0 Views

แม้การโจมตีของมันจะถูกหนิงเทียนหลบหลีกได้ทั้งหมด แต่เมียวซินยังคงกล่าวออกอย่างสบายๆราวกับว่ามันยังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงของมันออกมา
“ดูเหมือนความเร็วระดับนี้คงยังไม่เพียงพอ เรามาดูกันว่าเจ้าจะสามารถหลบหนี กระบวนท่าติดตาม หอกคู่บุกทะลวงของข้าได้อีกหรือไม่”

“ท่านอาจารย์ทักษะใดกันที่อาจารย์อาใช้และเพราะเหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย” มู่ผวนมองไปยังเมียวซินด้วยแววตาเป็นประกาย

“ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ทักษะหอกคู่เทียนซัวของศิษย์น้องมันเป็นทักษะในระดับเทพสงครามขั้นต่ำที่จะสั่งสอนให้เฉพาะแก่ผู้สืบทอดเท่านั้น
โดยหอกคู่เทียนซัวนั้นประกอบไปด้วย 3กระบวนท่าใหญ่ คือ สังหาร บุกทะลวงและทำลายล้าง มันเป็นทักษะต่อสู้สำหรับโจมตีโดยเฉพาะ
แก่นแท้ของสังหารคือความรุนแรง แก่นแท้ของบุกทะลวงคือความเร็ว ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะทนทานกระบวนท่าที่สองของศิษย์น้องได้แน่” ถงจื่อโหยวกล่าวอธิบายแก่ศิษย์ของมันด้วยความเอนดู

ท่อนแขนที่เปรียบประดุจหอกอันแหลมคม กระหน่ำซัดมายังหนิงเทียนอย่างต่อเนื่อง ความเร็วที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น มันทำให้ละอองเลือดจางๆของหนิงเทียนสาดกระเซ็นไปพร้อมกับสายลมที่โฉยอ่อน

“ตาย!!!” เมี่ยวซินแสยะยิ้มออกมา พร้อมกับปล่อยท่อนแขนซ้ายและขวาที่เปรียบประดุจหอกคู่ พุ่งตรงไปยังลำคอและหัวใจของหนิงเทียนพร้อมกัน

เวลานี้หนิงเทียนสัมผัสได้เพียงความเย็นวาบไปทั่วร่าง ความรู้สึกเหมือนว่ามันพร้อมที่จะตกตายได้ทุกเวลา ความรู้สึกร้อนลุ่มในจิตใจ ความรู้สึกกดดันจนถึงขีดสุด ความรู้สึกตื่นเต้นไปทั่วทุกอณูและความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังล้อเล่นอยู่กับความตาย
“นี้คือสิ่งที่ข้าตามหา ในชีวิตก่อนข้าทำสงครามต่อสู้ไปทั่วเหนือใต้ บุกทะลวงไปทั่วตะวันตกและออก เพียงเพื่อที่อยากจะพบเจอกับความรู้สึกเช่นนี้”

หนิงเทียนพึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ ขณะที่การโจมตีประสานซ้ายขวาของเมี่ยวซินอยู่ห่างอีกไม่ไกล หนิงเทียนดึงปราณที่ส่งไปยังเท้าทั้งสองเพื่อหยุดการใช้งานเก้าวิญญาณท่องนภา
บัดนี้มันใช้เวลาชั่วพริบตาเปลี่ยนจากถอยหนีเป็นเข้าปะทะ ลมปราณทั้งหมดของมันถูกรีดเร้นออกมาเพื่อใช้ออกด้วยทักษะกายาเทพอสูร
การกระทำของมันยิ่งทำให้ผู้อื่นมองว่ามันคล้ายกับคนบ้ามากขึ้น คือการที่มันส่งหมัดออกเข้าปะทะกับหอกคู่บุกทะลวงของเมียวซิน

ปัก!!! ปัก!!
หมัดจ้าวอสูร ถูกใช้ออกเพื่อปัดป้องการโจมตีของหอกคู่บุกทะลวง ทว่าหนิงเทียนรู้สึกเหมือนกับ หมัดจ้าวอสูรของมันถูกนิ้วทั้งห้าของคู่ต่อสู่เจาะลึกเข้ามาภายใน และทันใดนั้นแรงกระแทกอันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะกับร่างของมัน

เมียวซินค่อนข้างมั่นใจในการโจมตีครั้งนี้ของมัน เพราะกระบวนท่าไล่ล่านั้นสามารถสังหารได้แม้กระทั้งผู้ฝึกตนในขั้นที่9ของดินแดนวีรชน
แต่แล้วดวงตาของมันต้องหรี่ลงเมื่อมันเห็นร่างของหนิงเทียนกระเด็นออกไปเพียงแค่แปดก้าวเท่านั้น

ใบหน้าของหนิงเทียนเคร่งขรึม มันมองไปยังหมัดขวาของตนที่ถูกกีดเป็นแนวยาวลากจากหมัดไปถึงข้อศอก โลหิตไหลล่วงสู่พื้นจนบังเกิดเป็นแอ่งขนาดย่อม เห็นได้ชัดว่าการปะทะกันครั้งนี้หมัดจ้าวอสูรของมันถูกหอกคู่ทะลวงสยบไว้จนสิ้นฤทธิ์

“ระดับพลังของมันกับข้า ต่างกันเกินไป ดูเหมือนเมียวซินผู้นี้จะอยู่ในขั้นที่3หรือไม่ก็4ในดินแดนทรราชอย่างแน่นอนกอปรกับทักษะที่มันใช้ออกดูเหมือนว่ามันจะฝึกฝนมาถึงขั้นเชี่ยวชาญกระบวนท่าแล้ว”
หนิงเทียนเริ่มจะวิเคราะห์คู่ต่อสู้ของมันอย่างจริงจัง

แม้ตัวมันจะเอาชนะผู้ฝึกตนในขั้นที่9ของแดนวีรชนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ทว่าการจะเอาชนะผู้ฝึกตนที่มีระดับห่างกันถึงสองดินแดนอย่างเช่นแดนทรราชนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่งานง่ายๆอย่างที่มันเคยคิดอีกต่อไป
ในขณะที่หนิงเทียนกำลังครุ่นคิดถึงวิธีรับมืออยู่นั้นเสียงของราชาภูตได้ดังออกมาภายใน

“คุณชายท่านเข้าใจผิดแล้ว มนุษย์น่าเกลียดคนนั้น เหลืออีกเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ขั้นที่2ในแดนทรราชต่างหาก นังมนุษย์ตัวเมียที่นั่งข้างมันอยู่ตลอดต่างหากที่อยู่ในขั้นที่4ของแดนทรราช”

ด้วยคำพูดของอู๋ชาง คิ้วของหนิงเทียนเวลานี้แทบจะผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว “ความแตกต่างขนาดนี้ เป็นไปได้อย่างไร??”

เมื่อราชาภูตสังเกตุเห็นความปั่นป่วนทางความคิดของผู้เป็นนายมันรีบกล่าวขึ้นมา “คุณชายการที่ท่านสามารถทะลวงเข้าสู่ดินแดนที่สูงกว่าอย่างง่ายดายโดยไร้ซึ่งกฎเกณฑ์บังคับหรือสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่าคอขวด
เป็นเรื่องปกติที่ไม่สำคัญกับท่านแล้วอย่าได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับผู้อื่นด้วย ในอดีตราชาพบเห็นอัจฉริยะมามากมาย มันสามารถบรรลุขั้นที่9ในแดนวีรชนด้วยวัยเพียงยี่สิบปี
แต่มันกลับสามารถเหยียบเท้าเข้าสู่แดนทรราชได้ในวัย100ปี เรื่องราวพวกนี้เป็นเรื่องปกติในโลกแห่งการบ่มเพาะ”

อู๋ชางยังคงกล่าวต่อไป “การที่ท่านมีพลังเพียงขั้น9ในแดนปราชญ์แต่กลับสามารถรับมือทรราชขั้นที่1ได้โดยไม่เพี่ยงพล้ำนี่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎแห่งฟ้ามากแล้ว
คุณชายท่านโปรดระวังตัวไว้เถอะ พวกตาแก่ข้างบนไม่ใช่คนดีอะไรนัก มันนั้นล้วนอิจฉาอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ วันดีคืนดีที่ท่านทะลวงเข้าสู่ดินแดนอื่นๆ มันจะส่งสายฟ้าสีดำลงมาจัดการท่าน”

คำกล่าวในประโยคแรกหนิงเทียนรับรู้มันได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคำกล่าวในประโยคที่สองนั้นหนิงเทียนไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องราวได้เลย
“กฎฟ้า?? ตาแก่ข้างบน?? สายฟ้าสีดำ??” ในคราวแรกที่มันพบเจอกับจักรพรรดิหวงตี้ในศิลาผนึกทอง มันก็เคยได้ยินถึงคำเรียก ตาแก่พวกนั้น??
แต่ถึงอย่างไรเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่มันจะต้องสงสัยเพราะคู่ต่อสู้ที่ต้องการคร่าชีวิตมันกำลังย่างเท้าเข้ามาใกล้แล้ว

ป.ล. อ่านต่อจบจบได้ใน