+100%-

ตอนที่ 111 นักสะกดจิตระดับสูง

ก่อนหน้านี้ เจียง หลี่ อาจจะกลัวสิ่งต่างๆ เเต่นับตั้งเเต่ที่เขาเข้าสู่สภาวะหยุดนิ่งเเละมีพลังชีวิตที่เเข็งเเกร่งจนผ่านบททดสอบของสถาบันเเอสทรัล เขาก็เเทบจะไม่กลัวสิ่งต่างๆ

 

เเม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าการที่เขาพูดออกไปเช่นนี้เป็นการนำภัยมาสู่ตัวเองก็ตาม

 

เขาฆ่า เจียง หลิว เเล้วอย่างไร ด้วยสถานะปัจจุบันของเขา เจียง เสิ่นเยว่ ย่อมยังไม่ลงมือกับเขาเร็วๆนี้เเน่

 

เขาฆ่า เจียง หลิว ในการทดสอบ เเม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะนำคดีนี้ไปขึ้นศาล เเต่ครอบครัว เจียง ก็ต้องการหลักฐานจากสถาบันเเอสทรัลอยู่ดี เพื่อตรวจสอบเเละฟ้องร้อง เเต่การขอข้อมูลการทดสอบจากสถาบันเเอสทรัลไม่ใช่เรื่อยง่ายสำหรับพวกเขา

 

“ฮ่าฮ่า…”เจียง เสิ่นเยว่ หัวเราะเเทน”เเกมีความกล้าดีนิ!เเกกล้าที่จะยอมรับมัน ดี..ดีมาก เเกจะต้องเสียใจอย่างเเน่นอน ไปพวกเรากลับ!”

 

เขาโบกมือเเละกลับเข้าไปในรถ

 

ทุกคนจาก บริษัท ซันเเอนด์มูนได้เข้าไปในรถของตัวเองเเละเเยกย้ายไปอย่างรวดเร็ว

 

เจียง เสิ่นเยว่ ไม่กล้าที่จะโจมตีพวกเขาเเน่ บริษัทซันเเอนด์มูนยังจำเป็นต้องทำตามกฏหมายอีกทั้งสถานะของ เจียง หลี่ ตอนนี้ก็ไม่ใช่สถานะอันต่ำต้อยอีกต่อไป

 

เจียง หลี่ ได้ฆ่าคนในระหว่างการทดสอบ นี่เป็นเรื่องที่กฏหมายเท่านั้นที่จะลงโทษเขาได้

 

“เราจำเป็นต้องย้ายออกไป”ใบหน้าของ เจียง เสิ่นตง ดูซีดมาก เเม้ว่าเขารู้ว่า เจียง เสิ่นเยว่ จะไม่ตามราวีเขาก็ตาม เเต่คำพูดของ เจียง หลี่ นั้นได้ทำให้ผู้มีอำนาจในครอบครัว เจียง ต้องตื่นตัว”ลูกหลี่ พวกเราต้องย้ายออกเดี๋ยวนี้!”

 

“พ่อไม่ต้องกังวล เเม้ว่าผมจะยอมรับว่าผมจัดการเขาก็จริง เเต่ เจียง หลิว เองก็พยายามฆ่าผมหลายครั้งในระหว่างการทดสอบ ผมอดทนมามากพอเเล้วจนไม่สามารถอดทนได้อีก สุดท้ายผมก็ฆ่าพวกมัน! อันที่จริงเราไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป เราจะย้ายไปใน บริษัทรักษาความปลอดภัย”เจียง หลี่ กล่าวปลอบโยนครอบครัวเขา

 

“การป้องกันของบริษัทป้องกันภัยนั้นเเข็งเเกร่ง ผมเองก็เป็นหัวหน้าผู้จัดการ ผมจะไปที่นั่นเเละเสริ่มสร้างบ้านของเรา เราจะย้ายออกทันที”

 

“ฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ควรทำก็จริงเเต่ฉันรู้สึกเสียดายบ้านหลังนี้”เจียง เสิ่นตง กล่าว

 

“นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญมันเป็นเพียงโชคลาภเล็กๆ ตอนนี้เราใช้โชคลาภนั้นหมดเเล้ว”เจียง หลี่ กล่าวต่อ”สภาพเเวดล้อมโดยรอบได้กลายเป็นทรัพย์สินของ ครอบครัว เจียง ไปเเล้วเราไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป

 

“เห้อ….ก็ได้ฉันเองก็คิดเช่นนั้นเราควรจะออกไปเดี๋ยวนี้”

 

ครอบครัวของเขาหยิบข้าวของออกจากบ้านเเถวย่านทะเลสาบมังกรขาวในทันที พวกเขามุ่งหน้าไปที่ภูเขาของบริษัทรักษาความปลอดภัย ภูเขานี้ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์เเละมีระบบการป้องกันที่ดีกว่าบ้านของเขา มันเหมือนราชอาณาจักรที่โดดเดี่ยว

 

ในวันที่ 2 เจียง หลี่ ได้เดินทางไปยังเมือง จิ้ง ฮัว เขาได้ไปทดสอบการเป็นนักสะกดจิตระดับรอง

 

เเม้ว่าเขาจะฆ่า หยู่ มู่ฮัว เเละกลายเป็นศัตรูกับผู้นำเมืองจิ้ งฮัว เเต่ทางสถาบันวิจัยจิตวิญญาณนั้นเป็นเอกเทศพวกเขาเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากย่านชั้นสูง ไม่มีบริษัทไหนหรือครอบครัวใดที่จะได้รับอนุญาติให้เเทรกเเซงธุรกิจของพวกเขา

 

ด้วยความสามารถในการสะกดจิตของเขานั้นสามารถรับใบรับรองนักสะกดจิตระดับรองได้อย่างง่ายดาย

 

นักสะกดจิตระดับรองนั้นเป็นบุคคลที่สำคัญ พวกเขาหาได้ยากมากเเม้เเต่เมือง จิ้งฮัว เอง อีกทั้งนักสะกดจิตเหล่านี้ยังได้รับความสนใจจากสถาบันวจัยจิตวิญญาณ เจ้านายใหญ่บางคนอยากจะเชิญเจียง หลี่ เข้าร่วมคณะกรรมการเเต่หลังจากที่เห็นว่าเขาเป็นนักเรียนของสถาบันเเอสทรัลพวกเขาก็หยุดสนใจทันที ไม่เเปลกใจเลยที่นักเรียนของสถาบันเเอสทรัลจะกลายเป็นนักสะกดจิตระดับรองได้

 

ในสังคมมนุษย์นั้นนักสะกดจิตระดับรองเป็นคนที่มีค่าก็จริง เเต่พวกเขาก็ยังห่างไกลจากนักเรียนของสถาบันเเอสทรัล

 

หลังจากได้รับใบรับรองการเป็นนักสะกดจิตระดับรอง เจียง หลี่ ก็รู้สึกสดชื่นขึ้น

 

ก่อนหน้านี้เขาได้รับเงินเพียง 1,000 เหรียญต่อการสะกดจิต 1 ครั้ง เเต่ตอนนี้มันเเตกต่างออกไป เเม้ว่าจะมีครอบครัวที่รำรวยที่สามารถใช้จ่ายค่าสะกดจิตได้พวกเขาก็ต้องนัดหมายเขาล่วงหน้าก่อน

 

เเม้ว่าเงินในบัตรของเขาตอนนี้จะไม่ค่อยมี เเต่รายได้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป

 

หลังจากที่ออกจากสถาบันวิจัยจิตวิญญาณรถก็หยุดอยู่ตรงหน้าเขา ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดออกมาจากด้านในเเละพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมา”นายคือ เจียง หลี่ ใช่มั้ย? เจ้านายของเราต้องการพบนาย!”

 

“ใครเป็นเจ้านายของคุณ?”เจียง หลี่ ขมวดคิ้ว

 

“นายจะได้รู้หลังจากที่ไปถึงที่นั่น!”ชายหนุ่มคนนี้ลึกลับมากเขากล่าวสั่งทันที”ขึ้นรถซะ!”

 

“บอกฉันมาเจ้านายของนายคือใคร?”เจียง หลี่ ถามอีกครั้ง

 

ฟุ่บ!

 

ดวงตาของชายหนุ่มคนนั้นเเข็งกระด้างเขาตอบราวกับหุ่นยนต์”เจ้านายของฉันคือบอส หยู่ ท่ง นายได้ฆ่าลูกชายของเขาเเละเขาต้องการพบนายเป็นการส่วนตัว!”

 

“โอ้…?เจ้านายของนายดูเหมือนจะมีธุระกับฉัน เขาเป็นถึงนายกเทศมนตรีของเมือง จิ้้ง ฮัว เเต่กลับส่งลูกน้องมาลากฉันไป? พูดซะ เขาต้องการจะทำอะไรหลังจากที่ฉันไปที่นั่น?”เจียง หลี่ ถามอีกครั้ง

 

“เขาจะไม่ฆ่านายเเต่เขาต้องการพบนายเท่านั้น”ชายหนุ่มคนนั้นโดนสะกดจิตอย่างสมบูรณ์เเละตอบอย่างตรงไปตรงมา”นายเป็นนักเรียนของสถาบันเเอสทรัลการฆ่านายจะทำให้ครอบครัวของเขาต้องพินาศ เเต่นายได้ฆ่าลูกชายของเขา เขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ ดังนั้นเขาจึงต้องการเชิญนายไปพูดเจรจาเกี่ยวกับการชดเชย”

 

“ฉันต้องชดเชยให้เขา?ฝันไปเถอะ”เจียง หลี่ ไม่ได้กล่าวอะไรออกมามากมาย”จงกลับไปบอกเจ้านายของนายซะ อย่าได้คิดเเก้เเค้นเด็ดขาดไม่อย่างงั้นเขาจะพบกับความตายที่น่าเศร้าเสียใจ”

 

“ครับ….!”

 

ชายหนุ่มคนนั้นรีบขึ้นรถกลับไปรายงายบอสของเขาทันที เขาโดนการสะกดจิตของ เจียง หลี่ ทำให้ไม่อาจขัดขืนได้

 

ภายในสำนักงานศาลากลางของเมือง จิ้ง ฮัว

 

ชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนโต๊ะเเละเอานิ้วมือของเขาเคาะโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

 

มีเสียงเคาะประตู

 

“เข้ามา!”

 

ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาโดยไม่มีมารยาทใดๆ”หยู่ ท่ง ลูกชายของนายได้เสียชีวิตไปเเล้ว อย่าได้คิดเเก้เเค้นเเละหยุดเพ้อฝันเรื่องค่าชดเชย เพราะมันอาจเป็นจุดจบของนาย”

 

“หืม?”ชายวัยกลางคนยืนขึ้นมองมาที่ชายคนนั้น เขาเป็นพ่อของ หยู่ มู่ฮัว ชื่อ หยู่ ท่ง เขาเป็นผู้นำของเมือง จิ้ง ฮัว เขามีอำนาจมาก”นายเป็นใคร…กล้าพูดแบบนี้กับฉัน…หืม?การสะกดจิต!”

 

“ทำให้เขาตื่นซะ!”

 

ในเวลานี้นักสะกดจิตคนอื่นๆก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของ หยู่ ท่ง นักสะกดจิตคนนั้นพูดเบาๆทำให้ร่างของชายหนุ่มคนนั้นสั่นไหวทันทีเขาตื่นจากความฝัน เขาลอบมองไปที่ หยู่ ท่ง ด้วยอาการหวาดกลัว

 

“หึ…ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”หยู่ ท่ง กล่าว

 

“มิสเตอร์ หยู่ คุณอย่าได้อารมณ์ร้ายเลย เขาเป็นนักสะกดจิตระดับรอง เเน่นอนว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่มีทางต้านทานได้เเน่นอน”นักสะกดจิตคนนั้นกล่าว ชายหนุ่มคนนี้ได้รับอิทธิพลการสะกดจิตจากคำพูดทำให้เขาตื่นขึ้้นเเละรีบเดินออกไปทันที

 

ในขณะนั้นเอง หยู่ ท่ง ก็สงบอามรมณ์ทันที

 

มีคนอยู่ในห้องกับเขา เขา คือนักสะกดจิตส่วนตัวของ หยู่ ท่ง

 

นักสะกดจิตคนนี้เเท้จริงเเล้วคือผู้หญิง

 

ผมที่ยาวนุ่มของเธอปกคลุมใบหน้าเธอสวมชุดหลวมๆที่เเทบจะเห็นสัดส่วนของเธอ

 

“ปรจารย์ฉันควรทำอย่างไรดี?”หยู่ ท่ง กล่าว”ลูกชายของฉันไม่สามารถตายอย่างไร้เหตุผลได้ ฉันต้องการเเก้เเค้นอย่างตรงไปตรงมา เพราะสถานะของเขา คุณเป็นนักสะกดจิตระดับสูงในเมือง จิ้ง ฮัว เพียงคนเดียว คุณจะต้องช่วยฉัน”

 

นักสะกดจิตระดับสูง

 

เเท้จริงเเล้วนักสะกดจิตคนนี้คือนักสะกดจิตระดับสูง

นักสะกดจิตระดับสูงนั้นสามารถดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาได้ พวกเขาสามารถทำให้คนโง่กลายเป็นอัจฉริยะได้ในพริบตา

 

คนประเภทนี้น่ากลัวอย่างมาก สถานที่ใดก็ตามที่พวกเขาเลือกเดินไปจะทำให้คุณกลายเป็นปีศาจกระหายเลือดในทันที

 

พวกเขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยอารมณ์

 

ถึงเเม้ว่าพวกเขาจะไม่น่ากลัวเท่านักสะกดจิตระดับสูงสุด เเต่พวกเขาก็สามารถทำลายกองทัพเล็กๆได้อย่างง่ายดาย

 

ในเมือง ฮัว ทั้ง 36 เเห่งนั้น มีเพียงนักสะกดจิตระดับสูง คนนี้เพียงคนเดียว อีกทั้งเธอยังเป็นผู้หญิงที่ลึกลับ

 

“ฉันสามารถช่วยคุณได้เพราะฉันเป็นหนี้ครอบครัว หยู่ เเต่ เจียง หลี่ เป็นนักเรียนของสถาบันเเอสทรัล ฉันไม่สามารถฆ่าเขาหรือทำให้เขาเป็นบ้าได้”หญิงลึกลับกล่าว

 

“ฉันจะให้ เจียง เสิ่นตง พัฒนาเเละทำการวิจัยให้กับ ครอบครัวหยู่ เป็นเวลา 10 ปี เพื่อให้เขาสร้างยาเเก่นเเท้ตะวันจันทราเเละเเก่นเเท้สุริยันที่เเท้จริงขึ้นมาได้”หยู่ ท่ง ยิ้ม”ถ้าเขาไม่สามารถชดเชยสิ่งนี้ให้กับครอบครัว หยู่ ของฉัน ฉันจะไม่ปล่อยพวกมันไปอย่างง่ายดายเเน่!”

 

“เอาล่ะ!”

 

หญิงลึกลับลุกขึ้นเเละเดินออกไปอย่างช้าๆ

 

เมือง จิ้ง ฮัว มีพื้นที่ชนบท เเละมีภูเขาหนึ่งซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทรักษาความปลอดภัย

 

เจียง หลี่,หวาง กู่หลง,เเละ ชู ซาน นั่งดื่มชากันอยู่

 

ด้วยวิวตรงนี้ของพวกเขา พวกเขาสามารถมองไปที่ทะเลสาบจากภูเขาตรงนี้อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับสายลมที่สดชื่นอีกด้วยมันทำให้จิตใจผ่อนคลายเเละง่ายต่อการฝึกฝน

 

“น่าเสียดายมาก!”ซู ซาน กล่าว”เธอเเพ้ให้กับ เมิ่ง ซิงหยุน จนไม่ได้ติดใน 10 อันดับเเรกของสถาบันเเอสทรัล ช่างโชคร้ายจริง!”

 

เขาถามถึงสถานการณ์การสอบล่าสุดของ เจียง หลี่ เมื่อได้ยินว่า เจียง หลี่ ได้อันดับที่ 11 ในการทดสอบเขาก็พลันตกใจเเล้ว

 

“เมิ่ง ซิงหยุน นั้นเเข็งเเกร่งมาก เขามีความชำนาญในทักษะ ดาบเทพสวรรค์ อีกทั้งยังมีความชำนาญเรื่องทักษะต่อสู้อื่นๆ”ชู ซาน ยิ้ม”ทักษะต่อสู้ของเขายากที่จะหยั่งถึง เเม้เเต่ฉันในตอนนี้ก็ไม่อาจเทียบกับเขาได้เลย เขาสามารถควบคุมพลัง ฉี ได้”

 

“พลังฉี?”เจียง หลี่ ขมวดคิ้ว ประสบการณ์ต่อสู้ของเขาดีมากขึ้นเรื่อยๆ เเต่สำหรับพลังฉีนั้นเขายังไม่มีความเข้าใจมากมายเพราะนี่เป็นศัพท์ที่มีมาเเต่โบราณ

