0 Views

ขณะที่หัวหน้าหลายๆคนยังคงทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ พวกเขาก็พบว่าเมฆสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวมาทางค่ายเหยี่ยวแห่งนี้ เมฆดำกลุ่มนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวบดบังดวงอาทิตย์จนดูราวกับว่าวันสิ้นโลกได้มาถึงแล้ว ทุกคนต่างเหม่อมองท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง

พวกโจรที่มีสายตาแหลมคนบางคนพบว่าเมฆก้อนนั้นประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิต มีพวกโทรลนั่งอยู่บนสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น แต่ละตัวล้วนมีใบหน้าที่ดูโหดเหี้ยม ทันใดนั้นพวกเขาพลันนึกไปถึงข่าวลือที่เกิดขึ้นในสงครามกับเมืองไลอ้อนครั้งล่าสุด ที่พวกโจรต่างลือกันว่าเห็นสิ่งมีชีวิตบินอยู่บนท้องฟ้า

ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องจริง!

พวกเขาไม่ทราบว่าจะเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างไร เป็นเวลานานแสนนานที่หน่วยรบทางอากาศได้หายสาบสูญไปจากทวีป ดังนั้นอาวุธที่ใช้รับมือกับพวกมันย่อมสาบสูญตามไปด้วย พวกมันต่างเกิดความตื่นตระหนกเมื่อมองไปที่กลุ่มเมฆนั้น วินาทีถัดมาบาทิเดอร์ก็มาถึงตำแหน่งของพวกโจร พวกมันเริ่มทิ้งระเบิดเพลิงลงมา ระเบิดเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งขณะที่พื้นดินถูกเพลิงลุกโหม เปลวเพลิงจากการรบเมื่อคืนที่กำลังจะมอดดับพลันลุกโหมขึ้นอีกครั้ง

พวกโจรเริ่มกรีดร้องและวิ่งหนี ผู้ที่พบเห็นพวกมันมาแล้วกลายเป็นเสียสติ ตอนนี้ระดับของระเบิดเพลิงนั้นอยู่ที่ห้าแล้ว ดังนั้นมันจึงรุนแรงเป็นสองเท่าจากครั้งล่าสุด พวกโจรต่างหลบหนีด้วยความตื่นตระหนกขณะหาที่กำบังหรือหลบเข้าใต้สิ่งก่อสร้าง พวกมันทราบว่าระเบิดไม่อาจทะลุผ่านสิ่งก่อสร้างมาได้ ดังนั้นมันจึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย พวกมันรีบถลันหลบเข้าตัวอาคารด้วยเนื้อตัวสั่นเทา

อย่างไรก็ตาม วินาทีถัดมาพวกมันก็ได้ยินเสียงร้องคำราม ผู้ที่เคยผ่านสงครามล้อมเมืองครั้งก่อนต่างจดจำได้ดี เป็นออร์ค! พวกออร์คพุ่งเข้ามาภายในค่ายและลงมือเข่นฆ่าพวกโจร พวกโจรเพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อคืนมา พวกมันทั้งเหนื่อยล้าและเกิดสูญเสียพรรคพวกไป พวกมันจึงเลือกที่จะวิ่งหนีทันทีที่พบเห็นพวกออร์ค

เซียวอวี๋ยืนอยู่ที่ชั้นบนสุดของห้องโถงค่ายเหยี่ยวขณะมองดูการบุกโจมตีของออร์ค เขากำลังบัญชาการกองกำลังต่างๆจากที่นั่น เขาเชื่อว่าครานี้ค่ายเหยี่ยวจะต้องสิ้นชื่อแล้ว

พวกออร์คยังเป็นกองกำลังหลักของเขาในครั้งนี้ ไม่มีกองกำลังใดเหมาะไปกว่าพวกออร์คในสนามรบเช่นนี้อีกแล้ว ออร์คเพียงหนึ่งตนจะสามารถสังหารพวกโจรได้นับสิบ เหล่าทหาร 4,000 นายที่เหลือรอดจากสงครามครั้งนั้นต่างกลายเป็นทหารที่แท้จริงหลังผ่านการสู้รบนองเลือด พวกเขาเคลื่อนทัพไล่เข่นฆ่าพวกโจรที่เหลือ ไพร่พลที่เกณฑ์มาใหม่ 10,000 นายก็เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้เช่นกัน

เซียวอวี๋ทราบว่าชัยชนะได้เอนเอียงมาทางฝั่งเขาแล้ว ตอนนี้เขาคิดที่จะใช้พวกโจรที่หลงเหลืออยู่เป็นเป้าฝึกซ้อมให้กับเหล่าทหารใหม่

หน่วยไรเดอร์เองก็ถือเป็นกองกำลังหลักในครั้งนี้ พวกมันไล่ติดตามและสังหารพวกโจรไปเป็นจำนวนมาก พวกบาทิเดอร์จะทำหน้าที่นำกองกำลังทั้งหมดไปยังแหล่งที่ซ่อนของพวกโจรตามที่ต่างๆภายในค่ายเหยี่ยว

พลเดินเท้ารับผิดชอบในการอารักขาความปลอดภัยให้กับพลธนูเอลฟ์ป้องกันกรณีที่พวกโจรหันกลับมาตอบโต้ พลธนูยังคงอ่อนแอเกินไปในการต่อสู้ระยะประชิดและเซียวอวี๋เองก็รู้สึกว่าการสูญเสียพลธนูไปเพียง 1 นายก็นับเป็นการสูญเสียที่ใหญ่หลวงแล้ว

ทัพอัศวินทั้ง 500 นายเองก็ไล่เข่นฆ่าพวกโจรที่หลบหนี

“จางซาน! ไอ้ลูกเต่าสารเลว! แกหลอกใช้พวกเรา!” มีชายผู้หนึ่งตะโกนขึ้น เซียวอวี๋หันไปตามเสียงและพบกับเหล่ยเป่า

เหล่ยเป่ามองเห็นเซียวอวี๋ยืนอยู่ที่ห้องโถงชั้นบนและคอยบัญชาการพวกออร์ค เขาเข้าใจว่าเซียวอวี๋เป็นคนที่ลอร์ดของเมืองไลอ้อนส่งตัวเข้ามาบ่อนทำลายพันธมิตรกองโจรจากด้านใน ขณะที่เขาขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็เข้าใจสาเหตุพฤติกรรมทั้งหมดของเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ดึงเคราออกจากใบหน้า “จางซานงั้นหรือ? เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าคือจางซาน? พี่ใหญ่เป่า ขออภัยที่ข้าแนะนำตัวเองช้าไปหน่อย ข้าคือเซียวอวี๋ ผู้ปกครองดินแดนไลอ้อน!”

“เจ้า…..เจ้าคือเซียวอวี๋?” เหล่ยเป่าไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะเป็นเซียวอวี๋ เขาเพียงเข้าใจว่าเซียวอวี๋เป็นคนสนิทที่ถูกส่งตัวมาแทรกซึมเท่านั้น

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง คาร์นก็พุ่งเข้าหาเหล่ยเป่าและเหวี่ยงขวานขนาดยักษ์เข้าใส่ เหล่ยเป่าถูกแยกเป็นสองส่วนทันที การโจมตีของคาร์นนั้นน่าหวาดหวั่นเกินไป กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือของเขาได้ ร่างกายที่ใหญ่โตและขวานยักษ์ในกำมือทำให้เขาดูราวกับเป็นภูเขาขนาดย่อม ราวกับป้อมปราการเคลื่อนที่ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ คาร์นไม่ได้หยุดชักงักแม้แต่น้อย เขากู่ร้องออกมาก่อนที่จะเคลื่อนที่ไล่ล่าเหยื่อคนต่อไป เขาเพิ่งถูกอัญเชิญออกมาได้ไม่นาน ดังนั้นระดับของเขาจึงยังต่ำกว่าฮีโร่คนอื่นๆ เซียวอวี๋จึงให้เขาเข่นฆ่าได้ตามใจชอบ ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงดี พวกโจรทั้งหมดก็ถูกจับกุมหรือสังหาร มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของเซียวอวี๋ขณะที่เขากวาดสายตามองดูค่ายเหยี่ยวแห่งนี้

ค่ายเหยี่ยวนั้นมีความเป็นมาก่อนที่เมืองไลอ้อนจะถูกก่อตั้งขึ้นเสียอีก อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาเป็นผู้ปกครองแห่งแดนพายัพ ทั้งยังมีสมบัติที่ถูกเก็บสะสมมานับศตวรรษ ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้ได้กลายเป็นของเซียวอวี๋แล้ว เขาคิดว่ามันก็สมควรแล้วเพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้คือภาษีที่เขาสมควรจะได้รับ

เหล่าทหารเริ่มส่งเสียงโห่ร้องยินดีกับชัยชนะครั้งใหญ่ พวกเขาเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ภายใต้การนำของเซียวอวี๋

ในคราแรก มู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยต่างเป็นกังวลกับสถานการณ์อย่างมากจนไม่เป็นอันกินอันนอน พวกเขาคิดว่าปัญหาเรื่องกลุ่มพันธมิตรโจรจะเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจแก้ได้ในเวลาอันสั้น พวกโจรมีกันมากกว่าสามแสนคน ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนการป้องกันและค่อยๆเข่นฆ่าพวกโจรซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานนับสิบปี

ทว่าเซียวอวี๋กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการกวาดล้างพวกโจรและยึดสมบัติจำนวนมหาศาลมา นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อ! เซียวอวี๋กลับทำให้มันเกิดขึ้นได้! เซียวอวี๋ได้ใช้แผนการที่เหมาะสมในการสลายกองกำลังพันธมิตรอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนนำไปสู่การกวาดล้าง

ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี๋ยังได้แทรกซึมเข้าไปรวบรวมข่าวสารด้วยตนเอง ทั้งแผนการโจมตี การจัดวางกองกำลัง ที่ตั้งกองทัพและอื่นๆ นอกจากนี้การเลือกใช้หน่วยรบทางอากาศเข้าโจมตีอย่างฉับพลันก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขา

พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะทำลายค่ายเหยี่ยวลงได้ เซียวอวี๋ได้คอยส่งข่าวผ่านทิรันด้า ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถจัดวางแผนการซุ่มโจมตีพวกโจรได้ล่วงหน้า

พวกเขาเชื่อว่าต่อให้ต้องเผชิญกับการปิดล้อมด้วยทหารนับแสน ค่ายเหยี่ยวก็ยังคงสามารถยืดหยัดอยู่ได้ ทว่าการกระทำของเซียวอวี๋นั้นอยู่นอกเหนือสามัญสำนึกจนเกินไป เขามักจะสร้างความประหลาดใจได้ทุกครั้ง มาตอนนี้พวกเขาเริ่มเชื่อมั่นเซียวอวี๋จากก้นบึ้งหัวใจของพวกเขาแล้ว

เช่นนั้น…..จะมีความสำเร็จอีกมากมายเท่าใดที่เซียวอวี๋สามารถกระทำ?

เขาราวกับพระเจ้าที่จุติลงมา

เหล่าไพร่พลรวมถึงมู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยหวนนึกไปถึงถ้อยคำที่เซียวอวี๋เคยกล่าวเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว “เทพแห่งออร์คและเอลฟ์ได้มอบความไว้วางใจให้ข้านำเผ่าพันธ์ุของพวกเขาไปสู่ความรุ่งโรจน์ ข้าจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้!”

พวกเขาต่างมองไปยังพวกออร์คที่กล้าหาญ พวกเอลฟ์และนักล่าที่สง่างาม พวกเขารู้สึกว่า บางทีเรื่องนั้นอาจจะเป็นความจริง

เซียวอวี๋จะสามารถปราบพิชิตศัตรูของเขาได้อย่างง่ายดายได้อย่างไรหากว่าเขาไม่ใช่กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุค?

เขาเพียงผู้เดียวยังมีความสามารถมากกว่าทหารชั้นยอดนับแสน

ทุกคนเริ่มตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง “องค์กษัตริย์! มหาราช! ท่านคือมหาราชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเรา!”


ติดตามอ่านล่วงหน้าได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล