0 Views

ในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน เย่ หยวนกำลังอยู่หน้าประตูเมือง..และข้างๆเขาก็มีเย่ ฮานและภรรยาของเขากำลังร่ำลาลูกของตนกันอยู่

 

“หยวนเอ๋อ แม้จะเป็นการเดินทางเพียงครึ่งวัน..แต่ก็อย่าประมาทไป ด้วยนิสัยของเจ้าตงไห่พวกเจ้าจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำของเจ้าในครั้งนี้มันสร้างความอัปยศต่อเจ้าตงไห่มาก เจ้ายิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นข้าจึงส่งอาปิง และอาฉางไปกับเจ้าด้วย…พวกเขาทั้งสองติดตามข้ามาก็หลายปี ข้าจึงหมั่นใจสองคนนี้ที่สุด…พวกเขาจะไปติดตามเจ้าตลอดการเดินทาง” เย่ ฮานพยายามอย่างที่สุดเพื่อปกป้องลูกของตน

หวัง ตงไห่รู้นิสัยของเย่ ฮ่าน และเย่ ฮานก็รู้นิสัยของหวัง ตงไห่ดี ดังนั้นเย่ ฮานจึงส่งทั้งสองไปคุ้มกันเย่ หยวน แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกปฏิเสธโดยเจ้าตัว

 

“ท่านพ่อ มันเป็นเพียงการเดินทางสั้นๆ…นอกจากนี้ยังมีพี่ถางร่วมทางด้วยอีก แม้ว่าเขาแค้นพวกเราแค่ไหน แต่ก็ไม่มีทางส่งคนมาสังหารข้าซึ่งๆหน้าขนาดนี้แน่”

เย่ หยวนยังคงปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นห่วง

 

“หยวนเอ๋อ…จงฟังที่ข้าพูด นิสัยของเจ้าตงไห่น่ะ..มันชั่วช้าและเลือดเย็นมาก มันเป็นเรื่องง่าย..หากเจ้านั้นมันมาโจมตีเจ้าซึ่งๆหน้า แต่มันยากหากมันลอบโจมตีเจ้าจากระยะไกล”

เย่ ฮ่านพยายามอธิบายถึงความเป็นจริงและพยายามโน้มน้าวลูกของตน

 

ทั้งคู่นั้นเคยเกือบสูญเสียลูกของตนไปแล้วครั้งหนึ่ง และพวกเขาก็ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีก

อย่างไรก็ตามเย่ หยวนก็ยังคงยิ้มและส่ายหัว แสดงให้เห็นว่า..ยังไงๆเขาก็ยังคงยืนยันคำเดิม

 

“เจ้านี่หัวแข็งจริงๆ”

เย่ ฮานรู้ดีว่าเย่ หยวนในตอนนี้ไม่ใช่เย่ หยวนที่ไม่เอาถ่านแบบในอดีต บางทีอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นในตอนที่เขาโดนพิษครั้งนั้น เมื่อวานนี้…เมื่อลูกชายของเขาปรากฏตัวต่อหน้าเขา เขาตกใจอย่างมากเมื่อสัมผัสถึงพลังปราณของลูกตนเอง…เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า ลูกของตนจะสำเร็จอาณาจักรแก่นแท้แห่งลมปราณระดับสามได้แล้ว แม้เขาจะรู้ว่าได้มีเซียนมาเข้าฝันและสอนลูกเขา…แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่า ลูกของตนจะพัฒนาได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อแบบนี้

แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ…ท่านเซียนคนนั้นอาจมีเคล็ดวิชาลึกลับมาสอนลูกของตนจึงทำให้พัฒนาได้รวดเร็วเช่นนี้ และเมื่อคิดได้แบบนั้น…เย่ ฮานก็รู้สึกสบายใจขึ้น บางทีลูกของตนในตอนนี้อาจได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายเกินกว่าตนเองจะรู้จักไปแล้ว

 

“งั้นก็ช่างมันเถิด…บางทีเขาอาจต้องการจะเผชิญและแก้ไขปัญหามันด้วยตนเอง ลูกชายของพวกเราก็ไม่ใช่เล็กๆแล้วด้วย”เย่ ฮานถอนหายใจ

