+100%-

Chapter 47 : สำหรับการจากลาที่ต้องมาถึงซักวันหนึ่ง

Chapter 47 : สำหรับการจากลาที่ต้องมาถึงซักวันหนึ่ง

 

ฤดูหนาวผ่านพ้นไป ฤดูใบไม่ผลิก็เข้ามาแทนที่

การก่อสร้างทางน้ำชลประทานและกังหันน้ำเองก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน กังหันน้ำผันน้ำจำนวนพอเหมาะเข้าทางน้ำที่ทอดตรงไปสู่หมู่บ้าน

ภาพของกังหันน้ำที่ผันน้ำเข้าไปยังทางน้ำนั้นก็ทำให้ชาวบ้านที่เห็นเป็นครั้งแรกจ้องกันตาค้าง

แต่พวกเขาก็คุ้นชินกับมันได้อย่างรวดเร็วและมันก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการเกษตรของหมู่บ้านไปเรียบร้อยแล้ว

พร้อมๆกับการทดลองปรับปรุงคุณภาพดิน ริโอกับชาวบ้านอีกหลายคนก็ช่วยกันหว่านเมล็ดพืชที่จะปลูกกันในปีนี้

 

“ริโอ~ ฉันโปรยเมล็ดในส่วนของฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ~”

“ขอบคุณมาก งั้นก็ช่วยไปช่วยคนอื่นที่ยังทำไม่เสร็จหน่อยจะได้มั้ย?”

“โอเค!”

 

บทสนทนาของพวกเขาดังก้องไปทั่วบริเวณด้วยเพราะระยะห่างของสองคนที่ห่างกันมากพอควร

หลังจากที่ริโอบอกความสัมพันธ์ของตัวเขาเองกับรูริแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น

แม้ว่าปกตินูริจะเป็นคนที่เข้าสังคมได้ง่ายอยู่แล้ว แต่ด้วยเพราะความที่ริโอเปลี่ยนวิธีการพูดเมื่อพูดกับเธอ มันเลยทำให้ทั้งสองคนจะดูสนิทสนมกันมากไปยิ่งกว่าเดิมอีก

แม้ว่าผู้หญิงคนอื่นๆจะมาถามหาเหตุผลของการเปลี่ยนน้ำเสียงของริโอกับรูริ แต่เธอก็ไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไปได้เลยได้แต่พูดบ่ายเบี่ยงออกไปเท่านั้น

ทั้งหมดที่รูริพูดก็มีแค่ว่า “เพราะว่าเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน ฉันเลยอยากให้เขาเลิกพูดแบบเป็นทางการเพราะว่ามันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดน่ะ”

และเพราะคำพูดที่ดูฟังไม่ขึ้นนั้น ใครหลายๆคนก็เลยสงสัยว่าเหตุผลที่แท้จริงคงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบชาย-หญิงแน่ๆ

และด้วยความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เล็งริโอไว้ก็เลยถอยห่างออกมากันหมด

 

(ทั้งสองคนนั้นกำลังคบกันอยู่รึเปล่าน้า………….)

 

แต่ก็ยังมีผู้หญิงอยู่คนนึงที่ยังไม่ยอมถอดใจ

เธอคนนั้นคือซาโยะ

ถึงเธอจะพยายามเอาใจช่วยริโอ แต่เมื่อเธอเห็นริโอกับคนอื่นๆมันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

แม้ว่าซาโยะจะรู้สึกได้ว่ารูรินั้นไม่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ริโอ แต่เธอก็ต้องหยุดความคิดนั้นลงและกลีบมาคิดดูใหม่อีกทีเมื่อเห็นความใกล้ชิดกันของทั้งสองคน

เธอรู้สึกแบบนั้น

แม้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นพวกเขาคุยกันอย่างมีความสุข หัวใจของเธอมันก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

ลักษณะของคำพูดของริโอที่พูดกับรูรินั้นทำให้หญิงสาวชาวบ้านคนอื่นๆรู้สึกได้ถึงกำแพงที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ขึ้มา การที่ซาโยะจะรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ก็คงจะไม่แปลกอะไร

 

“ให้ผมช่วยปลูกมั้ยครับ ซาโยะ-ซัง?”

 

ในตอนที่เธอกำลังเหม่อคิดถึงเรื่องของริโอแบบนี้อยู่นั้น ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าตัวก็พูดทักซาโยะออกมา

 

“อะ-เอ๋ ริโอ-ซามะ! ขะ-ขอโทษค่ะ! ฉันแค่เหม่ออะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง!”

 

เสียงของริโอที่พูดเสนอความช่วยเหลือก็ทำให้ซาโยะได้สติกลับมา

พอมองรอบๆแล้ว เธอก็เห็นว่าในส่วนของตัวเองนั้นดำเนินงานไปได้ช้ากว่าของคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเธอรู้สึกตัวถึงเรื่องนี้ หน้าขาวๆที่สู้แดดของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา

 

“ช่วยจำวิธีทำให้ดีๆด้วยนะครับ เพราะคนที่จะเป็นคนสอนคนอื่นๆในหมู่บ้านเรื่องวิธีการหว่านเมล็ดนี้หลังจากที่ผมไม่อยู่ที่หมู่บ้านนี้แล้วก็คือซาโยะ-ซังนะ”

 

ริโอพูดกับซาโยะที่ดูเหมือนกับจะจำวิธีการหว่านที่ถูกต้องไม่ได้

 

“เอ๋……….?”

 

ราวกับว่าฟ้าฝ่ากลางวันแสกๆ ใบหน้าของซาโยะก็ซีดลงในทันที

 

“อ-อืม! ริโอ-ซามะ! จะไปจากหมู่บ้านนี้ตอนไหนงั้นเหรอ?”

 

ซาโยะที่รู้สึกกระวนกระวายถามริโอที่เริ่มลงมือหว่านเมล็ดออกไป

ริโอจะไปจากหมู่บ้านนี้

พอมาลองนึกๆดูแล้ว เธอก็พลันนึกขึ้นได้ว่าได้ยินเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่ในตอนที่ริโอพึ่งจะมาถึงหมู่บ้านนี้แล้ว

แต่ซาโยะก็กลับลืมไปซะสนิทเลยว่าริโอนั้นจะต้องไปจากหมู่บ้านนี้

 

“ครับ ผมคงจะไปในช่วงใบไม้ร่วงหน้านี้แหละ”

 

ริโอตอบกลับมาด้วยระยะที่ห่างออกไปจากเธอเล็กน้อย

แม้ว่ารอยยิ้มนั้นของเขาจะดูโดดเดี่ยวอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่มีความลังเลในการตัดสินใจนี้เลย

 

“ฤดูใบไม้ร่วง………….หน้า…………สินะ อีกไม่นานแล้วนี่นา”

 

ซาโยะพูดออกมาอย่างอ่อนแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นของริโอ

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ”?

 

ริโอที่ฟังเธอไม่ชัดก็ถามออกไปด้วยความสงสัย

 

“อ๋า ไม่มีอะไรหรอก! ไม่มีอะไรแปลกๆเลย”

 

ซาโยะส่ายหัวของเธออย่างร้อนรน

ด้วยท่าทางของเธอที่ดูมืดมนลงในทันที

แต่เธอนั้นไม่มีทางที่จะสร้างปัญหาให้กับริโอมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะงั้นซาโยะเลยทำได้แค่เอาใจไปจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น

เธออาจจะเผลอร้องไห้ออกมาก็ได้ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น

 

“ต้องขอขอบคุณทุกคนมาก เพราะทุกคนผมเลยสามารถทำงานที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้ด้ำเร็จ แล้วก็อย่าลืมวิธีการหว่านเมล็ดที่ผมสอนไปในวันนี้นะครับ ทุกคนจะได้นำสิ่งนี้ไปใช้ในปีหน้ากัน”

 

หลังจากงานในวันนั้นจบลง และริโอได้สอนทุกอย่างที่เขาควรสอนแล้ว เขาก็บอกเลิกงานกับทุกๆคน

และในโอกาสนี้ เขาก็บอกกับชาวบ้านคนอื่นๆว่าเขาจะออกเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหน้าเหมือนกัน

แม้ว่าเขาจะเคยพูดไปตั้งแต่ตอนแรกที่มาที่หมู่บ้านนี้แล้ว แต่เขาก็ยังอยากที่จะพูดย้ำอีกรอบนึงเพื่อที่ทุกคนจะได้มีความรู้สึกมุ่งมั่นในการเรียนรู้

ไม่มีชาวบ้านคนไหนที่สงสัยในความรู้ความสามารถของริโออีกแล้วหลังจากที่ได้เห็นความสำเร็จของเขาในเรื่องคลองชลประทานและกังหันน้ำ

ริโอนั้นกลายเป็นตัวตนที่คุ้นชินสำหรับพวกเขาไปเสียแล้ว แม้ว่าพวกชาวบ้านจะรู้สึกใจหายอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีอะไรออกมาให้เห็น

และตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วที่ชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันออกไปจากที่นั้น

 

“ริโอ! ขอบคุณสำหรับความพยายามนะ~ กลับบ้านกันเลยมั้ย?”

 

ริโอและรูริกลับไปที่บ้านของพวกเขาด้วยกันเหมือนกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเขา

บ้านของซาโยะนั้นอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

เธอไม่สามารถบอกให้เขาเดินกลับด้วยกันได้เพราะว่านั่นจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติเกินไป

มันช่วยไม่ได้จริงๆที่มันทำให้ซาโยะรู้สึกอิจฉาในตัวของรูริ

 

“โอเค เหนื่อยหน่อยนะ แล้วมื้อเย็นนี้อยากกินอะไรงั้นเหรอ?”

“อ่า งั้นขอเป็นโซซุยกับฝักที่เหลือไว้ก็แล้วกัน”

 

ซาโยะมองทั้งคู่พูดคุยกันอย่างร่าเริงจากด้วยหลังด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆจากบทสนทนาที่เหมือนกับคู่รักข้าวใหม่ปลามันนั่น

และซักพัก ซาโยะก็เดินกลับบ้านไปด้วยความห่อเหี่ยว

เมื่อเห็นบรรยากาศที่ดูมืดมนแปลกๆของเธอแล้ว ชาวบ้านทุกคนที่เธอเดินผ่านเลยไม่กล้าที่จะทักเธอออกไป

 

“………!”

 

เมื่อเธอกลับมาถึง เรี่ยวแรงที่แขนและขาทั้งหมดของเธอก็หายไปหมดจนต้องลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นหน้าประตูบ้าน

แล้วน้ำตาของเธอห็หลังไหลออกมาไม่หยุดราวกับเขื่อนแตกทั้งสภาพอย่างนั้น

 

“กลับมาแล้……..ฮะ-โฮ้ย ซาโยะ!”

 

ในที่ตรงนั้น ชินที่พึ่งกลับมาถึงก็เห็นเธอที่นั่งร้องไห้อยู่เข้า

แม้ว่าเขาจะตะโกนเรียกเธอด้วยความตื่นตระหนก แต่ซาโยะก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลย

พวกชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าประตูก็นึกถึงท่าทางแปลกกๆของเธอและรีบวิ่งมาดูด้วยความร้อนรน

 

“มีอะไรงั้นเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?”

 

ซาโยะแทบจะไม่ตอบสนองต่อคำพูดนั้นของเขาเลย

ชินพยายามคิดถึงสาเหตุของสิ่งที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

 

“หรือว่า………เจ้านั่น?”

 

ชินรู้ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้ซาโยะมีสภาพแบบนี้ได้

ถึงแม้ว่ามันอาจจะยังมีสาเหตุอื่นอยู่อีก แต่เขาก็นึกออกถึงคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้ซาโยะอารมณ์แปรปรวนขนาดนี้ได้

 

“หรือว่าไอ้เจ้าริโอนั้น……….ทำอะไรงั้นเหรอ?”

 

ซาโยะมองไปที่ปิ่นปักผมชิ้นสำคัญที่ได้มาจากริโอ

เธอมักจะพูดออกมาอย่างมีความสุขเกี่ยวกับของขวัญที่เธอได้รับมาชินนี้ในบ้านหลังนี้

หลังจากที่พ่อแม่ของทั้งคู่เสียไปแล้ว เธอก็พยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ต่อหน้าชินมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้ รอยยิ้มร่าเริงแบบเด็กๆของเธอก็เริ่มลดลง

เพราะงั้นชินก็เลยมั่นใจว่าคนที่ทำให้ซาโยะร้องไห้ก็คือริโอ

 

“มะ-ไม่ใช่หรอก………..ริโอ-ซามะไม่ได้ผิดอะไร………….”

 

เมื่อเสียงของชินที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธมาถึงหูซาโยะ เธอก็รีบบอกเขาไปแบบนั้น

แต่เธอก็ไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างชัดเจนมากนักด้วยเพราะการที่เธอร้องไห้อยู่

หลังจากที่ชินเห็นสภาพของน้องสาวของตัวเองแล้ว เขาก็รู้สึกโกรธมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

 

“ไอ้เจ้านั่น อย่างที่คิดเลยถ้ามันไม่เข้ามาที่หมู่บ้านนี้คงจะดีกว่านี้แท้ๆ”

 

ขณะที่พูดออกไปแบบนั้น ชินก็รู้สึกขัดแย้งกันในใจตัวเองอยู่ลึกๆ

การใช้ชีวิตอยู่ของชาวบ้านนั้นดีขึ้นด้วยการมาถึงของริโอ

และถ้าริโอไม่ได้มาที่นี่ รูริอาจจะต้องเจอกับประสบการณ์ที่เลวร้ายด้วยน้ำมือของกอนก็เป็นได้

ริโอเป็นตัวตนแบบนั้นในสายตาของเขา

แต่เมื่อเขามองไปที่น้องสาวของเขาที่นั่งร้องไห้อยู่ต่อหน้าเขาแล้ว เขาก็อดคิดไม่ได้ว่ามันคงจะดีกว่าถ้าริโอไม่ได้มาที่หมู่บ้านนี้

เพราะว่าอย่างน้อย น้องของเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาเสียน้ำตาแบบนี้

 

“ไม่ ไม่ใช่หรอก ริโอ-ซามะบอกว่าเขาจะไปจากหมู่บ้านนี้……..และจากนั้น…………”

 

ซาโยะพยายามอธิบายว่ามันไม่ใช่ความผิดของริโอ

แต่ชินก็คงจะนับรวมว่าเป็นความผิดของริโออยู่ดี แม้ว่าเธอจะอธิบายเขาไปตรงๆก็ตาม

 

“พี่พูดผิดแล้ว ริโอ-ซามะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย………..”

 

เมื่อเธอเห็นว่าสิ่งที่เธอพุดไปนั้นได้ผลตรงข้ามกับที่เธอหวังไว้ ซาโยะก็รีบพูดบอกให้เขาฟังอีกทีว่าริโอนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด

แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

 

“ชายคนนั้นจะไปจากหมู่บ้าน……..นั่น………”

 

แล้วชินก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่น้องสาวของเขาร้องไห้ออกมาแบบนั้น

เขาปั้นหน้ายากออกมาเหมือนกำลังเคี้ยวแมลงขมๆอยู่

ความจริงแล้ว ชินเองก็รู้ดีว่าริโอก็ต้องไปจากหมู่บ้านนี้ไม่ซักวันใดก็ซักวันนึง

แม้ว่าเขาจะลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเพราะริโอนั้นเข้ากับหมูบ้านได้ดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เขารู้มาตั้งแต่แรกที่ริโอเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้ว

ในตอนแรก ชินก็ทำใจยอมรับริโอไม่ได้ แต่ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงแค่คนที่มาอยู่อาศัยแค่ชั่วคราว แต่พวกชาวบ้านก็เริ่มยอมรับในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ และอย่างสุดท้ายก็เรื่องที่เขาช่วยรูริไว้

 

“…….”

 

ชินจมดิ่งลงไปในห้วงความคิดของเขา

ว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี

ว่าเขาควรจะทำอะไรเพื่อที่ซาโยะจะหยุดร้องไห้ดี

แต่ชินนั้นรู้ดีที่สุดว่าเขาไม่ใช่คนที่จะแก้ปัญหานี้ได้

ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้นในจังหวะต่อมาเขาก็เริ่มวิ่งออกจากที่นั่น

เขาตัดสินใจที่จะทำตามสัญชาตญาณของเขาเองแทนที่จะมาครุ่นคิดเรื่องอะไรพวกนี้

 

“อะ-โอนี่จัง! ดะ-เดี๋ยวก่อน!”

 

แม้ว่าชินจะได้ยินเสียงของซาโยะที่พูดห้ามเขาไล่หลังมา แต่เขาก็ยังคงวิ่งต่อไปอย่างสุดแรงโดยไม่สนอะไรในสิ่งที่เธอพูด

แล้วในไม่นานเขาก็มาถึงที่บ้านของยูบา

 

“โฮ้ย ริโอ!”

 

พอปรับอารมณ์ได้แล้ว เขาก็เปิดประตูบ้านและตะโกนเรียกชื่อของริโอออกมา

ริโอ ยูบา และรูริที่กำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ก็ตกใจเมื่อเห็นเขาในสภาพแบบนั้น

 

“เจ้ามีธุระอะไรกับริโองั้นรึ?”

 

สองสามวินาทีต่อมา ยูบาก็ถามถึงธุระของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

ถึงมันจะไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรที่ชินจะมีเรื่องคุยกับริโอ แต่พอมองจากสภาพท่าทางของเขาในตอนนี้แล้วนั้น ดูเหมือนว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เป็นเรื่องเล็กๆแน่ๆ

เขามีธุระอะไรกับริโอกัน

 

“ขอร้องล่ะ! ช่วยอย่าไปจากหมู่บ้านนี้ที!”

 

หลังจากพูดออกไปแบบนั้น ชินก็คุกเข่าขอร้องต่อหน้าริโอทันที

 

“ห่ะ-…….”

 

ทั้งสามคนต่างพูดอะไรไม่ออก

 

“ฉันรู้ดีว่ามันเห็นแก่ตัวที่พูดออกมาแบบนี้! แต่ขอร้องล่ะ ช่วยฟังในสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดทีเถอะ หลังจากนี้ไปช่วยอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปเถอะนะ!”

 

ซาโยะกำลังร้องไห้อยู่

ชินยังคงขอร้องริโอต่อไปอยู่ พูดในสิ่งที่เขาไม่มีทางพูดได้ออกมา

ในตอนที่ริโอและคนอื่นๆนั้นไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับไปยังไงดี—

 

“โอ-โอนี่จัง! ขะ-ขอโทษค่ะ! ที่พี่ของฉันสร้างความเดือดร้อนให้……….”

 

ซาโยะที่พึ่งมาถึงสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ

เมื่อภาพของชินที่กำลังคุกเขาขอร้องริโออยู่เข้ามาในสายตาของเธอ เธอก็รีบเข้าไปพูดกับเขาทันที

 

“เห็นมั้ย โอนี่จัง พี่กำลังทำให้พวกเขาลำบากอยู่นะ นี่ไง ใช่มั้ย?”

