0 Views

ณ คฤหาสน์ดวงดาว

ปรากฏชายสองคนที่อยู่ในสถานที่ที่มองเห็นกระแสคนเข้าออกอย่างชัดเจน

ภายในคฤหาสน์ได้ปรากฏชายวัยกลางคนผู้แต่งตัวสุภาพกำลังเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายใจพร้อมกับชายวัยกลางคนอีกคนที่อยู่ข้างๆ และดูสงบนิ่งกว่ามาก

“พี่ใหญ่ ทำไมถึงไม่มีข่าวคราวจากหลิว อันเลยล่ะ?”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าชายร่างกำยำนั้นจะถูกรักษาโดยเย่ ฮานสำเร็จ?”

คนที่กำลังพูดอยู่คือชายที่กำลังเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายใจรอบๆหวัง ตงไห่เขาเป็นน้องชายของหวัง ตงไห่ และก็เป็นนักหลอมโอสถเช่นกัน ส่วนอีกคนที่ดูสงบนิ่งคือหวัง ตงไห่นั้นเอง

 

“ตงหยางเจ้าสงบสติอารมณ์ก่อน ความสามารถของเย่ ฮานมันก็ไม่ได้มากมายจนถึงขนาดสามารถรักษาพิษเหล่านั้นได้ พวกเรานั่งรอข่าวดีได้เลย”

 

“พี่ใหญ่ หอโอสถเป็นคู่แข่งของเราเป็นเวลานานหลายปีแล้ว และในที่สุดโอกาสดีๆแบบนี้ก็มาถึง นี่แหละคือโอกาสที่จะได้แก้แค้นพวกนั้นสักที แต่ถ้าหากพวกเราแก้แค้นไม่สำเร็จล่ะ?”

หวัง ตงหยางก้มหน้าพร้อมกัดฟันพูดเบาๆ

 

“ฮ่าฮ่า ตงหยางเมื่อไหร่เจ้าจะเลิกนิสัยคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ได้เสียทีมิเช่นนั้นเจ้าจะไม่มีทางบรรลุ ระดับอาณาจักรเซียนโอสถได้หากยังเป็นแบบนี้?  พิษที่ชายร่างกำยำโดนเข้านั้น..มันดูแปลกประหลาดมาก  หากข้าเดาไม่ผิด…มันคงเป็นพิษงูเมฆาเจ็ดสีกระมั่ง ข้าก็ไม่มั่นใจว่ามันมีจริงไหม แต่ข้าเคยบังเอิญไปอ่านเจอเล็กน้อยเกี่ยวกับพิษชนิดนี้ หากใช่…ข้าก็เกรงว่า คฤหาสน์ดวงดาวแห่งนี้คงพบกับปัญหาอย่างแน่นอน  แต่อย่างไรก็ตามข้าก็โยนปัญหานี้ให้กับเย่ ฮานไปเรียบร้อยแล้ว สมควรแล้วล่ะที่เจ้านั้นจะโชคร้าย แม้แผนการในครั้งนี้จะไม่สามารถถอนรากถอนโคลนเย่ ฮานได้ก็เถอะ แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะลดความหน้าเชื่อถือในธุรกิจเจ้านั้น” หวัง ตงไห่กล่าวอย่างไร้ความกังวล

 

แม้ว่าหวัง ตงไห่จะกล่าวแบบนั้นก็ตาม แต่ความไม่สบายใจของหวัง ตงหยางก็ยังไม่จางหายไปอยู่ดี สังเกตได้จากใบหน้าของตงหยางที่ยังเหมือนเดิม  ในการก้าวข้ามอาณาจักรนักหลอมโอสถชั้นสูง ไปยังอาณาจักรเซียนโอสถ  นั้นอาจดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงมันยากมากๆ มิฉะนั้นคนที่อยู่ในระดับอาณาจักรเซียนโอสถในรัฐฉิน คงมีไม่น้อยแบบนี้

แต่อย่างไรก็ตามความวิตกกังวลของเขาก็ยังไม่จางหายไป เขาจึงถามออกไปในทันทีว่า

“พี่ใหญ่ ทำไมข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป ทำไมเราไม่ส่งคนลงไปตรวจสอบสถานการณ์ที่นั้นหน่อยล่ะ?”

 

หวัง ตงไห่กลัวว่าหากเขากระโตกกระตากมากเกินไป  จะทำให้เย่ ฮานจับได้ในท้ายที่สุด  เขาจึงส่งหลิว อันไปเพียงคนเดียวในการไปสืบเรื่องราว แต่ถ้าหากทางด้านนั้นเริ่มเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาหลิว อันก็ควรจะรีบมารายงานเขาไปนานแล้ว

เว้นแต่จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นจริงๆ

 

“เอาล่ะ เจ้าส่งคนซักคนไปตรวจสอบดู” หลังจากที่คิดสักครู่ หวัง ตงไห่ก็เห็นด้วย

หวัง ตงไห่นั้นไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ว่า จะเกิดอันตรายกับหลิว อัน เพราะเขาเป็นถึงนักล่าสัตว์ผู้มีพลังปราณระดับแปด ซึ่งไม่ได้น้อยขนาดนั้น

 

หวัง ตงหยางรับคำสั่งและกำลังจะออกไปในทันที แต่จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูอย่างร้อนใจดังขึ้น

“ทะ-ท่านเจ้าสำนัก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!มีบางคนมาสร้างปัญหาถึงที่นี่!”

 

หื้ม

ประตูตำหนักได้เปิดออกมาทันทีโดยมีเสียงหวัง ตงไห่ กล่าวอย่างสงบว่า “ใครกัน?”

 

“ใครกัน ช่างกล้าขนาดนี้ นี่มันมาหยามถึงที่นี่เลยรึ?!แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?!”

เมื่อหวัง ตงหยางได้ยินเข้า อารมณ์ของเขาก็ได้ปะทุออกมาทันที

 

ใบหน้าของคนใช้ซีดลงพร้อมพูดว่า “จะ-จริงๆแล้ว พวกนั้นก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรหรอก….มะ-มันก็เป็นแค่เรื่องการรักษา”

 

เมื่อเห็นคิ้วของหวัง ตงไห่ ที่ขมวดยิ่งขึ้น เขาก็รีบกล่าวต่อว่า

“ไม่ไม่ไม่ ไม่ใช่แบบที่พวกท่านคิด แต่พวกนั้นเอาเรื่องการรักษามาบังหน้าเพื่อที่จะท่าทายพวกเรา”

 

“เจ้านั้นมันเป็นใคร?” ความอดทนของหวัง ตกไห่ได้หมดลงแล้วในตอนนี้

 

“มะ-มันคือ ผ้าขี้ริ้วจากตะกูลเย่ลูกของเฮ่ ฮาน เย่ หยวน ครับ!”คนใช้พูดออกมาในขณะที่ร่างกายสั่นไปทั่วร่าง

 

“ก็แค่ขยะ เจ้าจะกลัวไปทำไมกัน? เจ้าบ้าไปแล้วรึ? เรื่องแค่นี้จะถึงมารายงานถึงเจ้าสำนักเลยงั้นรึ?” ขณะที่หวัง ตกหยางได้ยินว่าเป็น เย่ หยวนเขาก็รีบไล่คนใช้ไปในทันที

 

“ชั่งมันเถอะ ไหนลองออกไปดูหน่อย” หวัง ตกไห่ได้ออกคำสั่ง

 

………….

 

ทั้งสามได้เดินไปยังห้องโถงและเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งด้วยท่าทีที่จองหอง ที่กำลังนั่งตรงเก้าอี้ของเจ้าสำนัก

หวัง ตงไห่จ้องเขม็งไปยังเก้าอี้เจ้าสำนักพร้อมกับต้องการจะจัดการเขาในทันที

ขณะที่หวัง ตงไห่กำลังเดินไปจัดการกับเย่ หยวน นั้นเขาก็เหลือบไปมองใต้เท้าของเย่ หยวน ก็ได้พบกับร่างของ หลิน อัน ที่กำลังนอนทุรนทุรายอย่างกับสุนัขบนพื้น  หัวใจของหวัง ตงไห่ได้เต้นแรงขึ้นในทันที

 

เมื่อเย่ หยวน เห็นหวังตงไห่ปรากฏตัวออกมา เขาก็ลุกขึ้นและเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมพูดว่า “ท่านเจ้าสำนักหวัง พอดี…หลานชายตัวน้อยๆคนนี้ มีเรื่องกะทันหันนิดหน่อย หวังว่าท่านคงไม่ถือสากัน”

 

ใบหน้าของ หวัง ตงไห่กระตุกอย่างรุนแรงในตอนนี้เขาอยากจะตบเย่ หยวน ให้ตายคามือภายในผ่ามือเดียวเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ต้องฝืนยิ้มพร้อมพูดว่า

“ไม่เป็นไร เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกัน ข้าก็ตกใจในคราแรก…คิดว่ามีพวกขยะที่ไหนกล้ามาหาเรื่องกันถึงคฤหาสน์ดวงดาวของเราแบบนี้ หากวันหลังท่านจะมาล่ะก็…ท่านก็ควรแจ้งพวกเราให้ทราบล่วงหน้าก่อนจะดีกว่า พวกเราจะได้ไม่ตกใจแบบนี้”

 

แม้ว่าหวัง ตงไห่ อยากจะเลาะฟันออกจากปากเด็กหนุ่มคนนี้แค่ไหน แต่เขาไม่ต้องการแสดงความเกลียดชังต่อคนไข้ในห้องโถงแบบนี้ เขาจึงเพียงแต่พูดด่าอ้อมๆเท่านั้น  ในความเป็นจริง…ทุกคนรู้ดีว่าคฤหาสน์ดวงดาวกับหอโอสถ นั้นเป็นศัตรูกัน แต่ท่าทีที่แสดงออกมานั้นก็ยังดู…สุภาพและรักใครกันดี แต่นั้นก็เพียงภายนอกเท่านั้น พวกเขาต่างเป็นคนที่เป็นหน้าเป็นตาของแต่ละที่ ดังนั้นหากเกิดการต่อสู้กันตรงนี้จริงๆ แล้วต่อไปใครจะกล้ามารักษากับพวกเขาอีกล่ะ?

 

เย่ หยวน ยิ้มในใจเมื่อเห็น หวัง ตงไห่พยายามกัดฟันพูดดีด้วย เขาจึงยิ้มพร้อมกับพูดกลับว่า

 “…เพราะข้ากังวลมากไป ในการจะช่วยชีวิตผู้คน จึงทำให้ข้าไม่มีทางเลือกและได้ตระโตกกระตากมาแบบนี้  ข้าได้ยินคำเลื่องลือมานานแล้ว…เกี่ยวกับฝีมือการหลอมโอสถของท่าน ว่ามีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งแห่งรัฐฉิน ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องขึ้น…ข้าจึงนึกถึงท่านเป็นคนแรกไงล่ะ”

 

เมื่อได้ยินที่ เย่ หยวน พูดออกมาหวัง ตงไห่ ก็ประหลาดใจอย่างมาก…เพราะในครานี้ เจ้าเด็กคนนี้มันต่างไปจากทุกทีอย่างสิ้นเชิง

ถ้าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากคนอื่นก็คงดี แต่กลับกันคำพูดเหล่านี้ดันออกมาจากปาก เย่ หยวน ณ ห้องโถงแห่งคฤหาสน์ดวงดาวได้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายในขณะนั้น

ในคราแรก หวัง ตงไห่ กลัวว่า เย่ หยวนจะพาคนมาสร้างความวุ่นวายใน คฤหาสน์ดวงดาวเสียอีก

 

คำพูดเหล่านั้นที่ออกมา ทำให้ผู้คนจำนวนมากในห้องโถงได้หันมาสนใจเขากันใหญ่ มากจนทั่วบริเวณนั้นไม่สามารถเดินผ่านไปมาได้แล้วในขณะนี้

คำพูดเหล่านั้น มีใจความว่า…หวัง ตงไห่ นั้นคืออันดับหนึ่งแห่งรัฐฉิน และผู้คนโดยรอบได้ยินอย่างชัดเจน  แต่จริงๆแล้ว ผู้ที่บรรลุอาณาจักรเซียนโอสถในรัฐฉิน ไม่ได้มีเพียง หวัง ตงไห่ และ เย่ ฮาน เท่านั้น นอกจากนี้ยังมี นักหลอมโอสถจากตระกูลเชื้อเจ้าอีกด้วย

ถ้าหากคำพูดเหล่านี้ได้แผ่กระจายไปถึงหูของพวกตระกูลเชื้อเจ้าล่ะก็ หวัง ตงไห่จะถูกจับจ้องจากตระกูลเชื้อเจ้าทันที อย่างกับว่า เขาได้นั่งอยู่บนเข็มที่แหล่มคมนับพัน…หากพลาดแม้แต่นิดเดียว เข็มเหล่านั้นก็จะรุมทำร้ายเขาในทันที

 

พวกสายสืบของตระกูลเจ้านั้นมีอยู่ทั่วทุกที่ในรัฐฉิน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทราบว่า ในบรรดาผู้คนที่อยู่ในห้องโถงนี้นั้น จะมีพวกสายสืบของตระกูลเจ้าหรือไม่

 

ในตอนนี้หวัง ตงไห่รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก  แต่เขาก็ต้องกัดฟันยิ้มและตอบเย่ หยวนกลับไปว่า

“เจ้าพูดอะไรน่ะหลานข้า? อย่างข้าน่ะรึจะกล้าอวดอ้างตนเองว่า เป็นอันดับหนึ่งในรัฐฉิน?”

“อย่างข้าก็มีฝีมือไม่ต่างไปกับ พ่อและลุงของเจ้ามากหรอก แต่อย่างไรก็ตามข้าก็รู้สึกแปลกๆที่หลานชายผู้นี้มาขอความช่วยเหลือ ณ ที่ คฤหาสน์ดวงดาวของเรา ทั้งๆที่พ่อของเจ้าก็สามารถช่วยได้ แต่ทำไมเจ้าก็ยังจะมา คฤหาสน์ดวงดาว แทนล่ะ?”

 

 

เย่ หยวน ยิ้มและพูดว่า

“เหตุที่ข้ามา ณ ที่แห่งนี้ มีสองประการ  ประการแรก เมื่อเกิดปัญหาข้าก็นึกถึงท่าน ผู้เป็นถึงอันดับหนึ่งแห่งรัฐฉินก่อนใคร ประการที่สอง จุดที่ข้าเห็นชายผู้นี้นั้นอยู่ใกล้กับที่นี่มากที่สุด”

ขณะที่เย่ หยวนกล่าวเสร็จ เขาก็ได้ชี้ลงไปยัง หลิว อันที่นอนทุรนทุรายอยู่บนพื้น ต่อมาสีหน้าของเย่ หยวนก็เต็มไปด้วยความสงสารและพูดต่อว่า

“ข้าได้พบกับชายผู้นี้ เขาได้นอนชักด้วยความทรมานอยู่บนท้องถนน ด้วยความสงสาร…ข้าจึงรีบพาเขามายัง คฤหาสน์ดวงดาว เพื่อขอความช่วยเหลือในทันที แต่ใครจะไปรู้ว่า…อาการของเขานั้นยากที่จะวินิจฉัย ขนาดเปลี่ยนหมอตั้งหลายท่านก็ยังไม่สามารถรักษาได้”

 

หวัง ตงไห่ตระหนักได้ในทันทีว่า เขาไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เลย

ต้องมีบางอย่างผิดพลาด เมื่อวานนี้…หยวนเอ๋อพึ่งส่งข่าวกลับมาอยู่เลยว่า เขาได้วางแผน วางยาพิษแก่ลูกของเย่ ฮาน เพื่อปลิดชีพ แต่ทำไมวันนี้เขาถึงโผล่หน้ามา คฤหาสน์ดวงดาว ได้?

 

แต่อย่าพึ่งพูดถึงเรื่องนั้นเลย ในตอนนี้เย่ หยวนพบกับผู้เคราะห์ร้ายบางคนเข้า หากพบคนอื่น หวัง ตงไห่ ก็ไม่แปลกใจหรอก แต่คนที่เขาพบดันเป็น หลิว อัน นี่สิ….มันเป็นเรื่องบังเอิญเกินไป

 

มันเป็นเรื่องที่ดีหากเขาสามารถรักษาความลับของตัวเขาไว้ได้ แต่ถ้าหากไม่ มันก็เท่ากับว่า… หลิว อัน ทรยศต่อ คฤหาสน์ดวงดาว ข้อมูลต่างๆของหลิว อัน ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ นอกจากนั้นยังมีนักหลอมโอสถและนักล่าสัตว์จำนวนมากอยู่ที่นั้น เมื่อตัวตนของ หลิว อันถูกเปิดเผยออกมาล่ะก็…มันก็จะส่งผลต่อ คฤหาสน์ดวงดาวอย่างมาก

 

 

แล้ว…เกิดอะไรขึ้นกับ หลิว อัน? เขาได้เตรียมการมาอย่างสมบูรณ์แล้วแท้ๆก่อนที่ หลิว อัน จะออกไปยังหอโอสถ เขาเพียงแค่..ทำให้บางจุดที่ไม่สำคัญภายในร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพื่อให้เนียนต่อการแฝงตัว แต่ทำไมเมื่อ หลิว อัน กลับมาถึงมีสภาพปรางตายเช่นนี้?

 

ด้วยความสามารถของหมอในคฤหาสน์ดวงดาวแห่งนี้ หมอท่านนั้นได้แต่วินิจฉัยว่า…เขาถูกวางยาพิษ แต่หมอท่านนั้นก็จนปัญญาในการรักษา และในที่สุดก็ต้องไปเชิญหัวหน้าสำนักออกมาด้วยตัวเอง?

ในขณะนั้นหวัง ตงไห่ ได้คิดวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นและเขาก็ตระหนักได้ว่า มันผิดปกติอย่างมาก หากเขาไม่สามารถรับมือไว้ได้เรื่องนี้จะเป็นเหตุให้ คฤหาสน์ดวงดาว เสื่อมเสียเป็นแน่แท้