เย่ หยวนได้คำนับพ่อและแม่ของตน ก่อนจะออกเดินทางไปพร้อมกับ..ถางหยุนและลู่เอ๋อ

 

……………………………

 

เย่ หยวนรู้ดีว่าการเดินทางในครั้งนี้จะไม่ราบลื่นอย่างแน่นอน แต่เขาก็ต้องการที่จะเผชิญกับมันด้วยตนเอง เขาอยากใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้ตนเองแกร่งขึ้น

เย่ หยวนในตอนนี้เป็นผู้แตกฉานในด้านโอสถ และจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ทำให้เขาเห็นและเรียนรู้สิ่งต่างๆมามากมายรวมไปถึงวรยุทธการต่อสู้อีกด้วย แม้เขาจะเรียนรู้สิ่งต่างๆมามากมาย…แต่ก็ใช่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเสมอไป มิเช่นนั้น..เย่ หยวนคงกลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปนานแล้ว

ในชีวิตก่อนหน้าเขาเอาแต่ศึกษาเรื่องโอสถจนละเลยเรื่องศิลปะการต่อสู้ แม้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะมีวรยุทธการต่อสู้ที่สูงส่งมากมาย แต่ในเมื่อเขาไม่สนใจที่จะฝึกมันก็ไร้ประโยชน์

เขาจะนำสิ่งที่ได้ศึกษาจากชีวิตก่อนหน้ามาเปลี่ยนให้เป็นความแข็งแกร่งแก่ตัวเขา?

เย่ หยวนรู้ดีว่าในตอนนี้เขาจะต้องสู้ สู้และสู้เท่านั้น!

หนทางเดียวที่จะชำระแค้นในอดีตได้คือการเดินหน้าต่อสู้ไปเรื่อยๆ…เขาจะต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้…แกร่งมากพอที่จะฆ่ามันและกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง!

หากไม่มีประสบการณ์การต่อสู้จริงๆแล้วล่ะก็ เย่ หยวนก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้น…และทุกสิ่งที่ฝึกฝนมาก็จะไร้ประโยชน์ทันที

ดังนั้นเขาไม่ต้องการเติบโตภายใต้การปกป้องของเย่ ฮานอยู่แบบนี้ และนั้นก็ยังเป็นเหตุผลที่เขาเลือกที่จะกลับไปยังสำนักดานวูเพื่อแข่งขันกับเหล่าผู้มีพรสวรรค์คนอื่นๆ

และการเดินทางไปยังสำนักดานวูนี่แหละ คือความท้าทายแรกของเขา

 

……………

 

สำนักดานวูไม่ได้ตั้งอยู่ภายในรัฐฉิน แต่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือที่ห่างจากรัฐฉินประมาณ100ไมล์ บริเวณใกล้กับป่าปลิดชีพ มันคือสถานที่รวบรวมเหล่าผู้มีพรสวรรค์มากมาย

 

เย่ หยวนกับกลุ่มของเขาไม่ได้รีบร้อนเดินทางแต่อย่างใด ในทางกลับกัน…พวกเขาทั้งสามได้ขี่ม้าอย่างสบายอกสบายใจ

“อ่อ…ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีเลย ข้าขอแสดงความยินดีที่ท่านพี่ถางสามารถบรรลุอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับห้าได้สำเร็จ”

เดิมทีพลังปราณของถางหยุนนั้นอยู่จุดสูงสุดของระดับสี่แล้ว และเมื่อเขาได้กินยาทลายลมปราณที่เย่ หยวนให้ไปเมื่อวานนี้ มันจึงทำให้เขาสามารถบรรลุระดับห้าได้สำเร็จ…แต่หากไม่ได้ยาของเย่ หยวนช่วยไว้ล่ะก็ แม้จะให้เขาฝึกฝนมากแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางสำเร็จระดับห้าได้เร็วแบบนี้แน่นอน

 

“ไม่ใช่เพราะตัวข้าเลย เพราะยาที่ท่านให้ข้าต่างหากล่ะ…ยาที่ท่านให้มันช่างวิเศษจริงๆ เรียกได้ว่าฤทธิ์ของมันเหนือกว่ายาทลายแก่นแท้แห่งปราณหลายเท่าเลยทีเดียว ข้ากินมันเพียงแค่เม็ดเดียว..ก็สามารถสำเร็จระดับห้าได้อย่างง่ายดาย”

จนถึงขณะนี้เขายังจำความรู้สึกเมื่อกลืนมันลงไปได้อยู่เลย หลังจากที่กลืนมันเข้าไป…พลังปราณทั่วร่างของเขาก็ได้พลุ่งพล่าขึ้นในทันที เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังปราณของเขานั้นแกร่งขึ้น เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเย่ หยวนจึงสามารถบรรลุได้ถึงสองระดับในชั่วข้ามคืน

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ เย่ หยวนนั้นได้กินยาทลายลมปราณระดับยอดเยี่ยมไปหมดแล้ว นอกจากนั้นปริมาณที่เย่ หยวนกินลงไปยังมากกว่าที่เขากินหลายเท่านัก และยาเหล่านี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีพลังไม่เกินอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับหก

ในแต่ละระดับแห่งอาณาจักรแก่นแท้แห่งลมปราณนั้นไม่ใช่ว่าจะสามารถสำเร็จกันได้ง่ายๆอย่าง หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง ยิ่งระดับของคุณสูงขึ้นเท่าไหร่..มันยิ่งจะต้องใช้พลังปราณมากขึ้นเรื่อยๆตามระดับที่คุณอยู่เท่านั้น เช่น หากคุณอยู่ในระดับห้าและต้องการไปยังระดับหก…คุณจะต้องเริ่มเก็บตั้งแต่ระดับหนึ่งไปยังห้าใหม่ ถึงจะสามารถเริ่มต้นไปยังระดับหกได้ และพลังปราณของเย่ หยวนก็ยังอยู่เพียงระดับสามเท่านั้นเอง

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าก็อย่าสร้างเรื่องให้ข้าล่ะท่านพี่ถาง เมื่อกลับไปยังสำนักดานวูแล้ว…ห้ามไปบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด”

 

หวัง ตงไห่มั่นใจว่าจะสามารถล้มหอโอสถได้โดยยาผสานแก่นแท้ของตน แต่ยาทลายลมปราณของเย่ หยวนนั้นเหนือชั้นกว่ายาผสานแก่นแท้อยู่มาก หากตงไห่จำหน่ายยาของตนล่ะก็…มันก็คงถึงคราวที่เย่ หยวนจะต้องเปิดเผยความลับนี้เป็นแน่

 

ชีวิตก่อนหน้าของเย่ หยวน เขาใช้เวลานานกว่าจะยืนอยู่ในจุดสูงสุดได้…ดังนั้นเขาจึงมองคนออกว่าแต่ละคนมีนิสัยใจคออย่างไรเว้นแต่ผู้ทรยศคนนั้น ดังนั้นในตอนนี้แม้เขาจะอยู่กับถางหยุนไม่นาน…แต่เขาก็มองถางหยุนออกในทันทีว่าเป็นคนแบบไหน ถางหยุนเป็นผู้ที่มีความกตัญญูอันน่ายกย่อง และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่พวกมีเล่ห์เหลี่ยมแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น…ถางหยุนก็ยังเชื่อใจในตัวเย่ หยวนมากอีกด้วย ตัวเย่ หยวนเองก็เห็นถึงพรสวรรค์ของถางหยุน…นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไม เย่ หยวนจึงมอบยาทลายลมปราณให้แก่ถางหยุน

 

แน่นอนว่า เวลาเย่ หยวนทำอะไรมักจะคิดล่วงหน้าเสมอ…และในตอนนี้เย่ หยวนได้มีพวกของตนถึงสองคนแล้ว หลังจากที่ตนกลับไปยังสำนักดานวู…แน่นอนว่าเพียงตัวคนเดียวไม่สามารถจะจัดการกับปัญหาได้หมด หากเขามีพวกที่เชื่อถือได้..แม้จะไม่มากแต่ก็ย่อมทำอะไรได้ง่ายขึ้นแน่นอน

 

“อย่ากังวลไปเลยท่าน ถางหยุนคนนี้แยกแยะผิดชอบชั่วดีเป็น…ข้าตระหนักดีว่าทำไมถึงเปิดเผยเรื่องยานี้ไม่ได้ อ่อท่าน…ข้ามีคำถามน่ะ ทั้งๆที่ท่านมีความสามารถขนาดนี้แล้วแท้ๆ…แต่ทำไมยังจะกลับไปสำนักดานวูอีกล่ะ?”

ถางหยุนไม่ใช่คนโง่ เมื่อเขาได้เห็นถึงความสามารถที่เหนือชั้นเช่นนี้ของเย่ หยวน…และเขาก็มั่นใจว่าความสามารถนั้นอยู่เหนือกว่าทุกคนในรัฐฉินไปแล้ว แต่ทำไมเย่ หยวนยังต้องการกลับไปยังสำหนักดานวูอีกล่ะ?

 

แต่ถางหยุนก็ยังมีอีกคำถามหนึ่งที่ยังคาใจเขาอยู่และเขาก็ไม่กล้าถามเย่ หยวนออกไป เพราะเกรงว่าเย่ หยวนจะเข้าใจเขาผิดไป นั้นคือเรื่องที่..เขาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากไหนกันแน่? และยังไม่รวมถึงเรื่องยาที่รักษาพ่อเขาอีก ยาชนิดนั้นมันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในรัฐฉิน หรือแม้แต่ยาทลายลมปราณนี่อีก…ถางหยุนรู้ดีว่ายาเหล่านี้ขนาดเย่ ฮานผู้เป็นพ่อเย่ หยวนก็ยังไม่สามารถปรุงขึ้นได้

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่กล้าถามคำถามเหล่านี้ออกไป และปล่อยให้คาใจแบบนี้ต่อไป…เว้นแต่เย่ หยวนจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเอง…เนื่องจากเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว

 

“สำนักดานวูนั้นเป็นสถานที่ที่รวมเหล่าหัวกะทิในรัฐฉิน ดังนั้นข้าจะพลาดโอกาสเช่นนี้ได้อย่างไร?”

 

“ฮ่าฮ่า ในความคิดของข้าแม้พวกเขาจะเก่งแค่ไหน แต่พวกเขาก็ดูด้อยค่าไปเลยเมื่อเทียบกับนายน้อยเย่”

 

เย่ หยวนได้ส่ายหน้าและกล่าวสั้นๆว่า

“เหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ”

“เป็นเพราะข้าโชคดีต่างหากที่พบเจอกับบางสิ่ง นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงเปลี่ยนแปลงตนเองได้ขนาดนี้ แต่ความแข็งแกร่งของข้าก็ยังอ่อนแอยิ่งนัก หัวกะทิที่ไม่สามารถพัฒนาตนเองต่อได้…ในท้ายที่สุดก็เป็นได้แค่บันไดหินให้แก่ผู้อื่นเท่านั้น”

เมื่อถางหยุนได้ยินเช่นนั้น เขาก็เข้าใจถึงเหตุผลที่เย่ หยวนยังต้องการไปสำนักดานวู และในเวลาเดียวกัน…เขาก็รู้สึกชื่นชมเย่ หยวนอย่างมากกับคำพูดที่กล่าวไปเมื่อครู่

 

ในความเป็นจริงเย่ หยวนก็ไม่อยากหลอกคนอื่นว่า..ที่เขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เป็นเพราะโชค แต่หากเขาพูดความจริงออกไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี และสำหรับเย่ หยวนในตอนนี้ เขาต้องการที่จะล้างพิษที่ยังตกค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก

 

ในหมู่หัวกะทิแห่งสำนักดานวู แต่ละคนต่างหยิ่งยโสอย่างมาก…และในสายตาพวกเขา คนอื่นๆเป็นเพียงพวกไร้ฝีมือเท่านั้น

 

ถางหยุนเชื่อว่าในไม่ช้า…เย่ หยวนจะได้แสดงความสามารถอันเหลือเชื่อของเขาออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ภายในสำนักดานวู และแม้แต่พวกหัวกะทิเหล่านั้น ก็ยังไม่อาจเทียบเคียงเขาได้

 

“เอาล่ะ…ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงจะเหนื่อยกันแล้วหลังจากที่เดินทางมาสักพักหนึ่งได้ ข้าคิดถูกไหม?”

เย่ หยวนตะโกนออกมาในขณะที่ถางหยุนยังคงคิดเรื่องความสามารถของเย่ หยวนไปเรื่อย