 

แล้วเธอก็ดึงร่างของชินขึ้นมา

เขาเหลือบมองไปยังน้องสาวของเขาที่พยายามปั้นรอยยิ้มให้อยู่บนใบหน้าของเธอ

ร่องรอยของคราบน้ำตานั้นยังคงมองเห็นได้ตรงมุมของหางตาของเธออยู่เลย

แม้ว่าปากของเธอจะเผยอออกมาเล็กน้อย แต่ชินที่เห็นได้ถึงความสิ้นหวังของเธอก็ทำได้แค่ยกร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างอ่อนแรงเท่านั้น

 

“อะ-อืม……..ฉันผิดเอง”

 

ชินพูดขอโทษออกมาอย่างหมดพลังด้วยใบหน้าว่างเปล่า

 

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ! ฉันจะไปคุยกับพี่ให้ดีๆเองค่ะ”

 

ซาโยะก้มหัวลงต่ำ

ชินเองก็ทำแบบเดียวกันข้างๆเธอเหมือนกันด้วยความรู้สึกไม่สบายใจในท่าทางของเธอ

มันก็เป็นแค่นิสัยเดิมๆของชินที่ชอบทำอะไรลงไปอย่างไม่ยั้งคิดเมื่อเขาสูญเสียความเยือกเย็นของตัวเองไป

เขาเองก็นับไม่ไหวแล้วว่าเขาได้สร้างปัญหาให้ซาโยะมามากขนาดไหน

ชินเองก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันหลังจากที่เขาทำแบบนั้นลงไป

 

“……..เข้าใจแล้ว พวกเราไม่ได้ยินอะไรเลยกับเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ ใช่มั้ยริโอ?”

 

ยูบานั้นรู้ดีถึงการกระทำที่ไม่ยั้งคิดของชินที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เธอเองก็เข้าใจดีว่ามันเป็นเพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาแสดงสิ่งเหล่านั้นออกมา

หลังจากส่งสายตามองไปยังริโอและรูริที่พูดไม่ออกกับการกระทำของสองพี่น้องนั้นแล้ว ยูบาก็ถามริโอออกมาพร้อมๆกับถอนหายใจเล็กๆออกมาด้วย

 

“ครับ ผมก็ไม่ว่าอะไร…………”

 

ด้วยความรู้สึกที่ยังตะลึงกับสองพี่น้องที่ยังคงก้มหัวให้เขาอยู่ ริโอก็ตอบรับคำของยูบาไปพร้อมด้วยความรู้สึกที่ว่าเขาควรจะหนีออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด

พูดตรงๆ ริโอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำตัวยังไงเหมือนกับกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าเขานี้

ดูเหมือนว่าจุดเริ่มต้นนั้นจะมาจากตอนที่เขาบอกถึงช่วงเวลาที่เขาจะออกจากหมู่บ้านนี้

ยิ่งกว่านั้น วิธีของชินที่ใช้ขอร้องเขาไม่ให้เขาออกจากหมู่บ้านไปนั้นทำให้เขารู้สึกช็อคเป็นอย่างมาก

ถ้าเกิดมันไม่ได้มีอะไรระหว่างพวกเขา มันก็คงจะไม่เป็นไรที่จะถามลึกลงไป

แต่ด้วยเพราะเขาไม่สามารถตอบคำถามของชินได้ในตอนที่พวกเขาอยู่กันในที่แบบนี้ ริโอเลยตอบรับในคำพูดของยูบาไป

 

“ขอบคุณมาก!”

 

หลังจากรับคำของพวกริโอแล้ว ชินก็พูดขอบคุณออกมาอีกครั้ง และชินก็ถูกลากกลับบ้านไปโดยซาโยะทั้งแบบนั้น

 

“เอาเป็นว่า เรามากินข้าวเย็นกันก่อนเป็นไง?”

