+100%-

ตอนที่ 16 เรียกร้องค่าเสียหาย

 

 

เด็กสาวตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้ามีเพียงความไม่เชื่อในสิ่งที่เกิด ไม่ยอมรับว่านางถูกเอาชนะโดยเจ้าขอทานที่ขโมยมีดจากมือนาง และเขาก็กำลังจับนางไว้

ที่ทำให้นางเสียขวัญยิ่งขึ้นไปอีกคือเจ้าขอทานนี่หื่นกระหายยิ่งและยังฉวยโอกาสกับนางต่อหน้าคนมากมาย!

 

“หลานสาวข้าถูกตามใจจนนิสัยเสีย นางเอาแต่ใจตนเองยิ่ง หากนางรบกวนท่านแต่ประการใด ข้าขอร้องให้คุณชายโปรดอภัยให้นางเถิด”

เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแรงกดดันกล่าวขึ้น ทำให้เฟิ่งจิ่วช้อนตาขึ้นไปมองต้นเสียง ตาของนางหรี่ลง

 

ผู้ที่พูดเมื่อครู่แน่นอนว่าคือชายวัยกลางคน เขามิได้พูดข่มขู่ทว่าเป็นการขออภัย ความที่เขาระงับความโกรธไว้ได้และสามารถแสดงออกอย่างเยือกเย็น อีกทั้งยังสามารถใจเย็นพอที่จะพูดกับนางได้อย่างสุภาพช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก

 

“ถ้างั้นเมื่อนิสัยเสียและเอาแต่ใจ เจ้าก็สามารถซี้ซั้วฆ่าผู้ใดได้งั้นรึ? หากข้าหลบไม่ทัน ข้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว”

 

 

นางจ้องอย่างเย็นชาไปที่ชายวัยกลางคน ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มโศกเศร้า “หากไม่ตอบแทนแบบเดียวกันคงเป็นการไม่สุภาพ ที่จริงข้าควรที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้สาวน้อยน่ารักคนนี้คืนซักหน่อย” ขณะที่นางพูดมีดที่จ่อคอเด็กสาวก็เพิ่มแรงกดขึ้นและบาดเข้าไปเล็กน้อย เลือดหยดหนึ่งไหลออกมา สีแดงสดตัดกับผิวขาวกระจ่างอย่างบาดตา

 

“อ๊า!”

เด็กสาวได้สติกลับมาด้วยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในฉับพลันเมื่อใบมีดกดเข้าที่คอ ร่างของนางแข็งทื่อไม่กล้ากระดิกแม้แต่นิด ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกลัวและตื่นตระหนกขณะกล่าว “เจ้า… เจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆนะ!”

 

“อุ๊บส์ โทษที ข้ายังจากตกใจธนูที่เจ้ายิงใส่เมื่อครู่มือของข้าเลยยังสั่นไม่หาย ดูท่าทางข้าจะทำเจ้าเลือดออกเสียแล้ว!”

 

เมื่อเห็นสถาณการณ์ตรงหน้า สีหน้าชายวัยกลางคนก็มืดมัวยิ่งขึ้น ความเป็นมิตรเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องไปที่เฟิ่งจิ่วและถามเสียงต่ำ “เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

 

 

ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเฟิ่งจิ่วพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้ามิได้ต้องการสิ่งใด ทว่าข้าคิดว่าหากข้าได้อะไรสีเงินๆทองๆก็คงปลอบประโลมข้าได้และมือของข้าคงไม่สั่นอีก”

เมื่อชายวัยกลางคนได้ฟัง สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลและส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มข้างๆ

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะหยิบเอาถุงเล็กๆหน้าตาธรรมดาออกมาจากข้างเอวและหยิบทองออกมาจากถุงสองแท่ง

 

“เช่นนั้นพวกเราจะให้ทองสองแท่งนี้แก่คุณชายเพื่อปลอบปะโลม คุณชายพึงพอใจหรือไม่?”

 

ขณะนั้น ดวงตาของเฟิ่งจิ่วมองอย่างสุขุมไปที่ถุงใบเล็กของชายหนุ่ม จากความทรงจำในหัวนาง ถุงนั่นย่อมต้องเป็นถุงมิติที่บรรจุของได้จำนวนมาก เป็นของที่ตามท้องตลาดมิสามารถประเมินมูลค่าได้ ดูท่าทางเบื้องหลังของคนกลุ่มนี้ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่!

 

นางมองทองแท่งทั้งสองในมือของชายหนุ่มและเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าข้าเป็นขอทานรึอย่างไร! แค่ทองสองแท่งเจ้าคิดหรือว่ามันจะปลอบใจข้าได้”

 

ใบหน้าของชายหนุ่มแข็งทื่อ ตามองไปที่ขอทานน้อยที่คลุมตัวด้วยผ้าสกปรกตรงหน้าเขา ขณะที่คิดว่า [แล้วเจ้าไม่ใช่หรอกรึ?]

 

แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ทว่าใบหน้าของเขายังเรียบเฉยและหยิบทองขึ้นมาอีกสี่แท่ง “เช่นนั้น เท่านี้เพียงพอหรือไม่?”

หลิงโม่หานเหลือบมองไปที่ทองแท่งทั้งหลายนั้นและหันไปทางอื่นอย่างเงียบๆ

 

แท่งเงินและทองแบบนี้สามารถนำไปซื้อวัตถุดิบทั่วไปได้มากมาย ทว่าการซื้อของสำหรับการฝึกปรือวิชาจำเป็นต้องใช้ผลึกเงินตรา หากเทียบมูลค่ากับผลึกเงินตรา ทองคำเหล่านี้ดูด้อยค่าไปเลยทีเดียว ทว่าเจ้าขอทานน้อยไม่ได้ร้องขอสิ่งใดนอกจากเงินทอง ซึ่งเป็นเรื่องโง่เขลายิ่ง

 

เฟิ่งจิ่วไม่ใส่ใจว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไร นางมองไปที่ทองคำหลายนั่นก่อนจะหันมากล่าวว่า

“งั้นหลังจากนี้เราหายกัน เมื่อข้าปล่อยนางไป พวกเจ้าทั้งหมดต้องไม่ตามมาอีก”

 

“แน่นอน” ชายวัยกลางคนตอบตกลงด้วยเสียงทุ้มต่ำ

 

“แล้วเจ้าล่ะว่าอย่างไร?” นางเอนตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าของเด็กสาวและแย้มยิ้มถาม

 

 

Facebook Comment