0 Views

ตอนนี้ได้แปะลิ้งค์ เพจแปลของผมไว้ที่หน้าหลักนิยายเรื่องนี้ไปแล้วนะครับ เผื่อมีข่าวสารอะไรจะได้แจ้งไปยังเพจนะครับ

https://www.facebook.com/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2-196693564386091/?modal=admin_todo_tour

 

เพจ :  แปลไปเรื่อย

 

*********************************************************************************

 

 

ทันทีที่ยาตกถึงท้อง เขาก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น ราวกับว่าอาการทั่วร่างได้ผ่อนคลายไม่น้อย

ประสิทธิภาพของยาตัวนี้ได้ผล!

ท่าทางที่ดีขึ้นของเขา ทำให้ เย่ หยวน รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น..เมื่อเขาได้กลืนยาบำรุงหัวใจระดับสูงลงไป เย่ หยวนก็ทำการวัดชีพจรหัวใจของเขาต่อทันที

“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?” เย่ หยวนถามด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

“ขอบคุณท่านมาก นายน้อยเย่…ข้าต้องขอโทษจริงๆที่ข้ากล่าวแบบนั้นไป โปรดมองข้ามสิ่งที่ข้ากล่าวเมื่อครู่นี้ไปด้วยเถิด อย่างไรก็ตาม…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านแต่อย่างใด แต่ข้าไม่เคยได้ยินสัตว์ปีศาจชื่อ..งูเมฆาเจ็ดสี มาก่อนเลย”

 

หลิว อันยังไม่ลืมภารกิจที่ต้องทำ ดังนั้นเมื่อดีขึ้น..เขาจึงถามต่อในทันที

หลังจากความสนใจของทุกคนได้เปลี่ยนเป็นเรื่องอาการของหลิว อัน ทำให้ลืมเรื่องของเย่ หยวนไปในทันที แต่เมื่อเขาเริ่มถามเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของทุกคนที่จับจ้องไปยังเย่ หยวน ด้วยสายตาที่ดูถูก

 

เย่ หยวน ยิ้มพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

 “อันที่จริง งูเมฆาเจ็ดสีนั้น เป็นชนิดงูที่กลายพันธุ์มาจาก งูเจ็ดปีศาจ เพียงแค่ว่า งูเจ็ดปีศาจ นั้นสามารถพบเจอได้ตามปกติ ในขณะที่ งูเมฆาเจ็ดสี นั้นจะพบได้ยากกว่ามาก พวกงูนั้นจะมีคุณสมบัติหยิน..ดังนั้น พิษงูส่วนใหญ่จึงเป็นธาตุหยิน แต่ก็ยังมีงูบางชนิดที่มีพิษธาตุหยาง และสิ่งที่นายพรานคนนี้พบคือ…ลักษณะของงูเมฆาเจ็ดสี นั้นแทบไม่แตกต่างจาก งูเจ็ดปีศาจ เลย แต่อย่างไรก็ตาม..ที่มันได้ชื่อว่า เมฆาเจ็ดสีเพราะ ลายผิวหนังของมันจะมีลายคล้ายๆเมฆาเจ็ดสีตามชื่อ”

เนื่องจากสัตว์ปีศาจตัวนี้มีขนาดที่ใหญ่ ดังนั้นนายพรานจึงไม่มีทางสังเกตได้อย่างละเอียดว่า..รอบตัวของงูมันมี ลายเมฆาเจ็ดสีจริงหรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้…เขาจึงแยกไม่สามารถออกระหว่าง งูเมฆาเจ็ดสี กับ งูเจ็ดปีศาจ ได้นั้นเอง

“สัตว์ปีศาจทั้งสองตัวนี้มีธาตุที่ต่างกัน…ดังนั้นหากพวกเราใช้ยาแก้พิษหยินเพื่อไปล้างพิษหยาง ล่ะก็…นายพรานผู้นี้ถึงแก่ความตายแน่นอน”

 

เมื่อเย่ หยวนพูดเสร็จ เขาก็สังเกตทางทีของเฉินเหมียว ที่ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

สิ่งที่ เย่ หยวน พูดมานั้นฟังดูน่าเชื่อถืออย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ ถ้าคนๆนี้กำลังทรมานอยู่ด้วยพิษธาตุหยางจริงๆ หากเขาให้ยาแก้พิษหยินไป…มันจะเป็นอันตรายต่อเขาจริงๆ

 

อย่างไรก็ตาม เขา ทั้งประหลาดใจและงุงงวยกับเหตุการณ์ตอนนี้มาก นายน้อยเย่สามารถวินิจฉัยพิษนี้ได้อย่างไร? แม้สัตว์ปีศาจที่เย่ หยวนกล่าวขึ้น เขาจะไม่รู้จักมาก่อนก็เถอะ…แต่นายน้อยเย่ รู้ได้อย่างไรว่าพิษชนิดนี้นั้น มันแตกต่างกับพิษของงูเจ็ดปีศาจ?

 

“แม้ว่าสัตว์ปีศาจที่เจ้าเรียกว่า งูเมฆาเจ็ดสี นั้นจะมีอยู่จริง แล้วเจ้ามั่นใจได้ไงว่า..นายพรานท่านนี้โดนพิษของงูเมฆาเจ็ดสี?” เฉิน เหมียวถามอย่างเหยือกเย็น

 

เย่ หยวนยิ้มและตอบกลับว่า

“มันจะไปยากอะไร? แม้งูเมฆาเจ็ดสี และ งูเจ็ดปีศาจ จะมีบรรพบุรุษเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ดังนั้นอาการเมื่อโดนพิษก็จะคล้ายกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด..ท่านลองกดจุดของนายพรายใต้รักแร้ ที่ห่างจากรักแร้7นิ้วลงมาดู”

 

ชายร่างกำยำงุงงวยเป็นอย่างมากในตอนนี้ เมื่อเฉิน เหมียว พยักหน้าและได้ทำตามนายน้อยเย่กล่าว…เขาได้วัดช่วง7นิ้วใต้รักแร้และลองกดทันที

 

แม้แรงที่กดไปจะไม่มากนัก แต่นายพรานคนนี้แสดงสีหน้าที่เจ็บปวดอย่างมากออกมาทันที

หลังจากนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมา

เลือดที่พุ่งออกมาจากปากนั้นกระเด็นเลอะทั่วพื้นพร้อมส่งกลิ่นเหม็นออกมา  คนที่สูดดมกลิ่นนี้เขาไป ต่างวิงเวียนศีรษะ…เห็นได้ชัดว่า พิษนี้ร้ายแรงแค่ไหน

 

“นี่มัน……” เฉิน เหมียวประหลาดใจอย่างมาก นักล่าสัตว์ส่วนใหญ่มักจะโดนพิษของงูเจ็ดปีศาจ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะด่วนสรุปว่า นักล่าสัตว์คนนี้ก็โดนพิษชนิดนี้เช่นกัน  แต่อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าลักษณะของพิษงูเจ็ดปีศาจเป็นอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ามันทำให้เขารู้ว่า ไม่ใช่

 

แม้พิษของงูเจ็ดปีศาจ จะมีฤทธิ์รุนแรงแค่ไหน แต่ก็ยังห่างไกลกับพิษที่อยู่ตรงหน้านี้มาก

 

เมื่อเขาเห็นแบบนี้ เขาก็ยอมรับในทันทีว่า…การวินิจฉัยของเขาผิดพลาดจริงๆ แต่การที่จะกล่าวขอโทษเย่ หยวนต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ นั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกมาด้วยถ่อยคำที่อ่อนลงโดยมีความหมายโดยนัยซ่อนอยู่

นอกจากนี้ลักษณะการพูดกับเย่ หยวน ก็ยังเปลี่ยนไปด้วย การเรียกเย่ หยวนนั้นได้เปลี่ยนเป็น..หยวนเอ๋อ แทน…เพราะตอนนี้เขาดูเอ็นดูเย่ หยวนอย่างมาก แน่นอนว่า…สถานะเฉิน เหมียว ในตอนนี้สามารถเรียกเขาว่า หยวนเอ๋อได้

 

อย่างไรก็ตามคำถามเหล่านี้ก็ยังทำให้คนรอบบริเวณงงอย่างมาก

“หากได้รับพิษธาตุหยิน จะต้องรักษาด้วยธาตุหยาง…และหากได้รับพิษธาตุหยาง ก็จะต้องรักษาด้วยธาตุหยิน และท่านลุงเฉิน ก็มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในด้านโอสถ ดังนั้นใบสั่งยาอันล่าสุดนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว ก็แค่สับเปลี่ยนตัวยาบางตัวที่มีธาตุหยาง…ให้เป็นยาธาตุหยิน ส่วน หญ้าเขียว กับ โสมทับทิมแดง ก็ไม่ต้องเปลี่ยน..เนื่องจากเป็นเพียงยาธาตุกลางธรรมดา แต่เครื่องในนกอินทรี นั้นเป็นยาธาตุหยาง แม้เครื่องในอินทรีที่มีผลดีกับพิษงูเจ็ดปีศาจที่สุดก็เถอะ…แต่พิษนี้มันก็ไม่ใช่ของงูเจ็ดปีศาจ ดังนั้นควรเปลี่ยนจากเครื่องในนกอินทรี เป็น เครื่องในตัวมิ้งค์ลายอัสนี เท่านี้ก็ทำให้อาหารทุเลาลงได้ แต่เนื่องจากพิษงูเมฆาเจ็ดสีนั้นมีฤทธิ์เผาไหม้อย่างรุนแรง..ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะเพิ่ม ดอกลำโพงกาสลัก ซึ่งอุดมไปด้วยธาตุหยิน ลงไปด้วย ”

 

เย่ หยวน พูดได้คล่องแคล่วราวกับผู้ที่แตกฉานในด้านโอสถย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม…สิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นศัพท์ที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถเท่านั้น ที่จะเข้าใจ ดังนั้นคนรอบข้างที่ได้ฟังจึงไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

 

ลู่เอ๋อมองไปยังนายหนุ่มของเขาและรู้สึกว่า…ทำไมวันนี้เขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

 

“ทะ-ท่านหมอเฉิน…สิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริงหรือไม่?” ชายร่างกำยำถามอย่างลังเล

 

เฉิน เหมียว ได้มองไปยังชายร่างกำยำ พร้อมส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มที่ขมขื่นและกล่าวว่า

 “ด้วยความสัตย์จริง ข้าไม่มั่นใจอะไรเลยในตอนนี้…แต่สิ่งที่ข้ามั่นใจแน่ๆคือ เลือดที่จะกรระอักออกมานั้น เมื่อดูแล้ว…มันไม่ใช่พิษของงูเจ็ดปีศาจอย่างแน่นอน”

 

“ตะ-แต่ท่าน…ท่านก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าสูตรยาของเขา นั้นจะปลอดภัยใช่ไหม?”

ไม่ว่าชายผู้นี้จะศรัทธาในหอโอสถแค่ไหน แต่ชื่อเสียงที่แย่ๆของเย่ หยวน นั้นก็เกินกว่าที่เขาจะเชื่อได้จริงๆ เนื่องด้วยความอคตินี้จึงทำให้เขาไม่สามารถไว้วางใจเย่ หยวนลงได้

 

พิษที่อยู่ในร่างกายของชายผู้นี้ที่ได้รับการวินิจฉัยโดย เย่ หยวน อาจเป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นทั้งหมด..ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ ดังนั้นเขาจะมั่นใจได้อย่างไร?

 

เฉิน เหมียว พร้อมยกยิ้มและกล่าวว่า “ข้าไม่ทราบวิธีรักษาหากเป็นอย่างที่หยวนเอ๋อกล่าว…แต่ข้ารู้สึกได้ว่าวิธีที่เขากล่าวมานั้น มันสามารถรักษาเจ้าได้จริง ”

 

“สิ่งที่ท่านไม่อาจยืนยันได้ว่าปลอดภัย แต่ท่านก็จะให้ผู้เคราะห์ร้ายอย่างข้าทานอีกรึ?”

ในขณะที่มีเสียงถกเถียงกันอย่างดังสนั่น จู่ๆสายตาฝูงชนต่างจับจ้องไปยังประตูและได้เห็นชายผู้หยาบคายเดินมาอย่างรวดเร็ว

 

“ทะ-ท่านผู้นำตระกูล” ผู้ช่วยหมอที่อยู่ข้างๆ เฉิน เหมียว รู้ดีว่าเป็นใครจึงรับถอยออกมาทันที

ผู้ชายคนนั้นคือ เย่ ฮาน

 

“ท่านพ่อ?”

“ท่านผู้นำ”

 

เย่ หยวน และ เฉิน เหมียว ได้กล่าวออกมาพร้อมกันทันทีที่เห็น เย่ ฮาน

เย่ ฮาน หยุดอยู่ตรงหน้าเย่ หยวน พร้อมพนักหน้าเบาๆ ด้วยความเห็นชอบและโล่งใจ…ที่เห็นลูกของตนอธิบายแบบนั้นประจักษ์ต่อสายตาเขา

“ท่านยานพราน…แท้จริงแล้ว ท่านถูกพิษของงูเมฆาเจ็ดสี เข้าต่างหาก และมันก็ไม่ใช่ พิษขของงูเจ็ดปีศาจ อีกด้วย เนื่องจากวิธีแยกแยะพิษงูทั้งสองชนิดนี้มันยากมาก…จึงทำให้หมอเฉิน วินิจฉัยผผิดพลาด ขข้าต้องขออภัยสำหรับเรื่องนี้จริงๆ”

“แล้วก็…ใบสั่งยาที่ลูกข้ากล่าวมานั้น มันไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด…ท่านสามารถดื่มมันได้แน่ หากเกิดอะไรขึ้น..ทางหอโอสถจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”

 

เย่ ฮาน นั้นเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงในรัฐฉิน ปกติแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่สามารถพบเขาได้ที่นี่…แถมเขาก็ออกปากเองขนาดนี้ ดังนั้นยังจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาลังเลอีกล่ะ?

 

ดูเหมือนว่าเรื่อง นายน้อยตระกูลเย่ ผู้ไร้ความสามารถ นั้นเป็นเพียงคำนินทาเกินจริง..หรือบางทีมันอาจเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แท้จริงแล้ว..เขาอาจจะมีความสามารถที่แท้จริงบางอย่างแฝงอยู่