 

ยูบาพูดออกมาขณะที่ถอนหายใจหนักๆออกมาพร้อมกับที่มองไปที่หลังของพวกชินที่เดินจากไป

แล้วรูริและริโอก็เริ่มทานอาหารกันอย่างเงียบเชียบ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง มื้ออาหารนี้เลยเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วน พวกเขาไม่ได้พูดกันถึงเรื่องของการกระทำของชินเลย

 

“ริโอ ข้าขอถามอะไรหน่อย ช่วยฟังหน่อยได้มั้ย?”

 

หลังจากทานอาหารเสร็จและกำลังเก็บกวาดกันอยู่นั้น ยูบาก็เอ่ยปากถามออกมา

 

“ครับ มีอะไรเหรอครับ?”

“ขอถามหน่อยได้มั้ยว่าเจ้าตั้งใจจะทำอะไรต่อไปหลังจากที่ออกจากหมู่บ้านนี้ไปแล้วน่ะ?”

 

แม้ว่าเธอจะได้ยินเรื่องที่ริโอจะออกจากหมู่บ้านนี้ไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เขามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้แล้ว แต่เธอก็ไม่เคยถามถึงเหตุผลของการกระทำของเขาให้ลึกลงไปกว่านั้นเลย

เธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะถามมากเกินไปและตัดสินใจว่าจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่นั่นคือก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ชินจะปรากฏตัวขึ้น

แม้ว่ายูบาจะพอเดาได้ถึงเหตุผลที่ริโอจะออกจากหมู่บ้านนี้ไป แต่เธอคิดว่าเขาคงมีเหตุผลอื่นมากกว่านั้นเมื่อมองไปที่สภาพของริโอ

ยูบาเลยตัดสินใจถามเรื่องนี้ออกไป

รูริที่ได้ยินบทสนทนาอยู่ข้างๆเองก็จ้องเขม็งไปที่ริโอ

 

“หลังจากที่ผมออกจากหมู่บ้าน………….”

 

เมื่อริโอกำลังจะตอบคำถามนั้น เขาก็หยุดพูดไปช่วงนึง

หลังจากที่เขาออกจากหมู่บ้านไปแล้ว เขาจะกลับไปที่สตาร์ล แต่ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องแวะไปที่หมู่บ้านเซเรย์โนะทามิก่อน

เขาจะเริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูเซียสหลังจากที่ไปถึงเขตสตาร์ลแล้ว

และจากนั้นเขาก็ต้องรายงานเรื่องความปลอดภัยของเขาให้กับอาจารย์ของเขา ซีเรียได้รับรู้

เขาเคยส่งจดหมายภายใต้นามสมมุติไปให้ซีเรียเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้ติดต่อไปหาเธออีกเลย

ถึงเขาจะไม่ได้สนิทสนมอะไรกับขุนนางของอาณาจักรเบรธเธม แต่กับซีเรียนั้นต่างออกไป

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสถานภาพของเขาในอาณาจักรเบรธเธมตอนนี้จะเป็นยังไง แต่สำหรับตัวเขาในตอนนี้แล้วนั้นเขาสามารถซ่อนตัวได้มากตามที่เขาต้องการ

มันอาจจะดีกว่าถ้าเขาจะแอบเข้าไปในอาณาจักรเบรธเธมและเข้าไปพบกับซีเรีย

 

“ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ก็มีเด็กอยู่คนนึงที่นับผมเป็นพี่ชายของเธอ ผมคงจะไปพบกับเธอคนนั้นก่อน แล้วหลังจากนั้นผมคงจะไปพบหน้ากับผู้มีพระคุณในทางฝั่งสตาร์ลด้วยเหมือนกันครับ”

“เห มีเด็กแบบนั้นด้วยงั้นเหรอ หืม”

 

ยูบาพูดออกมาด้วยความสนใจในตัวคนที่ดูจะมีความใกล้ชิดกับริโอ

รูริเขยิบตัวเข้ามาใกล้ๆด้วยความสนใจ

 

“ครับ น้องสาวของผมตอนนี้อายุ 12 ปีแล้ว ส่วนผู้มีพระคุณก็คงประมาณ 20 ปีล่ะมั้งครับ”

“อืม พวกเขายังเด็กกันอยู่เลยสินะ อย่างนี้เอง”

 

เธอรู้สึกมั่นใจว่าคนที่อยู่ด้วยกันกับริโอนั้นต้องเป็นคนที่จิตใจดีงามอย่างแน่นอน

แม้วว่าเธอจะไม่ได้ไปพบหน้ากับพวกเขาตรงๆก็ตาม

 

“และเจ้าจะกลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกมั้ย?”

“แน่นอนครับ ถึงผมจะไม่รู้ก็เถอะว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะมาที่นี่อีกครั้ง”

 

ถึงมันจะไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำได้อย่างบ่อยๆ แต่เขาก็สามารถลดระยะทางในการเดินทางได้ด้วยคริสตัลเคลื่อนย้าย ริโอสามารถย่นระยะทางระหว่างยากุโมะและสตาร์ลได้

เขามีความผูกพันธ์อะไรหลายๆอย่าง เพราะงั้นเขาเลยอยากกลับไปในที่แห่งนั้นหลังจากจัดการธุระอะไรต่างๆของเขาเสร็จแล้ว

 

“งั้นเหรอ จะกลับมาตอนไหนก็ได้เลยนะ เพราะว่าเจ้าน่ะได้กลายเป็นหนึ่งในคนของหมู่บ้านนี้แล้วนี่นา”

“……..ครับผม ขอบคุณมากครับ”

 

ริโอพูดขอบคุณออกไปด้วยใบหน้าอายๆให้กับยูบาที่ยิ้มไปให้เขาอย่างอ่อนโยน

ยูบาส่งรอยยิ้มที่มีแววของความเหงาเล็กๆไปให้ริโอที่ยิ้มออกมาแบบนั้น

 

“แล้วก็เรื่องของชินที่ทำตัวแบบนั้นเมื่อกี้ ข้าก็พอจะนึกออกแล้วล่ะว่าทำไมชินถึงทำแบบนั้นกับเจ้าแต่……..”

“อ๋า อือ ฉันเองก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันแฮะ”

 

รูริพูดเห็นด้วยกับคำพูดของยูบาด้วยรอยยิ้มแห้งๆขณะที่เหล่มองไปที่ริโอไปด้วย

ริโอเอียงหัวของเขาเหมือนเขาไม่เข้าใจในความหมายของการกระทำของพวกเธอ

พวกเขาก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆออกมาเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของริโอ

 

“เดี๋ยวข้าจะเข้าไปคุยกับพวกเขาแบบอ้อมๆในครั้งหน้าเอง พวกเจ้าทั้งคู่ก็ช่วยทำตัวปกติไปเหมือนเดิม แล้วก็อย่ามาวุ่นวายมากเกินไปล่ะ?”

“อือ~ สำหรับฉันเองก็เคยคุยอยู่กับซาโยะอยู่บ้างเป็นบางครั้งนะแต่………….ครั้งนี้ขอฝากให้กับโอบ้า-จังก่อนก็แล้วกัน”

 

เพราะเธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่จะให้ใครหลายคนมาได้ยินเหตุผลในเวลาเดียวกัน รูรินั้นรู้ตัวในเรื่องนี้ดีแม้ว่าเธอจะแสดงสีหน้าลังเลออกมาอยู่ก็ตาม

 

“ครับผม”

 

แม้ว่าจะยังคงไม่ค่อยเข้าใจอยู่ แต่ริโอก็ตอบตกลงไปและพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังจากนั้น

Facebook Comment