+100%-

บทที่ 193 ตื่นเต้น

บทที่ 193 ตื่นเต้น

 

ในป่าศิลาดำ

เหอซิงเหมิน ชะงักลืมตาขึ้น หลังจากมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง แล้วนางก็ถามออกมา ” เจ้าพูดเรื่องอะไร ? ”

” ข้าคิดว่า ตอนนี้เราถูกอสูรเผ่าเกล็ดดำล้อมแล้ว ” ฉื่อหยานยืนขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ” อย่างน้อยพวกมันสามสิบตัวตอนนี้กำลังอยู่ห่างจากเราสามร้อยเมตร มีพวกมันสี่ตัวอยู่ในระดับปฐพี”

” เจ้าอย่ามาล้อข้าเล่นหน่า ” เหอซิงเหมิน ขมวดคิ้วเข้าหากัน และดูเหมือนจะไม่เชื่อ ในเวลาเดียวกัน นางก็ปล่อยพลังวิญญาณของนางออกไป และขยายกว้างออกไปสามร้อยเมตร

พลังวิญญานของนางกวาดไปทั่ว แต่ก็ไม่สามารถสัมพัสได้ถึงตัวตนของสิ่งมีชีวิตใดๆเลย

เหอซิงเหมิน ค่อนข้างจะอารมณ์เสีย นางถอนหายใจ และมองฉื่อหยาน ” ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นี่เจ้าแกล้งข้าอยู่รึ ? ”

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ และเริ่มส่งพลังวิญญานเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญานเพื่อสัมพัสอีกครั้ง

หลังจากใช้ไข่มุกรวมวิญญานสังเกตอีกครั้ง เขาพบว่าอสูรเกล็ดดำทั้งสามสิบตัวยังอยู่ และมันก็กำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ฉื่อหยานคอดตาลง แล้วเขาก็ตระกหนักได้ว่า พลังวิญญานของเหอซิงเหมินคงจะไม่สามารถสัมพัสถึงตัวตนของพวกมันได้แน่นอน

ตอนกลางคืน เผ่าเกล็ดดำจะปกปิดตัวตนของมันและลดความเข้มข้นของพลังวิญญานลง

แม้ว่าเหอซิงเหมิน จะอยู่ในระดับปฐพี แต่นางก็ไม่มีไข่มุกรวมวิญญาน ดังนั้นนางจึงไม่สามารถสัมผัสพวกอสูรเหล่านั้นได้.

” พวกมันกำลังเข้ามาใกล้เรามากขึ้นเรื่อยๆ . ” ฉื่อหยานกล่าวอย่างจริงจัง ” ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถสัมพัสถึงมันได้ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีตัวตน ! ”

” อย่างงั้นรึ ” .

เหอซิงเหมินรู้สึกแย่นางหลับตาลงและยืนอยู่นิ่งๆ

นางนั้นอยู่ในระดับปฐพี นางจึงเชื่อว่า พลังวิญญาณของนางนั่นเฉียบคมกว่าฉื่อหยานแน่นอน . แต่ทำไมฉื่อหยานถึงสัมพัสได้ถึงพวกมัน แต่นางไม่สามารถสัมพัสได้

เหอซิงเหมิน ไม่ได้จริงจังอะไร นางคิดว่าฉื่อหยานกำลังพูดล้อเล่น

ฉื่อหยานดูจริงจังมาก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และเดินไปที่ราชสีห์วายุอัศนีช้าๆ

เหอซิงเหมิน ยังคงปิดตาของนางอยู่และนางยังคงรู้สึกไปที่การเคลื่อนไหวของฉื่อหยาน . แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก และนางก็แอบบ่นอยู่ในใจว่าตระกูลหยางไม่น่าส่งฉื่อหยานมาที่นี่เลยเชียว

” บูม ! ”

ทันใดนั้น ฉื่อหยานก็ชกไปที่ราชสีห์วายุอัศนี ทำให้สิงโตรำคาญและลุกขึ้นยืนทันที

” โฮกกกกกกก ! ”

ราชสีห์วายุอัศนีที่โดนเช่นนั้นก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ แววตาของมันกลายเป็นดุร้าย

