+100%-

Chapter 129 – Kariharan Frostplains (8)

Chapter 129 – Kariharan Frostplains (8)

‘เคร๊ง’

การต่อสู้มันได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อดาบของฟรานซ์ได้ถูกป้องกันโดยโล่ของอิลลิช อิลลิชได้เหวี่ยงขวานของเขาในขณะที่ป้องกันดาบ ฟรานซ์ก็ได้บิดข้อมืออกไปเพื่อขยับดาบไปเพื่อนกันขวาน

‘เคร๊งงงง’

มีเสียงดังเกิดขึ้นเมื่อขวานและดาบเข้าปะทะกัน แต่ว่าการโจมตีของอิลลิชก็ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อขวานและดาบชนกันเขาก็ได้ขยับตัวเข้าหาฟรานซ์และพยายามจะฟาดฟรานซ์ด้วยโล่ของเขา ฟรานซ์จึงป้องกันโล่โดยการใช้ดาบจับกันไว้

‘ครืดดด’

ร่างกายของเขาถูกผลักออกไปเมื่อป้องกันการโจมตี มีระยะห่างได้เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาและพวกเขาก็ได้เฝ้าดูกันชั่วคราวก่อนจะขยับต่อ

ตอนนี้ฟรานซ์นั้นคิดว่า ‘เขาเป็นคนที่น่าอัศจรรย์จริงๆ’

ฟรานซ์ได้รู้ถึงสิ่งนี้หลังจากที่ได้ปะทะกับเขามากกว่าหนึ่งครั้ง และชายคนนี้ก็แข็งแกร่ง

เมื่อเปรียบเทียบด้านวิธีการใช้อาวุธ มันเร็วมาก อิลลิชสามารถจะต่อสู้กับเขาได้แม้ว่าเขาจะมีฉายาผู้ถูกเลือกอยู่

‘ถ้าฉันไม่มีฉายานี้ ฉันก็คงจะต่อต้านเขาไม่ได้เลย’

ในขณะที่ฟรานซ์กำลังคิดสิ่งนี้

‘วูบบบ’

อิลลิชพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกับโล่ที่ด้านหน้า ฟรานซ์กำลังจะหลบไปทางด้านขวาและโจมตีสวนกลับอิลลิชไป แต่ว่าในขณะนั้นเอง อิลลิชก็ได้หมุนไปรอบๆและเหวี่ยงขวานโดยไม่มอง มันเป็นการตอบโต้การเคลื่อนไหวของเขาและมันไม่สามารถจะหลบเลี่ยงไปได้ ฟรานซ์ได้เหวี่ยงดาบสวนมันไป เขาได้พยายามอย่างมากที่จะสวนกลับไปให้โดนเป้าหมาย

‘ฉึก’

‘ฉึกก’

ขวานของอิลลิชได้ปักลงไปที่เกราะไหล่ของฟรานซ์และในขณะเดียวกันดาบของฟรานซ์ก็ได้เฉียดขาอ่อนของอิลลิช

“อั๊ก”

“อึก..”

แต่ละคนได้ถอยออกห่างจากกันอีกครั้งราวกับว่าพวกเขาได้ตกลงกันไว้ก่อน ทั้งสองคนได้ยินเสียงลูกบาศก์ประกาศออกมา

[คุณได้โจมตีเพื่อนร่วมทีม กำลังเข้าสู่สถานะฆาตกร]

[นักล่าาในสถานะฆาตกรจะได้รับโทษลดรางวัลการจู่โจมลง 10 %]

[และในกรณีที่ฆาตกรถูกสังหารโดยนักล่าคนอื่น]

[มันจะไม่สร้างสถานะฆาตกรให้กับคนที่ฆ่า]

มันเหมือนกับการประชดฟรานซ์ซึ่งตอนนี้ได้กลายไปเป็นสิ่งที่เค้าเกลียดมาก แต่ฟรานซ์ในตอนนี้ก็ได้ตัดสินใจที่จะเป็นมันเพราะความชั่วของอิลลิช ไม่ว่าฟรานซ์จะกลายไปเป็นฆาตกรหรือไม่ก็ตาม เขาก็จะยังคงต้องการที่จะลบอิลลิชออกไปอยู่ดี มันคือสิ่งที่จำเป็นและเขาก็ต้องการ

“โอ้วววว ฮ้่า”

ฟรานซ์ได้ยกดาบขึ้นและตะโกนออกมา

“อิเร็คโตร”

