0 Views

แรดยักษ์จะก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลหากว่ามันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวและการมองเห็นของมันได้แล้ว กลยุทธ์นี้ของเซียวอวี๋ได้ช่วยลดการสูญเสียและนำพาชัยชนะมาสู่กลุ่ม

ตู้มมมมมมมมมมม

อัลม่าร่ายบอลเพลิงยิงเข้าใส่ร่างของแรดยักษ์เป็นการจบชีวิตของมัน ร่างอันใหญ่โตของแรดยักษ์พลันล้มลงกระแทกพื้น

“พวกเราฆ่ามันได้! พวกเราสามารถฆ่าสัตว์อสูรขั้นที่สี่ได้จริงๆ!” เหล่าศิษย์จากสถาบันอัศวินและเวทมนตร์ต่างพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น พวกเขาสามารถเอาไปคุยโอ้อวดต่อผู้อื่นได้เมื่อกลับถึงตระกูล ศิษย์ทั้งหมดต่างตื่นเต้นที่ได้รับเกียรติในการพิชิตสัตว์อสูรมากกว่าเงินทอง

มีรอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่บนใบหน้าของอัลม่า เขาเคยสังหารสัตว์อสูรที่ทรงพลังมามากมายในอดีต ทว่านี่กลับเป็นครั้งแรกที่ได้สังหารสัตว์อสูรประเภทแรด

ด้วยผลของน้ำยามานา ตัวเขาจึงสามารถแสดงพลังอันไร้ขีดจำกัดออกมาได้ กระนั้นเขาก็ตระหนักดีว่าเขาคงไม่อาจเอาชนะสัตว์อสูรตัวนี้ได้หากขาดซึ่งกลยุทธ์ของเซียวอวี๋และความช่วยเหลือของเขา ผู้ใช้มนตรามักต้องการโล่คอยปกป้องเพื่อซื้อเวลาให้พวกเขาได้ใช้เวทมนตร์ออกไป มิเช่นนั้นพวกเขาก็เสี่ยงที่จะถูกสังหาร ดังนั้นอาจารย์อัลม่าจึงมักจะมีผู้คุ้มกันรายล้อมอยู่รอบกายอยู่เสมอ กระนั้นต่อให้พวกเขามาอยู่ที่นี่ก็ยังไม่อาจต้านทานการโจมตีของแรดยักษ์ได้ มีเพียงอสูรโคโดของเซียวอวี๋เท่านั้นที่พอจะรับการโจมตีโดยไม่มีบาดแผลมากนัก

“อาจารย์อัลม่า เชิญเลือกชิ้นส่วนตามที่ต้องการได้เลย” เซียวอวี๋ไม่ได้ตรงเข้าไปจัดการกับศพของมัน ทว่าเปิดทางให้อัลม่าได้เลือกเป็นคนแรก

แม้ว่าชิ้นส่วนของมันจะประเมินค่ามิได้ ทว่าเซียวอวี๋นั้นไม่รีบร้อน เปรียบกันแล้วเขากลับต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์อัลม่าเสียมากกว่า

อัลม่าจึงกล่าวออกมาว่า “ข้าต้องการส่วนเขาของมันเพื่อใช้สร้างไอเทมเวทมนตร์ ข้าทราบว่าส่วนเขานั้นเป็นส่วนที่มีมูลค่ามากที่สุดของมัน แต่ข้านั้นต้องการมันจริงๆ ข้าพร้อมที่จะจ่ายเงินในส่วนนี้”

อัลม่านั้นมีบทบาทสำคัญในการเอาชนะสัตว์อสูรตัวนี้ ทว่าก็ต้องให้ความดีความชอบกับเซียวอวี๋ส่วนหนึ่งด้วย เขาสมควรเป็นผู้แบ่งสันปันส่วนชิ้นส่วนต่างๆของแรดยักษ์

เซียวอวี๋ไหวมือ “อาจารย์อัลม่าไม่จำเป็นเกรงใจไป พวกเราคงไม่อาจสังหารมันลงได้หากปราศจากท่าน ท่านสมควรรับส่วนเขาอยู่แล้ว”

อัลม่าค่อยสบายใจขึ้นเมื่อฟังถ้อยคำของเซียวอวี๋

เซียวอวี๋หันไปมองเหล่าศิษย์จากสถาบันเวทมนตร์และอัศวิน “พวกเจ้าทุกคนต่างต้องทำงานอย่างหนักในการต่อสู้ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ร่างกายของมันเล็กเกินกว่าจะตัดแบ่งให้กับทุกคนได้ ดังนั้นข้าจะขอทั้งร่างกายของมัน โดยจะจ่ายเงินชดเชยให้คนละ 1,000 เหรียญทอง”

ทั้งหมดต่างยินดีเมื่อได้ยินวาจาของเซียวอวี๋ อันที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรนัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่าจะได้อะไรตอบแทน การยกส่วนเขาให้กับอัลม่าก็นับว่าเป็นการไว้หน้าศิษย์จากทั้งสองฝั่งมากแล้ว นับว่าเขาใจกว้างอย่างมากที่จะมอบเงินให้กับศิษย์คนละ 1,000 เหรียญทอง

พวกเขาคงจะกล่าวตำหนิอะไรไม่ได้แม้ว่าเซียวอวี๋จะไม่มอบสิ่งใดให้กับพวกเขาเลยก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังต้องคอยพึ่งพิงความคุ้มครองของเซียวอวี๋ขณะที่เดินทางภายในเทือกเขาแห่งนี้

ซึ่งอันที่จริงแล้ว เหตุผลที่เซียวอวี๋มอบเหรียญทองให้มากขนาดนี้ก็เพราะต้องการใช้มันโยกคลอนจิตใจของเหล่าศิษย์ให้เอนเอียงมาเข้าร่วมกับดินแดนไลอ้อน แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่มีพรสวรรค์สูงส่งนักก็ตาม

เซียวอวี๋นำซากของแรดยักษ์เก็บเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นจึงค่อยออกเดินทางค้นหานครทมิฬต่อไป

ศิษย์จากทั้งสถาบันเวทมนตร์และอัศวินต่างเดินทางอย่างปลอดโปร่งขณะที่ติดตามเซียวอวี๋ไป พวกเขาทั้งไม่ต้องเผชิญกับอันตรายและยังได้รับประทานอาหารอันโอชะราวกับพวกเขาเพียงมาท่องเที่ยว

มีหลายคนที่คิดจะเข้าร่วมกับเซียวอวี๋บ้างแล้วหลังจากที่พวกเขาจบการศึกษา ลอร์ดท่านนี้ทั้งแข็งแกร่ง มั่งคั่งทั้งยังมีความชอบธรรม พวกเขาย่อมต้องมีอนาคตที่สดใสหากเลือกติดตามเขา

……………………………………..

……………………………………..

พวกเขาสมควรมาถึงตำแหน่งของนครทมิฬแล้วหากอิงจากแผนที่ กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่เห็นมันแม้แต่เงา ในบางครั้ง เซียวอวี๋กระทั่งสงสัยว่าแผนที่เป็นของปลอม อย่างไรก็ตาม อาจารย์อัลม่ากลับกล่าวว่ามันเป็นของจริงเนื่องเพราะมันถูกวาดขึ้นจากมือสังหารในยุคอดีตกาล มือสังหารระดับพระกาฬที่ถูกเรียกขานว่า ผู้ท่องเวหา นั้นมีชีวิตอยู่ในช่วงหนึ่งร้อยปีที่แล้ว เขาเป็นผู้ที่วาดแผนที่ฉบับนี้ขึ้นมา ชายผู้นั้นไม่ชมชอบการลอบสังหาร หากแต่ชื่นชอบการผจญภัยและบุกเบิกโบราณสถานต่างๆ เขาใช้เวลาในชีวิตส่วนใหญ่ในการออกสำรวจซากโบราณสถานและวาดแผนที่เพื่อตกทอดพวกมันให้กับคนรุ่นหลัง

อย่างไรก็ตาม แผนที่เหล่านี้ถูกซุกซ่อนเอาไว้ตามสถานที่ต่างๆเพื่อรอคอยให้ผู้ที่มีชะตาต้องกันไปพบเจอ

ซึ่งที่จริงแล้ว แผนที่ที่ทุกคนใช้กันอยู่นี้หลงเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งถูกพวกหนูกัดกินไปแล้ว นอกจากนครทมิฬแล้ว มันยังอาจจะแหล่งขุมทรัพย์อีกมากมายภายในเทือกเขาอัลคาเกนที่จะทำให้ผู้คนเปลี่ยนเป็นคลุ้มคลั่งอยู่

“แล้วแผนที่อีกครึ่งหนึ่งเล่า?” เซียวอวี๋นั้นรู้สึกสงสัย มีหลายตำนานที่กล่าวว่าเทือกเขาอัลคาเกนนั้นเต็มไปด้วยสมบัตินับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามกลับไม่มีผู้ใดกล้าเข้าสู่ส่วนลึกของมันเนื่องเพราะอันตรายที่อาจพรากทุกชีวิตที่กล้าท้าทาย ยังมีเรื่องเล่าขานอีกว่าพวกออร์คและเอลฟ์นั้นก็อยู่อาศัยภายในส่วนนั้นเอง

เซียวอวี๋ไม่ปล่อยให้สัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวใดหลบรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียวในระหว่างทาง แม้ตอนนี้พวกเขาจะยังไม่พบทางเข้านครทมิฬ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องกลับไปโดยมือเปล่า

พวกเขาสามารถสังหารสัตว์อสูรได้เป็นจำนวนมากเนื่องเพราะกลยุทธ์ของเซียวอวี๋ อาวุธอันทรงพลัง ผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้มนตรา เหล่าศิษย์ต่างโลหิตพลุ่งพล่านหลังสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวแล้วตัวเล่าต้องตกตายด้วยน้ำมือของพวกเขา นอกจากนี้ทางฝั่งของพวกเขายังไม่มีผู้บาดเจ็บแม้แต่รายเดียว นี่นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

แม้จะเป็นเช่นนั้น เซียวอวี๋ก็จะเลือกเดินอ้อมผ่านไปหากพบเข้ากับสัตว์อสูรขั้นที่ห้าหรือหก เขาไม่อาจพาตัวเข้าไปเสี่ยงได้ ซึ่งหากว่าข้างกายเขามีบุคคลเช่นธีโอดอร์อยู่ เช่นนั้นเขาก็ย่อมกล้าที่จะบุกตะลุยไปข้างหน้าโดยไม่สนสิ่งใดได้

มีฮีโร่บางคนระดับเพิ่มขึ้นมาหลังสังหารสัตว์อสูรไประหว่างทาง

แอนโทนีดาสเป็นคนแรกที่มีระดับถึง 20 นอกจากนี้ทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้ยังถูกเพิ่มเติมเข้ามา

หอกน้ำแข็ง(เพิ่มระดับได้ถึง 5): ผู้ใช้สามารถกลั่นน้ำแข็งจนกลายเป็นหอกเพื่อโจมตีใส่ศัตรู ตัวหอกสามารถทะลวงได้หลายเป้าหมาย ความแข็งแกร่งของหอกจะเพิ่มขึ้น 25% ในแต่ละระดับ

เกราะน้ำแข็ง(เพิ่มระดับได้ถึง 3): ผู้ใช้สามารถเสกเกราะน้ำแข็งออกมาเพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้ตนเอง ผู้ที่โจมตีใส่มันจะถูกลดความเร็วในการเคลื่อนที่

ความชำนาญในเวทมนตร์(เพิ่มระดับได้ถึง 3): ผู้ใช้มนตราจะได้รับความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเวทมนตร์ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการปลดปล่อยและความรุนแรงของเวทมนตร์ ผู้ใช้มนตราจะแข็งแกร่งขึ้นโดยการเพิ่มระดับและอาจสร้างเวทมนตร์บทใหม่ขึ้นมา

เซียวอวี๋ตื่นเต้นอย่างยิ่งหลังได้เห็นทักษะใหม่ๆ หอกน้ำแข็งนั้นเหมาะในการใช้สังหารสัตซือสูรขนาดใหญ่ ดังนั้นเขาย่อมต้องเพิ่มระดับให้กับมัน

เกราะน้ำแข็งนั้นสามารถเพิ่มพลังป้องกันให้กับแอนโทนีดาสซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเขาเองยังวางแผนที่จะใช้มันด้วย ทักษะนี้สามารถเพิ่มทั้งพลังป้องกันแล้วยังสามารถชะลอความเร็วในการเคลื่อนไหวของศัตรูได้อีก หากเขาใช้ทักษะนี้ควบคู่ไปกัยวินด์วอร์ค เช่นนั้นการอยู่ในสนามรบก็จะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกชั้น

ทักษะที่ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงที่สุดก็คือ ความชำนาญในเวทมนตร์ ซึ่งมันอาจทำให้แอนโทนีดาสคิดค้นเวทมนตร์บทใหม่ออกมาได้

แอนโทนีดาสเป็นหนึ่งในจ้าวแห่งมนตราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณ ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาสมควรจะมีทักษะเช่นนี้…


ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล