+100%-

บทที่ 32 การตัดสินใจของเซียวอี้

บทที่ 32 การตัดสินใจของเซียวอี้

วันจันทร์มาถึง นั่วนั่วกลายเป็นพนักงานประจำอย่างเป็นทางการแล้ว

เทียบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆที่เข้ามาทำงานพร้อมกันแล้วนั่วนั่วดูสบายๆกว่ามาก ไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับบอสใหญ่เซียว แค่เพียงไม่กี่เดือน เธอได้เข้าร่วมกลุ่มโปรเจคสองกลุ่มและยังได้ย้ายขึ้นชั้นสิบเจ็ด แค่สองเหตุผลนี้นั่วนั่วสามารถเป็นพนักงานประจำได้อย่างไร้ข้อกังขาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เช้าวันนั้นนั่วนั่วอดไปทำงานอย่างกระยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ เหตุการณ์หนึ่งในล้านเลยนะเนี่ย เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะได้เป็นพนักงานประจำ พนักงานประจำแปลว่าเงินเดือนเธอจะเพิ่มขึ้น ได้โบนัส โบนัสปลายปีจะได้สองเท่า แถมด้วยประกันสังคมและค่าเช่าบ้านด้วย ที่สำคัญที่สุดคือเธอจะได้ไปทำงานกับบอสใหญ่เซียวทุกวัน

แค่คิดว่าเธอจะได้อยู่กับบอสใหญ่เซียวทั้งวันทั้งคืนทำให้หัวใจนั่วนั่วลอยออกจากหน้าต่าง เธอไม่ได้ยินที่ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลพูดแม้แต่น้อย

อันที่จริง การเลื่อนจากเด็กใหม่เป็นพนักงานประจำ เธอไม่จำเป็นต้องให้บอสใหญ่เซียวที่มีงานเยอะแยะมาอนุมัติ ถ้าบอสของนั่วนั่วม่อจื้อหยวนอนุมัติ ผู้จัดการโปรเจคอนุมัติ นั่วนั่วก็สามารถไปเซ็นสัญญาทางการกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้เลย

นี่เป็นเส้นทางของพนักงานใหม่ทุกคน มาที่ห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพื่อดื่ม ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นสัญญาหรือออกจากงาน ซูเหมยหลี่ ผู้จัดการแผนกบุคคลเป็นหญิงสาววัยสามสิบปีที่ฉลาดหลักแหลม ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่เธอจะพูดแบบลืมตัวได้ มุมปากเธอแฝงรอยยิ้มน้อยนิด และเธอไม่ได้ขัดจังหวะนั่วนั่วที่จิบชา

การที่เธอนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องการรายละเอียดด้านเทคนิคมากนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำตัวร้ายๆ และการอ่านความคิดของบอสใหญ่ ซูนั่วที่มาทำงานไม่นาน แต่บอสใหญ่นั้นเลือกเธอด้วยตัวเองถึงสองครั้ง และยังย้ายเธอไปชั้นสิบเจ็ดด้วยตนเอง แถมด้วยการเป็นตัวเลือกแทนน้องสาวแผนกธุรการมาส่งปิ่นโตกลางวันด้วย

นี่เป็นครั้งแรกสำหรับซูเหมยหลี่นับตั้งแต่เป็นผู้จัดการแผนกบุคคล ดังนั้นเธอเข้าใจว่านั่วนั่วนั้นไม่เรียบง่ายอย่างที่เห็น ทั้งโปรดิวเซอร์ม่อจื้อหยวนและผู้จัดการโปรเจคลุงหลี่อนุมัติการเป็นพนักงานประจำ ถึงทั้งสองคนจะไม่อนุมัติแต่เธอไม่กล้าไล่นั่วนั่วออกจากบริษัทแน่ๆ

จากรายงานของสายสืบ เสารอาทิตย์ที่มีการทำโอที นั่วนั่วยังเอาข้าวกลางวันมาส่งให้บอสใหญ่เซียว นี่หมายความว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเกินที่พวกเขาคาดฝันไว้มาก

ซูเหมยหลี่กระแอมเพื่อดึงความสนใจ “นั่วนั่ว คุณได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”

“เอ๋?” นั่วนั่วที่ประหลาดใจ แตะจมูกอย่างเขินอาย “ขอโทษค่ะ ฉันเหม่อไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร ฉันหมายความว่า คุณจะกลายเป็นพนักงานประจำ….” ซูเหมยหลี่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ ซูเหมยหลี่ก่อนขอโทษและรับสาย

“ฮัลโหล อ๊ะ? ตกลงค่ะ ตกลงค่ะ ตกลง”

หลังการสนทนาสั้นๆ ซูเหมยหลี่จ้องนั่วนั่วด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก เธอกลืนความเห็นที่กำลังจะพูดลงไปจนหมด จ้องก่อนเอ่ยช้าๆ “นั่วนั่ว เราคงต้องพักขั้นตอนการเซ็นสัญญาไว้ก่อน เจ้านายต้องการพบคุณที่ออฟฟิศ”

นั่วนั่วทำหน้าบู้

สัญชาตญาณของผู้หญิงกำลังบอกเธอว่านี่มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ การจ้างพนักงานประจำสักคนไม่จำเป็นต้องให้บอสใหญ่เซียวมายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย เธอเข้าร่วมบริษัทอย่างเป็นทางการแล้ว การจ้างพนักงานแผนกวางแผนที่มีผู้หญิงน้อยนิด และยังอยู่ใต้อำนาจการบริหารของเซียวอี้โดยตรง การถูกเขาเรียกพบนั้นเป็นเรื่องปกติ

แต่ตอนนี้ สถานการณ์นั้น…

นั่วนั่วกัดริมฝีปากอย่างตื่นเต้นก่อนสอบถาม “เจ้านายบอกหรือเปล่าคะว่าเรื่องอะไร”

ซูเหมยหลี่เม้มริมฝีปาก สีหน้าแย่ลงก่อนเอ่ย “คือ ม่อจื้อหยวนกำลังเถียงกับเจ้านายอยู่ในห้องทำงาน”

ในที่สุดนั่วนั่วขึ้นมาถึงชั้นสิบเจ็ด เห็นหนุ่มๆแอบฟังอยู่แถวประตูห้องทำงานเซียวอี้

เมื่อสังเกตุเห็นนั่วนั่ว พวกเขาทั้งหมดสลายตัวทันที เหลือเพียงบอสเฟยหลงที่เดินมาตรงหน้าเขาช้าๆ ก่อนเปิดปาก ทำท่าจะพูด แต่กลายเป็นถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบลังเล

นั่วนั่วที่เห็นทุกคนทำท่าแปลกๆ เธอรู้สึกแหยงๆ ตาแดงก่ำและถาม “เกิดอะไรขึ้น”

บอสเฟยหลงตบไหล่กระต่ายน้อยแบบปลอบโยนก่อนเอ่ย “ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ลุงไห่เข้าไปในห้องและแยกทั้งคู่ออกจากกันแล้ว โชคที่พวกเขายังไม่เริ่มต่อยกัน แค่ตะโกนใส่กันเฉยๆ”

คำพูดของบอสเฟยหลงนั้นอาจจะเวอร์เกินไป แต่ชั่วขณะนั้นนั่วนั่วเชื่อคำพูด และคอเธอเริ่มหดลงก่อนถาม “แล้วพวกเขาเถียงกันเรื่องอะไรคะ” ไม่ใช่ว่าทั้งบอสใหญ่เซียวกะรุ่นพี่ม่อ เป็นพี่น้องร่วมมหาวิทยาลัยกันเหรอ เธอจำได้ว่าบริษัท Owl Wing ในยุคแรกเริ่มนั้นเป็นแต่เวิร์คชอปเล็กๆ และไม่สามารถจ่ายประกันสังคมให้พนักงานได้ด้วยซ้ำ แต่รุ่นพี่ม่อนั้นทิ้งคำเชิญของบริษัทเกมส์ออนไลน์ชื่อดังแล้ววิ่งมาช่วยบอสใหญ่เซียวอย่างเต็มใจ

ดังนั้นระหว่างพี่น้องสองคนนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นขัดแย้งกันในการทำงานบ้าง แต่ก็ลืมมันได้อย่างง่ายดาย แล้วการที่พวกเขาทะเลาะกันต่อหน้าพนักงานนี่มันคืออะไรกัน นั่วนั่วเดินไปยืนข้างๆบอสเฟยหลงก่อนหดหัวโก่งคอคิด มันเกี่ยวกับเรื่องกล่องข้าวเมื่อวานหรือเปล่า

เฮ้อ… เธอขอสารภาพ ว่าทำตัวเหมือนนกยูง

แต่ปกติแล้วพี่น้องแผนกวางแผนนั้นชื่นชอบการล้อเลียนเธอกับรุ่นพี่ม่อมาก และเมื่อวานหลังจากทราบความจริง ใบหน้าของรุ่นพี่ม่อนั้นดำคล้ำราวกับก้นหม้อไหม้ๆ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็ได้สรุปเหตุการณ์

บอสเฟยหลงสำลักก่อนเอ่ย “เรื่องนี้ใช้คำสองคำอธิบายไม่ได้หรอก เข้าไปสิ บอสใหญ่เซียวรอเธออยู่”

พอได้ยินเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็ไม่อยากเข้าไป เกาะประตูไว้แน่น เวลาเซียวอี้โกรธ ปกติเขาจะดูนิ่งๆและดูผ่อนคลาย แต่วันนี้เขาคำรามราวกัยสิงโตที่กำลังโมโหร้าย ถึงแม้เธอจะไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แต่เธอก็พอจะจินตนาการออก

ช่วงเวลาอันตรายนี้ นั่วนั่วไม่อยากตาย ระหว่างการดิ้นรนเจ้ากระต่ายขาวบังเอิญกระแทกประตูบอสใหญ่เซียวเปิดออกโดยไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนกลั้นหายใจที่เห็นลุงไห่กับม่อจื้อหยวนที่หน้าบูดสุดๆ

นั่วนั่วกัดฟัน เมื่อเห็นม่อจื้อหยวนกำลังเดินผ่านเธอไว้ เธอตะโกนเบาๆ “รุ่น..พี่…..”

ม่อจื้อหยวนทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่แม้จะกระพริบตา และเดินผ่านนั่วนั่วไปเหมือนเธอเป็นอากาศ

>__<

นั่วนั่วแข็งอยู่กับที่ รู้สึกอายมาก เขาเกลียดเธอจริงๆเหรอ โชคดีที่ลุงไห่มาช่วยเธอ เมื่อเขาเห็นกระต่ายน้อยตรงหน้า เขาดันแว่นขึ้นก่อนยิ้ม “มาแล้วเหรอนั่วนั่ว เข้าไปสิ เจ้านายรออยู่” ภายในห้องทำงาน บอสใหญ่เซียวถูกฝังอยู่ใต้แฟ้มเอกสาร ผมปิดหน้าปิดตาจนไม่สามารถเห็นสีหน้าชัดเจน

นั่วนั่วเอ่ยอย่างมั่นคงหากเขินอาย “เจ้านายคะ ฉันจะไปชงกาแฟให้นะ”

เซียวอี้เงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วข้างหนึ่งเอ่ย “ฉันคิดว่าฉันโดนสั่งห้ามดื่มกาแฟเสียอีก เธอว่ามันไม่ดีต่อกระเพาะอาหารฉันไม่ใช่เหรอ”

นั่วนั่วเห็นสีหน้าของบอสใหญ่เซียวก็สดใสขึ้น เขาดูเหมือนว่าไม่ได้กำลังโมโห ดังนั้นเธอลดน้ำเสียงให้อ่อนโยนลงก่อนถามอย่างระวัง “เมื่อกี้ เกิดอะไรขึ้นคะ”

เซียวอี้ถูขมับ ลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ย “ฉันมีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับจื้อหยวน ดังนั้น..” บอสใหญ่เซียวหยุดก่อนเอ่ย “การตัดสินใจเกี่ยวกับเธอ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่ได้ยิน ก็หัวใจเต้นแรงสับสน เธออยากถามแต่ไม่กล้า พยายามดิ้นรนโดยการหยิกแขนตัวเอง เธอเดาถูกจริงๆเหรอ รุ่นพี่ม่อกับเขา…

นั่วนั่วทำปากยื่นและคิดอย่างระมัดระวัง พักนี้รุ่นพี่ม่อก็ดูแปลกๆ เช่น พอพวกเขาสบตากัน เขาจะยิ้มให้เธอ เขามักจะเตือนเธอไม่ให้นอนดึกเพราะเขียนสคริปเพลิน เขาชื่นชอบการมาอยู่ใกล้ๆเธอเป็นพิเศษ เช่นเขามักจะเดินผ่านบล็อคที่เธอนั่งทำงานเพื่อมาดื่มน้ำสักแก้ว

>__<

แม้เจ้ากระต่ายน้อยจะซื่อบื้อ แต่เธอเองก็รู้สึกว่ารุ่นพี่ม่อไม่เหมือนปกติ แต่เพราะกระต่ายขาวตัวน้อยนั้นกำลังคบกับคนอื่นอยู่ นั่วนั่วค่อนข้างไม่เต็มใจที่จะรับรู้ข้อเท็จจริงนี้

ดวงตาบอสใหญ่เซียวจ้องเขม็ง เปลี่ยนเรื่องและเอ่ย “หัวหน้าหลายคนตัดสินใจให้เธอเป็นพนักงานประจำ”

“อ๊ะ” ดวงตานั่วนั่วส่องประกายสดใส เงยหน้าขึ้นหัวเราะคิกคัก ยิ้มหวาน “จริงเหรอคะ”

ถึงแม้ว่าเธอไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจู่ๆบอสใหญ่เซียวถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่กระต่ายน้อยส่ายหางอย่างร่าเริง ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง วันนี้โชคดีสองชั้น ทั้งงานและความรัก เธอต้องไปกราบพระดีๆแล้ว

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นมีความสุขอย่างยิ่ง เมื่อบอสใหญ่เซียวเอ่ยคำพูดโหดร้าย

“แต่ ฉันปฏิเสธไปแล้ว”

“……”

หัวใจนั่วนั่วที่กำลังตื่นเต้นกระตุก เหมือนไฟถูกตัด

หัวสมองเธอว่างเปล่า มีเพียงประโยคเดียวที่ดังก้องซ้ำไปซ้ำมา “แต่ฉันปฏิเสธ แต่ฉันปฏิเสธ แต่ฉันปฏิเสธ…..”

แต่……..

หลายเดือนมานี้ ลูกโป่งแห่งความฝันของเธอที่จะกลายเป็นพนักงานประจำ เหมือนระเบิดปุ้ง และสาเหตุนั้นมาจากแฟนหนุ่มของเธอเอง นั่วนั่วเองไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในใจตอนนี้ได้

คำพูดของบอสใหญ่เซียวสามารถทำให้นั่วนั่วลอยไปบนสวรรค์ได้ และภายในเสี้ยววินาที สามารถผลักเธอลงนรกได้ นั่วนั่วไม่สามารถปรับตัวได้ทัน หรือตัวเธอนั้นต่ำต้อยด้อยค่าจริงๆ

สีหน้าของเซียวอี้ตอนนี้ นี่มันไม่ต่างอะไรกับการที่มีคนบอกคุณ “ยินดีด้วยคุณชนะรางวัลใหญ่ ห้าล้านหยวน” แล้วพูดต่อ “แต่ด้วยวิกฤติทางการเงิน แผนกเงินรางวัลนั้นล้มละลายไปแล้ว”

เซียวอี้เล่นอะไรเนี่ย

Facebook Comment