+100%-

บทที่ 36 เนื้อตุ๋นในถ้วย 6

บทที่ 36 เนื้อตุ๋นในถ้วย (6)

เธอนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะถามเพิ่มว่า แขวนอยู่ตรงไหน ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ไหม… แต่พอเธอเดินไปที่ห้องน้ำ เธอก็พบว่าคำถามพวกนั้นไม่จำเป็นเลย ตรงชั้นวางผ้าเช็ดตัวหน้าห้องน้ำ ด้านซ้าย มีผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็ก กลาง ใหญ่ ส่วนด้านขวานั้นเป็นสีฟ้าอ่อน ที่แขวนอยู่ตรงชั้นล่างสุดนั้นมีสีขาวและสีฟ้าอย่างละสองผืน

จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ชั้นบนผ้าผืนเล็กไว้เช็ดมือ

ชั้นกลางไว้เช็ดหน้า

และชั้นสุดท้าย…

ภาพที่ผ้าขนหนูแต่ละขนาดไว้ใช้ทำอะไร นั้นผุดเข้ามาในสมอง และเธอรีบปัดขนาดนั้นทิ้งไปทันที ก่อนเอื้อมหยิบผ้าเช็ดหน้า ก๊อกมีทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็น พอเธอชุบน้ำและเดินกลับมาในห้อง ก็เห็นโม่ชิงเฉิงหลับไหลไปแล้ว

เขานอนตะแคงเหมือนเด็กๆ หัวหนุนอยู่บนแขนซ้ายตัวเอง

ดูจากเหงื่อบนหน้าผากแล้ว ไข้น่าจะเริ่มลดแล้ว

พอเธอคิดว่าเธอรู้สึกแย่แค่ไหนตอนที่เป็นไข้ เธอก็อดสงสารเขาไม่ได้ เธอวางผ้าขนหนูลงบนขอบหน้าต่างหินอ่อน เดินไปข้างเตียง ก้มตัวลง เอื้อมไปหยิบปรอทวัดไข้จากข้างหมอนมาดู

สามสิบแปดองศาเซลเซียส เอ้อ…งั้นตอนที่เขาวัดน่าจะสูงกว่านี้สินะ เท่าไรล่ะ เธอเหลือบมองคนที่นอนอยู่บนเตียง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยกแขนเขาที่อยู่นอกผ้าห่มขึ้นอย่างอ่อนโยน ก่อนดึงผ้าห่มมาคลุมไว้  

หวังว่าไข้คงลดก่อนเย็นนะ

เขาจะได้กินอะไรแล้วพรุ่งนี้จะได้อาการดีขึ้น

เธอมองเขาอีกครั้ง

เขากำลังหลับสนิทอยู่ตรงหน้าเธอ… เพราะว่าเหงื่อออก ผิวเขานั้นดูซีดเซียวและเรียบลื่น และยังมีรอยแดงจางๆ แต่รอยแดงจางๆแบบนี้กลับทำให้ใบหน้าด้านข้างเขาดูงามบอบบางยิ่งขึ้น …

ห้องผู้ชายห้องเดียวที่เธอเคยเข้าไปเป็นของลูกพี่ลูกน้อง และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเห็นชายหนุ่มที่หลับไหล ที่สำคัญ…คนคนนี้คือโถวไผ คนที่การอัพเดทเว่ยป๋อเล็กๆน้อยๆสามารถทำให้แฟนคลับหลายแสนตื่นเต้นจะเป็นจะตายได้ — เชียงชิงจื่อ

สามวัน……นั้นยังไม่พอสำหรับการลบเลือนความรู้สึกว่าเขาคือเชียงชิงจื่อ…

“ผู้ชายไม่ได้ทำมาจากไม้หรือหิน ทุกคนต่างมีความรู้สึก และเป็นการดีถ้าไม่พบเจอบุคคลที่งามล่มเมืองได้ [1]”……  นี่เป็นประโยคหนึ่งที่เธอเขียนใน QQ ตอนที่เธอตกหลุมรักเสียงของเขา ความทรงจำนั้นยังติดตราในสมอง แต่นี่เป็นความลับเล็กๆน้อยๆของเธอ

และตอนนี้… เขาสมควรได้รับคำ “ความงามล่มเมือง” [เสน่ห์ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้]…

ขนตาเขากระพือน้อยๆ

หัวใจเธอสะดุด

และ…ทุกอย่างก็นิ่งสงบ

เฮ้อ นี่เป็นความกดดันที่หัวใจเธอไม่สามารถรับไหวจริงๆ …

กู่เชิงรู้สึกว่าการที่จ้องเขาหลับแบบนี้มันน่าขนลุกไปหน่อย ดังนั้นจึงเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น

