0 Views

ทิรันด้าเป็นคนที่สองที่มาถึงระดับ 20 นางมีบทบาทสำคัญในการสังหารแรดยักษ์และสัตว์อสูรระดับสูงตัวอื่นๆ ในขณะที่มีบทบาทสำคัญกับสัตว์อสูรระดับต่ำยิ่งกว่า นางสามารถสังหารพวกมันได้คราวละหลายตัว ค่าประสบการณ์ของนางเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาฮีโร่ทั้งหมด

ทิรันด้ามีทักษะใหม่อีก 4 ทักษะ

ตราประทับสังหาร(เพิ่มได้ถึงระดับ 3): นักธนูสามารถประทับตราสังหารใส่เป้าหมายซึ่งจะทำให้การยิงใส่เป้าหมายมีโอกาศ 10% ที่จะได้รับบาดเจ็บและสร้างความเสียหาย 5% ชช นอกจากนี้ตราประทับยังติดตัวและแสดงให้เห็นแม้ว่าเป้าหมายจะอยู่ในสภาวะล่องหนก็ตาม โอกาศจะเพิ่มขึ้น 10% และความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 5% ในแต่ละระดับ

กับดักน้ำแข็ง(เพิ่มได้ถึงระดับ 3): นักธนูสามารถสร้างกับดักขึ้นมาบนพื้นที่ น้ำแข็งจะเกาะตามร่างของศัตรูหากสัมผัสเข้ากับกับดักและอาจมีโอกาศที่จะถูกแช่แข็งร่างเป็นเวลาสั้นๆ ขณะที่ความเร็วในการเคลื่อนที่จะถูกลดลง

แกะรอยสัตว์ป่า(เพิ่มได้ถึงระดับ 1): นักธนูสามารถติดตามร่องรอยของสัตว์ที่อยู่ภายในรัศมี 10 ไมล์

ศรพิษ(เพิ่มได้ถึงระดับ 3): ลูกธนูจะสร้างความเสียหายให้กับศัตรูวินาทีละ 258 หน่วย

ทั้งสี่ทักษะนับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง ทักษะที่เหมาะกับการเดินทางในครั้งนี้มากที่สุดเห็นจะเป็น แกะรอยสัตว์ป่าและตราประทับสังหาร ยังจะมีทักษะใดที่ยอดเยี่ยมไปกว่าแกะรอยสัตว์ป่าภายในเทือกเขาอัลคาเกนอีกหรือ? พวกเขาจะสามารถค้นหาสัตว์อสูรหรือใช้มันหลบหลีกสัตวือสูรอันตรายก็ย่อมได้

เซียวอวี๋นั้นยังกังวลเรื่องมือสังหารที่อาจถูกส่งตัวมาโจมตีเขาอยู่ ทิรันด้าจะสามารถใช้ทักษะนี้ติดตามตำแหน่งของพวกเขาได้ ผู้ใดที่กล้าเข้ามาโจมตีเขาย่อมไม่อาจหลบหนีจากไปทั้งมีชีวิต หลังจากขบคิดอยุ่ครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจเพิ่มแต้มทักษะไปที่ทักษะแกะรอยสัตว์ป่าและตราประทับสังหาร

กรอมเองก็มาถึงระดับที่ 20 เช่นกัน มีทักษะเพิ่มเข้ามา 3 ทักษะ

อมนิแสลชขั้นสูง(เพิ่มได้ถึงระดับ 3): เบรดมาสเตอร์จะสามารถเคลื่อนย้ายตนเองไปด้านหลังของเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและใช้อมนิแสลชออกมา 2 ครั้ง แต่ละระดับที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มจำนวนขึ้น 2 ครั้ง

กระหายเลือด(เพิ่มได้ถึงระดับ 3): เบรดมาสเตอร์จะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งขณะที่ความเร็วในการโจมตีจะเพิ่มขึ้น 10% นอกจากนี้การโจมตีของเขายังจะทำให้เกิดผลเลือดไหล ทุกการเพิ่มระดับจะเพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้น 10%

คนดาบรวมเป็นหนึ่ง(เพิ่มได้ถึงระดับ 5): เบรดมาสเตอร์จะมีความเข้าใจในดาบเพิ่มขึ้น ทักษะการใช้ดาบและพลังโจมตีของเบรดมาสเตอร์จะเพิ่มขึ้นในแต่ละระดับ

เซียวอวี๋เบิกตากว้างเมื่อได้เห็นทักษะทั้งสาม อมนิแสลชขั้นสูงนั้นน่าตื่นตาอย่างยิ่ง กรอมจะสามารถย้ายไปอยู่ด้านหลังของศัตรูได้ในพริบตาและใช้อมนิแสลชออกมาถึงสองครั้ง จำนวนของมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 เมื่อทักษะอยู่ในระดับที่ 3 เช่นนั้นจะยังมีผู้ใดต้านทานเขาได้อีก?

ทักษะกระหายเลือดที่เพิ่มความเร็วในการโจมตีก็ดียิ่ง ส่วนทักษะคนดาบรวมเป็นหนึ่งนั้นคล้ายคลึงกับความชำนาญในเวทมนตรืของแอนโทนีดาส มันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมของกรอมขึ้นอีกมาก เซียวอวี๋ได้เพิ่มแต้มทักษะสองแต้มไปที่อมนิแสลชขั้นสูง

คาร์นนั้นมาถึงระดับที่ 18 หลังสังหารสัตว์อสูรมาทั้งวัน เซียวอว๊๋จึงเพิ่มแต้มทักษะไปที่เชี่ยวชาญอาวุธสองแต้มเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดให้กรอม ทอร์ลเองก็อยู่ที่ระดับ 18 เซียวอวี๋เพิ่มแต้มทักษะสองแต้มไปที่มองไกล และอีกหนึ่งแต้มไปที่โล่ปฐพี ทักษะมองไกลนั้นเป็นทักษะที่แปลกประหลาดอย่างมาก แม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นเพียงทักษะเสริม แต่ก็ไม่มีผู้ใดทราบว่ามันจะมีบทบาทอย่างไรเมื่อมันไปถึงระดับที่ 5

เซียวอวี๋เชื่อว่าระบบคงไม่เรียกร้องแต้มทักษะมากมายโดยไม่มีเหตุผล มันสมควรจะเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก

เซียวอวี่มีระดับเพิ่มขึ้นมาเป็น 18 หลังบัญชาการรบสังหารสัตว์อสูรไปนับไม่ถ้วน เขาประหลาดใจเมื่อเห็นว่าการสังหารสัตวือสูรขั้นที่สามหรือสี่ยังได้ค่าประสบการณ์มากกว่าการต่อสู้ในสนามรบ เขาไม่ทราบว่าทั้งทีมจะได้รับค่าประสบการณ์มากขึ้นหากต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงที่เปรียบได้กับมินิบอสของเกม

เซียวอวี๋มีแต้มทักษะถึง 4 แต้ม เขาเพิ่ม 3 แต้มไปยังทักษะอมนิแสลชขั้นสูงและ 1 แต้มไปยังเกราะน้ำแข็ง

“มารดามันเถอะ! เรามีทั้งทักษะโล่แห่งเทมพลาร์ โล่เหมันตร์และเกราะน้ำแข็ง ฮ่าฮ่า ยังจะมีใครทะลวงผ่านพวกมันมาได้อีก?” เซียวอวี๋รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง

……………………………………

……………………………………

แม้ว่าพวกเขาจะยังหานครทมิฬไม่พบ หากแต่เซียวอวี๋ก็ไม่ได้อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด พวกเขากลับเตร็ดเตร่ไปทั่วเทือกเขาอัลคาเกนขณะที่ไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรอย่างเมามัน จำนวนของนักผจญภัยก็ลดน้อยลงเรื่อยๆเมื่อยิ่งเข้าสู่ส่วนลึกของเทือกเขา มีเพียงเหล่านักผจญภัยที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถล่วงลึกต่อไปได้ คนอื่นๆไม่ถูกสัตว์อสูรจับกินก็หลงทางจนตาย

อัลม่าใช้ไอเท็มเวทมนตร์ที่แปลกประหลาดชักนำเหล่าอาจารย์และศิษย์ของสถาบันทั้งสองจากเมืองไชน์มารวมตัวกัน การผจญภัยภายในเทือกเขาแห่งนี้นั้นนับว่าอันตรายยิ่งกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้

เซียวอวี๋พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยเหลือศิษย์เหล่านี้ นี่เป็นโอกาศที่ดีที่สุดที่จะสั่นคลอนจิตใจให้พวกเขาหันมาเข้าร่วมกับดินแดนไลอ้อน ศิษยืทั้งหมดต่างรู้สึกตกตะลึงหลังได้เห็นว่ากลยุทธ์ของเซียวอวี๋นั้นสามารถสังหารสัตว์อสูรไปนับไม่ถ้วนโดยที่ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายในฝั่งพวกเขาเลย หัวใจอขงพวกเขาสั่นสะท้านขณะเผฝ้าดูพวกออร์คสังหารศัตรูอย่างโหดเหี้ยม ยามเมื่อพวกมันใช้เครื่องยิงจู่โจม ประสิทธิภาพในการสังหารจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าหากผู้ใช้มนตราหรือผู้ฝึกยุทธ์ต้องเผชิญกับเครื่องจู่โจมแล้วพวกเขาจะเอาตัวรอดออกมาได้อย่างไร ราวกับพวกเขาเป็นเพียงเด็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับการต่อสู้ของพวกนักรบออร์คและพลธนูเอลฟ์

พวกเขาได้เติบโตขึ้นหลังสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเซียวอวี๋ พวกเขาเห็นว่ากลยุทธ์ที่เซียวอวี๋ใช้ออกมานั้นแตกต่างจากในตำราที่พวกเขาร่ำรียนมาอย่างสิ้นเชิง ความประทับใจที่มีต่อลอร์ดท่านนี้เพิ่มพูนขึ้นแล้ว ลอร์ดท่านี้ไม่เพียงแข็งแกร่ง เขายังชาญฉลาดอย่างมากอีกด้วย นับว่าไม่เสียทีที่เป็นบุตรชายของเซียวซานเทียนผู้เกรียงไกร

พวกเขาไม่ทราบว่าเซียวอวี๋นั้นคิดแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ทั้งเขายังไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับเซียวซานเทียน

…………………………………

…………………………………

ผ่านไปแล้ว 7 วันนั้นตั้งแต่เซียวอวี๋เข้าสู่เทือกเขาอัลคาเกน กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่พบทางเข้านครทมิฬ การค้นหานครทมิฬภายในเทือกเขาอัลคาเกนนั้นยากเย็นราวกับงมเข็มในมหาสมุทร

พวกเขาเริ่มมีความคิดที่จะถอยกลับหลังจากผ่านไปอีกสองสามวัน พวกเขาได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์จริงให้กับเหล่าศิษย์จากสถาบันแล้ว

วันนี้เซียวอวี๋ได้พบเข้ากับกลุ่มนักผจญภัยที่มีกันมากกว่า 30 คน ความแข็งแกร่งโดยเฉลี่ยของพวกเขานั้นอยู่ที่ขั้นที่สามหรือมากกว่า คนกลุ่มนี้นั้นนับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก มิฉะนั้นแล้วพวกเขาคงไม่อาจฝันฝ่าอุปสรรคภายในเทือกเขาได้นานถึงเพียงนี้

เหล่านักผจญภัยต่างเชิดหน้าขึ้นเมื่อพบเจอเซียวอวี๋ พวกเขาต้องการที่จะยกตนข่มท่าน

“ท่านดยุคอวี๋! ไม่เพียงแค่ท่านที่สามารถมีทาสเผ่าออร์ค! พวกเราได้พบพวกออร์คและเจอร่องรอยที่นำไปสู่พวกมันที่เหลือ…..มีเผ่าพวกออร์คอยู่ใกล้ที่นี่ พวกเราจะไปจับพวกมันมา….ฮ่าฮ่าฮ่า….”

เซียวอวี๋เคยกดหัวนักผจญภัยเหล่านี้ตอนที่อยู่ภายในเมืองไลอ้อน ตอนนั้นพวกเขาไม่กล้าต่อต้านเซียวอวี๋เมื่อเห็นพวกออร์คที่ถือบาริสต้าต่างจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อพวกเขา มาตอนนี้พวกเขาต้องการจะคุยข่มว่าพวกเขานั้นสามารถจับตัวพวกออร์คมาเป็นทาสได้แล้ว

เซียวอวี๋เลื่อนสายตาไปมองออร์คที่ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา เขาจ้องมองออร์คตนนั้นขณะที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ปล่อยตัวมันไป!”


ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล