+100%-

บทที่ 1 การกำเนิดของวิหคอัคคี

ราชวงศ์ต้าชุน รัชสมัยเถียน หวู่ ปีที่ 21

มันเป็นคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่าง ดวงดาวบนท้องฟ้าก็ส่องประกายสดใส แต่ทันใดนั้นเองสายฟ้าก็ฟาดลงมาอย่างรุนแรง แม้กระทั่งหลังคาของวังหลวงยังสะท้านสะเทือนไปด้วย มันเป็นฟ้าผ่าที่ไม่มีแม้แต่ฝนสักหยดเดียว

ในพระราชวัง โหราจารย์ผู้ทำนายดวงดาวเร่งรุดเข้าไปในท้องพระโรงและหมอบราบอยู่แทบเท้าจักรพรรดิ์เถียน หวู่ “ ฝ่าบาทมีความเคลื่อนไหวทางท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เฟิงหวงได้มาถึงแล้วพะยะค่ะ”

จักรพรรดิเถียน หวู่ ถือถ้วยชาด้วยมือสั่นระริก “ตะวันตกเฉียงเหนือ…” เขาพึมพำ พลางหรี่ตาแล้วส่งโหราจารย์ผู้นั้นกลับไป “ไคร่ครวญดูแล้ว หมิงเอ้อ น่าจะกลับมาในเร็ววันนี้”

สายฟ้าฟาดลงอีกที่หนึ่งจากท้องฟ้ากระจ่างใส มันพุ่งลงใส่ถ้ำด้านตะวันตกเฉียงเหนือของต้าชุ่น สายฟ้าฟาดลงบนศพของหญิงคนหนึ่งจนทำให้ศพนั้นกระเด้งลุกขึ้นมา

ท่ามกลางกองซากศพ เฟิงยู่เหิง พยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่ง สติของเธอมึนงงไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติในชั่วครู่เดียว เธอเหลียวมองรอบกายที่มีศพเรียงรายนับไม่ถ้วน

“อะไรกันนี่!” เธอกระพริบตาแล้วเขี่ยกระดูกที่พาดอยู่ที่ขาออก ก่อนจะมองไปรอบๆ “ข้าตายแล้วหรือยังนี่?”

เธอจำได้แม่นยำว่านั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ที่เกิดระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้าในระดับความสูงที่ไม่มีทางรอดแน่นอน ในฐานะแพทย์ทหารที่มียศสูง เธอย่อมรู้ว่าแรงระเบิดขนาดนั้น เธอต้องตายอย่างแน่นอน

ไม่ต้องสงสัยเลย เธอตายแล้วแน่นอน ตายแล้วมาเกิดใหม่

เธอยืนขึ้นบนกองซากศพ ยืดเส้นยืดสาย ต่อมาความจำก็แล่นปราดเข้ามาในสมอง นางชื่อเฟิ่งยู่เหิง อายุ 12 ลูกสาวของภรรยาคนแรกของอดีตนายกรัฐมนตรี เฟิ่ง จิน หยวน เมื่อสามปีก่อน บรรพบุรุษของตระกูลได้ก่ออาชญากรรมขึ้นและครอบครัวก็ถูกขับไล่ให้ไปอยู่ดินแดนที่รกร้างห่างไกล ด้วยความกลัว พ่อของนางได้ลดฐานะท่านแม่คือ เหยาซื่อ เพื่อเอาใจภรรยาน้อยคือ เฉินซือ

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าสารเลวบางคนยังกล่าวหาเฟิงยู่เหิงว่า “เด็กคนนี้เป็นกาลกิณี ขืนให้อยู่ในคฤหาสน์ต่อไป สักวัน จะทำให้ตระกูลเฟิงล่มสลายและแตกกระจายกันไป”

เพียงเท่านั้น เพียงการสะบัดมือคราเดียว ประมุขของตระกูลก็ส่งให้นาง เหยาชี่และน้องชายตัวน้อยวัยเพียงสามขวบชื่อ เฟิ่ง ฉีรุ่ย ไปยังหมู่บ้านบนเขาเล็กๆ ที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นั่นพวกเขาต้องดูแลตัวเอง
“บรรลัยแล้ว!” เฟิ่ง ยู่เหิงเห็นอดีตชาติของตนผ่านตาไปยังกับดูหนังเรื่องหนึ่ง นางรู้สึกได้ในทันที “ ข้าถูกส่งมาเกิดใหม่!”
ต่างยุค ต่างสมัย ต่างโลก ต่างรูปลักษณ์ สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือชื่อเท่านั้น
“ไม่ต้องห่วง!” เธอปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อ แล้วเอ่ยต่อไปว่า “ความทุกข์ทรมานทั้งหมดของเจ้า ข้าเข้าใจดี เมื่อข้าอยู่นี่แล้วก็จะไม่ปล่อยให้พวกอันธพาลที่ทำร้ายเจ้าลอยนวลไปหรอก ข้าจะให้ตระกูลเฟิ่งได้ชดใช้กรรมของมัน”
ทันใดนั้นเสียงทอดถอนใจเบาๆ ก็ดังเข้ามาในสมองของนาง มันเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงที่ลอยเข้ามา “ข้าขอขอบคุณท่าน” หัวใจของนางสั่นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังล่องลอยจากไป
เฟิ่ง ยู่เหิง หัวเราะเบาๆ ดูเหมือนว่าอดีตเจ้าของร่างนี้ไม่เต็มใจที่จะตายอย่างยิ่ง แต่เพียงฟังคำสัญญาจากปากของเธอ เด็กน้อยก็พร้อมจะจากไป อย่างไรก็ตาม การมีพ่อเยี่ยงนั้น หรือแม้แต่ครอบครัวที่ผูกพันกันมากระทำอย่างนั้น ความเกลียดชังที่เด็กน้อยมีต่อพวกมันย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

เธอเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ และเมื่อได้ครอบครองร่างนี้แล้วเธอก็ย่อมต้องแก้แค้นให้จงได้
เฟิ่ง ยู่เหิงจัดแจงเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าหยาบๆ ของตนอีกครั้งและปัดฝุ่นออก เธอใช้ศพมากมายเป็นบันไดไต่ออกไปจากหลุมศพมหึมานั่น ไม่ทันที่จะได้มองสำรวจสิ่งใด หูก็ได้ยินเสียงของมนุษย์ดังเข้ามา
“ขายนังเด็กนั่นให้หอนางโลมบุปผาเมามายในเขตเมืองหลวงไปแล้วข้าได้เงินมาตั้ง 50 เหรียญเงิน ถ้าเราค้าขายได้แบบนี้อีกเรื่อยๆ ลืมเรื่องที่จะแต่งกับผู้หญิงน่าเวทนาพวกนั้นไปได้เลย ข้าจะมีเงินแต่งเด็กสาวเป็นเมียได้ถึงสองคนทีเดียว”
“หวังมากไปแล้ว เจ้ากล้าเอาเมียเด็กเชียวรึ ถึงข้าต้องติดคุกไปกับเจ้า ข้าก็จะแจ้งเจ้าเมืองให้มาจับเจ้าให้ได้!”
“เอาล่ะๆ ข้าไม่พูดแล้ว ผู้หญิงอย่างเจ้าปากมากจริง”
เฟิ่ง ยู่เหิง ขมวดคิ้ว ความทรงจำจากร่างเดิมทำให้เธอรู้ว่า แม่ของเด็กน้อยป่วย นางจึงไปเก็บสมุนไพรที่ภูเขาใกล้ๆ นางถูกลอบทำร้ายจนหมดสติไป ก่อนจะสิ้นสตินางได้เห็นชายคนที่ทำร้ายนาง มันคือหวังซูเกินแห่งตระกูลหวัง ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้าน ชุนตง

เธอเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ไปทางตำแหน่ง 8 นาฬิกา และค่อยๆ เข้าไปใกล้ๆ เจ้าของเสียงระหว่างที่ซ่อนตัวอยู่ เธอมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยพื้นที่ที่หนาแน่นไปด้วยต้นไม้บนยอดเขา เธอรีบเข้าไปซ่อนหลังพวกเขา

Facebook Comment