สำรวจบ้านเขาอย่างละเอียดจึงพบว่ามันสะอาดมาก ห้องที่ไม่มีฝุ่นแม้แต่น้อยนิด แต่มีข้าวของถูกโยนสุ่มๆอยู่ทุกที ตั้งแต่เสื้อผ้า นิตยสาร ซีดีเพลง แผ่นหนัง รกจริงๆ

เธอเก็บ CD และนิตยสารบนโซฟาออก ก่อนนั่งเล่นอ่านหนังสือที่เธอมักจะพกไปไหนมาไหนด้วยเสมอ แต่อ่านไปไปสักพักเธอก็หลับไป ตื่นมาเพราะความหิวจนปวดกระเพาะ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าเธอรีบมาจนไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำ

สี่โมงเย็นแล้ว

*เหงื่อตก* เธอใกล้จะหิวตายแล้ว

โชคดีจริงๆ ตรงโต๊ะกาแฟนั้นมีกล่องไม้ใส่ขนมอยู่

ฉันทำงานหนัก รอเขาแบบไม่บ่นสักคำ ฉันอดทนต่อความเหงาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคนป่วย เขาคงไม่ปล่อยให้ฉันหิวตายหรอกนะ … เธอปลอบตัวเองเงียบๆก่อนสำรวจขนม: ถั่วปากอ้า ‘รสชาติประหลาด’[2], หอยเชลล์อบแห้ง ‘รสดั้งเดิม’ , เห็ดเข็มทองรสเผ็ด เม็ดแตงโม กึ๋นเป็ด …

T.T…… สองหนุ่มนักเขมือบที่มีขนมเพียบ แต่ไม่มีอะไรอิ่มท้องเลยสักนิด …

เธอแกะห่อหอยเชลล์ เทเข้าปากหมดภายในคำเดียว

อย่างต่อไป…

กู่เชิงก้มหน้าก้มตาเคี้ยวไม่หยุด แต่เธอยิ่งกินยิ่งหิว

พอเธอแกะห่อที่เจ็ด ก็รู้สึกว่ามีเงาใครยืนอยู่ไม่ไกล ตกใจจนต้องเงยหน้ามอง โถวไผยืนงงๆ ด้วยท่าทีหมดแรง ดูเธอกินอย่างสนอกสนใจ

กู่เชิงรีบวางขนมลงยืนขึ้น “ตื่นแล้วเหรอคะ ไข้ลดหรือยัง”

โถวไผหน้าบึ้ง “เหมือนจะลดลงแล้ว แต่คืนนี้น่าจะกลับมาอีก”

……

“งั้นไปโรงพยาบาลไหมคะ”

“ไม่ต้องหรอก ฉันชินแล้วล่ะ ปีหนึ่งฉันเป็นไข้หลายหนอยู่ แค่ต้องพักผ่อนสักคืนก็ดีขึ้นแล้ว” เขาส่ายหัวก่อนก้าวออกมาจากห้อง

เธอเดินตาม “คุณเหงื่อเพียบเลย เปิดฮีทเตอร์ในห้องรับแขกหน่อยไหมคะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นหวัดอีก”

โถวไผส่ายหัว “ไม่ล่ะ ไม่เป็นไร”

เธอสังเกตุเห็นว่าเขามุ่งหน้าไปที่ห้องครัว “คุณหิวหรือเปล่า หรืออยากดื่มน้ำ”

โถวไผหยุดเดิน ก้มหน้าลงมองกู่เชิงที่เดินอยู่ข้างๆ เหมือนหัวเขาจะโล่งขึ้นนิดหน่อยแล้ว

ฉันกวนเขามากไปหรือเปล่า ทำไมเขาไม่เดินต่อล่ะ…

เขายิ้มอ่อนๆขันๆ “ฉันแค่อยากเข้าห้องน้ำ”

……

……

“ค่ะ…”

เธอมองขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูเลื่อนปิด รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร โถวไผดูแลตัวเองได้ดีอยู่แล้ว… ที่จริงเธอมาเพราะเธอเป็นห่วงว่าไข้เขาจะขึ้นสูง จะได้ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเขา หรือถ้าเขาหิว เธอก็จะดูแลให้เขาอิ่มท้อง… แต่เหมือนว่าไม่ใช่แบบนั้นสักนิด เรื่องแรก…คงเกิดขึ้นได้ยาก เรื่องหลัง…เหมือนว่าเธอดูแลตัวเองให้อิ่มท้องก่อนแล้วสิ

*เฮ้อ*

กู่เชิงวิเคราะห์สถานการณ์ หลังจากโถวไผล้างหน้า เดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว เธอถาม “แล้วอาหารเย็นวันนี้ล่ะค่ะ คุณอยากทานอะไร ฉันจะทำให้” ถึงแม้ฝีมือฉันจะเทียบทักษะเชฟแบบคุณไม่ได้ แต่ฉันก็ทำโจ๊กหรืออะไรพวกนั้นได้อยู่นะ …

เขาไม่ตอบ ถามกลับแทน “ขนมอร่อยไหม”

“อืมหืมม์…” น่าอึดอัดจัง กู่เชิงพยักหน้า “อร่อยดีค่ะ”

เขายิ้ม ถามอีกครั้งด้วยเสียงป่วยๆ “เธอชอบอันไหน ครั้งหน้าฉันจะได้ซื้อมาเพิ่ม”

“หอยเชลล์ก็อร่อยดี… เห็ดเข็มทองก็ไม่เลว… “ กู่เชิงคิดก่อนพูดตรงๆ “ครั้งหน้าให้ฉันซื้อเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ซื้ออะไรที่กินแล้วอิ่มมาไว้บ้าง”

เขาตอบ “อืมม์”

ก่อน…ตรงกลับไปที่เตียง…

เธอก็รินน้ำอุ่นให้เขาอีกแก้ว เดินเข้าไปในห้อง ก่อนส่งให้เขา “คุณเหงื่อออกขนาดนี้ ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะค่ะ” เธอพูดจบก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่า มีไข้ = กินน้ำอุ่น + นอน

โม่ชิงเฉิงรับแก้วไป

จิบน้ำ

…… แล้วก็อีกอึก

มีแค่เสียงดื่มน้ำช้าๆเบาๆ

เธอเอนตัวไปข้างหน้า รับแก้วมา ก่อนวางลงบนชั้นหนังสือข้างๆเตียง หมุนตัวกลับ พยายามจะยืนขึ้นตอนที่รู้สึกเจ็บๆตรงหนังศีรษะ ผมเธอไปพันกับนาฬิกาเขาซะแล้ว…

โอ๊ย…

เธอกำลังจะดึงออก

โถวไผหยุดเธอด้วยเสียงต่ำ “อย่าดึง เดี๋ยวฉันช่วยแกะ”

เสียงเขาอยู่แค่ปลายหู พอเธอได้ยินเขาพูด เธอหยุดมือที่จะจัดการกับผมตัวเองก่อนนั่งลงข้างๆเขา

โถวไผปัดผมเธอที่บังสายตาเขาออก ก่อนใช้มือไล่ไปตามเส้นผมจนสัมผัสนาฬิกา เหมือนกับว่าเขาเแกะไม่ออก เลยถอดนาฬิกาออก และก้มหน้าค่อยๆพินิจพิเคราะห์ตรงที่ผมพันเข้าไป

เขาค่อยๆแกะอย่างใจเย็น ก่อนพันไว้กับปลายนิ้วอย่างเบามือ

เธอไม่กล้าขยับ พยายามช่วยเขาให้มากที่สุดด้วยการนั่งนิ่งๆ มือหนึ่งเท้าเตียง พยายามชันตัวเองขึ้นในท่าประหลาด ที่เหมือนคร่อมเขาอยู่ครึ่งตัว แค่เผลอไปสักนิด เธอก็จะอยู่บนขาเขาแล้ว…

เร่งมือรีบแกะเถอะนะ รีบๆหลุดหน่อย…

ในห้องนั้นมืดสลัว…

เธอขยับตัวนิดๆ แต่กลับไปชนขาเขาเข้า สะดุ้งหนี โอ๊ย… กระตุกผมตัวเองอีกแล้ว…

“เจ็บหรือเปล่า” เขาเงยหน้าขึ้น

“อืมม์”

เขาถอนหายใจ “ถ้าเจ็บก็อย่าขยับสิ”

“ค่ะ”

เขาก้มหน้าลง

“อะ…”

โม่ชิงเฉิงเงยหน้าขึ้น

“เปิดไฟก่อนดีไหมคะ”

ไฟก็ไม่ได้ดับ แล้วทำไมต้องทำกันมืดๆด้วยล่ะ…

ไม่งั้นก็แค่ตัดๆไปเถอะ  T.T.

พอโม่ชิงเฉิงได้ยิน สีหน้าเขาก็งงๆไปครึ่งวินาที และก็เข้าใจ… ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ก็มีเสียงของใครกระแอมอยู่ข้างๆประตู “เอ้อ พวกนาย…อยากให้ฉันปิดประตูให้ไหม”

[1] 人非木石皆有情,不如不遇倾城色 จากบทกวี 《李夫人》หลีซื่อ เขียนโดยกวีราชวงศ์ถัง ไป๋จูอี้ โดยที่ “เสน่ห์ไร้เทียมทาน” ของชื่อเล่นโถวไผนั้นมาจากท่อนที่ ‘ความงามที่สามารถล่มเมืองได้”

[2] 怪味蚕豆 ขนมจากจงชิง ถั่วปากอ้าเคลือบด้วยเครื่องปรุงหลายรส ทั้งหวาน เผ็ด เค็ม ดังนั้นจึงมีรสชาติหลากหลายผสมกัน จนได้ชื่อว่า  “รสชาติประหลาด”

 

Facebook Comment