” เจ้าบ้าไปแล้วรึ ? ”

เหอซิงเหมิน ตะโกนและลุกขึ้นจ้องมองไปที่ฉื่อหยานด้วยความโกรธ ” เจ้ามีปัญหาอะไร ? ทำไมต้องลงมือกับราชสีห์วายุอัศนีด้วย ? เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วงันรึ ”

” ไปก่อน ! ”

ฉื่อหยานก็อุ้มเหอซิงเหมิน เข้าในอ้อมแขนของเขา และกระโดดขึ้นไปบนหลังของราชสีห์วายุอัศนี

” ปล่อยข้านะ ! ”

เหอซิงเหมิน เดือดดาลเป็นอย่างมากและ นางระเบิดพลังออกมาจากร่างกายของนาง

ภายใต้พลังเหล่านี้ ฉื่อหยานรู้สึกราวกับว่าเขากำลังโอบอุ้มลูกโป้งที่กำลังจะระเบิด ก่อนที่เขาจะได้เรียกใช้จิตวิญญานกายาแข็ง เขาก็ถูกผลักให้ถอยกลับไปสองสามก้าวด้วยพลังของเหอซิงเหมินบนหลังของราชสีห์วายุอัศนีที่กำลังโกรธ

แม้ว่าเหอซิงเหมินจะสลัดออกไปได้ แต่นางก็ยังคงโกรธอยู่ ” ฉื่อหยาน เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้างั้นรึ ? ”

” หนีเร็วเข้า ! ! ! ”

ฉื่อหยานตะโกนออกมา พร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาและปล่อยผนึกออกไปเจ็ดดวง

” ปัง ปัง ! ”

ผนึกแห่งชีวิตพุ่งเข้าไปในพื้นที่มืดมิดที่อยู่ด้านซ้าย

พื้นที่ที่มืดมิดกลายเป็นบิดเบี้ยวและเกิดระเบิดขึ้น จู่ๆเงามืดที่คล้ายกับร่างของสิ่งมีชีวิตก็ปรากฏขึ้นหลายร่าง

เผ่าเกล็ดดำ !

พวกมันเหล่านั้นมีเกล็ดสีดำ สูงประมาณสามเมตร แข็งแกร่งและปล่อยกลิ่นอายที่เป็นอันตรายออกมา .

พวกมันทั้งหกตัวมองมาด้วยดวงตาสีเขียวเข้มที่ดุร้าย

การพรางตัวของพวกหยุดชะงักลงด้วยพลังของผนึกที่ระเบิดขึ้นในความมิด ทำให้พวกมันพุ่งมาที่ฉื่อหยานด้วยความรวดเร็ว

” อ้า ! ”

เหอซิงเหมิน ตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ แล้วจ้องมองไปที่อสูรทั้งหกตัวที่กำลังเข้ามาใกล้ ด้วยความตื่นเต้น นางก็กล่าวว่า : ” มีพวกอสูรจริงๆด้วย ฮ่าฮ่า ตอนนี้เราไม่ต้องไปตามหาพวกมันแล้ว ”

” ไป ! ” ฉื่อตะโกนออกมา

ต่อมาเหอซิงเหมินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

” เจ้าราชสีห์ ไปได้แล้ว ! ” นางนิ่งอยู่สักครู่ จากนั่นก็แตะไปที่ราชสีห์ที่กำลังหงุดหงิด

ราชสีห์วายุอัศนีก็บินขึ้นบนฟ้าทันที

เหอซิงเหมินนั่งอยู่บนหลังราชสีห์วายุอัศนี นางก้มลงมองไปที่ป่าศิลาดำ และพบบางเงาบางอย่างยืนอยู่เฉยๆในป่าที่มืดมินนั่น

นางนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมถึงมีอสูรเผล่าเกล็ดดำซ่อนตัวอยู่ในป่านั่นมากมาย

เหอซิงเหมิน จ้องมองสักพักก็เริ่มรู้สึกกังวลกับภาพที่เห็น

ถ้าฉื่อหยานไม่พบว่ามีพวกอสูรอยู่ก่อน และเตรียมราชสีห์วายุอัศนีให้พร้อมหนีไว้ พวกเขาอาจจะถูกจับโดยอสูรเผ่าเกล็ดดำพวกนั่นแล้ว

แม้ว่าราชสีห์วายุอัศนีจะเป็นสัตว์อสูรระดับหก แต่ถ้ามันถูกล้อมโดยยอดฝีมือของอสูรเผ่าเกล็ดดำ มันก็ไม่ง่ายที่จะรับมือไหว ที่พวกอสูรเหล่านั้นกล้าเข้ามาก็เพราะว่าพวกมันมั่นใจแล้วว่าพวกมันสามารถรับมือได้

 

เหอซิงเหมินเมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ตกใจ

หลังจากนั้น นางก็มองฉื่อหยานที่อยู่ข้างๆ นาง ” เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าพวกมันเข้ามาใกล้แล้ว ? ”

ฉื่อหยานมองไปอย่างเฉยชาแล้วเขาก็ตอบ เหอซิงเหมิน ” ข้าก็มีวิธีของข้า ”

” ครั้งต่อไป เจ้าก็ยังสัมพัสถึงมันได้ใช่หรือไม่ ? ” เหอซิงเหมิน ดวงตาของนางก็กระพริบตา

” ข้าสัมพัสถึงพวกมันได้หากพวกมันอยู่ไม่ไกลเกินกว่าห้าร้อยเมตร ” ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้า” พวกมันชำนาญเรื่องการพรางตัว เมื่อพวกมันพรางตัวแล้วคนทั่วจะไม่สามารถสัมพัสได้่ ที่ข้าสัมพัสถึงพวกมันได้ก็เพราะข้าใช้สมบัติช่วยเหลือ ” .

” ก็คงเป็นเพราะสมบัตินั่นแหละ . ” เหอซิงเหมินก็พูด ” สัมพัสจะไม่เฉียบคมเช่นนั้นแน่ หากไม่ใช้สมบัติเข้าช่วย”

ฉื่อหยาน ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และพยักหน้า ” ถูกต้อง ”

” จากนี้ไป เจ้าต้องอยู่กับข้า ถ้าเกิดการต่อสู้กับพวกอสูรขึ้น . เจ้าไม่ต้องทำอะไร เพียงแต่ใช้สมบัตินั่นค้นหาพวกมันก็พอ . ” เหอซิงเหมิน คิดอยู่ชั่วขณะและพูดแนะนำ

หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันดีๆ

” อืม ” ฉื่อหยานตอบเรียบๆ

” ตอนนี้ เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพวกมันจะมุ่งหน้าไปที่ได้ ” เหอซิงเหมิน ยืนหัวของนางก้มลงไปดูป่าศิลาดำ ด้านล่าง และควบคุมให้ราชสีห์วายุอัศนีบินต่ำลง

ฉื่อหยานส่งพลังวิญญาณของเขาเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญานอีกครั้ง และหลับตาลงเพื่อสัมพัสออกไป

ในไม่ช้าเขาก็ลืมตาขึ้น และชี้ไปที่ยอดเขาสีดำที่สูงที่สุด ” พวกอสูรกำลังไปที่นั่น”

” ตกลง ที่นั่นสินะ ” เหอซิงเหมินก็พยักหน้า ” เป้าหมายของเราพรุ้งนี้คือ ภูเขากำเนิดแร่ทองแดงจุดดำ ”

” เราค่อยไปกันพรุ้งนี้ วันนี้ดึกมากแล้ว อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า ” ฉื่อหยาน แนะนำ

” ตกลง ” เหอซิงเหมิน คิดสักพัก ” ห้ามพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้กับหลินหนานเด็ดขาดเลยนะ ”

” ทำไมรึ ? ”

” เรามาครั้งนี้ก็เพื่อกวาดล้างพวกอสูร . เฉินอี้ตาน เผิงเพ่ย , ฉือยู่ป๋าย และข้าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มการกวาดล้างอสูรครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการทดสอบลำดับความสามารถของพวกเรา คนที่มีผลงานดีเด่นมากที่สุดในครั้งนี้ จะได้รับตำแหน่งที่สูงที่สุด ข้ากำลังแข่งขันอยู่กับ เฉินอี้ตาน . ข้าต้องชนะนางเท่านั้น ! ” เหอซิงเหมิน อธิบาย

