0 Views

 

เหลิ่งโหยวโหยวรู้สึกว่าหลงอี ไม่ได้ขยับเขยื้อนใดๆ มาเป็นเวลานาน ความเร่าร้อนในหัวใจของนางค่อยๆ จางหายไป คนทั้งสองกอดแนบชิดบนสถานที่เดิมนั้น ไม่มีใครพูดจาใดๆ บรรยากาศน่าอึดอัดอย่างที่สุด

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน หลงอีถอยลงจากบนร่างของเหลิ่งโหยวโหยวแล้วจัดแจงเสื้อผ้าของตน ตอนนี้หัวใจของเขาว้าวุ่น เขาหวังว่าจะมาจัดการลู่เชียนย่าให้เสร็จ แต่กลับกลายมาเป็นเหลิ่งโหยวโหยวแทน

“เจ้าจะเดินจากไปเช่นนี้รึ?” เมื่อหลงอีก้าวไปจนถึงทางเข้าเต็นท์ เหลิ่งโหยวโหยวพยายามสงบอารมณ์และจิตใจ แต่เสียงที่สั่นของนางก็แสดงออกถึงความรู้สึกวุ่นวายใจยิ่งของนาง

หลงอีชะงัก ถอนหายใจลึก และพูดอย่างจนปัญญาว่า “ข้าขอโทษ” เขาเปิดม่านขึ้น เดินออกจากเต็นท์อย่างรวดเร็ว
เหลิ่งโหยวโหยวนิ่งเงียบ แล้วจัดเสื้อผ้าบนร่างกายของนาง สัมผัสเร่าร้อนนั้นยังคงร้อนรุ่มอยู่ในพื้นที่ส่วนสงวนในตัวของนาง แต่หัวใจของนางตอนนี้กลับรู้สึกเจ็บแปลบจนนางแทบทนไม่ได้ “เมื่อไหร่นะ ที่ข้าเริ่มชอบในรอยยิ้ม เจ้าเล่ห์ และลึกลับของเจ้า? ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบกัน และมีการประลองจิตวิญญาณกัน หรือ ครั้งที่เขาโอบกอดข้าไว้ในอกเพื่อตัดมนตร์ดำมืดมนลวงใจนั่น ตัวข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่แน่นอนและชัดเจนว่า ข้ารักหลงอี แต่เขาไม่ชอบข้าแม้แต่น้อย?” นางรำพึงกับตัวเอง

เหลิ่งโหยวโหยว ไม่ได้ตำหนิหลงอี นางคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความผิดของนาง เมื่อหลงอีกอดนางแน่น นางก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเขา การดิ้นรนในตอนต้นเกิดจากสัญชาตญาณของนาง แต่หลังจากนั้นเป็นความเห็นแก่ตัวของนาง นางรู้ชัดว่าหลงอีเข้าใจผิดคิดว่านางเป็นลู่เชียนย่า แต่นางก็ไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ เตือนเขา นางคิดไปเองว่าหากนางมอบร่างกายของนางให้เขาแล้ว นางจะกลายเป็นผู้หญิงของเขาโดยสมบูรณ์

น้ำตาใสๆ จากดวงตาไหลรินลงมาสองข้างแก้ม ความรักที่ลึกซึ้งของสาวน้อยแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
หลงอีเดินกลับมาที่เต็นท์ของเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกละอายยิ่งนัก ที่เดินหนีมาแบบโง่ ๆ ทั้งยังไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ กับ เหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเหลิ่งโหยวโหยว นางเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเขาก็ตักตวงผลประโยชน์จากเรือนร่างชองนางไม่น้อยเลย

“เฮ้อ…ตอนนี้นางคงเกลียดข้าไปจนตาย สิ่งที่ข้าควรทำในสถานการณ์เช่นนี้ คือ การสัญญาว่าจะแต่งงานกับนาง แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ” หลงอีตีหน้าผากของตนเองแล้วกระโจนขึ้นบนเตียงใหญ่

หลงอีฝังศีรษะของตนลงบนหมอน คิดพิจารณาถึงเหลิ่งโหยวโหยว หน้าตานางธรรมดามาก ๆ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ที่สำคัญ เรือนร่างของนางวิเศษมาก ทีท่านางเหมือนคนไม่มีหัวใจ แต่ภายในใจของนางกลับอบอุ่น คิดขึ้นมาแล้วเขาก็รู้สึกว่านางน่ารักดี เหลิ่งโหยวโหยวฝึกฝนเวทมืด และเวทจิตวิญญาณ จะว่าไปนางก็เป็นคนประเภทเดียวกับเขา คิดเช่นนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะยอมรับนาง หลังจากคิดวนเวียนไปมาแล้วในใจของหลงอีก็ได้ข้อสรุป

ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เขาจะต้องใกล้ชิดกับนางให้มากขึ้นไม่ว่าจะอย่างไร เขาแน่ใจว่าจะมีภรรยาสามคนแน่ ๆ อยู่แล้ว จะมีเพิ่มอีกสักคนจะเป็นไรไป ในโลกใหม่นี้ ตราบเท่าที่มีอำนาจ ก็ไม่มีใครคัดค้านการมีภรรยาหลายคนหรอก ทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันสถานะที่มั่นคงของเขาอีกด้วย หลังจากคิดจบ หลงอีก็หลับสนิทไม่ไหวติง โดยไม่รู้เลยว่าเวลานี้เหลิ่งโหยวโหยวกำลังสับสนในใจเพียงใด

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่เชียนย่าตื่นจากสมาธิ นางลุกขึ้นยืน และบิดเนื้อตัวจัดกระดูกของตนเอง นางหันหน้ากลับไปมอง แต่นางก็ไม่พบเหลิ่งโหยวโหยว นางเดินออกมานอกเต็นท์สัมผัสลมเย็นที่พัดมา เช้า ๆ อากาศของบึงน้ำชื้นแต่ไม่สดชื่นเท่าใดนัก ลู่เชียนย่ากระชับเสื้อผ้าของนางกันหนาว ยกศีรษะขึ้น และมองเห็นเหลิ่งโหยวโหยวยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“พี่สาว เอ่อ พี่ตื่นแต่เช้าตรู่เลยนะวันนี้” ลู่เชียนย่าเดินไปหาเหลิ่งโหยวโหยวแล้วกล่าวทักทาย

เหลิ่งโหยวโหยวหันกลับมา นางฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ใช่…ข้านอนไม่หลับ เลยออกมารับลมเล่นน่ะ”

ลู่เชียนย่าอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ แล้วนางก็กล่าวด้วยความห่วงใยว่า “พี่สาว ท่าทางของท่านดูไม่ดีเลย พี่รู้สึกไม่สบายรึ?”

เหลิ่งโหยวโหยวหันกลับมายังมีร่องรอยความปวดร้าว นางถอนหายใจ “ข้าสบายดี…ข้าแค่นอนไม่หลับเมื่อคืน ก็แค่นั้น”

ลู่เชียนย่า ทำหน้าประหลาดใจ เพราะปกติแล้วการนอนหลับของนักเวทนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก พวกเขามีพลังจิตวิญญาณที่ช่วยให้หลับง่ายและสนิท แต่นางก็รู้ว่านางไม่ควรถามอะไรอีกต่อไป

ในเวลานั้น…เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นหลังพวกนาง “สวัสดีตอนเช้า สาวงามทั้งสอง ”
ได้ยินเสียงของ หลงอี ลู่เชียนย่า หันหลังกลับไปอย่างมีความสุข และวิ่งปรื๋อไปดึงแขนข้างหนึ่งของเขา

“ข้าน่ะหรือสาวงาม…พูดว่าสาวงามทั้งสองรึ หลอกลวงทั้งนั้น เจ้าคนเจ้าชู้” เหลิ่งโหยวโหยว บ่นว่าอย่างเย็นชา นางก้มหน้าลงแล้ววิ่งผ่านหลงอีไปที่เต็นท์ของนาง
“เฮ้! เหลิ่งโหยวโหยว อย่าหนีข้าสิ อา… คุยกันสามคนถึงจะสนุก มีแค่สองคนจะสนุกอะไรกัน” หลงอี มองตามหลังของเหลิ่งโหยวโหยว แล้วพูดออกไป

เหลิ่งโหยวโหยวได้ยินคำพูดของหลงอี นางก็ยิ่งหดหู่ หัวใจของนางเต้นแรง “ท้ายประโยคนั้นหมายความว่าอย่างไร เขากำลังหยอกล้อข้าเพื่อความสนุกหรือพูดเป็นนัยว่าเขายอมรับข้า ” เหลิ่งโหยวโหยว ไม่กล้าที่จะเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

“หลงอี…พี่โหยวโหยว ดูเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ในใจของนาง” ลู่เชียนย่ากล่าวอย่างกังวล

“อืม… เจ้าก็รู้ดีว่า ผู้หญิงทุกคนมีช่วงเวลาวันนั้นของเดือนที่อาจอารมณ์ไม่ดีและชอบทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ” หลงอีหัวเราะซุกซน

ลู่เชียนย่าหงุดหงิด และกล่าวโกรธ ๆ ว่า “น่าเกลียดจริง ๆ อย่าพูดเหลวไหล พี่โหยวโหยวไม่ได้มีมันในวันนี้”

“โอ้..แล้วมีเมื่อไหร่ล่ะ?” หลงอีถามอย่างจดจ่อ

“เมื่อ…ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย วิตถาร?” ลู่เชียนย่ากลอกตาใช้ความคิด แล้วตอบหลงอี

“แล้วของเจ้าเมื่อไหร่” หลงอี ถามด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

ลู่เชียนย่าหันซ้ายหันขวาเมื่อมองเห็นว่า วัวเถื่อน ฮาเหล และคนอื่น ๆ ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปใกล้หลงอีเขย่งปลายเท้ากระซิบที่หูเขา

“เรื่องนี้…ข้ามีพร้อมพี่โหยวโหยว…” พูดจบลู่เชียนย่าก็ไม่กล้ามองหน้าที่น่าหลงใหลของหลงอี นางวิ่งหนีไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ

หลังอาหารเช้า หลงอี มักหาโอกาสหยอกล้อเหลิ่งโหยวโหยว แต่สาวน้อยนางนี้ตั้งใจจะเพิกเฉยต่อเขาอย่างสิ้นเชิง
“ฮาเหล อีกนานแค่ไหน ที่พวกเราจะผ่านบึงนี้ได้ หลันเทียนถามขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแอลง ๆ ในไม่ช้าเขาคงไม่อาจแม้จะยืนไหว

ฮาเหลดึงแผนที่ออกมา เขามองอย่างพิจารณาชั่วครู่ จึงตอบว่า “ไม่ช้านี้แล้ว ด้วยความเร็วปัจจุบันของเรา น่าจะผ่านบึงนี้ได้ภายในหนึ่งวัน”

ได้ยินว่าพวกเขาจะสามารถผ่านลุ่มน้ำนี้ได้ภายในหนึ่งวัน ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น เพราะหลังจากผ่านพื้นที่บึงนี้ พวกเขาจะถึงนครสาบสูญ ดังนั้นทุกคนจึงรู้สึกยินดียิ่ง ตลอดเส้นทางพวกเขาเริ่มคุยกันอย่างมีความสุข

***จบบท ภรรยาหลายคนไม่เป็นไรหรอกน่า***