ไฟฟ้าได้เริ่มที่จะไหลออกมาจากถุงมือของเขาและไหลลงไปบนใบมีด

‘ซีสสส ซีสสส’

อิลลิชได้จ้องมองไปที่ฟรานซ์ ฟรานซืนั้นไม่สามารถจะปล่อยโอกาสให้อิลลิชได้วิเคราะหฺและเมื่อเขารู้ว่าดาบของเขาเก็บพลังงานได้เต็ม เขาก็พุ่งไปทางอิลลิชและเหวี่ยงดาบเข้าใส่อิลลิชโดยหวังว่าอิลลิชจะป้องกันมันด้วยโล่

แต่อิลลิชได้เลือกที่จะหลบแทนที่จะใช้โล่ป้องกันมัน เขาจะต้องมีสัญชาตญาณที่รู้สึกว่าไม่ควรที่จะป้องกันมันด้วยโล่ ฟรานซ์ได้กัดปากของเขา การตัดสินใจอย่างสงบและละเอียดถี่ถ้วนนั้นเป็นสิ่งที่อิลลิชนั้นทำได้ดีที่สุด ฟรานซ์นั้นพยายามจะจับตัวเขา แต่อิลลิก็ยื่นมืออกมาและใช้เวทย์เพื่อผลักเขาออกไป

“ผลักดันศัตรูข้า ลมกรรโชก”

ฟรานซ์ได้ลอยตัวขึ้นไปและใช้ดาบปักพื้นเพื่อหยุดเมื่อถึงพื้น แต่เมื่อในตอนที่เขาได้ลมมาถึงพื้นดาบของเขาก็ได้สัมผัสกับหิมะบนพื้นรอบๆ

เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาใช้สายฟ้าได้นั้นเนื่องจากถุงมือของเขาและคุณสมบัติในการนำไฟฟ้า เขาได้ยกดาบขึ้นมาแต่แล้วเขาก็ได้สังเกตุเห็นว่าพลังงานที่อยู่ในดาบของเขามันได้ลดลง แนวโน้มที่มันหายไปนั้นน่าจะมาจากหิมะและน้ำ ฟรานซ์ได้จ้องมองไปที่อิลลิช

‘เขาได้คำนวณเรื่องนี้ด้วยหรือไม่?’

ในขณะนั้นเอง อิลลิชได้มองไปที่ดาบและพูดออกมา

“พลังแห่งสายฟ้า น่าสนใจนี่ ถ้านั้นฉันก็จะเตรียมตัวเองเช่นกัน”

เขาได้ถือขวานเอาไว้และพูดออกมา

“แฟนท่อม เอสท์”

ขวานของเขาได้เปล่งแสงอ่อร่าสีฟันอันลึกลับและน่ากลัวออกมา

‘นั่นอะไรน่ะ?’

ฟรานซ์ได้คิดขึ้น แต่วว่าอิลลิชก็ได้วิ่งมาหาเขาทันที ฟรานซ์ได้ตั้งท่าป้องกันในทันทีเพื่อที่จะทดสอบดูผลของความที่มีออร่าสีฟ้า เขาได้ป้องกันขวานที่พุ่งเข้ามาด้วยดาบ

“เคร๊งง”

มันเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์แบบโดยที่ใช้ด้านกว้างของดาบในการป้องกัน แต่ว่าออร่าสีฟ้าของขวานก็ได้ผ่านเข้ามา ฟรานซ์นั้นไม่ได้คิดอะไรมากเพราะมันดูไม่น่าจะมีอะไร แต่ว่าเมื่อมันได้สัมผัสกับนิ้วของ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดและร้องออกมา

“อ้ากกก…”

ฟรานซ์ได้โดยถอยไป เขาแทบจะถือดาบเอาไว้ไม่อยู่ นิ้วของเขามันรู้สึกราวกับถูกไฟไหม้จากออร่าสีฟ้า

‘อะไร? ไฟ?’