ฉื่อหยาน ก็ตกใจ แล้วพยักหน้า ” ไม่ต้องห่วง ”

ขณะที่ราชสีห์วายุอัศนีบินขึ้นมาบนยอดเขา ฉื่อหยาน ก็พบกับผู้คนที่กำลังพักผ่อนด้วยดวงตาที่ปิดสนิท

ฉือยู่ป๋าย ที่ยืนอยู่ข้างหลังก้อนหินสีดำ เขาก็ชายตามองมาที่ฉื่อหยานอย่างเฉยเมยและบึ้งตึง แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง

” ซิงเหมินเจ้าพบอะไรบ้าง ? ” หลินหนานยิ้มและถามไปออกมาเรียบๆ

” ไม่พบอะไรเลย ” เหอซิงเหมิน ยิ้มตอบ ” แต่เราต้องระวังให้มาก ในวันพรุ่งนี้ เราอาจจะเจอกับพวกอสูรในเหมืองแร่ก็เป็นได้ ”

” ถูกต้อง พวกมันส่วนมากน่าจะอยู่ในเหมืองแน่ ซิงเหมินพักผ่อนให้มากสะ พวกเราจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ .

“รับทราบ. พี่สาวหนาน .

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลินหนานก็เริ่มกระตุ้นเหล่าผู้คนในตอนเช้า นางบอกให้ เหอซิงเหมิน เฉินอี๋ตาน เผิงเพ่ย , และ ฉือยู่ป๋ายเตรียมตัวให้พร้อม

เหอซิงเหมิน และรุ่นเยาว์อีกสามคนของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ต่างก็เป็นยอดฝีมือ ดังนั้นพวกเขาแต่ละคนจึงมีนักรบระดับหายจะเจ็ดหรือแปดคนอยู่ภายใต้คำสั่งของพวกเขา

” ฉื่อหยาน มีเส้นทางมากมายที่ไปยังเหมือง ดังนั้น เราจึงจะแยกกันไปเป็นกลุ่ม เมื่อเราเข้าไปในเหมือง แล้วกลุ่มใดพบเจอสิ่งผิดปกติ ก็ให้ส่งข้อความบอกกับกลุ่มที่เหลือพวกรวมตัวกันก่อน เช่นนั้นเจ้าจะไปกับกลุ่มใดรึ ? ” หลินหนานถาม

” น้องชาย ไปกับข้าสิ กลุ่มของข้าแข็งแกร่งมาก เจ้าจะปลอดภัยแน่นอน ” ฉือยู่ป๋าย เป็นคนชวนคนแรก

แต่ ฉื่อหยานก็ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม

” เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ ? ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ” เฉินอี๋ตาน แกล้งทำเป็นหวังดี แค่วนางก็แอบหวังว่า ฉื่อหยานจะปฏิเสธข้อเสนอนี่

” เราเป็นสหายกันมาก่อน เมื่อคืนเราได้ตัดสินใจแล้วว่า เราจะไปด้วยกัน” เหอซิงเหมิน กล่าวเบาๆ

” อืม ” ฉื่อหยานตอบกลับ .

” ตามที่เจ้าต้องการ ” หลินหนานพยักหน้าและยิ้มให้เหอซิงเหมิน ” ฉื่อหยานนั้นมาจากตระกูลหยาง ดังนั้นเจ้าต้องปกป้องเขาและไม่เขาได้รับอันตราย มันคงจะไม่ดีแน่หากเขาได้รับบาดเจ็บแล้วตระกูลหยางบอกให้ชดใช้ .

” รับทราบ พี่สาวหนาน .

” อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ”

––––––––––––––––––––––––
ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 12 แล้ว มีถึงตอนที่ 505 แล้วจ้า ท่านใดสนใจเข้าร่วมกลุ่มอ่านเงือนไขได้ที่โพสปักหมุดของเพจเลยครับ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

Facebook Comment