรรค์ ยังอยู่อีกไกลงั้นคืนนี้พวกเราพักแรมกันที่นี่แล้วกัน?”

อันที่จริง เสิ่น อู๋เต้า ไม่ควรเดินทางไกลเนื่องจากเขาแก่ชรามากแล้ว แต่การสอบคัดเลือกนั้นความใฝ่ฝัน ตั้งแต่เยาว์วัย ชายชราจึงไม่อยากพลาดที่จะได้เห็นเด็กผู้หนึ่ง จะได้เข้าไปเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ เพียงเท่านี้มันก็ทำให้ชายชรามีความสุข และ พึงพอใจยิ่งแล้ว!

“ไม่ต้องหรอกท่านลุง เดี๋ยวข้าจะแบกท่านไปเอง.” อู่ อวี้ หยิบกระบี่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาก็เอามันมาคาดไว้บนเอว หากท่านลุงเกิดสงสัยถามขึ้นมาว่าสิ่งนี้มันคืออะไร เขาได้เตรียมคำตอบเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่ามันคือ ไม้เท้า ที่เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

และแล้ววันสอบคัดเลือกก็เข้ามาถึง

เสิ่น อู๋เต้า พยายามขัดขืนไม่ให้ อู่ อวี้ แบกเขา แต่เมื่อเห็นว่า อุู่ อวี้ เดินทางไปได้อย่างว่องไวอีกทั้งการเคลื่อนไหวยังอ่อนนุ่ม ไม่นานนักเสียงของชายชราก็เงียบลง

เทือกเขาแท่นสวรรค์! นับเป็นเทือกเขาที่เลื่องชื่อมากที่สุดในเทือกเขาคราม! การสอบคัดเลือกทุกขั้นตอนเกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าผู้เข้ารับการสอบคัดเลือกจะอยู่ชั้นวรรณะใด จะเป็นผู้รับใช้ หรือ เป็นอัจฉริยะมาจากโลกภายนอก หากคนผู้นั้นสามารถผ่านการทดสอบ ก็จะได้รับโอกาสเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตน!

จากมนุษย์สู่ผู้ฝึกตน

การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางห่างจากเทือกเขาครามมากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มการสอบคัดเลือกในวันนี้ เขาจะเป็นผู้รับใช้ที่ถูกจับตามากที่สุด ผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด   และ เป็นผู้รับใช้ที่ถูกยกย่องเลื่อมใสมากที่สุด ผู้รับใช้หลายคนเริ่มออกเดินทาง เพื่อให้ตนได้ถึงเทือกเขาแท่นสวรรค์ก่อนรุ่งสาง การสอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้นในบ่ายวันนี้

“ร่างกายของเจ้าแข็งแรงดีมาก!” เสิ่น อู๋เต้า ตกตะลึงเมื่อเห็นว่า อู๋ อวี้ แบกร่างของชราปีนขึ้นเขา โดยที่ไม่มีท่าทางเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

“ เดิมทีข้าอยู่ในระดับสวรรค์ 5 และ ขั้นสละร่าง! แต่เพราะผงพรากวิญญาณได้ฉุดข้าลงมา”

ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เหตุผลอันแท้จริง แต่พอ อู่ อวี้ คิดถึงเรื่องที่ชายชราจะแสดงความประหลาดใจมากแค่ไหน เมื่อเห็นเขาผ่านการทดสอบ เขาก็แทบจะอดใจไว้ไม่ไหว

เมื่อเขาสังเกตเห็นชายชราผล็อยหลับไป เขาก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้นไปบนเทือกเขาแท่นสวรรค์ก่อนรุ่งสาง เมื่อแสงตะวันของยามเช้าเริ่มทอแสงออกมา ผลปรากฏว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มาถึงได้รวดเร็วที่สุด ฝูงชนส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับใช้ และยังไม่ถึงเวลาลงสมัครสอบ

“เส้นทางสู่เทือกเขาแท่นสวรรค์ เทือกเขาแท่นสวรรค์! ผู้เข้าร่วมการสอบ จะต้องไปแสดงคุณสมบัติของตนเองที่ด้านล่างของภูเขา แล้วต้องเข้าไปยังหุบเขาทดสอบ คนผู้นั้นจะต้องผ่านการทดสอบให้ได้ก่อน ถึงจะออกจากพวกเขานั้นได้ นี่คือเส้นทางที่จะนำไปสู่แท่นสวรรค์ หลังจากออกมาตากหุบเขานั้นได้ พวกเขาก็จะเข้าสู่แท่นสวรรค์ สาวกผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการสอบ ก็จะเดินขึ้นไปบนเขา เพื่อดูการทดสอบ.”

มีผู้ชมนับหมื่นที่อยากไปยืนอยู่บนแท่นสวรรค์นั้น แต่มันถูกสงวนไว้ให้กับศิษย์ผู้ผ่านการคัดเลือก ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นอย่างดีให้ผู้รับใช้หมั่นฝึกฝน ส่วนศิษย์ที่ถูกนิกายอมรับอย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะขี่นกกระเรียนบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อชมการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในเกาะติดภาพเหตุการณ์

ระดับความสูงของเทือกเขาแท่นสวรรค์ นับว่าใกล้เคียงกับของเทือกเขาหยานหลี่ภูเขา แต่ทว่ามันมีขนาดกว้างกว่าหลายเท่านัก เมื่อถึงเวลาเสิ่นอู๋เต้าก็ตื่นขึ้น แล้วพบว่าตนเองได้มาอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นทางเข้า ไปสู่สงครามแห่งการทดสอบได้อย่างชัดเจน

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? ทำไมถึงรวดเร็วนัก ?” เสิ่น อู๋เต้า พยายามเพ่งมองไปรอบ ๆ พบว่าทุกอย่างยังคงพร่ำมัว เนื่องจากเพิ่งตื่นนอนเลยยังสะลึมสะลืออยู่ เขาจำได้ว่าทุกครั้งที่ตนเข้ามาดูการแข่งขัน จะเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก แต่สำหรับครั้งนี้เมื่อเขาตื่นขึ้นมา กลายเป็นว่าเขากลับอยู่ที่นี่เลย

“ถูกต้องแล้วท่านลุง.” อู่ อวี้ พูดแล้วยิ้มจาง ๆ อย่างภูมิใจ

“เป็นตำแหน่งที่ดีมาก!” เสิ่น อู๋เต้า เหมือนหวนสู่วัยเยาว์อีกครั้ง หวนกลับกลับเข้ามาในเด็กเผชิญเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“วันนี้ข้าจะได้เห็นอัจฉริยะหนุ่มได้เป็นชาวสวรรค์ อย่างเต็มสองตาเสียที”

“ครั้งหน้าข้าจะให้ทำมากกว่านี้.” อู่ อวี้ ยิ้มอีกครั้ง

อู่ อวี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะในวันนี้จะเป็นวันที่ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไป และ จะเป็นวันที่เขาสามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ของท่านลุง

ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาในเทือกเขา เวลานี้เทือกเขาเริ่มแออัดด้วยมีผู้คน และ เหล่าผู้รับใช้นับหมื่น เสียงเซ็งแซ่ดังอื้ออึงไปทั่วทั้งอากาศ

มีข่าวแว่วมาว่า ผู้รับใช้จำนวนมากมีคุณสมบัติผ่านการตวจสอบอยู่ตรงบริเวณด้านล่างของเทือกเขา เหล่าผู้รับใช้กำลังยืนอยู่บนเส้นทางที่จะนำไปสู่แท่นสวรรค์ เปิดรับสมัครสอบในบทต่อไป

อีกไม่ช้าก็จะถึงยามเที่ยงแล้ว

อู่ อวี้ ขออนุญาตลุงเสิ่นไปเข้าห้องน้ำ เนื่องจากว่าตอนนี้ตนนั้นปวดท้องหนัก ซึ่งถือว่าเป็นข้ออ้างที่ดีมากเพราะบนเทือกเขาไม่มีสุขา

“แต่เดี๋ยวการสอบ มันจะเริ่มแล้วนะ!” เสิ่น อู๋เต้า อยากให้อู่ อวี้ได้เห็นการสอบ

“ไม่เป็นไรท่านลุง ข้าไม่ใส่ใจการสอบนี้นัก แค่ท่านลุงดูได้ข้าก็ดีใจแล้ว เดี๋ยวข้าก็กลับมา ท่านจะเดินไปไหนล่ะ ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาท่าน.”

“หากข้าพลาดฉากสำคัญไป ท่านก็ช่วยดูแล้วค่อยเล่าให้ข้าฟังที่หลังก็แล้วกันนะ”

อู่ อวี้ ไม่ได้กังวลเขาเดินผละออกมา เพราะขาของท่านลุงไม่ได้แข็งแรงเหมือนเช่นเดิมแล้ว  แม้แต่เดินลงภูเขาก็ยังเป็นปัญหาสำหรับท่าน หลังจากโบกมือลา อู่ อวี้ รีบเดินลงจากภูเขา แล้วเตรียมความพร้อม เพื่อรับการตรวจสอบคุณสมบัติ

 

ติดตามนิยายเรื่องนี้ได้ก่อนใครที่ >นิยายแปลกิลด์เทพอสูร<

Facebook Comment