+100%-

ตอนที่ 13 ชนะ (ตอนต้น)

จ้าวหงหู่ด่าทอเลี่ยหลิ่งอย่างต่อเนื่อง”เจ้าคนฉวยโอกาศ เจ้าคนขี้โกง เจ้าเจ้าเจ้า…..” เลี่ยหลิ่งยิ้มไปทางจ้าวหงหู่ “เจ้า…ไม่ควรที่จะประมาท” น้ำเสียงของเขาดูเยาะเย้ยเล็กน้อย ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของเลี่ยหลิ่ง จ้าวหงหู่พลันกรี้ดร้องก่อนที่จะกระโจนขึ้นไปอีกครั้งนึง

“กลับมา” จ้าวหงหู่ชะงักก่อนจะกัดฟันแน่นแล้วเดินคอตกกลับมา เขาจำเสียงนั้นได้ดีเขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้.. เสียงของบิดาเขาจ้าวหมิงเฟย ! เลี่ยหลิ่งหัวเราะเล็กน้อย “เลี่ยหลิ่งจะสู้ต่อหรือไม่” ปรมาจารย์จื่อหมิงกล่าว เลี่ยหลิ่งพยักหน้า ก่อนที่จะปรากฏคนอีก3คนบนลานประลองในพริบตา 1 ในนั้นมาจากตระกูลโจว เขามีใบหน้าที่ราบเรียบ แววตาดูไร้อารมณ์ “โจวชินเย่” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หลานตงหลิน” เลี่ยหลิ่งมองไปทางคนที่กล่าว เขามีใบหน้าที่ดูเย็นชา ให้ความรู้สึกหน้ากลัวเล็กน้อย ส่วนอีกคน เขาไม่ได้กล่าวอะไร เขาดูรูปร่างผอมแต่ใบหน้าของเขาคล้ายๆกับเจ้าอ้วน2คนมะกี้ ‘แฝด3แต่ทำไมเจ้านี่ถึงผอม’ เลี่ยหลิ่งสัมผัสได้ว่า โจวชินเย่ และ หลานตงหลิน อยู่ในระดับ กำเนิดปราณขั้นที่ 3 ส่วนคนจากตระกูลจ้าวนั้นอยู่ในระดับ กำเนิดปราณขั้นที่4 นั้นทำให้เขารู้สึกกดดันเล็กน้อย
เพราะการที่จะสามารถเอาชนะคนที่อยู่ในระดับที่มากกว่า เพียง1ขั้น ก็นับว่าหาได้ยากแล้ว… “เริ่มได้” ปรมาจารย์จื่อหมิงกล่าว หลานตงหลิน และ โจวชินเย่ นั้นพุ่งมาหาเลี่ยหลิ่งโดยพร้อมเพรียง เพราะว่า เขาทำให้ตระกูลของพวกมันอับอายนักจึงคิดจะโยนเขาออกไปคนแรกบ้าง เลี่ยหลิ่งเปลี่ยนท่ายืนเล็กน้อยเพราะเขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้คงไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านๆมา เขาจับดาบด้วย2มือ ก่อนที่จะระเบิดลมปราณออกมา บึ้มมม ทั้ง2เห็นดังนั้น จึงเรียกอาวุธออกมา หลานตงหลินนั้นใช้ ดาบสั้นเช่นกัน แต่ว่าเขาใช้มัน2เล่มแล้วคุณภาพของมันนั้นไม่อาจเทียบกลับคนก่อนหน้านี้ได้
ส่วน โจวชินเย่ นั้น ใช้ ดาบใหญ่ ขนาดของมันนั้นดูน่าหวาดกลัวเล็กน้อย ในตอนนั้นเองที่พวกเขาเข้ามาในระยะดาบของเลี่ยหลิ่ง “สลาย” ทันทีที่เลี่ยหลิ่งกล่าวฝักดาบของเขาพลันหายไปปรากฏใบดาบสีเงินแวววาว ผู้นำตระกูลทั้ง3เห็นดาบนั้นเขาดูตกตะลึงเล็กน้อย “อาวุธระดับกลาง” ผู้นำตระกูลโจวกล่าวด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่เลี่ยหยวน
จ้าวหมิงเฟย ดูตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะกลับเป็นปรกติอย่างรวดเร็ว ‘ไม่ใช่เรื่องแปลก…เด็กนั่นนับว่ามีพรสวรรค์อย่างน่าเหลือนัก’ ผู้นำตระกูลหลาน ลืมตาตั้งแต่ปรากฏใบดาบแล้ว บนใบหน้าของเขาปรากฏความต้องการอยู่เล็กๆ จะอย่างไร ทั่วทั้งทวีปนี้ก็มี อาวุธระดับกลาง เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น…. ในตอนที่ฝักดาบหายไปนั้น เขาฟันไปที่โจวชินเย่อย่างรวดเร็ว เคร้ง ดาบยาวปะทะดาบใหญ่..
 แต่ผลที่ออกมานั่นทำให้เลี่ยหยวนกังวลเล็กน้อยดาบของเลี่ยหลิ่ง พลันถูกกระแทกกลับไปเล็กน้อย ในตอนนี้หลานตงหลินนั้นมาถึงตัวของเลี่ยหลิ่งแล้ว เขาฟันไปที่เลี่ยหลิ่งปรากฏจิตสังหารขึ้นจางๆ เลี่ยหลิ่งเพียงหลบเท่านั้นก่อนที่เขาจะฟันไปที่โจวชินเย่อีกครั้ง
ทุกคนดูตะลึง ! เขาสามารถที่หลบโดยขยับไม่มากนักแล้วเขายังสามารถที่จะฟันไปที่อีกคนได้ ? เขาต้องมีความมั่นใจขนาดไหนกัน เพราะถ้าโดนหลานตงหลินฟันแม้แต่ครั้งเดียวรอบนี้เขาก็คงลำบากแล้ว..ผ่านไปชั่วครู่ เด็กจากตระกูลจ้าวยังคงยืนดูอยู่ห่างๆ เลี่ยหลิ่งยังคงหลบหลานตงหลินอย่างต่อเนื่องโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อยแล้วเขายังคงปะทะกับโจวชินเย่อยู่ตลอดนี่ทำให้หลานตงหลิน เต็มไปด้วยความโมโห
เลี่ยหลิ่งไม่แม้แต่จะมองมาที่เขา แต่ก็ยังสามารถที่จะหลบเขาได้อย่างต่อเนื่องส่วนโจวชินเย่เขาเริ่มลำบากเล็กน้อย เพราะดาบของเลี่ยหลิ่งนั่นค่อยๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น “จ้าวหางชิงเจ้าจะยืนดูอีกนานไหม” โจวชินเย่ตะโกน เด็กตระกูลจ้าวเพียงมองไปที่ทั้ง3ด้วยแววตาเกียจคร้านเล็กน้อยเขาหันไปมองที่จ้าวหมิงเฟย “ไม่ต้องยุ่ง” ผู้นำตระกูลจ้าวกล่าว
 จ้าวหางชิงพยักหน้าก่อนที่จะหันไปมองทั้ง3เช่นเดิม ตอนนี่เองที่ หลานตงหลิน และโจวชินเย่ นั้นอยู่ในแนวเดียวกันเลี่ยหลิ่งดวงตาเป็นประกาย เขาพลันยกดาบขึ้นทั้งเหนือหัวทันที “ทลายปฐพี” โจวชินเย่นั้นก่อนหน้านี้เขาจะตั้งรับการโจมตีจากเลี่ยหลิ่งอยู่ตลอดเพื่อให้หลานตงหลินนั้นใช้โอกาศนั้นโจมตีเลี่ยหลิ่งในครั้งนี้เองเขาก็คิดจะตั้งรับเหมือนก่อนหน้านี้แต่ว่าเขาสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายจากครั้งนี้..ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถหลบได้ทันแล้วเขาวาดดาบขึ้นไปด้านบน’มังกรคลั่ง’ เขารู้สึกได้ว่าถ้าจะรับดาบนี้เขาต้องใช้ทุกอย่างที่มี’มังกรคลั่ง’เป็นวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา
 หลานตงหลินนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงอันตรายเช่นกันในตอนที่เขากำลังจะรับดาบที่มาจากด้านบนนั้น ตูมมมม ดาบยาวและดาบใหญ่นั้นปะทะกันอีกครั้งแต่ว่าความรุนแรงในครั้งนี้นั้นไม่อาจเทียบกับที่ผ่านๆมาได้เลย ในตอนนั้นดาบที่กำลังผ่าลงมาที่หลานตงหลินนั้น หยุดลงจากการปะทะกับโจวชินเย่ก่อน(ดาบยาว4เมตรนะคับเผื่อลืม) หลานตงหลินนั้นพลันพุ่งเข้าหาเลี่ยหลิ่งทันทีแต่ตอนนั้นเองที่ปรากฏรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของเลี่ยหลิ่ง ก่อนที่เขาจะปล่อยดาบที่กำลังปะทะกับโจวชินเย่ทิ้ง มือทั้ง2ข้างเขาปรากฏลมปราณสีเทาอ่อนในรูปแบบของดาบก่อนที่เขาจะขยับไปที่หลานตงหลินทันทีหลานตงหลินดูตกใจเล็กน้อยแต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจ
 ดาบสั้นทั้งคู่ของเขาเป็นอาวุธระดับต้น ? เขาจะไม่สามารถ ตัดลมปราณนั้นได้อย่างไร ? เลี่ยหลิ่งฟันเป็นแนวขวางด้วยแขนซ้าย เคร้ง เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังขึ้น หลานตงหลิน รับดาบนั้นด้วยแขนซ้ายเช่นกัน เขาดูตกใจ ที่ลมปราณสีเทานั้นแข็งแกร่งขนาดนี้ ก่อนที่เลี่ยหลิ่งจะฟันลงมาที่ไหล่หลานตงหลิน ด้วยมืออีกข้างนึง หลานตงหลินก็รับดาบนั้นด้วยมืออีกข้างนึงเช่นกัน ในตอนนั้นเองมีเสียงของเลี่ยหลิ่งดังขึ้น “ทลายปฐพี” หลานตงหลินตกใจ เขาไม่ต้องรวบรวมลมปราณในการใช้กระบวนท่าหรืออย่างไร ?
แต่เขาก็คิดไม่ทันแล้วก่อนที่ ดาบสั้น ของเขาจะถูกตัดออก “เอ๋” ฉัวะ เลี่ยหลิ่งฟันลงไปที่ไหล่เขายาวไปถึงขาเลยทีเดียว อ้ากกกก หลานตงหลินกรี้ดร้อง เลี่ยหลิ่งอยู่ใกล้มากๆนั้นทำให้รำคาญไม่ใช่น้อยเขาจึงเตะมันไปที่นอกสนามทันที หลานจงฮ่วยผู้นำตระกูลหลานรีบวิ่งมารับทันที เพราะว่านี่เป็นหลานชายเพียงคนเดียวของเขา !
เขามองไปที่แผลที่ยาวตั้งแต่ไหล่จนถึงขาของหลานตงหลินก่อนที่เขาจะปล่อยลมปราณออกมาห้ามเลือดเขามองไปที่เลี่ยหลิ่งจากด้านข้างด้วยสายตาดุร้าย..แต่เลี่ยหลิ่งนั้นไม่สนใจเขาโดยสิ้นเชิงก่อนที่เขาจะมองไปที่โจวชินเย่ที่กำลังพุ่งเข้ามาเขาพุ่งสวนกลับไปทันที โจวชินเย่ ตกใจเล็กน้อยเพราะว่าดาบของเลี่ยหลิ่งนั้นตกอยู่ข้างหลังเขา เลี่ยหลิ่งจะรับการโจมตีจากเขาได้อย่างไร ? ‘มังกรคลั่ง’ โจวชินเย่ พลันใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดทันที เลี่ยหลิ่งต้องยอมรับว่ากระบวนท่านั้นรุนแรงมากทีเดียวไม่อย่างนั้นจะสามารถรับดาบของเขาก่อนหน้านี้ได้อย่างไรเดิมทีเขาคิดจะจัดการโจวชินเย่ก่อนด้วยซ้ำเขาไม่คาดคิดว่าเจ้านี่จะสามารถรับดาบของเขาได้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผน..
เมื่อรู้ว่าดาบของเขาไม่ธรรมดาเขาจะรับมันทำไม ? เขาหลบอย่างง่ายดายก่อนที่ดาบของโจวชินเย่จะฟาดลงไปที่พื้นทำให้ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วคราวนี้ปรมาจารย์จื่อหมิงเห็นว่าเลี่ยหลิ่งสามารถหลบได้เขาจึงไม่ได้ทำให้ควันนั้นหายไปอีกเพราะมันอาจจะไปรบกวนการต่อสู้ได้ ทุกคนต่างมองไปทางทั้ง2ก่อนที่ฝุ่นควันจะค่อยๆหายไปเขาเห็นเลี่ยหลิ่งยืนมองไปทางจ้าวหางชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้นี่ทำให้พวกเขางุนงงเล็กน้อยแล้ว โจวชินเย่ หล่ะ ? ในตอนนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตุเห็นดาบคร่าอสูรปรากฏอยู่ที่มือของเลี่ยหลิ่งโดยที่เขาหันด้ามจับไปด้านหน้า…
  1. “ข้ายอมแพ้” พลันมีเสียงของโจวชินเย่ดังขึ้นทันทีที่ได้ยินดังนั้นผู้นำตระกูลโจวรีบสะบัดมือทันทีทำให้ฝุ่นควันกระจายออกไปทันที ภาพที่ปรากฏทำให้โจวชิงหานถอนหายใจเล็กน้อย เขาเห็นโจวชินเย่ ยืนอยู่ห่างจากเลี่ยหลิ่งไม่ไกลมากนักโดยที่มี ปลายดาบสีเงินแวววาว พาดอยู่บนไหล่ของโจวชินเย่โดยที่ปลายดาบนั้นเลยใบหน้าของเขาไปอีกนี่ทำให้เขารู้สึกกลัวไม่ใช่น้อยเขาจึงรีบยอมแพ้ทันที เลี่ยหลิ่งจึงดึงดาบกลับมาโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อย โจวชินเย่ไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะเดินออกจากลานประลองไป เลี่ยหลิ่งมองไปที่จ้าวชิงหางที่ยืนอยู่ไม่ขยับไปไหนตั้งแต่เริ่ม…
Facebook Comment