0 Views

บทที่ 2 นักรบจากแดนนรก

          ท่ามกลางความเงียบสงบของรุ่งเช้าถูกรบกวนด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม ฝุ่นทะเลทรายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณพร้อมเสียงชิ้นส่วนโลหะของรถกระทบกันราวกับจะหลุดออกได้ทุกขณะเมื่อเสียงเบรกหยุดรถดังเอี๊ยดขึ้น เพียงอึดใจก็ปล่อยควันดำโขมงพวยพุ่งออกมาจากท่อเหล็กด้านหลัง

          บรรดายกจกไม่เคยพบเห็นสิ่งประดิษฐ์โลหะแปลกประหลาดนี่มาก่อน

ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึงงั้นไปชั่วขณะ

          ตัวถังรถมีอะไหล่ที่สนิมขึ้นเกรอะกรังติดข้างตัวถังรถอยู่ 7-8 ชิ้น พร้อมหนามเหล็กแหลมติดรอบตัวรถ ล้อรถหนาใหญ่โตจนล้นซุ้มล้อรถ กันชนด้านหน้าและด้านหลังถูกแปลงเป็นหนามคม เป็นรถที่ดูดุดัน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เรียกได้ว่าเป็นรถสำหรับโจมตีศัตรูได้เลยทีเดียว

สัตว์ประหลาดยืดกางอุ้งขาออกเต็มที่ พุ่งกระโจนตามขบาบรถไปอยู่ข้างละสามตัว

          รูปร่างของมันคล้ายนกกระจอกเทศในยุคดึกดำบรรพ์ มันมีอุ้งเท้าที่หนาและใหญ่ รูปร่างแข็งแรง วิ่งเร็วปราดเปรียว อีกทั้งยังสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้มาก ช่างเหมาะแก่เป็นพาหนะในทะเลทรายผืนนี้เสียจริง

          ผู้ติดตามที่เหลืออีก 6 คนก็แต่งกายแหวกแนว ค่อนจะออกไปทางประหลาดนิดหน่อย ชุดเกราะประดับไปด้วยแผ่นโลหะ ไม้ หนัง กระดูก หิน แล้วก็อะไรไม่รู้อีกเยอะแยะเต็มไปหมด มีคนหนึ่งที่ติดแขนเทียมด้วยเฟืองเกียร์ติดใบมีดแหลม ช่างเป็นสไตล์เฉพาะคนทะเลทรายที่นี่เสียจริง

สักพักลงจากหลังนกยักษ์ เดินดุ่มๆ มาเปิดประตูให้ชายร่างยักษ์คนหนึ่งอย่างนอบน้อม

          เขาก้าวลงจากรถอย่างวางท่า มือใหญ่สวมถุงมือหนังไว้ยืนเท้าเอว สวมแจ็คแกตหนังขาดๆ แขนกุดตัวใหญ่ที่ดูชุ่มไปด้วยน้ำมันเช็คเครื่อง หนัง ทับด้วยเสื้อเกราะหนาๆ อีกชั้นดูคล้ายกับแมงมุมสีดำตัวใหญ่เกาะอยู่ทั่วชุด เหน็บกระบอกปืนสีดำวาวและลูกระเบิดมือสไตล์เก่าแก่ไว้ที่

เข็มขัดข้างเอว

ทั้งชุดแปลกๆ วางก้ามเก็กท่า นกยักษ์ที่นั่ง แล้วก็รถบ้าๆ นั่น

นี่มัน….นักขุดสมบัติชัดๆ

          บัดซบชิบ นี่ข้าดั้นด้นมาถึงที่นี่ตั้งนานดันเจอแค่พวกยาจกนี่เท่านั้นน่ะหรือ ชายร่างยักษ์ผู้นี้ถือว่าเป็นความหวังของบรรดายาจกที่เหลือริบหรี่ในกลียุคบ้านี่

          ด้วยน้ำหนักที่น่าจะเกือบถึง 150 กิโลกรัม เปรียบเหมือนเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้ก็ว่าได้ ท่าทางน่าเกรงขามของเขาเทียบกับพวกยาจกดูต่างกันราวฟ้ากับเหว ท่าทางที่มองพวกเขาเหมือนเพชรฆาตที่กำลังมองเหยื่อในโรงเชือดยังไงยังงั้น

          ชาวยกจกถือว่าเป็นพลเมืองที่มีจำนวนมากที่สุดของที่รกร้างว่างเปล่าแห่งนี้ โดยมีนักขุดสมบัติคอยขุดหาเอาเครื่องไม้เครื่องมือในยุคโบราณมาดัดแปลงซ่อมแซมให้ใช้เป็นอาวุธกองกำลังตนเองได้

          พวกเขาใช้น้ำดื่มและอาหารเป็นของแลกเปลี่ยนในการจ้างพวกยาจกออกไปค้นหาเครื่องมืออาวุธมาให้ ฉะนั้นจึงถือได้ว่าคน 2 กลุ่มนี้คุ้นเคยกันพอตัวอยู่แล้ว

ข้าเองๆ ข้าทำได้ทุกอย่างนะ ชายยาจกคนหนึ่งร้องขึ้นมา

ข้าขอเพียงเนื้อครึ่งชิ้นก็พอ

ข้าแข็งแรงมาก เลือกข้าสิท่านๆ

          เพื่อที่จะได้รับเลือกว่าจ้างจากนักขุดสมบัติ เหล่ายาจกต่างยื้อแย่ง เบียดเสียดรุมล้อมพวกนักขุดสมับติกันโกลาหลวุ่นวาย

          เงียบๆ กันก่อน ข้าไม่ได้จะมาจ้างพวกเจ้าทำงานอย่างที่เคย หุบปากของเจ้ากันซะ

ชายร่างยักษ์ควักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า

          ปืนดัดแปลงกระบอกนี้หน้าตาประหลาดนัก สิ้นเสียงเหนี่ยวไกปืนเสียงดังแผดของลูกกระสุนดังปังเหมือนฟ้าถล่ม ยาจกต่างหยุดนิ่งปิดปากเงียบด้วยความสั่นกลัว

ผู้ทำลายล้างอยู่แถวนี้ !

เหล่ายาจกพากันวิ่งแตกตื่นกันออกไปด้วยความหวาดกลัวเสียงคำรามก้องของปืน

          ชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของผู้ทำลายล้างลือกระฉ่อน มันคือคนที่แทบจะกลายพันธุ์หรือกลายพันธุ์ไปแล้วรวมตัวกันปล้น ฆ่า กินเนื้อคน ในหมู่ยาจกแบบพวกเขาผู้ทำลายล้างนับป็นศัตรูตัวฉกาจที่ยกจะรับมือไหว

          ตกอยู่ในมือของพวกมัน พวกเจ้าจะกลายเป็นหมูในเล้าให้พวกมันเคี้ยวเล่น ถูกเฉือนเนื้อออกมาทำเนื้อแดดเดียว กระดูกโดนเอาไปร้อยทำเป็นสร้อยเครื่องประดับ แม้แต่น้ำเหลืองของพวกเจ้ายังต้องถูกเอามาทำเป็นน้ำมันตะเกียงซะด้วย

เหล่ายกจกได้ยินดังนั้นต่างก็พากันตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

          เหล่าผู้ทำลายล้างก็เป็นแบบนี้ โหดเหี้ยมอำมหิต มันไม่เคยปล่อยให้ใครหลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว

          เขาเริ่มประกาศจุดประสงค์ถึงการมาในครั้งนี้ว่า ข้ามาที่นี่เพื่อหาคนที่แข็งแกร่งสัก 10 คน พวกข้ามีอาวุธให้ครบมือ เพื่อให้พวกเจ้าต่อกรกับกลุ่มผู้ทำลายล้างนั่น

เหล่ายาจกได้ยินต่างพากันถอยหลังกรูด ไม่มีใครกล้าออกเสียงสักแอะ

กลุ่มผู้ทำลายล้างโหดเหี้ยมน่ากลัวปานนั้น ใครเลยจะกล้าสู้รบปรบมือด้วย

          ไอ้พวกเศษสวะไร้ค่า ยอมนอนรอความตายกันงั้นเรอะ หึ ชายร่างยักษ์จึงประกาศก้อง ใครยอมมา หลังเสร็จสิ้นภารกิจนี่ข้าจะพามันออกไปจากที่นี่ไปอยู่กับข้า

บัดซบจริง

          เด็กหนุ่มผอมแห้งกระหร่องจมูกเขียวช้ำเป็นจ้ำรีบวิ่งออกมายืนแถวหน้าทันที

ไม่ใช่ใครที่ไหน หวินอิงนั่นเอง

          เหล่าผู้ติดตามของนักขุดสมบัติต่างหัวเราะเกรียวกราวกันอย่างดูแคลน เด็กหนุ่มอายุแค่นี้ริอาจต่อกรกับผู้ทำลายล้างงั้นเรอะ วิค ชายร่างยักษ์ถลึงตามองหนุ่มน้อยนี่แล้วตะคอกว่า แกถือปืนไหวรึเปล่าก็ยังไม่รู้ โธ่ ไป ไสหัวไปซะ

          ข้าจะไปล้มพวกมันเอง หวิงอิงยังยืนกรานหนักแน่น ถ้าข้ารอดกลับมาได้ ท่านจะต้องพาข้าออกไปจากที่นี่ ท่านตกลงไหมล่ะ

          ชายร่าวยักษ์ขมวดคิ้วฉงน เจ้าอยากจะไปจากที่นี่มากนักเรอะ ยังไงชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่รึ

          หวินอิงตอบฉะฉานกลับไปว่า ข้าอยากเป็นนักขุดสมบัติเหมือนท่าน ข้าไม่อยากทนหิวโซ ทนถูกรังแกอีกต่อไปแล้ว

          เหล่าผู้ติดตามหัวเราะเยาะเสียงดังอีกระลอก ความคิดเด็กๆ นี่มันน่าขำเสียนี่กระไร

          จะอยู่รอดในกลียุคบ้านี่สำหรับเจ้าคงไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ หึ แล้วคิดหรือว่าเป้นนักขุดสมบัติแล้วเจ้าจะไม่ถูกรังแก จะไม่ต้องทนหิวอีกน่ะ น่าขำ

          วิค ชายร่างยักษ์อยากจะเตะไอ้เด็กผอมกระหร่องนี่ออกไปให้พ้นๆ ทางเสียจริง แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาสบตาที่เปล่งประกายดำขลับกับหนุ่มน้อยนี่ จึงตอบตกลงให้โอกาสลองสักตั้ง ถ้าเจ้าล้มพวกผู้ทำลายล้างนั่นได้แล้วมีชีวิตรอดกลับมา ข้าจะอนุญาตให้เจ้าร่วมกลุ่มนักรบของข้า

จะให้มันเข้าร่วมด้วยจริงๆ น่ะหรือ

มันเป็นแค่ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่นะ

          หุบปากเน่าๆ ของแกซะ ข้าเป็นคนตัดสินใจ ข้าพูดคำไหนคำนั้น ชายร่างยักษ์รัวปืนยิงขึ้นฟ้าอีก ตอนนี้ไอ้เด็กน้อยบ้านี่ยังกล้าออกมาได้ พวกเจ้าจะยอมหดหัวกันอยู่แต่ในกระดองใช่ไหม หากล้มพวกผู้ทำลายล้างได้ เอาขนมปังไป 2 ก้อนกับน้ำดื่มสะอาดขวดหนึ่งไปได้เลย ถ้าข้ายังไม่ได้คนตามที่ต้องการก็รอกินลูกปืนไปซะ

          สิ่งที่จูงใจยาจกได้ผลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นอาหาร และการเอาตัวรอดจากความตาย

          วิธีนี้กลับได้ผลชะงัด ชาวยาจกต่างพากันก้าวออกมาข้างหน้ายอมไปเป็นหน่วยกล้าตายให้กับนักขุดสมบัติ วิคจึงได้คนที่พร้อมไปตายครบแล้ว อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าหน่วยกล้าตายต่างหาก

ไอ้หนุ่มน้อยเร็ว มานั่งที่รถข้านี่มา

          หวินอิงถูกโยนไว้เบาะหน้าข้างคนขับ ยังไม่ทันจะนั่ง เสียงติดเครื่องยนต์ดั่งกระหึ่มไปทั่วบริเวณกระชากตัวรถออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

          แม้ภายนอกรถจะดูง่อนแง่นจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ แต่วิ่งได้เร็วจี๋ เร็วกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ

          แต่ที่สุดก็คือรถนี่ไม่มีเข็มขัดนิรภัย พวกเขาได้แต่เกาะขอบประตูรถไว้ไม่ให้ตัวกระเด้งหลุดไปนอกรถ

          ผู้ติดตามทั้ง 6 ต่างก็พายาจกกันไปอีกคนละหนึ่ง ควบนกกระจอกเทศยักษ์วิ่งทะยานตามรถที่บรรทุกคนไปเต็มรถอย่างรวดเร็ว ทั้งรถทั้งนกกระเด้งกระดอนไปมาชวนเวียนหัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ทำให้เหล่ายกจกตื่นตัวสำหรับภารกิจที่กำลังรออยู่ข้างหน้าได้เป็นอย่างดี

          ในใจของหวินอิงตอนนี้ช่างสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวผู้ทำลายล้าง หรือมาจากการออกนอกต่างถิ่นไปผจญโลกกว้างที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกันแน่

แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา

ท่านลุง ท่านเห็นแล้วหรือยัง เด็กหนุ่มรำพึงถึงชายชรา

ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากที่นี่สักที

          รถแล่นพุ่งออกจากกองซากปรักหักพังได้ไม่นานก็เจอเข้ากับกลุ่มคนเร่ร่อน ชายร่างยักษ์ไม่ได้หักหลบ แต่กลับเหยียบคันเร่งมิดมุ่งไปทางคนกลุ่มนั้นอย่างกระหาย

ระวัง ระวัง หวินอิงร้อง มีคนอยู่ตรงนั้น

          รถเกราะบ้าๆ นี่พุ่งเข้าชนคนกระเด็นออกไปไกลอย่างแรง หนามแหลมที่ติดกันชนรถแทงเข้าที่ท้องของเขาเข้าอย่างจัง เลือดสดๆ พุ่งทะลักเปื้อนออกมาเต็มร่างวิค แถมกระเซ็นใส่หน้าหวินอิง ร่างไร้วิญญาณห้อยต่องแต่งเต็มข้างตัวถังรถดูสยดสยองสิ้นดี

ว่ะ ฮ่ะๆ ฮ่า สะใจข้าจริงๆ

          วิคหัวเราะร้องตะโกนเหมือนเสียสติ ว่าแล้วก็เปิดที่ปัดน้ำฝนกวาดเอาเศษเนื้อคราบเลือดออกจากกระจกรถ ยังไม่ทันไรก็ไล่บี้ทับอีกร่าง เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบที่ใต้ล้อรถดังเข้าโสตประสาทของหวินอิง

สีหน้าของชายร่างยักษ์ดูพอใจมาก อักบุหรี่เข้าปอดแล้วเริ่มขับไล่บี้คนแล้วคนเล่า

ชนมันกระเด็นไปเลยยย

ทับมันให้กระจุยไปเลยย

สะใจข้าจริงๆ ฮ่าๆๆ

          ส่วนเหล่าผู้ติดตามก็บ้าคลั่งไม่แพ้กัน เข่นฆ่าชาวเร่ร่อนเหมือนผักเหมือนปลาอย่างหิวกระหาย มีคนหนึ่งใช้เบ็ดแหลมเกี่ยวไปที่คางคนหนึ่งแล้วลากไปกับพื้น เป็นภาพน่าสังเวชที่ทิ้งร่องรอยเลือดสีแดงฉานและชิ้นเนื้อไปตามทาง

          หวินอิงรู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลังแม้อากาศจะร้อนระอุก็ตาม ทำไม ทำไมพวกเจ้าถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย

แม้แต่ยากจกก็ฆ่าคนด้วยกันเองหรือนี่

ข้าเคยได้ยินมาแต่ช่วงที่อดอยากข้นแค้นที่สุดถึงจะทำกันแบบนี้

          นักขุดสมบัติก็ไม่ได้อดอยาก อาหารก็มีพร้อมอุดมสมบูรณ์ แต่ที่ทำไปก็เพื่อความสนุกและสาแก่ใจเท่านั้น หวิงอิงไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย

          ฮ่าๆ ข้าสะใจแล้วเจ้าจะทำไมข้าได้ ไอ้เด็กน้อย พวกนั้นมันเป็นพวกเร่ร่อน ที่ข้าทำนี่ถือว่าเสียสละทำเพื่อส่วนรวมเสียด้วยซ้ำไป

          ที่รกร้างนี่ประกอบไปด้วยคนจำพวก 4 กลุ่ม คือ พวกยาจก นักขุดสมบัติ พวกเร่ร่อน และพวกผู้ทำลายล้าง

          ยาจกถือว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด และเมื่อตอนที่ยาจกรู้จักที่จะค้นหาซากเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ มาใช้เป็นอาวุธเพื่อเป็นกองกำลังของตนเองก็จะกลายเป็นนักขุดสมบัติได้นั่นเอง

          อีกหนึ่งเหตุผลก็มาจากอาหารที่ยาจกกินเข้าไปมีสิ่งปนเปื้อนมาก ไม่ว่าจะกินทั้งสัตว์กลายพันธุ์แบบดิบๆ สภาพแวดล้อมที่อยู่ที่เลวร้าย ร่างกายพวก    เขาจะค่อยๆ กลายพันธุ์ไปทีละเล็กทีละน้อย ไม่เพียงแค่ร่างกายเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทางที่เลวร้าย แม้แต่ความคิดความอ่าน สติจิตใต้สำนึกก็พลอยย่ำแย่ แปรเปลี่ยนใกล้เคียงกับสัตว์เดรัจฉานเข้าไปทุกที คนกลุ่มนี้จะไม่ถือว่าเป็นยกจกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นกลุ่มพวกคนเร่ร่อนที่เสาะหาอาหารไปทั่วทุกพื้นที่แทน

          เมื่อกลุ่มคนเร่ร่อนผนึกกำลังและจำนวนคนมากขึ้น สุดท้ายจะกลายเป็นกลุ่มผู้ทำลายล้าง ไม่ว่าพวกเขาไปที่ใด ไม่เว้นแม้แต่ยกจก หรือนักขุดสมบัติก็จะถูกพวกมันโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

          ที่รกร้างแห่งนี้มีอำนาจมืดของพวกยกจก พวกนักขุดสมบัติ คนเร่ร่อน และผู้ทำลายล้างอยู่เท่าไรกันแน่

มันมีอยู่มาก มากเกินไปแล้ว

          เมืองเก่านี้นับว่ามีค่ายพักของเหล่ายกจกกระจายอยู่เต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่นักขุดสมบัติ หรือผู้ทำลายล้างก็ตามและแล้ว พวกยาจกที่ดั้นด้นมาถึงนี่กว่า 20 ชีวิตถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ที่ค่ายพักก่อน

          สิ่งก่อสร้างรูปร่างประหลาดคล้ายพีระมิดหัวกลับตั้งอยู่กลางลานกว้าง ราวกับตึกนี้ตกลงมาจากฟากฟ้าเสียบลงไปที่พื้นดินยังไงยังงั้น มันใหญ่โตมโหฬารมาก อีกทั้งยังหลงเหลือความประณีตเอาไว้แม้กาลเวลาจะลบเลือนทุกอย่างออกไป

          ที่ร่มเงาตึกพีระมิดหัวกลับมีรถบรรทุกจอดอยู่ รูปร่างมันแปลกตาไม่เบา มีล้อทั้งหมด 5 ล้อ โดยมีล้อหน้าอยู่ตรงกลางเล็กๆ 1 ล้อ ส่วนล้อหลังใหญ่พอๆ กับคน ตัวรถทั้งสูงและใหญ่มาก มันถูกล้อมรอบไปด้วยขดลวดกับกับแผ่นโลหะหลากชนิด มองข้างนอกแล้วเหมือนสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำตัวยักษ์น่าเกลียด แต่คงจุของชิ้นใหญ่มากๆ ได้ทีเดียว

          ชายร่างยักษ์ตะโกนพร้อมโดดลงจากรถนั่น ไอ้หมาบ้ามานี่ รีบมาต้อนรับเจ้าพวกไก่อ่อนนี่เร็วๆ สิ

          หมาบ้า ผู้ที่ถูกเรียกชื่อเล่นนี้ยืนอยู่ริมรถบรรทุกของ เป็นชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่เกือบถึง 190 เซนติเมตร ผมที่ถูกตัดจนสั้นเกรียนรับกับใบหน้าโหด คงจะผ่านอะไรมาเยอะทั้งแผลเล็กแผลน้อย หนึ่งในนั้นยังทิ้งรอยบากที่ยังมีรอยเย็บกลางหน้าไว้

โหดเหี้ยม ดุร้าย น่าเกลียดน่ากลัว

คำสรรเสริญเหล่านี้ราวกับรังสรรค์มาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

ตำแหน่งของหมาบ้าก็ถือว่าสูงพอตัวอยู่

          เขากวาดสายตามองพวกยาจกปราดเดียว ว่าแล้วก็ลากโซ่เหล็กอันเขื่องออกแล้วเปิดหีบสักลายมังกรออกดังผลัวะ พวกเจ้าเลือกกันซะสิ

          อาวุธที่อยู่ตรงหน้ามีทั้งดาบยาวมีดสั้น หอก ขวาน  ผสมปนเปกันเยอะเยอะจนเลือกไม่ถูก ถึงมันจะเป็นอาวุธแบบโบราณ แต่ก็นับว่าเป็นของหายากอยู่โข

          เลือกสักอันที่เหมาะกับพวกเจ้า ชีวิตของพวกเจ้าจะอยู่รอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับมันแล้ว วิคหันไปพูดกับหมาบ้าให้เตรียมอาหารมื้อค่ำให้พวกยาจก พวกมันคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว อาหารมื้อสุดท้ายของพวกมัน

วิคพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของคนฟังสักนิด

          แววตาของเหล่ายาจกต่างก็แฝงไปด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่ายังต้องพบเจอกับอะไรข้างหน้า

          ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเลือกอาวุธของตนเอง ขวาน และ Machetes มีพลังทำลายล้างสูง ต้องใช้กำลังเยอะ แต่หวิงอิง ไม่แข็งแรงพอที่จะใช้พวกมัน สุดท้ายหวิงอิง จึงเลือกดาบสั้น ความยาวไม่ถึง 3ฟุต เมื่อหวิงอิงหยิบมัน เขารู้สึกได้ถึงความเย็นของดาบ มันช่วยให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น

หึ ต้องพบเจออะไรก็คงต้องแล้วแต่ดวงแล้วล่ะ

          ไม่ว่าความหวังนั่นจะริบหรี่เพียงใด แต่มันก็คุ้มที่จะลองเสี่ยงดูไม่ใช่หรือ หวินอิงผู้ตั้งความหวังที่จะหลุดพ้นออกจากชนชั้นยาจกอันต่ำต้อยไร้ค่า ที่สุดท้ายก็ตายจากไปอย่างไม่มีคุณค่าอะไรเฉกเช่นชายชรา

          พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเลือกอาวุธของตนเอง Machetes และ Axes มีพลังมาก แต่ Cloudhawk ไม่แข็งแรงพอที่จะใช้พวกเขาได้ในตอนท้ายเขาเลือก Shortsword ที่มีความยาวไม่ถึงสามฟุต Cloudhawk รู้สึกว่าโลหะเย็นของดาบเย็นมือของเขาเขาไม่สามารถช่วย แต่รู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น

 

>>> สามารถติดตามนิยายได้ ที่นี่ 

**********