 

“ฉี คือความสัมพันธ์ระหว่าง จิตวิญญาณเเละร่างกาย มันเป็นประเภทของพลังงานที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยโลก พลังงานนี้เเตกต่างอย่างมาก ในภาษาโยคะโบราณเรียกพลังนี้ว่า จักระ ความจริงเเล้วมันก็คือพลังในรูปแบบหนึ่ง เมื่อคุณได้เชื่อมต่อกับอาณาจักรทั้ง 3 เเล้ว คุณก็จะสามารถควบคุมร่างกายของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบจนยกระดับทักษะการต่อสู้ได้”

 

ในขณะนั้นเอง ก็มี เสียง ที่ดังเเหลมเข้าไปในหูของ ทั้ง 3 คนเพื่ออธิบาย

 

“ใคร!”หวาง จางหลง จ้องมองเเละตะโกนออกมา

 

ในเวลานี้เองทั้ง 3 คนก็เห็นหมอกสีดำตกลงมาจากท้องฟ้า มันเป็นคนสวมหมวกใบใหญ่เเละหน้ากากสีดำมืด ไม่มีใบหน้าใดๆปรากฏบนใบหน้าเธอเพราะเธอสวมหน้ากาก มีเเต่น้ำเสียงดังออกมาเท่านั้น ที่พวกเขาสำผัสได้ว่า เธอเป็นผู้หญิง

 

“นี่เป็นภาพลวงตาทางจิตวิญญาณ!”

 

ร่างกายของ ชู ซาน สั่นไหว”เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ นี่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เธอได้เเผ่ความคิดของเธอมาโจมตีพวกเราเพื่อสร้างภาพลวงตา”

 

“ปรมาจารย์!”

 

เจียง หลี่ มองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา เขารู้ว่ามันเป็นเพียงเเค่ภาพเงา เเต่มันก็มีชีวิตชีวามาก เเม้ว่าเขาจะใช้สมองจักรวาลก็ไม่สามารถสลัดภาพลวงตานี้ได้

 

คนคนนี้เเข็งเเกร่งเกินไป

 

“นักสะกดจิตระดับสูง!”หวาง จางหลง กล่าว”นี่เป็นพลังงานทางเสียงเพื่อกระตุ้นจิตวิญญาณ คุณโจมตีเราจากระยะไกลเพื่ออะไร หากต้องการจะพูดคุยก็ต้องปรากฏตัวออกมาซิถึงจะถูก!”

 

“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดคุยกับพวกนาย เเต่ฉันต้องการคุยกับ เจียง หลี่!”หญิงคนนี้ดูมีชีวิตชีวามาก เธอเดินก้าวไปข้างหน้าพวกเขาทั้ง 3 คนเเละนั่งลงทันที

 

เจียง หลี่ เห็นผู้หญิงคนนี้เทน้ำลงในถ้วยชาเเละดื่มมัน การเคลื่อนไหวนั้นเสมือนจริงเกินไป

 

“บอสเกิดอะไรขึ้น?”

 

เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังที่อยู่รอบๆพลันเดินเข้ามา พวกเขาเห็นทั้ง 3 คน ที่มีท่าทีผิดปกติ เเละเห็นทั้ง 3 กำลังพูดคุยกับโต๊ะที่ว่างเปล่า ทำให้เจ้าหน้าที่คนนั้นรู้สึกกังวลเเละกลัวเเต่ก็ไม่กล้าเข้าไปถาม

 

ในสายตาของเขา เขาไม่เห็นการคงอยู่ของหญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้น

 

ผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าสีดำยืนอยู่ในที่ห่างไกล เธอเเผ่กระจายความคิดของเธอมาสถานที่เเห่งนี้โดยมุ่งเป้าไปที่ เจียง หลี่,ชู ซาน เเละ หวาง จางหลง ฉะนั้นจึงมีเพียงทั้ง 3 คน เท่านั้นที่สามารถมองเห็นเธอได้

 

“คุณคือปรจารย์นักสะกดจิตที่เเข็งเเกร่งที่สุดในเมืองฮัวทั้ง 36 นักสะกดจิตระดับสูง หน่า ถาน!”ในที่สุด ชู ซาน ก็นึกออก

 

 

 

Facebook Comment