อิลลิชไม่ได้ให้เวลาฟรานซ์คิดมากนัก เขาได้เหวี่ยงขวานตามมาอย่างต่อเนื่อง ทุกๆครั้งที่เขาเหวี่ยงขวาน มันจะมีออร่าสีน้ำเงินที่คล้ายๆกันบินออกมาผ่านอากาศและปล่อยเสียงที่อันตรายออกมา

“ฟูววว ฟูววว”

เช่นเดียวกับที่อิลลิชได้ทำเอาไว้ในก่อนหน้านี้ ฟรานซ์นั้นได้ทุ่มเทที่จะหลบออร่าเหล่านั้นมากกว่าการป้องกันด้วยดาบซะอีก

‘มันคือออร่าดาบที่อันตราย เราจะต้องหลบมันไปจนกว่ามันจะหายไป’

แต่ละคนนั้นจะมีระยะใช้เวลาของทักษะที่จำกัด ฟรานซ์ตัดสินใจที่จะดึงการต่อสู้ออกไปจนกว่าทักษะใช้งานจะหมดลง พวกเขาทั้งสองคนนั้นมีความเร็วที่ใกล้เคียงกัน ฟรานซ์ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะถอยออกไป ในขณะที่เขาเห็นอิลลิชกำลังแกว่งขวานของเขา เขาก็ได้หลบมันโดยการก้มลง แต่ว่าเมื่อเขามองขึ้นไปเขาก็เห็นว่าอิลลิชได้ใช้โมเมนตั้มในการหมุนรอบและโจมตีเขาด้วยโล่ทางซ้ายมือ

ฟรานซ์ที่ได้มุ่งมั่นกับการหลบคมขวานได้ถูกโล่กระแทกจนล้มลง

“ตูมม”

“อั๊ก”

อิลลิชไม่ยอมที่จะเสียโอกาสนี้ไปและกระโดดลงไปที่ฟรานซ์ขณะที่ถือขวานไว้ ฟรานซ์นั้นไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหลือไปจากการป้องกันการโจมตีที่พุ่งเข้ามา

“เคร๊ง”

เขาสามารถที่จะมองเห็นออร่าสีฟ้าที่ผ่านเข้ามาจากดาบได้และในที่สุดเขาก็สามารถจะรู้ได้ว่ามันคืออะไร เขาสามารถจะรู้ได้เมื่อเขาได้สูดอากาศหนาวเข้าไปในขณธที่กำลังต่อสู้กับอิลลิช

‘นี่มัน….มันเหมือนกับการโจมตีที่แม่มดน้ำแข็งเคยใช้’

ความเจ็ฐปวดที่เขารู้สึกมันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกเผาแต่เป็นการแช่แข็ง

‘โอ้ ไม่นะ’

“ตาย!!!”

อิลลิชได้ผลักดันฟรานซ์โดยที่เพิ่มแรงลงไปที่ขวานมากขึ้น ขอบของไอเย็นได้เริ่มลงไปจนถึงจมูกของฟรานซ์

****

ซังจินได้มองไปรอบๆตัวเขา

“หืมมมม…”

มิติที่สี่นี่มันว่างเปล่า มันมีเพียงแค่ศพของแม่มดน้ำแข็งเท่านั้น ไม่มีศพของนักล่าหรือเสียงการต่อสู้เลย นั่นหมายความว่าฆาตกรของมิตินี้จะต้องอยู้ข้างนอกพระราชวังแน่ๆ ใบหน้าของซังจินได้เซ็งขึ้นมาในทำไม

‘เวรเอ้ย…ฉันได้มาในมิติที่น่ารำคาญ’

มันมีเวลาเพียง 40 นาทีก่อนที่การจู่โจมจะสิ้นสุดและเขาจะต้องเข้าไปล่าฆาตกรจากอีกมิติหนึ่งโดยใช่หินแสวงหาฆาตกรก้อนสุดท้าย ซังจินได้ปีนขึ้นไปบนหลัคาและเห็นว่าชิ้นส่วนลับของที่นี่มันได้หายไป

‘โห่…เยี่ยม เขามองเห็นเจ้าสิ่งนี้?’

ชิ้นส่วนลับชิ้นนี้มันไม่ได้ถูกซ่อนจริงๆ มันได้ถูกทำเอาไว้ให้เหมือนกับเครื่องประดับพระราชวังซะมากกว่าซึ่งซังจินก็ได้พบกับมันอย่างโชคดี แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องยากที่จะหามันพล การที่พบกับสิ่งนี้มันจะต้องมีนักล่าที่มีความสามารถมากในทีม

‘ถ้างั้นฉันก็สงสัยว่านี่ก็อาจจะเป็น…’

ซังจินได้มองไปในความมืดผ่านวิสัยทัศน์ของเบสโกโร่ เขาสามารถจะเห็นศพของเยติและเสือเขี้ยวดาบอยู่ที่ด้านหลังของพระราชวัง

“มันจะต้องไปในทางนั้น”

เขาได้มองออกไปไกลและได้พบกับแขนขานับไม่ถ้วนที่ถูกตัดออกไปตามแนวน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยเลือด

‘…พวกเขาฆ่าบอสลับ?’

ซังจินได้กระโดนลงไป สไลไปตามด้านข้างของพระราชวัง จากนั้นก็กระโดดอีกครั้งหนึ่งเมื่อไปได้ถึงครึ่งทาง แม้ว่ากางเกงมันจะมีขนาดที่เล็กมา แต่การสวมใส่มันก็มีทักษะติดตัวที่ช่วยลบความเสียหายส่วนใหญ่จากการตกจากที่สูง ทันทีที่เขาถึงพื้นเขาก็ใช้สวิฟพาววิ่งไปตามที่ราบทันที

‘ถ้าพวกเขาสามารถจะหาชิ้นส่วนลับและฆ่าบอสลับได้ แน่นอนว่าทีมนี้จะต้องแข็งแกร่ง’

ซังจินได้คิดขึ้นมา เขาได้ยินเสียงรอบๆบริเวณที่ได้พบกับซากของบอสลับ

‘ฉันเกือบจะถึงแล้ว’

ซังจินได้เอามูนสเปคและอาเทอร์มิโอออกมา เนื่องจากว่าทั้งสองเล่มนี้มีความหลากหลายในเป้าหมาย เมื่อเขาได้เดินผ่านศพของบอสลับเขาก็ต้องพบกันความประหลาดใจ มันเป็นเพราะว่ามันมีใบหน้าที่เขาขึ้นเคยในกลุ่มนี้ ซังจินได้พูดชื่อของเขาออกมา

“เบลเทรน?”

ชายที่ต่อสู้กับฆาตกรอยู่ก็คือเบลเทรน เขาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวดำที่ซังจินพบกับเขาในการจู่โจมแรก แต่ว่าในตอนนี้ตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือด จนแทบจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีของฆาตกรได้ ซังจินได้วิ่งเข้าไปทางเขาโดยไม่ลังเลเลย เบลเทรนนั้นกำลังถูกคุมคามโดยฆาตกรที่ใช้หอก การโจมตีจากระยะใกล้

“หยุดเถอะพวก นายคิดว่านายจะสามารถจะต่อต้านไปได้อีก 40 นาทีงั้นหรอ?”

แต่ว่ามันก็ใช้เวลาไม่เกิน 4 วินาทีเพื่อนที่จะหยุดการจู่โจมนี้

“เคร๊ง”

ซังจินได้ปัดหอกออกไปด้านข้าง

“ฉึบ”

ตัดข้อมือออก

“ปึก”

และเตะเข้าไปที่ลำตัว

“กั๊ก…”

เขาไม่สามารถแม้แต่จะตะโกนออกมาได้อย่างถูกต้องเมื่อสวนตัวของเขาได้ถูกเตะอย่างเต็มแรง และกลายเป็นเป็นติดอยู่ในหิมะ ซังจินได้เดินเข้าไปหาเข้าก่อนที่จะฆ่าเขาครงนั้น

“คุ…”

ซังจินได้หันหน้ากลับไปมองเบลเทรน แม้ว่ามันจะมีไอเทมตกอยู่จากฆาตกรสองชิ้น เบลเทรนได้จ้องมองและกระพริบตาอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ใหม่นี้ เขาจะรู้ว่าผู้พิพากษานี้เป็นใครหลังจากที่ถอดหมวกออก

“นายคือ…สุดยอดนักล่าเค”

เบลเทรนได้เข้ามาหาซังจินแม้ว่าเขาจะสูญเสียเลือดและคว้าเข้าไปที่ข้อมือของเขา

“มันเยี่ยมมากที่ได้เจอนายอีกครั้ง สุดยอดนักล่าเคนายยังจำสิ่งที่พูดเอาไว้ในตอนที่เจอกันครั้งนั้นได้ไหม? ที่ว่าพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการได้พบกับคนที่คุ้นเคยในการจู่โจมก่อนๆมันจะเป็นสิ่งที่น่ายินดีแค่ไหน ซังจินก็รู้สึกมีความสุขเช่นกัน

“มันเยี่ยมมากที่นายยังมีชีวิตอยู่ เยี่ยมมากๆ

Facebook Comment