+100%-

Chapter 130 – Kariharan Frostplains (9)

Chapter 130 – Kariharan Frostplains (9)

“มันเยี่ยมมากที่ได้พบกับนายอีกครั้ง นาย…เอาตัวรอดได้ดี”

ได้ยินซังจินพูดออกมา เบลเทรนก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพ

“ในตอนนั้นกระบองที่นายให้กับฉันในราคาที่ถูกมากมันได้ช่วยให้ฉันสามารถจะผ่านในบทต้นๆไปได้โดยไม่มีปัญหามากนัก แน่นอนว่าเมื่อเวลาได้ผ่านไปการจู่โจมมันได้กลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น…แต่ต้องขอขอบคุณกระบองนั้นช่วยให้ฉันสามารถจะได้รับผลงานที่มากในช่วงต้นซึ่งมันช่วยให้ฉันสามารถจะรอดมากได้ ทั้งหมดจะต้องขอบคุณนายที่ทำให้ฉันมาถึงจุดๆนี้ได้”

ซังจินก็ได้ตอบสนองต่อคำขอบคุณของเบลเทรนกลับไป

“ไม่ นายควรจะขอบคุณความเป็นผู้นำและความสามารถในการตัดสินใจของนาย”

ซังจินได้พูดกลับไปอย่างสุภาพ แต่เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่เบลเทรนกล่าวนั้นค่อนข้างจะถูก

จากประสบการณ์ของเขาในช่วงต้นไอเทมนะดับวีรชนจะดรอปออกมาเพียงแค่เมื่อบอสลับถูกกำจัดหรือการจู่โจมครบ 100% เท่านั้นและแม้กระนั้นแม้ว่ามันจะดรอปออกมาอัตราการได้รับมันของนักล่าก็มีเพียงแค่ 20-30% เานั้น ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะได้รับมันในตอนเริ่มต้น

แล้วแม้ว่าจะมีใคบางคนผูกขาดทุกสิ่ง นักล่าที่ยังไม่ได้เข้าใจถึงผลตอบแทนนี้อย่างชัดเจนว่ารางวัลมันคำนวณจากอะไรบ้างก็อาจจะหลีกเลี่ยงการเจอกับมอนสเตอร์ ดังนั้นการได้รับไอเทมระดับวีรชนจากซังจินในบทแรกนั้นมันคือรางวัลที่ยิ่งใหม่ เพียงแค่มีอาวุธนี้เขาก็ได้ก้าวนำหน้าคนอื่นๆไปหลายก้าว

ทันใดนั้นเบลเทรนได้เกาหัวและขอโทษออกมา

“ฉันขอโทษ แต่…”

ซังจินดูสับสนกับสิ่งนี้

“ฉันได้ขายมันออกไปในร้านขายอาวุธเมื่อฉันเจออันที่ดีกว่า”

เบลเทรนได้พูดออกมา

“ไม่ ฉันเข้าใจ พวกเราอยู่ที่บทที่ 11 และนายก็ไม่ควรที่จะใช้อาวุธระดับวีรชน

“ขอบคุณที่เข้าใจ”

“ไม่ต้องห่วง มันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องทำ”

ซังจินได้แอบมองไปที่กระบองที่เบลเทรนถืออยู่ มันเป็นอาวุธสีมันวาวจากด้ามจับไปจนถึงสุดปลาย เมื่อมองดูใกล้ๆซังจินก็ได้ตระหนักว่ามันคล้ายกับดาบของเขาอาเรี่ยน

“กระบองนี้มัน…สร้างขึ้นมาจากหัวใจมังกร?”

เบลเทรนได้รู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของซังจิน

“โอ้…ฉันรู้อยู่แล้วว่านายจะตระหนักถึงมัน”

“มันยากที่จะหาชิ้นส่วนลับที่ซ่อนอยู่…”

“อา ฉันมีฉายาหนึ่ง นักล่าสมบัติ มันจะอนุญาติให้…”

“ฉันก็มีมันเช่นกัน”

“โอแน่นอนนายก็มี ฉันเดาว่าฉันคงกำลังจะโอ้อวดต่อหน้านักล่าสมบัติที่แท้จริง”

“มันไม่เป็นไร นักล่าสมบัติมันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยม” ซังจินได้พูดออกมา

“ใช่แล้ว เมื่อได้เห็นนายมองหาชิ้นส่วนลับ…ฉันก็ได้พยายามที่จะมองหามันด้วยตรเองและจากนั้นฉันก็สามารถจะได้รับฉายานักล่าสมบัติ”

ในตอนนี้ซังจินก็ได้ตระหนักว่ามันกระบองมันไม่ใช่เพียงแค่สิ่งเดียวที่เบลเทรนได้รับไปในบทแรก เบลเทรนนั้นเป็นคนที่ฉลาดและจะต้องทำตามแบบอย่างเขาในการมองหาชิ้นส่วนหรือบอสลับ

“หลังมากที่ได้ใช้ทักษะใช้งานทักษะนี้ ฉันก็ได้ค้นหาชิ้นส่วนลับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อืมม มันมีหลายสถานการณ์ที่ฉันเกือบจะเสียชีวิตของฉันไปให้กับบอสลับเช่นกัน”

“ว้าว ฉันรู้”

ซังจินได้ตระหนักว่าชิ้นส่วนลับ ดาวฤดูหนาว มันก็อยู่ในกลุ่มนี้

‘ฉันคิดว่าเขาจะต้องมีทักะ….’

ซังจินได้คิดขึ้น เขาไม่เคยที่จะคิดเลยว่านักล่าสมบัติจะเป็นเบลเทรน จากนั้นเขาก็ถามออกมา

“โอ้…เราสามารถจะจัดการเคลียบอสและค้นหาชิ้นส่วนลับได้โดยที่ไม่สูญเสียใคร…แต่ว่า…มันเป็นบอสลับที่ทำให้เราเกิดปัญหาขึ้น เราไม่ได้เตรียมพร้อมกับการปรับเปลื่ยนรูปแบบนัก …และได้สูญเสียพรรคพวกไปบางคน

“เปลื่ยนรูปแบบ?”

ไม่นานเขาก็ได้นึกย้อนกลับไปในอดีตของเขาก่อนจะหยักหน้า

‘โอ้ใช่แล้ว มันมีอะไรแบบนี้ด้วย’

เมื่อซังจินได้พบกับบอสลับครั้งแรกกลุ่มของเขาไม่มีการทำงานเป็นทีมเลยและเกือบจะถูกลบล้างออกไป เขาจำไม่ได้ว่ามันมีการเปลื่ยนแปลงอะไรบ้างเพราะว่าเขาได้ล้มมันลงไปโดยที่ไม่ได้คำนึงว่าบอสมันอยู่ในรูปแบบไหน

“มีแค่เขากับฉันเท่านั้นที่รอดอยู่”

เบลเทรนได้พูดออกมาพร้อมกับชี้ไปที่ศพที่ถูกฆ่าไปโดยซังจิน

“ในตอนแรกพวกเรา หลังจากที่เอาชนะบอสมาได้อย่างหวุดหวิด ฉันแทบจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้ในขณะนั้นเองชายคนนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยก็ได้เข้ามาโจมตีฉัน”

“ฉันคิดว่าเขาอิจฉาในผลงานของนายครึ่งหนึ่งและต้องการจะแย่งมันไป”

เบลเทรนได้ยิ้มในขณะที่ตอบกลับ

“มันอาจจะมากกว่าครึ่งซะอีก ยกเว้นในบทแรกที่ฉันพบกับนาย ฉันก็ได้รักษาอันดับที่ 1 ไว้ได้ในทุกๆรอบ”

“โอ้…มันเป็นเช่นนั้นหรอ?”

เบลเทรนได้หยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ใช่แล้ว”

ซังจินได้ตรวจสอบเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่เพียงแค่มีกระบองที่ทำมาจากหัวใจมังกร แต่ว่าเครื่องสวมใส่ของเขาทั้งตัวก็ดีเยี่ยมเช่นกัน เขาจะสามารถที่จะเติบโตได้ดียิ่งขึ้นต้องขอบคุณไอเทมและคำแนะนำของซังจิน

‘ชายคนนี้…เขากลายมาเป็นแข็งแกร่งมาก และฉันก็คิดว่าฉันสามารถจะไว้ใจเขาได้ เขามักจะปฏิบัติตนเป็นปกติตั้งแต่บทแรก’

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีคุณสมบัติที่จะกลายมาเป็นผู้ถูกเลือก

‘แต่…ฉันควรจะทำมันอย่างรอบคอบ จากนั้น…ฉันก็ควรจะให้เขาทดสอบครั้งสุดท้าย?’

ซังจินได้ตัดสินใจนั่งลงบนขอนไม้และเริ่มที่จะพูดคุยตั้งคำถาม

“แล้วนายได้จัดการทำมันได้ดีมากแค่ไหน? นี่มันเป็นครั้งแรกที่นายได้เผชิญหน้ากับฆาตกรงั้นหรอ?”

“อา เรื่องที่มันเกิดขึ้นคือ….”

ซังจินได้ซักถามกับเบลเทรนเป็นเวลานาน แผนของเขาก็คือการพูดคุยไปเรื่อยๆแล้วเปิดใช้งานดวงตาของเจรามิท โดยที่เบลเทรนไม่ทันสังเกตุ มันจะใช้เวลาที่ไม่นานนัก แต่ก็ควรที่จะให้ซังจินตรวจสอบความจริงใจของเขา

“สำหรับฉันหอคอยจอมเวทย์มันเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็แน่นอนว่าการจู่โจมทั้งหมดมันก็ยากเช่นเดียวกัน….”

ซังจินได้รอจังหวะที่จะสัมผัสไปที่ต่างหูของเขา

****

ขณะที่ซังจินกำลังพูดคุยอยู่กับเบลเทรน ฟรานซ์ก็ได้กำลังยุ่งอยู่กับการหลบขวานของอิลลิช

“วูบบบบ”

ขวานได้เฉียดเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา แล้วจากนั้นออร่าดาบสีฟ้าก็ได้ตัดผ่านริฝีปากของเขา ฟรานซ์ที่หายใจออกมาทางปากก็เริ่มที่จะพบว่าริมฝีปากของเขาได้ถูกแช่แข็งไปด้วยเช่นกัน เขาพยายามเหวี่ยงดาบอย่างยากลำบาก

“วูบบบ”

เพื่อที่จะผลักดันอิลลิชออกไป และเพียงแค่ 2-3 วินาทีหลังจากนั้น

“ฮ่าาห์”

ริมฝีปากของเขาก็ได้หยุดแข็งไปด้วยตัวเอง

‘ดาบเยือกแข็งทีไร้ตัวตน…’

ความจริงฟรานซ์ก็ไม่สามารถจะบ่นออกมาได้เพราะว่าเขานั้นก็ใช้ดาบสายฟ้าเช่นกัน แต่ว่าในบทนี้มันเกิดอยู่ในพื้นที่น้ำแข็ง ดาบของเขาจึงเสียพลังไปเมื่่อสัมผัสกับน้ำหรือหิมะ ในขณะที่ขวานของอิลลิชมีแต่จะแข็งแกร่งเมื่อเวลาผ่านไป

‘เวรเอ้ย…’

ฟรานซ์ได้สบถออกมาในขณะที่จับดาบของเขา ในตอนนี้เขาไม่สามารถจะรู้สึกถึยงขาซ้ายของเขาได้อีกต่อไป ในก่อนหน้านี้เมื่อเขาปัดขวานลงไป มันก็ได้โดนเข้าที่ขาของเขาก่อนที่เขาจะรู้ตัว

‘มันเป็นอาการฟรอสต์ไบท์?’

