0 Views

“เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกข้ากำลังพูดถึงอะไรอยู่! และงูเมฆาเจ็ดสีอะไรกัน? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน! นี่เจ้าคิดจะสร้างสัตว์ปีศาจมาหลอกลวงพวกเราอย่างนั้นหรือ?”

เฉินเหมียว ผู้ที่สำเร็จด้านโอสถจากแคว้นฉิน และเขาได้เคยค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจมาก่อน เขาไม่เคยได้ยินชื่องูเมฆาเจ็ดสีมาก่อนเลย!

 

และถ้าคนอย่างเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ ก็ลืมคนที่ไม่เอาถ่านอย่างเย่ หยวน ไปได้เลย

“นายน้อยเย่ ท่านไม่เพียงดูหมิ่นท่านหมอเฉิน และข้า แต่ท่านยังดูหมิ่นพวกเราที่เป็นนักล่าสัตว์ในที่นี้อีกด้วย! พวกเราซึ่งเป็นนักล่าสัตว์ และใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ภายใต้กรงเล็บของพวกมัน ก็ยังไม่เคยได้ยินชื่องูเมฆาเจ็ดสีมาก่อน ”

มาถึงตอนนี้ ชายร่างกำยำยิ่งรู้สึกว่า เย่ หยวน เพียงต้องการสร้างปัญหา ไม่มีอย่างอื่น เย่ หยวน เพียงแค่ต้องการให้เขาได้รับอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น เขาจึงไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับเย่ หยวนอีก และต้องการรู้เพียงว่า เย่ หยวน มีเลศนัยอะไรซ่อนอยู่

 

ต่างคนต่างมีวิถีชีวิตของตนเอง แม้ว่าชายร่างกำยำจะดูไม่เป็นมิตรอยู่ตลอดเวลา แต่ความจริงแล้ว เขาค่อนข้างฉลาดในบางเรื่อง เขาเชื่อว่า เฉินเหมียวจะสามารถช่วยชีวิตเขาได้ เขาจึงไม่พยายามเป็นปฏิปักษ์กับเฉินเหมียว เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายของเฉินเหมียว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอ้างถึงกลุ่มนักล่าสัตว์ เพื่อทำให้เย่ หยวนต้องพบกับสถานการณ์ที่ลำบากขึ้น

แม้ว่าเย่ หยวน จะไม่ยอมอ่อนข้อ และไม่ยอมถอยให้กับคำกล่าวอ้างของเหล่านักล่าสัตว์ก็ตาม แต่ตระกูลเย่ คงไม่ยอมเป็นปฏิปักษ์กับเหล่านักล่าเป็นแน่

ผู้คนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นเหล่านักล่าสัตว์ทั้งสิ้น หลังจากได้ยินการสนทนาพวกนี้ ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นทันที

“ถูกต้อง! งูเมฆาเจ็ดสีอะไรกัน! พวกข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!”

“เป็นถึงทายาทรุ่นที่สองของตระกูล แต่กลับสร้างความขายหน้าให้กับท่านอาจารย์ใหญ่มาก นี่นายน้อยเย่! ดูเหมือนว่า ความรุ่งโรจน์ของตระกูลเจ้า คงต้องสิ้นสุดในรุ่นนี้เสียแล้ว  งูเมฆาเจ็ดสีอะไรกัน?! ข้าวนเวียนอยู่รอบๆ ป่าปลิดชีพมากว่าสามสิบปี ข้ายังไม่เคยได้ยินว่ามีสัตว์ปีศาจชนิดนี้มาก่อน ”

 

“พอกันที พอกันที พวกเราไปที่คฤหาสถ์ดวงดาว กันดีกว่า  หอโอสถที่เลื่องชื่อแห่งนี้ คงจะต้องแปดเปื้อนมลทิน เพราะทายาทรุ่นที่สองคนนี้แล้ว”

 

เย่ หยวน ยังคงยืนนิ่งเงียบ ไม่คิดว่าเฉิน เหมียว จะรู้จักเขาดีเช่นนี้  นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจ้าวายร้ายเย่ หยวนคงพังร้านไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักนิด ราวกับว่าคนไข้พวกนี้ไม่ได้กำลังกร่นด่าเขา

อย่างไรก็ตาม เย่ หยวน ไม่ได้ใส่ใจกับผู้คนมากมายที่พบเจอในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเฉิน เหมียวที่มีใบหน้าคมคาย ที่มักอ้างเหตุผล และไม่เกรงกลัวสิ่งใด เขาควรปล่อยให้คนดื้อรั้นเช่นนี้ ต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจึงจะดีที่สุด แต่หากปล่อยให้เรื่องดำเนินไปเช่นนี้  ธุรกิจของตระกูลเย่ คงต้องถูกทำลายด้วยน้ำมือคนดื้อรั้นคนนี้

เย่ หยวน กวาดตามองไปยังฝูงชนที่กำลังส่งเสียงโห่ร้องดังสนั่น และไปหยุดอยู่ที่กลุ่มคนที่กำลังโห่ร้องดีใจ  ตอนแรก คนพวกนั้นก็โห่ร้องยินดี แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อพบกับสายตาของเย่ หยวน ที่กำลังจ้องมอง พวกเขากลับรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

 

ในที่สุด สายตาของเย่ หยวนก็ไปหยุดอยู่ที่บุคคลคนหนึ่ง ที่เป็นคนปลุกปั่นผู้คนให้ไปที่คฤหาสน์ดวงดาว ชายคนนั้นกำลังยืนยิ้มกริ่มหลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย  ใบหน้าของเขามีรังสีของนักฆ่า สีหน้าเยือกเย็น น่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก

เขาเป็นชายในวัยกลางคน ที่ดูเฉลียวฉลาดเช่นเดียวกับนักล่าสัตว์

 

ผู้คนรู้จักเขาในนามว่า หลิว อัน แต่ไม่มีใครรู้ว่า เขาคือไส้ศึกที่ทางคฤหาสน์ดวงดาวส่งเข้าไปอยู่ในกลุ่มนักล่าสัตว์ ทุกครั้ง ที่มีผู้ค้นพบสิ่งล้ำค่าที่ป่าปลิดชีพ เขาจะฆ่า และปล้นคนผู้นั้น และจากนั้น ก็ส่งของมีค่าเหล่านั้นไปที่คฤหาสน์ดวงดาว

ในรัฐฉินนี้ คฤหาสน์ดวงดาว ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของหอโอสถ

แต่จู่ๆ เสียงที่ดังสนั่นอยู่ๆก็เงียบลงในทันที ดั่งเสียงน้ำตกที่จู่ๆน้ำก็หยุดไหลไปซะอย่างนั้น ในขณะนี้ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ จนแม้เข็มสักเล่มตกก็คงได้ยิน ความเงียบช่างน่าสะพรึงกลัว

 

หลิว อันที่ตอนนี้ถูกเย่ หยวนจ้องมองอยู่ เขาถึงกับขนลุกไปทั่วร่าง เขาคิดในใจว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เป็นที่รู้กันไปทั่วว่า เจ้าวายร้ายเย่ หยวนนั้น มีพลังปราณเพียงแค่ระดับหนึ่ง และคนที่มีพลังปราณระดับแปดอย่างเขา ก็สามารถฆ่าคนอย่างเย่ หยวนให้ตายได้ในฝ่ามือเดียวแท้ๆ  แล้วเหตุใด เขาจึงรู้สึกกลัวขนาดนี้ได้ แม้ตัวเขาเองยังแทบไม่กล้าหายใจเสียงดัง  ความรู้สึกนี้ราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว? 

 

ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของเย่ หยวน เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คน นอกจากผู้คนที่อยู่ในห้องโถงนี้แล้ว เกือบทุกคนก็ได้เห็นพลังปราณที่แผ่ออกมาของเขา  ทั้งๆที่วายร้ายเย่อ่อนแอเช่นนี้ เหตุใดจึงดูมีพลังรุนแรงขนาดนี้ล่ะ?

หลิว อัน รู้สึกราวกับเห็นภาพหลอน ความเงียบที่ยังคงครอบงำห้องโถงแห่งนี้ ย้ำเตือนให้เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

 

รังสีของเย่ หยวน ที่แผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกอึดอัด และต้องการออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด พลังปราณระดับแปด กลับถูกข่มด้วยพลังปราณระดับหนึ่งอย่างนั้นหรือ? ช่างตลกสิ้นดี!

 

หลิว อัน ตัดสินใจทำลายบรรยากาศบ้าๆเช่นนี้ เขารวบรวมลมปราณ และกำลังจะอ้าปาก แต่เมื่อเขาเผลอไปสบตากับเย่ หยวน…ทันใดนั้น!

ฟึบ!!

พลังปราณที่รุนแรงของเย่ หยวน ถูกแทรกขึ้นผ่านดวงตาของเขาในทันที

ฝูงชนหันไปตามที่มาของเสียงนั่น และพบว่าเสียงนั้นดังมาจากหลิว อัน ในเวลานั้น เลือดได้พุ่งออกมาจากปากเขา และกระเด็นไปถูกคนราวสองสามคนด้านหลัง

 

เขาพยายามรวบรวมลมปราณอีกครั้งเพื่อจะพูด แต่เย่ หยวนก็ได้ใช้ลมปราณที่ออกมาจากสายตาซัดเข้าไปที่ร่างกายเขาอีกครั้ง และนั่นทำให้เขารู้สึกราวกับว่า หน้าอกของเขาถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่ อีกทั้งร่างกายของเขายังได้รับบาดเจ็บมาก่อนด้วย เขากระอักเลือดจำนวนมากออกมาในทันที และดูเหมือนตอนนี้เขาบาดเจ็บมากกว่าเดิมอีกด้วย

 

“นายน้อย ท่านผู้นี้ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนักมาก ทำไมท่านไม่ให้หมอเฉินรักษาเขาก่อนล่ะ? ลู่เอ๋อดึงแขนเสื้อของเย่ หยวน และพูดด้วยความสงสาร

 

เย่ หยวนมีสีหน้าสงสัย แต่ก็รู้สึกดีใจ เขาคิดว่า สาวน้อยนางนี้ช่างเฉลียวฉลาดนัก

 

“ยืมมือฆ่าคนสินะ? อาจดูเหมือนอาการสาหัส แต่จริงๆ แล้ว นักล่าท่านนี้เพียงแค่บาดเจ็บภายในนิดหน่อย ที่หอโอสถของเรา มียาบำรุงหัวใจที่เลื่องชื่อ ให้เขากินยานั่น ก็จะหายเอง” รอยยิ้มของเย่ หยวนสดใส ขณะที่มองไปที่หลิว อัน

 

ลู่เอ๋อเห็นสภาพที่สยดสยอดงของหลิว อัน  ยังไม่ทันที่เย่ หยวน จะสั่งจบ นางก็รีบออกจากห้องเพื่อไปเอายา แต่หลิว อัน กลับรู้สึกตกใจสุดขีด

 

“ม-ไม่ต้อง มีคนไข้คนอื่นรอก่อนหน้าข้า ให้ข้ารักษาก่อน ดูจะไม่เป็นการสมควรนัก” หลิว อัน บอกอย่างรู้สึกผิด

 

“นั่นไม่ใช่เหตุผล.. ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อถือข้า ท่านกล่าวเองมิใช่หรือ ว่าท่านไม่เชื่อถือในคำล่ำลือของหอโอสถแห่งนี้? ข้าเชื่อว่า ทุกคนในที่นี้ ย่อมตระหนักดีว่า ยาบำรุงหัวใจของหอโอสถแห่งนี้นั้น เลื่องชื่อเพียงใด หากใช้ยานี้รักษาอาการบาดเจ็บของท่าน มันต้องได้ผลอย่างแน่นอน” เย่ หยวน บอกอย่างห่วงใย

 

เมื่อเขาพูดจบ แม้แต่เฉิน เหมียว ก็ยังพยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้องแล้ว คราวนี้นายน้อยเย่กล่าวถูกต้อง แม้ว่าอาการบาดเจ็บของท่านไม่รุนแรงนัก แต่คงไม่ดี หากปล่อยไว้แบบนี้ ยาบำรุงหัวใจจะช่วยให้อาการของท่านหายดีอย่างแน่นอน”

เย่ หยวน กวาดตามองคนอีกสองสามคน แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของหลิว อัน คนอื่นไม่รู้ว่าเขารู้สึกอะไร พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตุเห็นว่า มีบางอย่างผิดปกติกับหลิว อัน

 

ตอนนี้ เย่ หยวน รู้สึกเป็นห่วงหลิว อันมาก แม้จะไม่มีใครรู้ว่า ในน้ำเต้าที่เขาถืออยู่นั้นคือยาอะไร แต่การช่วยเหลือชีวิตคนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มขึ้น ลู่เอ๋อก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยาบำรุงหัวใจ

“นี่ค่ะ.. นายน้อย” ลู่ เอ๋อ ส่งยาให้กับเย่ หยวน ราวกับอยากได้หน้า

เย่ หยวน หันกลับมารับยาจากลู่เอ๋อ แล้วลูบหัวนาง ยิ้มและพูดว่า “ลำบากเจ้าแล้วสินะ”

“ไม่ลำบากเลยนายน้อย…” ลู่เอ๋อส่ายหัวด้วยความเขิน

แล้วเย่ หยวน ก็หันไปทางฝูงคน และไม่มีใครเห็น มือที่เคลื่อนไหวของเขา แม้แต่ลู่เอ๋อ

หากมีใครสังเกตุมือของเย่ หยวน จะพบว่า ยานั่นไม่ได้อยู่ในมือเขา แต่อยู่ด้านบนของฝ่ามือ และในขณะเดียวกัน นิ้วของเย่ หยวน ก็ขยับด้วยความรวดเร็ว

หลังจากที่พูดคุยกับลู่เอ๋อ เย่ หยวนก็เดินตรงไปที่หลิว อัน และส่งยาให้กับเขา “นี่ยา.. กลืนเข้าไปเร็วๆ”

หลิว อัน รับยามา และสีหน้าก็เปลี่ยน “เจ้าวายร้ายนี่รู้อะไรมากันแน่? มันไม่เคยเมตตาใครเลย แต่ทำไมจู่ๆ ก็รู้จักเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น ”

หลิว อัน รู้สึกกระวนกระวาย และไม่สบายใจ เขากวาดตามองไปรอบๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หมอเฉินที่ยืนอยู่ข้างเขา เขารีบลุกขึ้น และพูดว่า “ท่านหมอเฉิน ข้าไม่ใช่คนใจแคบ แต่ชื่อเสียงของนายน้อยเย่ไม่ค่อยจะดีนัก ข้าขอบอกจากใจว่า ข้ารู้สึกกังวลยิ่งนัก ท่านหมอเฉิน ได้โปรดตัดสินใจแทนข้าด้วยเถิด!”

 

 

เมื่อเขาพูดเช่นนี้ ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ลู่เอ๋อทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้

“เจ้านี่ช่างอกตัญญู! นายน้อยของตระกูลเย่ ตั้งใจจะช่วยชีวิตเจ้า แต่เจ้ากลับคลางแคลงใจ สงสัยในตัวนายน้อย!”

 

“เอิ่ม.. ทุกคนรู้ดีว่า นายน้อยของเจ้าเป็นคนยังไง ไม่น่าแปลก หากจะสงสัยในตัวเขา?” ตอนนี้ หลิวอันรีบปฏิเสธที่จะกินยา

 

เฉิน เหมียว มองเย่ หยวน และพบว่า เขาดูนิ่งและสงบมาก ไม่โมโหกับเหตุการณ์ก่อนๆที่เกิดขึ้น ทำให้เขารู้สึกสงสัย

มองไปที่ยาในมือหลิว อัน ท่านหมอเฉิน หยิบยาขึ้นมาพิจารณา และดมกลิ่น แล้วพูดว่า “นี่คือยาบำรุงหัวใจจริงๆ เจ้าไม่ต้องสงสัย กลิ่นของมันจะหอมเป็นพิเศษ และประสิทธิภาพของยาก็ดีกว่า ข้าไม่บังคับเจ้าให้กินยานี่หรอกนะ แต่อาการบาดเจ็บของเจ้าตอนนี้ไม่เบาเลย หากเจ้าไม่ระมัดระวัง มันจะมีผลกับพลังภายในของเจ้าในวันข้างหน้า ข้าแนะนำให้เจ้ากินยานั่นซะ”

หลิวอันค่อนข้างงุนงง.. เป็นไปได้หรือไม่ว่า เย่ หยวน เจ้าวายร้ายที่เพิ่งรอดตายมา ตอนนี้นิสัยได้เปลี่ยนไปแล้ว?

ท่านหมอเฉิน ข้าก็รู้จักมานาน ท่านเป็นคนมีเกียรติ คงไม่กล้าหลอกลวงข้าแน่ เมื่อคิดเช่นนั้น หลิว อัน จึงกล่าวขอบคุณ และกลืนยาบำรุงหัวใจนั่นทันที