0 Views

ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


 

“ความชั่วร้ายกระจายอยู่ภายในหมอกดำพวกนี้…..ที่นี่คือนครทมิฬจริงๆ” เซียวอวี๋ประหลาดใจเมื่อได้เห็นหมอกสีดำที่เบื้องหน้า สถานที่แห่งนี้คล้ายคลึงกับเมืองใต้ดินที่เซียวอวี๋เคยเห็นในเกม อย่างไรก็ตาม หากว่านี่คือเมืองใต้ดินจริงๆ เช่นนั้นเทือกเขาอัลคาเกนคงไม่ใช่ป่าทิริสฟอลหรอกใช่มั้ย? ทำไมสภาพแวดล้อมของมันถึงเปลี่ยนไปมากแบบนี้? เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตงั้นหรือ?

เซียวอวี๋สั่งให้ทอร์ลคอยควบคุมพวกออร์คและเอลฟ์อยู่ที่นอกอาณาเขตของเมือง พวกเขาต้องหาสถานที่ในการตั้งค่ายพักผ่อน เขาไม่ต้องการพาคนเข้าไปสำรวจนครทมิฬมากไปเพราะจะทำให้การดูแลความปลอดภัยกระทำได้ไม่ทั่วถึง

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังมอบคัมภีร์เวทของธีโอดอร์บางส่วนให้กับทอร์ลเผื่อไว้ใช้ในกรณีที่ถูกโจมตี เป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะหากผู้ที่โจมตีพวกเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง เซียวอวี๋เชื่อว่าผู้ที่กล้าเข้าโจมตีพวกเขาตอนนี้ต้องมีระดบอย่างน้อยขั้นที่สี่หรือห้า คนเหล่านี้จะเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อพวกเอลฟ์และออร์ค

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีม้วนคัมภีร์เวทเขาก็สามารถอุ่นใจไปได้เปาะหนึ่งเมื่อว่ากลุ่มจะต้องเผชิญกับจอมมนตราขั้นที่ห้า

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังทิ้งเครื่องจู่โจม 5 เครื่อง อสูรโคโด 5 ตัว ชาแมน 5 ตนและบาริสต้าอีกบางส่วนไว้ให้

หลังจากดูแลจนเรียบร้อยแล้ว เซียวอวี๋และคนอื่นๆก็มุ่งหน้าเข้าสู่นครทมิฬ

หลังจากเดินผ่านหมอกสีดำอยู่ราวครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็ได้มาถึงตัวเมือง เซียวอวี๋ทราบว่าที่นี่ก็คือเมืองใต้ดินทันทีที่เห็นโดมอันคุ้นเคย กว่าครึ่งของสถานที่แห่งนี้จมอยู่ใต้พื้นดิน กระทั่งทางเข้าเองก็ยังถูกปิดกั้น

“พวกเราจะเข้าไปข้างในได้อย่างไรในเมื่อที่นี่ไม่มีประตู?” ทุกคนเริ่มกังวล พวกศิษย์คิดว่ามันยากเกินไปที่จะขุดพลิกดินออกเพื่อหาประตูทางเข้า

กรี๊ดดดด

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงแหลมเล็กก็สะท้อนออกมา ขณะที่มีวิญญาณตนหนึ่งพุ่งเข้าหาพวกเขา

เซียวอวี๋เรียกดาบออกมาก่อนจะตวัดฟันไปยังวิญญาณตนนั้น

กรี๊ดดดด กรี๊ดดดด

แสงสีขาวระเบิดออกมาจากร่างของวิญญาณตนนั้นเมื่อแอชบิงเกอร์ผ่าแยกร่างของมัน ร่างของมันที่เหลือแปรเปลี่ยนเป็นกองขี้เถ้า

“เวทธาตุแสงของแอชบิงเกอร์ช่างทรงพลังจริงๆ มันเป็นดาวข่มของความชั่วร้าย!” เซียวอวี๋พึมพำ

กรี๊ดดดด กรี๊ดดดด

เสียงกรีดร้องจากทั่วทุกทิศเริ่มดังขึ้นขณะที่มีวิญญาณจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีทั้งกลุ่ม ศิษย์จากทั้งสองสถาบันต่างตกอยู่อาการหวาดผวา

ตรงกันข้ามกับกองกำลังของเซียวอวี๋ พวกเขายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ ทั้งหมดเป็นนักรบที่ถูกอัญชิญออกมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้จักกับความกลัว