ฟรานซ์นั้นคิดขึ้นในขณะที่อิลลิชเริ่มเดินมาจากด้านข้างในขณะที่หรี่ตามองลงมาที่ฟรานซ์อย่างกับนักล่า เขาได้เดินไปรอบๆตามเข็งนาฬิกาโดยที่ฟรานซ์อยู่ตรงกลาง ฟรานซ์ได้ถูกยังคับให้เผชิญหน้ากับเขา

‘ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้’

แม้กระทั่งเมื่อตอนที่เขาต่อสู้กับเค

‘นี้มันเป็นวิธีที่เขาต่อสู้’

ฟรานซ์นั้นสามารถจะเดาเอาได้ว่าฟรานซ์กำลังทำอะไรอยู่ แต่เขากลับไม่สามารถที่จะอ่านใขชายเย็นชาคนนี้ได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่หนือว่าเขาจะโจมตีต่อไปอย่างไร อิลลิชได้เริ่มเปลื่ยนทิศทางและเริ่มเดินไปทางอื่น

‘เวรเอ้ย เขากำลังทำอะไร?’

ฟรานซ์ได้คิดแต่ว่าทันใดนั้นเมื่ออิลลิชพุ่งเข้ามาใส่เขา ฟรายซ์ก็ได้รีบเหวี่ยงดาบในมือ ข้อดีประการหนึ่งของเขาก็คคือมีระยะถึงก่อนขวาน

เริ่มต้นจากการโจมตีในครั้งแรกนั้นมันเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ ฟรานซ์ได้เล็งไปที่ร่างของอิลลิชและเหวี่งดาบไปตามทางแนวนอน แต่อิลลิชก็ได้ย่อตัวลงไปยังจุดที่ถึงขนาดราบไปกับพื้นดิน

“วูบบบบบ”

ฟรานซ์ได้แกว่งดาบพลาดและกว้างขึ้น ครู่หนึ่งเขาก็คิดออะมา

‘โอ้ ไม่นะ’

แต่แล้วจากนั้นขวานของอิลลิชก็ไม่ได้มาต่อ

“วูบบบ”

ฟรานซ์ได้แก้ไขท่าทางของเขาใน๘ระที่จ้องไปที่อิลลิช

‘เกิดอะไรขึ้น?’

เขาได้เปิดจุดอ่อนสำคัญ แต่ว่าอิลลิชก็ไม่ได้เข้าโจมตี อิลลิชนั้นจะไม่ได้รับอนุญาติให้ทำความผิดพลาดธรรมดาเกิดขึ้นอีกแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงนี้มันก็เป็นโอกาสของฟรานซ์ ฟรานซ์นะเนพร้อมที่จะทุบอิลลิชที่ยังคนยืนอยู่บนพื่น แต่ว่าขาซ้ายของเขาก็ไม่ขยับตัวแล้ว

‘อะไร?’

เมื่อฟรานซ์ได้มองลมมาที่เท้าของเขา เขาก็ได้ตระหนักว่าอิลลิชได้ได้ทำพลาด หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งออร่าดาบสีดาบมันไม่ได้พลาด มันได้โดนเข้าไปที่ขาซ้ายของเขาเป็นครั้งที่สอง

ขาของเขาก็ขยับไม่ค่อยได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังเหตุเห็นมันเมื่อมันเป็นอัมพาส เมื่ออิลลิชได้เดินตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา เขาก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าขาของเขาดีหรือไม่

ฟรานซ์นั้นไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดันนั้นเขาจึงลากขาที่ไม่ไหวติงของเขาถอยกลับ ในขณะเดียวกันอิลลิชก็ยื่นขึ้นมาจากการนอน

ฟรานซ์เริ่มที่จะหวาดกลัวเกี่ยวกับชีวิตของเขา อิลลิชนั้นเป็นสุดยอดทั้งการต่อสู้ทั้งด้านพลังและจิตใจ ฟรานซ?นั้นรู้สึกกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซังจิน แต่ว่าความกลัวดังกล่าวนี้แตกต่างในเรื่องของความแข็งแกร่ง ความกลัวกลัวที่เขานั้นได้รู้สึกจากอิลลิชก็คือคล้ายกับการดูหนังวิทยาศาสตร์ที่เห็นสงความไร้เหตุผลและไร้ความปราณี

เขาไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ แต่รู้สึกว่ามันมีความจำเป็นื่จะต้องขอความช่วยเหลือจากเค ฟรานซ?นั้นเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจ แต่ว่าการไหลของสนามรบมันเกิดที่เขาจะควบคุมไว้ได้อีกแล้ง เขาได้นึกขึ้นกับตัวเองในขณะที่มองไปที่อิลลิชที่ไกล้เข้ามา

‘ฉันอาจจะสูญเสียในอัตรานี้ เขาจะต้องฆ่าฉันโดยที่ไม่แม้แต่จะกระพิบตา’

****

“ดังนั้นายจึงไม่เคยเป็นฆาตกรมาก่อน?”

“แน่นอน”

มันเป็นความคิดที่ไหลเข้าไปในหัวของซังจิน

‘มันมีเรื่องแปลกบางอย่างที่จะถาม’

“ฉันต้องการที่จะให้นักล่าทั้งหมดทำงานร่วมมือกันและยุติการจู่โจมทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าฉันเข้าใจว่ามันมีฆาตกรอยู่ทั่วทุกสถานที่…”

‘ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงถามฉันเช่นนี้…แต่ฉันจะต้องตอบคำตอบที่ถูกต้องออกไป ชายคนนี้เขามีศักยภาพที่จะช่วยมนุษยชาติได้ดังนั้นฉันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะช่วยเหลือเขา’

ซังจินที่ได้ยินเสียงความคิดของเบลเทรนและทันใดนั้นเขาก็พูด

“เบลเทรนผ่าน”

“เอ๊ะ? ผ่าน?”

“ใช่แล้ว ผ่าน”

“ฉันผ่านอะไรหรอ?”

ซังจินได้หยิบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาและโชว์ให้เขาดู

“นายจะรู้มันในเร็วๆนี้”

“ขอประทานโทษนะ?”

“นายเชื่อในตัวฉัน ใช่ไหม?”

“ใช่….แน่นอน”

“ถ้างั้นก็โปรดอนุญาติให้ฉัน”

และในรูปแบบเดียวกันที่เขาได้ทำกับผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ เขาก็ได้ทำการล้างบาปให้กับเบลเทรน หลังจากนั้นไม่นานก็มีข้อมูลของผู้ถูกเลือกขึ้นมา

“พระเจ้า 20% ของสเตตัสปัจจุบันของนายได้รับโบนัสพิเศษจากของฉัน”

“ใช่แล้ว และ…”

แต่จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้มาขัดขวางเขาด้วยการประกาศออกมา

[เวลาได้ผ่านไป 10 นาทีแล้วหลังจากมาถึงที่นี่]

ซังจินได้หยุดตนเองอยู่กับที่ เขายังคงมีหินแสวงหาฆาตกรอยู่อีกชิ้นที่จะต้องใช้ ซังจินจึงพูดกับเบลเทรน

“ถ้าหากว่านายเปิดหน้าต่างสถานะนายก็จะเข้าใจ ฉายานี้มันใช้งานเพียงแค่ครึ่งเดียวนะ ในส่วนของรายละเอียดที่เหลือ ฉันจะพบกับนายในตอบอาหารค้ำและฉันก็จะมีบางสิ่งบางงอย่างที่จะต้องทำ

“อ่า…โอเค”

เขาปล่อยให้เบลเทรนสับสนอยู่ที่ทางด้านหลัง

“แสวงหาความยุติธรรม”

ซังจินได้ย้ายมิติไปอีกครั้งหนึ่ง

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนนี้ตอนล่าสุดในกลุ่มลับตามอิ้งแล้วครับ

Facebook Comment