0 Views

เสียงเชียร์ของผู้ชมดังสนั่นไปทั้งไปทั้งโคลอสเซียม

เหล่าชนชั้นสูงและขุนนางหรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปนั้นไม่ได้ต้องการที่จะหลั่งเลือดของพวกเขา หากแต่ชื่นชอบการเห็นผู้อื่นหลั่งเลือด ความบรรเทิงประเภทนี้ถูกใช้ในการปลดปล่อยความโกรธแค้นและความรุนแรง นับตั้งแต่ยุคโบราณเป็นต้นมา ทุกเชื้อชาติทุกเผ่าเผ่าพันธุ์ต่างเทิดทูนความแข็งแกร่งและอำนาจ เป็นความรู้สึกที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสมใจผ่านการยืนดูการต่อสู้ถึงชีวิตอยู่ทางด้านข้าง

ผู้ชมต่างโห่ร้องดังกึกก้องด้วยความคลุ้มคลั่งและป่าเถื่อน

เสียงของผู้บรรยายซึ่งสะท้อนผ่านโคลอสเซียมด้วยความช่วยเหลือของเวทมนตร์มาพร้อมกับเสียงเชียร์อย่างล้นหลาม ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงสัตว์อสูรสองตัวคำรามออกมาจากด้านหลังของประตูที่กำลังเปิดออกสองบาน มีแรดที่ตัวใหญ่โตค่อยๆปรากฏกายออกมาจากประตูบานแรก มันราวกับเป็นรถถังหุ้มเกราะคันหนึ่ง

ผู้ชมยิ่งโห่ร้องเสียงดังมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นร่างกายที่ใหญ่โตของมัน เสียงเชียร์ของพวกเขาราวกับพบเจอดาราที่ตนเองชื่นชอบ

พื้นดินสั่นสะเทือนตามการก้าวเท้าของแรดยักษ์ สายตาของมันกวาดไปทั่วก่อนจะจ้องไปที่พวกออร์คทั้งห้าที่ยืนอยู่กลางสนาม มันค่อยๆก้าวตรงไปทีละก้าว

พวกสัตว์อสูรเหล่านี้มักจะหยิ่งยโสเว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะพบคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง โดยธรรมชาติแล้วในสายตาของพวกมัน สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอก็เปรียบดังกับอาหารทั่วไปเท่านั้น

พวกออร์คยังคงยืนอย่างเรียบเฉยโดยปราศจากอาการสั่นกลัวเมื่อได้เห็นแรดยักษ์ พวกเขาถูกขังไว้ในสนามต่อสู้แห่งนี้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ถ้าต้องเกิดการต่อสู้ขึ้นแล้ว เช่นนั้นพวกมันก็จะไม่มีวันถอยหนี
ศักดิ์ศรีและความกล้าหาญของพวกมันไม่อนุญาติให้พวกมันทำเช่นนั้น

แรดยักษ์ปรากฏกายออกมาแล้ว หากแต่สัตว์อสูรตัวที่สองยังคงไม่ได้เข้ามา บรรดาผู้ชมต่างรู้สึกแปลกประหลาดใจ แต่เซียวอวี๋นั้นรู้สึกตึงเครียด เขาได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรสองตัวอย่างชัดเจน ทว่ามันกลับมีเพียงตัวเดียวที่ออกมา มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้น สัตว์อสูรอีกตัวนั้นไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เซียวอวี๋หันไปหาทิรันด้า นางมีทักษะตาเหยี่ยวซึ่งเป็นสิ่งที่จะให้ความกระจ่างเขาได้ นางชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ที่นั่นมีเงาที่กลมกลืนไปกับสนาม มันดูเหมือนไม่มีอะไรหากแต่เซียวอวี๋ยังสามารถรู้สึกได้ว่ามีสัตว์ร้ายซุกซ่อนตัวอยู่ มันกำลังเฝ้ารอโอกาศที่จะฝังเขี้ยวใส่ศัตรูของมัน

เซียวอวี๋ทราบสถานการณ์ของออร์คทั้งห้านั้นไม่ดีเสียแล้ว แรดยักษ์นั้นเป็นตัวชนที่แข็งแกร่ง ในขณะที่สัตว์อสูรอีกตัวสามารถล่องหนได้

ผู้ชมต่างส่งเสียงปลุกกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกัน

ออร์คสองตนที่ถือขวานขนาดใหญ่แยกตัวออกไปทั่งสองฝั่ง ออร์คหนึ่งตนที่ถือค้อนขนาดใหญ่ยังคงยืนอยู่กึ่งกลาง เซียวอวี๋พบว่ามันแปลกที่จะให้ออร์คตนนั้นยืนรับมือกับแรดยักษ์เพราะออร์คตนนั้นไม่ได้มีขนาดสูงเท่ากับตัวอื่นๆ ดูเหมือนว่ามันจะมีอาการบาดเจ็บที่ขา ออร์คตัวที่สูงที่สุดยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสามอีกที ขณะที่ออร์คซึ่งดูตัวเตี้ยและออร์คที่ดูอาวุโสกว่าตัวอื่นๆยืนอยู่ที่ท้ายสุดขณะที่ในมือกุมไว้ด้วยขวานสั้นและโล่ใบหนึ่ง พวกมันก่อตั้งรูปขบวนขึ้น! พวกมันเลือกใช้การก่อรูปขบวนมากกว่าที่จะต่อสู้โดยอาศัยเพียงพละกำลัง ดูเหมือนว่าพวกมันจะได้เรียนรู้อย่างมากหลังผ่านการพ่ายแพ้

แรดยักษ์ยังคงก้าวออกไปข้างหน้าทีละก้าว ในสายตาของมันแล้ว ออร์คเหล่านี้ยังคงไม่อาจคุกคามมันได้

ฮ๊ากกกกกกก~

ออร์คทั้งห้าต่างส่งเสียงคำรามออกมา เสียงคำรามของออร์คทั้งห้ากระทั่งดังกลบเสียงเชียร์ของผู้ชมหลายร้อยหลายพันคนลง มีความรู้สึกเศร้าหมองและหดหู่แฝงมากับเสียงคำราม หลังจากนั้นออร์คที่ตัวสูงที่สุดก็ตะโกนถ้อยคำในภาษาของออร์คออกมา ออร์คอีกสี่ตัวที่เหลือต่างกระชับอาวุธแน่น

มีคนไม่กี่คนที่สามารถเข้าใจภาษาของออร์คได้ในทวีปแห่งนี้

เซียวอวี๋และกรอมล้วนเข้าใจสิ่งที่ออร์คตนนั้นกล่าวออกมา

พวกมันตะโกนว่า “องค์เทพทอร์ล! องค์เทพกรอม! สายเลือดแห่งออร์คจะสถิตย์อยู่ชั่วนิรันดร์!”

ลีอาหันมามองเซียวอวี๋ด้วยความตกใจ เห็นหยดน้ำตาไหลผ่านแก้มของเขา

“ข้ากำลังเห็นภาพหลอนงั้นหรือ? เจ้าอันธพาลนี่จะแสดงออกเช่นนี้ได้อย่างไร?” สีหน้าของเซียวอวี๋ช่างคล้ายคลึงกับสีหน้าของเหล่าออร์คที่อยู่ภายในสนามต่อสู้เหลือเกิน

วินาทีนั้น ลีอารู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่ข้างนักรบออร์คไม่ใช่มนุษย์

ร่างกายของกรอมสั่นเทิ้มอยู่ครู่หนึ่ง ความมุ่งมั่นในแววตาของเขายังแรงกล้ายิ่งกว่าเซียวอวี๋เสียอีก มันไม่มีน้ำตาหรือความโกรธ หากแต่เป็นความบ้าคลั่ง

แรดยักษ์ส่งเสียงคำรามออกมาเมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันยังคงนิ่งเฉยได้อยู่ ตามความคิดของมันแล้ว เหยื่อของมันสมควรวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว มันชื่นชอบการล่าสังหารมากกว่าการต่อสู้ซึ่งหน้าเช่นนี้

สิ่งมีชีวิตกลุ่มด้านหน้าที่กำลังยืนนิ่งอยู่นี้ได้ทำให้มันรู้สึกไม่สบอารมณ์
สัญชาตญาณของมันบอกว่าเหยื่อกลุ่มนี้นั้นจัดการไม่ง่ายนัก

ฟู่~ ฟู่~

ไอน้ำสีขาวถูกพ่นออกมาทางจมูกขณะที่มันโถมออกไปด้านหน้า

แรดยักษ์ที่ดูใหญ่โตเทอะทะกลับเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว สัตว์อสูรในขั้นที่สองนั้นสามารถทลวงผ่านกำแพงที่หนาครึ่งเมตรได้หากมันวิ่งเข้าใส่เต็มกำลัง พวกออร์คยังคงไม่ได้เคลื่อนไหวในขณะที่แรดยักษ์พุ่งตรงเข้ามา

ฮ๊ากกกกกกก~

ออร์คตนที่ยืนอยุ่หน้าสุดคำรามออกมาขณะที่วิ่งเข้าใส่แรดยักษ์เมื่อมันเข้ามาในระยะ 20 เมตร เซียวอวี๋เข้าใจกลยุทธ์นี้ทันที ที่ออร์คซึ่งกะโผลกกะเผลกนั้นยืนอยู่หน้าสุดแทนที่จะเป็นออร์คที่ร่างสูงสุดนั้นเนื่องมาจากมันกำลังจะพลีชีพ การโจมตีที่ส่งเข้าหาร่างของมันจะสร้างโอกาศให้กับเหล่าสหายของมัน

ออร์คตนนั้นแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บอยู่ หากแต่ความเร็วของมันก็ยังไม่ช้า นอกจากนี้มันยังกำลังจะพลีชีพ วินาทีที่ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันนั้นดังสนั่นราวกับอุกกาบาตพุ่งชนใส่กัน เซียวอวี๋ได้ยินเสียงกระดูกแตกและเลือดเนื้อที่ถูกทะลวง ทั้งออร์คและแรดยักษ์ต่างพุ่งเข้าใส่กันด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกมหาศาลเกิดขึ้นจากความเร็วของพวกมัน หากแต่นี่ราวกับนกตัวหนึ่งที่โผบินเข้าใส่เครื่องบินลำใหญ่ ซึ่งหากนกมีความเร็วที่เร็วพอก็อาจจะสร้างความเสียหายแก่เครื่องบินได้ ขณะเดียวกัน ด้วยความเร็วของแรดยักษ์แล้ว ความเสียหายที่มันสร้างแก่ออร์คนั้นรุนแรงอย่างมาก

ร่างที่กระดูกแตกของออร์คตนนั้นลอยข้ามศีรษะของเหล่าสหายอีกสี่ตนที่เหลือของมัน อย่างไรก็ตาม ออร์คที่เหลืออีกสี่ตัวไม่ได้เหลือบแลไป แรดยักษ์สูญเสียสภาวะบุกไป นั่นทำให้ความเร็วของมันตกลงอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นมันยังรู้สึกวิงเวียนจากการโจมตีพลีชีพของออร์คตนแรก มันรู้สึกมึนงงขณะที่ยังคงมุ่งหน้าต่อไป

ในเวลาเดียวกัน ออร์คสองตนที่ถือขวานก็ขยับตัวส่งขวานเล็งไปยังข้อต่อของขาด้านหน้า

ข้อต่อของแรดยักษ์อ่อนยวบลงไปจากแรงกระแทกและทำให้มันไถลไปกับพื้น ผิวหนังของมันนั้นแข็งอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะผ่าแยกมันออกจากกัน ทว่าข้อต่อของมันก็ยังทำให้มันเป็นขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ไปชั่วคราว ออร์คที่มีรูปร่างสูงที่สุดเหวี่ยงขวานของมันเข้าใส่ส่วนหัวของแรดยักษ์….


ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล