0 Views

คนที่โบกมือมันขัดคือชายหนุ่มที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอด

ได้สังเกตเห็นว่าคนที่มาโบกมือขัดคือ เย่ หยวน ผู้ช่วยหมอลังเลเนื่องจากนายน้อยเย่ นั้นเป็นลูกเจ้าของหอโอสถที่นี่ แถมได้ยินชื่อเสียงแย่ๆของนายน้องหยวนมาก็เยอะ เขาจึงไม่กล้าขัดแต่อย่างใด

 

“ท่านลุงเฉิน สูตรยานี้ไม่ถูกต้อง..มันอาจจะฆ่าเขาได้เลย”

เย่ หยวนได้เดินเข้าไปใกล้ๆและกระซิบ

เย่ หยวน ในตอนนี้นั้นไม่ใช่เย่ หยวนที่ไร้ค่าอย่างแต่ก่อนแล้ว เมื่อลุงเฉินขึ้นชื่อว่า หมอแห่งหอโอสถแห่งนี้…ก็แสดงว่าพวกเขาคือพวกเดียวกัน ดังนั้นเย่ หยวนจึงต้องกระซิบเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน

 

อาจารย์หมอคนนี้คือ เฉินเหมียว ได้เป็นหมออยู่ในตระกูลเย่มาเป็นเวลาหลายปี เขาจึงเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถืออย่างมาก…ถึงแม้ว่าในด้านการหลอมโอสถ เขาไม่อาจเทียบเท่ากับ เย่ ฮาน ก็จริง แต่เขาก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา หลังจากที่ได้ฟังเรื่องไร้สาระจากนายน้อยเย่ เขาก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

 

“นายน้อยเย่ ท่านกล่าวอะไรออกมาท่านรู้ตัวไหม?…ท่านกำลังทำให้คนรอบข้างตื่นตระหนกนะ แถมการที่ท่านมาพูดแบบนี้มันไม่ใช่การทำร้ายธุรกิจของพ่อท่านทางอ้อมรึ? และหากเป็นแบบนั้น..พ่อของท่านคงไม่ใจอ่อนอย่างทุกทีหรอกนะ!”

“ท่านจะต้องหมั่นศึกษาเล่าเรียนในวิชาโอสถให้มาก ไม่ใช่เพียงเพื่ออวดไปวันๆ แต่เพื่อ..ตำแหน่งผู้นำตระกูลในอนาคต”

“พวกหมออย่างเรานั้นได้สั่งสมประสบการณ์จนเข้ากระดูกดำไปแล้ว เอาล่ะ…เจ้ากลับไปเถอะ ยังมีผู้ป่วยอีกมากที่กำลังรอการรักษานะ”

 

เฉินเหมียว กล่าวอย่างชัดเจนว่า ให้เย่ หยวน ออกไปจากหอโอสถ..เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่กับ เย่ หยวน พ่อเขาเป็นพ่อเสือไม่ใช่พ่อสุนัข..ถึงแบบนั้น ก็เห็นได้ชัดว่า เด็กคนนี้มันลูกสุนัขชัดๆ..หลายต่อหลายครั้งแล้ว ที่ เฉินเหมียว ผิดหวังในตัวของ เย่ ฮาน ในฐานะพ่อ

 

ในวันนี้เขาเมื่อได้ยินเย่ หยวนพูดจาไร้สาระแบบนี้..เขาก็ได้แต่ลูบศีรษะของแย่ หยวนเบาๆ ทำไมเขายังดูสงบสงัดได้อยู่ล่ะ?…หากเป็นคนทั่วๆไปมาพูดแบบนี้ใส่ เขาคงตบปากคนพูดไปแล้ว

หลังจากที่ เย่ หยวนสังเกตปฏิกิริยาของ เฉินเหมียว ได้…เขาคงไม่สนใจคำพูดของเย่ หยวนแน่นอน เนื่องจากสูตรยานี้ได้ใช้กันมารุ่นสู่รุ่น…ดังนั้นมันไม่มีทางผิดพลาดได้

 

หากการวินิจฉัยอาการของ ฉาน เบียว นั้นไม่กระทบต่อชื่อเสียงของหอโอสถล่ะก็..เขาคงไม่ไปขัดแบบนี้หรอก

ถ้าเฉินเหมียวยังคงสั่งยาแบบนี้อยู่ คนร่างล่ำยำที่อยู่ตรงหน้านี้จะไม่เพียงแค่ไม่ได้ผล แต่อาจส่งผลให้พิษรุนแรงขึ้นไปอีก ในท้ายที่สุดชายล่ำยำผู้นี้ก็จะตายลง

 

สำหรับผู้ป่วยในหอโอสถแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักล่าสัตว์ เนื่องด้วยนักล้าสัตว์นั้นมีอาชีพที่จะต้องเสี่ยงอันตรายตลอดเวลา…ไม่ต้องพูดถึงบาดแผลตามร่างกายเลย แม้กระทั้งบาดแผลลึกก็ยังมีให้เห็นเป็นประจำ

เมื่อเขาพลาดท่าไปโดนพิษของสัตว์เหล่านี้เข้า เขาจำเป็นจะต้องถูกรักษา..ดังนั้นนักล่าสัตว์เหล่านี้จึงเป็นแหล่งรายได้ของหอโอสถแห่งนี้

 

 และหากชายคนนี้ได้ตายไปในฐานะคนไข้ของหอโอสถ มันจะทำให้ตระกูลเย่ของเขาเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก…อาจเป็นโอกาสให้คู่แข่งบางรายได้มาครอบครองคนไข้กลุ่มนี้ก็เป็นได้ ดังนั้น..เขาไม่อาจจะอยู่เฉยได้

 

หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ย่ง หยวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนสังเกตการวินิจฉัยที่ผิดพลาดของเฉินเหมียว

เย่ หยวน ได้ยืนเงียบๆไม่พูดอะไรสักคำเลย จน ลู่เอ๋อ ไม่อาจทนได้อีกแล้ว..นางโกรธอย่างมากและได้พูดกับ เฉินเหมียว ว่า

“นายน้อยไม่ได้พูดไร้สาระนะ!..เขาจะต้องมีเหตุผลแน่นอน!”

 

เย่ หยวน เหลือบมองไปที่ ลู่เอ๋อ อย่างประหลาดใจและคิดในใจว่า เด็กสาวคนนี้เชื่อมั่นในตัวเขาขนาดนั้นเลย?

ทั้งๆที่ตัวเขาในอดีตนั้นชอบกลั้นแกล้งนางตลอดเวลา ทำร้ายจิตใจนางจนร้องไห้ก็มี แล้วทำไม ลู่เอ๋อ ยังเชื่อมั่นในตัวเขาอยู่ล่ะ?

 

นางเชื่อใจในตัวข้ามาก แต่เย่ หยวนรู้ว่าคำพูดแบบนี้ของ ลู่เอ๋อ นั้นจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถอย่าง..เฉินเหมียวเป็นคนที่ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ต้องถูกถึงเลยว่าหากถูกถามเซ้าซี้แบบนี้บ่อยๆ..จะเกิดอะไรขึ้น

 

ในตอนนี้สีหน้าของเฉินเหมียว ได้ดูหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ ..เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำว่า “เจ้าหนู…เจ้าไม่รู้ความยิ่งใหญ่ของสวรรค์และพื้นแผ่นดินเลยด้วยซ้ำ ทำไม..พวกเจ้าถึงไม่ลองอธิบายล่ะ ว่าข้าผิดพลาดตรงไหน?”

“สำหรับพิษงูเจ็ดปีศาจนั้น หากย่ง ฮาน อยู่ล่ะก็..เขาก็จะทำปรุงยาสูตรเดียวกับข้า แล้วเจ้าเป็นเพียง..ลูกของเขา ทำไมเจ้าถึงมีปัญหากับใบสั่งยาของข้าล่ะ?”

“ถ้าเจ้าอธิบายด้วยตัวเองไม่ได้ล่ะก็ วันนี้กลับไป..เจ้ารอโดนตีได้เลย!”

 

โดยปกติแล้ว เฉินเหมียว ไม่เคยใช้วิธีแบบนี้กับนายน้อยของเขาเลย..เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆกับเขาก็จริง แต่วันนี้พวกเขาทั้งสองได้เข้ามายุ่งกับเรื่องการงาน รวมไปถึงชีวิตของผู้ป่วยอีกด้วย ดังนั้นหากเขาไม่พูดแบบนี้..สถานการณ์อาจยิ่งเลวร้ายลง และเขาอาจจะไม่เหลือที่ยืนสำหรับในตระกูลเย่ อีกต่อไป

 

ชายร่างกำยำตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามาก เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ตอนมาหอโอสถ..เขาได้แต่ยืนตะลึงนิ่งๆแบบนั้น

เขาได้แต่สงสัยว่าทำไมเขาถึงเถียงกันแบบนั้น?

 

แม้ชื่อเสียงของ เฉินเหมียว ไม่สามารถเทียบได้กับ เย่ ฮาน แต่เขาก็ยังเป็นที่เคารพนับถือในฐานะหมอแห่งหอโอสถ แถมรองจากเย่ ฮาน แล้ว…เขาก็ใหญ่ที่สุดในที่แห่งนี้ นอกจากด้านยาแล้ว เขาก็ยังมีชื่อเสียงในด้านอื่นๆเช่นกัน นับภาษาอะไรกับเด็กน้อยคนหนึ่ง…แม้แต่คนโง่ก็ยังสามารถตอบได้ว่าควรเชื่อใครมากกว่ากัน

 

ในทีแรก ชายกำยำผู้นี้ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือใคร แต่เมื่อได้ยินที่ เฉินเหมียวเรียกว่า “นายน้อย” ในทีแรก เขาก็รู้ทันทีว่า…เด็กหนุ่มคนนี้คือ นายน้อยผู้ไร้ความสามารถ

 

ในฐานะที่เป็นนักล่าสัตว์ และเขาก็ไม่ได้โง่..เขารู้จักเย่ หยวนจากชื่อเสียงที่ทำไว้ในเมืองฉิน ชื่อเสียงของเย่ หยวนนั้นกระช่อนอย่างมากจริงๆ

 

เมื่อคิดแบบนี้ ชายร่างกำยำก็หัวเสียขึ้นในทันที..เขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร แต่ทำไมเด็กหนุ่มผู้นี้ถึงคิดจะฆ่าเขาแบบนี้ล่ะ?…เด็กหนุ่มคนนี้ชั่งมีจิตใจที่โหดร้าย!

 

“น้องชาย..ท่านหมอเฉินกำลังวินิจฉัยอาหารของข้าอยู่ ได้โปรดอย่าพึ่งมาขัดจังหวะเลยท่าน” ชายร่างกำยำได้กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ต่ำ แม้คำพูดจะสุภาพ แต่เห็นได้ชัดว่า..เขากำลังไล่เย่ หยวนออกไปอยู่

ถ้าหากคนที่มาขัดขว้างเขาไม่ใช่คนตระกูลเย่ ล่ะก็..เขาคงไม่พูดสุภาพแบบนี้

 

“ท่านนายพรานใจเย็นลงก่อน ข้าขอเวลาครู่เดียวเท่านั้น”

“เฉินเหมียวผู้นี้..ใช้ชีวิตก็อยู่กับแต่เรื่องโอสถและการหลอมโอสถ รักษาคนมามากรวมไปถึงเหล่านายพรานพวกนี้ก็ด้วย ไม่เคยถูกกล่าวหาว่า..การปรุงยาของข้านั้นจะเป็นอันตรายถึงขั้นคร่าชีวิตคน เย่ หยวน..ไหนเจ้าลองพูดมาสิว่าข้าผิดพลาดตรงไหน?!”

 

อารมณ์ของเฉินเหมียว ได้รุนแรงยิ่งขึ้น…เขาได้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ได้จ้องไปทางเย่ หยวน เพื่อจะสอนบทเรียนให้แก่เขาก่อนที่จะไล่ออกจากที่นี่

 

“นี่…ท่านฉาน พิษที่ข้าผู้นี้ได้รับไปนั้นอันตรายอย่างมากหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานาน ท่านอย่าพึ่งโมโหแล้วรักษาข้าก่อนได้หรือไม่? พวกเขาทั้งสองเป็นเพียงวัยรุ่นที่ไม่รู้หนังสือและเดินเตร่ไปวันๆเท่านั้น”

ชายร่างกำยำได้กล่าวขึ้น โดยไม่คิดว่า…เฉินเหมียวจะโมโหขนาดนี้

 

เมื่อเฉินเหมียว ได้ยินดังนั้นเขาก็โบกมือให้ทันที

“ไม่ต้องกังวลไป ข้าแค่จะสั่งสอนบทเรียนสักหน่อย…ไม่ได้ใช้เวลามากมายหรอก ข้าผู้นี้เชื่อมั่นอย่างมาก..ว่าเจ้าไม่ตายแน่นอน หากวันนี้ไม่ชี้แจงให้กระจ่างเรื่องโอสถของข้า วันหน้าข้าจะมีหน้าไปรักษาคนอื่นได้อย่างไร?”

 

 

เมื่อพูดเสร็จ เขาก็หันมาถามนายน้อยเย่ของเขาต่อ

“ว่าไง…ทำไมไม่พูดล่ะ?! ถ้าเจ้าไม่สามารถอธิบายด้วยตัวเองได้ว่า ข้าผิดพลาดตรงไหน..วันหลังเจ้าก็อย่ากล่าวหาคนอื่นอีกรู้ไหม โดยเฉพาะผู้ที่อาวุโสกว่า ข้าจะไปบอกเรื่องนี้กับพ่อของเจ้า”

 

เย่ หยวนยืนอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไรใดๆ จนเมื่อเฉินเหมียวได้ถามเขาขึ้น เขาจึงเปิดปากและพูดว่า

“พิษที่นายพรานผู้นี้ได้รับมันไม่ใช่พิษของงูเจ็ดปีศาจ”

 

“สหายของข้าที่ตายไปต่างเสียชีวิตด้วยเขี้ยวของงูเจ็ดปีศาจชัดๆ อย่ามากล่าวหาว่าข้าจำชนิดงูผิดเลย..ข้าเป็นนายพรายนะ แต่ทำไมเจ้าถึงอยากให้ข้าตายนัก? ”

นักล่าสัตว์ได้กล่าวแทรกขึ้นมาก่อนที่ เย่ หยวนจะพูดจบ

 

“ฮ่าฮ่า…” เฉินเหมียวได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที ก่อนที่จะพูดว่า

“เจ้าได้ยินแล้วสินะ เจ้าเลิกสร้างปัญหาได้แล้วล่ะ..ข้าจะเรียกคนเอาตัวเจ้าออกไป!”

 

เฉินเหมียวสามารถระบุพิษของนักล่าสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อนักล่าได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ดังนั้นเขาจะระบุผิดได้อย่างไร?

 

นักล่าสัตว์คนนี้นั้นเป็นมืออาชีพ เรียกได้ว่าตระกูลของเขาเป็นนักล่ามายุคต่อยุค ไม่แทบไม่มีความเป็นไปได้เลยว่า ชายร่างกำยำผู้นี้จะระบุงูผิดชนิด

 

“ท่านไปเถอะ..ปล่อยให้ท่านหมอรักษาข้าเถอะ!”

 

“เจ้าชักจะซนเกินไปแล้ว…หากเป็นแบบนี้ต่อไป ธุรกิจของพ่อเจ้าจะพังเพราะเจ้า!”

 

“ถ้าข้าให้กำเนิดลูกชายนิสัยแบบนี้นะ ข้าขอตายดีกว่า!”

 

ในเวลานี้คนรอบตัวเย่ หยวนต่างรุมประณามเขา พวกเขาเชื่อว่าเย่ หยวนกุเรื่องขึ้นเพื่อให้คนอื่นๆมาสนใจ และเริ่มพูดไล่เขาในที่สุด

 

ในขณะนั้น ลู่เอ๋อ ไม่เคยไม่มั่นใจขนาดนี้มาก่อน…นางได้ดึงแขนเสื้อของเย่ หยวนเพื่อให้เขากลับในทันที แต่เขาก็ไม่ยอมกลับ..นางกลัวว่า คนพวกนี้จะยิ่งทำให้เย่ หยวนเป็นคนที่นิสัยก้าวร้าวมากขึ้นในอนาคต

 

หัวใจของเย่ หยวนสัมผัสถึงความเป็นห่วงนั้นได้ แต่เขาก็ได้ส่ายหัวและตอบอย่างเงียบๆว่า

“สิ่งที่เจ้าเห็นด้วยตามันอาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดเสมอไป ท่านนายพราน..ไม่ได้โดนพิษของงูเจ็ดปีศาจหรอก ท่านน่ะ…โดนพิษของงูเมฆาเจ็ดสีต่างหากล่ะ”