เปรี้ยงงงง เปรี้ยงง

พวกนักรบออร์คพุ่งตัวออกไปขณะที่กวัดแกว่งขวานยักษ์ในมือเข้าต่อสู้กับพวกวิญญาณ พวกออร์ครู้จักเพียงสิ่งเดียว นั่นก็คือการเหวี่ยงขวานฟาดฟัน ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นมนุษย์ ภูติผีหรือสัตว์อสูรก็ตาม กระนั้นขวานของพวกมันกลับไม่ค่อยส่งผลมากนัก แม้ว่าพวกวิญญาณจะได้รับความเสียหายส่วนหนึ่ง ทว่านั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะฆ่าพวกมัน การโจมตีทางกายภาพแทบจะไม่ส่งผลต่อพวกมัน

ไม่มีผู้ใดสามารถระบุได้ว่าวิญญาณเป็นสิ่งใด แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขามั่นใจ พวกมันเป็นอันเดดประเภทหนึ่ง

“ใช้เวทธาตุอัคคี! เปลวเพลิงสามารถจัดการกับพวกมันได้!” เซียวอวี๋ตะโกนออกมา

ศิษย์จากสถาบันเวทมนตร์เริ่มร่ายเวทบอลอัคคีและเวทบทอื่นๆจัดการพวกวิญญาณ

พวกวิญญาณจะถูกระเบิดกลายเป็นควันเมื่อปะทะเข้ากับเวทเหล่านี้ อัลม่ากำลังร่ายเวทมนตร์ซึ่งใช้เวลามากกว่านาที ไม่ช้า ลูกไฟจำนวนมากก็ตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับหยาดฝนเข้าทำลายพวกวิญญาณ…

ตู้มมมมม ตู้มมมม

แรงระเบิดกระจายออกโดยรอบ พวกวิญญาณกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมาณก่อนจะสลายกลายเป็นหมอกควัน

วิญญาณที่เหลือถูกพวกศิษย์ใช้เวทมนตร์เข้ากำจัด ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหลังได้กำลังวิญญาณไปจำนวนมาก พวกเขาสามารถเอากลับไปคุยโตโอ้อวดได้ ทว่าความสุขของพวกเขากลับอยู่ได้ไม่นานนัก พวกวิญญาณเริ่มผุดออกมาจากทุกที่และตรงเข้าจู่โจมทั้งกลุ่มอีกครั้ง

“พวกเราไม่อาจเอาแต่พึ่งพาผู้ใช้มนตราได้….” เซียวอวี๋รีบขบคิดหาวิธีการสังหารพวกวิญญาณ เขาจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว เขามักจะใช้อาวุธโลหิตจัดการกับพวกวิญญาณ มันจะได้ผลรึเปล่านะ?

“อสูรหนึ่ง! ตัดนิ้วแล้วเอาเลือดป้ายลงบนขวานซะ!” เซียวอวี๋ออกคำสั่ง

อสูรหนึ่งทำตามโดยไม่รีลอ เขากระทำราวกับไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด

ฮ๊ากกกกก!

อสูรหนึ่งคำรามออกมาขณะเหวี่ยงขวานเข้าใส่วิญญาณ แสงสีแดงระเบิดออกมาจากร่างของวิญญาณตนนั้นที่กำลังสั่นเทิ้ม อสูรหนึ่งเขวี่ยงขวานสับลงไปอีกครั้งทำให้วิญญาณตนนั้นกรีร้องโหยหวนก่อนจะระเบิดเป็นควัน

“มันได้ผล!” เซียวอวี๋ออกคำสั่งให้ออร์คทุกตนป้ายเลือดไปที่ขวาน พวกออร์คทำตามคำสั่งโดยไม่มีความลังเลก่อนจะพุ่งเข้าจัดการกับพวกวิญญาณ

“พวกมันช่างอ่อนแอ….” เซียวอวี๋กระหยิ่มยิ้มย่องกับวิธีการที่เขานำมาใช้

ไม่นานเสียงกรีดร้องอีกระลอกก็ดังขึ้น ราวกับเสียงผู้คนจำนวนมากกำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพร้อมกัน

“มือออ!…..มีมือโผล่ออกมาจากพื้น! มันจับข้าแล้ววว!” ศิษย์จากสถาบันอัศวินคนหนึ่งกรีดร้องออกมาขณะที่มีมือโครงกระดูกคว้ามาจับขาของเขา…..


ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล