0 Views

อัลม่าตกตะลึงเมื่อได้เห็นแรดจากระยะไกล สัตว์อสูรประเภทแรดมีพละกำลังอันป่าเถื่อนแทบจะเทียบได้กับสัตว์อสูรขั้นที่ห้า นับว่ากล้าหาญอย่างยิ่งที่เซียวอวี๋คิดจะสังหารมัน อัลม่าตระหนักดีว่าหากไม่ระวังแล้วล่ะก็ ร่างกายที่อ่อนแอของเขาคงถูกมันเหยียบย่ำจนจมดิน อย่างไรก็ตามเขาได้รับปากไปแล้ว ดังนั้นทางเลือกถอยกลับย่อมเป็นอันตกไป

ขณะเดียวกันเซียวอวี๋ก็กำลังจัดขบวนเตรียมตัวจัดการกับแรดยักษ์ เขามีอาจารย์อัลม่าอยู่ ดังนั้นปัญหาขาดแคลนเวทมนตร์ธาตุอัคคีจึงหมดไป

ผู้ใช้มนตราทั้งหมดรวมถึงแอนโทนีดาส หลินมู่เสวี่ยและมู่หานถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม ทั้งสองกลุ่มยืนอยู่บนก้อนหินสูงชัน ถูกต้องเป็นเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันการโจมตีจากแรดยักษ์และโจมตีไปได้พร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอัศวินคอยคุ้มครองพวกเขา แข้งขาของเหล่าศิษย์จากสถาบันอัศวินอ่อนยวบทันทีที่เห็นร่างอันใหญ่โตของแรด โชคดีที่เซียวอวี๋สั่งพวกเขาให้คอยคุ้มครองกลุ่มผู้ใช้มนตรา อย่างไรก็ตามพวกเขารู้สึกสงสัยว่าเซียวอวี๋จะจัดการกับแรดตัวนี้ได้อย่างไร

มีรอยยิ้มอันลึกลับประดับอยู่บนใบหน้าของเซียวอวี๋ขณะที่เขายืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มผู้ใช้มนตรา เขาเริ่มแจกจ่ายขวดน้ำยามานาให้กับผู้ใช้มนตราทั้งหมด “พลังเวทของพวกเจ้าจะถูกเติมจนเต็มเมื่อดื่มมันเข้าไป” เซียวอวี๋ทราบว่าจะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากหากเลือกเข้าต่อสู้ระยะประชิดกับแรดยักษ์ ดังนั้นเขาจึงคิดพึ่งพาการโจมตีจากเวทมนตร์ นอกจากนี้เขายังมอบน้ำยามานาอีกสิบขวดให้กับอาจารย์อัลม่า

ดวงตาของศิษย์ทั้งหมดแทบจะถลนออกจากเบ้าเมื่อได้เห็นน้ำยามานา พวกเขาเพียงแต่เคยได้ยินทว่ายังไม่มีโอกาศได้เห็นของจริง ไฉนลอร์ดท่านนี้จึงมีไว้ครอบครองมากมายนัก?

อาจารย์อัลม่าในคราแรกนั้นรู้สึกไม่เห็นด้วยอยู่ในใจกับแผนการของเซียวอวี๋ ผู้ใช้มนตรามีจุดอ่อนอยู่สองประการ ประการแรกนั้นร่างกายของพวกเขาอ่อนแอยิ่ง อีกประการก็คือพวกเขามีมานาอยู่อย่างจำกัด ผู้ใช้มนตราแทบจะไม่แตกต่างไปจากปุถุชนคนธรรมดาเมื่อมานาในร่างหมดสิ้นลง โดยทั่วไปแล้วผู้ใช้มนตรามักจะเก็บออมมานาส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ตอนนี้อัลม่ารู้สึกโล่งใจขณะที่เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องปริมาณมานาที่ใช้ได้แล้ว ในทีแรกเขาต้องการจะใช้เวทมนตร์โจมตีสักหลายบทก่อนจะเก็บออมมานาที่เหลือเอาไว้เกิดเหตุแปรผัน ทว่าตอนนี้เขาคิดที่จะใช้เวทอัคคีที่รุนแรงที่สุดของเขาออกไปแล้ว

อัลม่ากำลังจะแสดงให้เหล่าศิษย์ของตนเห็นว่าผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

ทุกคนต่างมองไปยังเซียวอวี๋เพื่อดูว่าเขาจะจัดการกับแรดตัวนี้ได้อย่างไร

กลยุทธ์แบบใดกันที่เขากำลังจะใช้ออก?

ไม่นานพวกเขาก็เข้าใจแผนการของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋ไม่ได้เรียกใช้งานทั้งเหล่าออร์คหรือคาร์น ทว่าเขาเลือกใช้อสูรโคโด

โดยปกติแล้วอสูรโคโดจะถูกใช้เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจของพวกออร์ค ความแข็งแกร่งของพวกมันมีไม่มากนัก เมื่อพวกมันเพิ่มระดับถึง 3 แล้ว พวกมันจะมีทักษะที่เรียกว่า กระทืบพื้น ที่ระดับ 6 จะมีทักษะวิ่งเต็มกำลัง ขณะที่ระดับ 10 จะมีทักษะเขมือบ ทักษะเขมือบนั้นดีอย่างยิ่งทว่าข้อจำกัดเองก็มีมากเช่นกัน

ตอนนี้อสูรโคโดทั้งสิบตัวมีเพียงทักษะกระทืบพื้นเท่านั้น พวกมันสามารถจัดการกับทหารชาวมนุษย์ได้อย่างง่ายดายทว่ากับสัตว์อสูรหรือมอนสเตอร์นั้นไม่ค่อยมีผลมากนัก

พลังโจมตีของพวกมันต่ำ หากแต่ผิวหนังของพวกมันนั้นหนายิ่ง อาวุธดาบทั่วไปไม่อาจระคายเคืองผิวหนังของมัน ยิ่งไปกว่านั้นรูปร่างของพวกมันยังสูงใหญ่ แม้จะไม่เท่าแรดยักษ์ตัวนี้ แต่เมื่อพวกมันมารวมกันทั้งสิบตัวจะก่อเป็นสภาวะที่ดุดันขึ้น กระทั่งตัวแรดยักษ์ก็ยังยากที่จะสังหารตอนที่พวกมันอยู่รวมกัน

เซียวอวี๋เชื่อว่าพวกมันสามารถรั้งแรดยักษ์เอาไว้ได้พักใหญ่เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้มนตราระดมโจมตีสร้างบาดแผลให้กับแรดยักษ์

“คาร์น ใช้ทักษะกู่ร้อง” เซียวอวี๋หันไปมองคาร์น

คาร์นยืนอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำและใช้ทักษะกู่ร้องออกมา เสียงกู่ร้องของเขาดังสะท้านไปทั่วทั้งถ้ำและพื้นที่โดยรอบ

เซียวอวี๋ได้อุดหูไว้ก่อนแล้ว ทว่าคนอื่นนั้นไม่ทันได้เตรียมตัว เสียงสะท้อนดังก้องอยู่ภายในหูของพวกเขา เสียงคำรามของคาร์นนั้นดังขึ้นเป็นทวีคูณเนื่องจากสภาพพื้นที่โดยรอบ

โฮกกกกก!

เสียงคำรามอีกสายพลันดังขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงคำรามของคาร์น

แรดยักษ์ไม่ได้ใส่ใจต่อเหล่านักผจญภัยตัวจ้อยที่พยายามจะบุกรุกถ้ำของมัน มันได้สังหารและทำร้ายนักผจญภัยไปหลายรายแล้วก่อนจะกลับมานอนต่อ อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มันรู้สึกได้ถึงอันตรายจากเสียงคำรามของคาร์น แม้ว่าตอนนี้คาร์นจะมีระดับไม่สูงนักและไม่อาจเทียบกับแรดตัวนี้ได้ กระนั้นเขาก็ยังเป็นถึงฮีโร่ยุคโบราณและหัวหน้าแห่งเผ่าทัวเรน แรดยักษ์สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากคาร์น

ตึงงงง~~~

แผ่นดินสั่นไหวเมื่อแรดลืมตาและวิ่งออกมาจากถ้ำ ดวงตาของมันสว่างวาบเมื่อโผล่พ้นตัวถ้ำออกมา

สัตว์อสูรขั้นที่สี่นั้นมีสิตปัญญาขณะที่ความคิดของมันฉายผ่านออกมาทางแววตา โดยปกติแล้วย่อมไม่มีสัตว์อสูรตัวใดกล้าเข้ามายุ่มย่ามภายในอาณาเขตของมัน ทว่าที่เบื้องหน้ามันตอนนี้มีมนุษย์มากมายทั้งยังมีสัตว์ประหลาดห้อมล้อมมันอยู่ มันไม่ได้เร่งรีบโจมตีเข้าใส่ผู้บุกรุก แต่เลือกที่จะหยุดฝีเท้าลงเพื่อสำรวจเหล่าสัตว์ประหลาดตัวสูงที่เบื้องหน้า

ในช่วงเวลานี้เองก็ได้มีมนุษย์ผู้หนึ่งวิ่งมาหยุดที่เบื้องหน้าของมัน มนุษย์ผู้นั้นเริ่มกวัดแกว่งดาบหนักในมือเพื่อเป็นการท้าทายมัน

มนุษย์งั้นหรือ? มนุษย์เพียงคนเดียวกลับกล้ามาท้าทายมัน?! แรดยักษ์ไม่อาจอดทนอดกลั้นได้อีกต่อไป มันคำรามด้วยความโกรธแค้นขณะพุ่งเข้าหามนุษย์ที่กล้าท้าทายมัน ทว่าพริบตาต่อมามนุษย์ผู้นั้นกลับหายไปเสียดื้อๆ

แน่นอนว่ามนุษย์ผู้นั้นก็คือเซียวอวี๋เอง เขาออกไปเพื่อกระตุ้นความโกรธและหลอกล่อมันเพื่อเปิดโอกาศให้เหล่าผู้ใช้มนตราได้โจมตีใส่มัน เขามีทักษะเทเลพอต วิ่งทะยาน ก้าวกระโดดและทักษะอื่นๆซึ่งสามารถรักษาชีวิตของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลกับการโจมตีจากแรดยักษ์

สัตว์อสูรประเภทแรดนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง มันกระทั่งสามารถเหยียบผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่จนจมธรณีโดยที่ตัวมันไร้รอยขีดข่วน ทว่าเซียวอวี๋ได้ใช้เทเลเพอตอย่างทันท่วงที ดังนั้นมันจึงไม่อาจทำอย่างไรเซียวอวี๋ได้

เซียวอวี๋เทเลพอตหลบออกไปไกลก่อนจะกวัดแกว่งดาบยั่วยุมันอีกครั้ง แรดยักษ์หงุดหงิดขณะที่มันพุ่งเข้าหาเซียวอวี๋อีกครา

บอลเพลิงขนาดใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับศีรษะของแรดยักษ์ขณะที่มันวิ่งผ่านหน้าผา….


ติดตามได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล