0 Views

 

  ไม่ใช่เพราะยาของเย่ ฮานไม่ได้ผล แต่เป็นเพราะสภาพร่างกายที่ย่ำแย่เกินไปของเย่ หยวน

แม้ว่ายาของเย่ ฮานจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง เย่ หยวนก็หาได้ใส่ใจมากนัก ในเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทำให้อาการอึดอัดต่างๆ ในร่างกายทุเลาลง

 

ส่วนผลข้างเคียงที่อันตรายของยาถอนพิษนั้น  เย่ หยวนสามารถกำจัดออกได้เองตามธรรมชาติ

ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ จักรพรรดิ์แห่งโอสถผู้ยิ่งใหญ่ ยังไม่กล้าแม้แต่จะมองดูร่างกายของตนเอง  เขาไม่เข้าใจว่า เจ้าของร่างคนก่อนนี้ มีชีวิตรอดมาได้อย่างไรเมื่อสิบปีที่แล้ว หรือมากกว่านั้น

เขาเกิดมาในตระกูลผู้หลอมโอสถที่มีเกียรติ แต่เพียงแค่การฝึกฝนพลังปราณ ให้ได้ในระดับสอง เขายังทำไม่ได้เลย

แม้ว่าที่นี่จะเป็นดินแดนแห่งความตาย แต่การได้เกิดมาในตระกูลนี้ และได้กินยาเม็ดพลังปราณนี้ มันก็ราวกับได้กินขนมหวาน อย่างน้อยก็น่าจะสำเร็จพลังปราณระดับสี่ หรือไม่ก็ต้องสูงกว่านั้น?

 

 

เขาแทบอยากร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตา จักรพรรดิ์แห่งโอสถ แทบไม่รู้ว่า จะสรรหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกตอนนี้ได้

การใช้ร่างกายที่อ่อนแอเยี่ยงนี้ต้านพิษ จึงไม่น่าแปลกใจที่เย่ หยวนได้ตายจากไป  แม้ว่าตอนนี้จินหยุน ซี จะได้เป็นผู้ครอบครองร่างกายนี้  แต่เขาก็ทำอะไรกับร่างนี้ได้ไม่มากนัก ต้องค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอน

ในสายตาผู้อื่น.. การที่เย่ หยวนคว้ายามาแบบนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า นี่คือเย่ หยวนอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม เย่ ฮานแสยะยิ้ม “นี่..! เจ้าอย่ามาหลอกพ่อ นี่เจ้ากลัวพ่อจริงๆ เหรอ”

ตอนนี้ เย่ ฮานเพิ่งรู้สึกว่าตนเองได้ทำบางอย่างพลาดไป เจ้าวายร้ายนี่ น่าจะต้องไปแอบอ่านสูตรยา หรืออาจไปแอบได้ยินพวกคนใช้พูดถึงเรื่องการผสมยาต้านพิษก็ได้  แต่ถ้าเจ้าวายร้ายนี่สามารถแกล้งได้แบบนี้ แสดงว่าอาการของมันก็ไม่น่าจะหนักมาก

 

แน่นอนว่า เย่ หยวน ไม่คิดที่จะอธิบายเรื่องที่เขารู้สูตรยามาได้อย่างไร  การที่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร และแสร้งทำเป็นคนไร้ความสามารถ น่าจะเหมาะสมกับร่างนี้มากกว่า มันคงจะดีกว่า ถ้าเขาแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลย

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเหนื่อยมากแล้วตอนนี้ อยากพักผ่อนสักหน่อย” เย่ หยวนอ้างเช่นนั้น เพื่อต้องการให้คนทั้งคู่ออกไป

“หยวนเอ๋อ.. เจ้าเพิ่งฟื้นจากการป่วยหนัก ต้องพักผ่อนให้มาก หากมีอะไร ก็ให้ลู่เอ๋อมาบอกพวกเรา” แล้วพ่อแม่ของเขาก็พาทุกคนออกไปจากห้อง

 

……..

 

 

เย่ หยวน เริ่มทำสมาธิ  และเขาเดินลมปราณภายในร่างกาย เพื่อทำการดูดซับผลข้างเคียงจากยาต้านพิษ  และขับพิษออกจากร่างกาย

แต่พลังปราณในร่างกายของเขาเหลือน้อยเกินไป จึงได้ผลไม่เต็มที่นัก จักรพรรด์แห่งโอสถอย่างเขา เพิ่งจะได้รับชีวิตใหม่ และเพิ่งรอดตายจากการถูกพิษ แต่กลับต้องมาโมโหไม่ได้ดั่งใจจนตายหรือนี่

 

ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเย่ หยวนได้ดูดซับเอาผลข้างเคียงของยาไว้ทั่วร่างกายแล้ว นี่ก็เกือบจะเช้าแล้ว ครั้งนี้.. การทำสมาธิกินเวลาถึงสิบสองชั่วยามเชียวหรือนี่

แต่การทำสมาธิเป็นเวลานานเริ่มเห็นผลแล้ว ผิวพรรณของเย่ หยวนตอนนี้ เริ่มสดใส และมีสีสรรมากขึ้น ดูเหมือนว่าพิษในร่างกายของเขา ได้ถูกปรับให้เป็นกลางได้แล้ว

 

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเย่ หยวนคนปัจจุบัน เพราะจินหยุน ซี นั้น สำเร็จวิชาโอสถแห่งเต๋า จนสามารถขับผลข้างเคียงจากยาต้านพิษได้อย่างง่ายดาย

 

คิดๆ ดูแล้ว แม้เจ้าของร่างเดิมจะไม่ใส่ใจเรื่องการฝึกฝนสักเท่าไหร่ แต่ก็ช่างมีโชคจริงๆ

ตอนนี้.. ร่างนี้เปรียบเหมือนกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง จินหยุน ซี จะจัดการอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับร่างนี้  นี่ถ้าหากเจ้าของร่างเดิมฝึกฝนศิลปะการต่อสู้สุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็  จินหยุน ซี คงต้องเสียเวลามาก ในการฟื้นฟู้พื้นฐานร่างกายนี้ใหม่  เช่นนี้ทำให้เขาสบายขึ้นมาก

 

แม้พิษของหญ้าพิษทะลวงไส้นั้น ไม่ได้สาหัสมากนัก แต่ผลข้างเคียงของยาต้านพิษก็หนักพอสมควร  จำนวนพิษเล็กน้อยที่ยังขับออกได้ไม่หมด ก็ยังแสดงอาการอยู่บ้างเล็กน้อย ยิ่งกว่านั้น ยาต้านพิษชนิดนี้ก็มีข้อด้อยตรงที่ ไม่สามารถขับพิษทั้งหมดในร่างกายของเย่ หยวน ออกได้ หลังรุ่งอรุณไปแล้ว เขาจำต้องหายาสมุนไพร เพื่อมาขจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขา ที่รอวันแสดงอาการในวันข้างหน้า

 

ช่างโชคดีอะไรเยี่ยงนี้  ตระกูลเย่เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านการหลอดโอสถในรัฐฉิน การจะหาสมุนไพรจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ยังคงมีเวลาเหลืออยู่บ้างก่อนจะรุ่งสาง เย่ หยวน จึงใช้เวลาที่เหลือนี้ ค่อยๆ คิดวางแผนการใช้ชีวิตที่เกิดใหม่นี้

 

 

เมื่อชาติที่แล้ว.. จินหยุน ซี หมกมุ่นอยู่เพียงเรื่องโอสถของเต๋า จนลืมเรื่องศิลปะการต่อสู้ของเต๋าไป  มิเช่นนั้น เขาคงจัดการอะไรกับเจ้าคนทรยศได้บ้าง

จินหยุน ซี ได้เพาะบ่มศิลปะการต่อสู้ เพื่อจะได้สามารถปรุงยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมได้ และเมื่อไรก็ตามที่ฝึกฝนจนได้ที่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้นด้วย และด้วยเหตุนี้ เขาจึงกลายมาเป็นจักรพรรดิ์แห่งรสายนเวทที่อายุน้อยที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งนี้

 

ในปีนั้น เมื่อเขาได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ์แห่งโอสถ เขาได้รับการยกย่องจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า เป็นอัจฉริยะที่เปรียบดั่งเทพเจ้าแห่งโอสถในรอบหมื่นปีทีเดียว เพราะในหลายพันปีมานี้ ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถก้าวมาถึงระดับนี้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์  เพราะในวันนี้ ไม่มีอัจฉริยะแห่งดินแดนเทพ จินหยุน ซี อีกแล้ว มีเพียงชายหนุ่มจากดินแดนมาร เย่ หยวน ที่กำลังก้าวเข้าสู่หนทางการแก้แค้น

เมื่อต้องการแก้แค้นคนทรยศ จินหยุน ซี ในชาตินี้ จำต้องหมั่นฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ แม้ว่าคนทรยศจะมีพรสวรรค์ทางด้านโอสถของเต๋าเพียงเล็กน้อย แต่ในด้านศิลปะการต่อสู้ของเต๋านั้น เขาคืออัจฉริยะเลยทีเดียว  หากต้องการชนะมันล่ะก็ เย่ หยวน ในชาตินี้ จำต้องฝึกฝนอย่างหนัก

ก่อนอื่น.. ด้านที่ชายหนุ่มจากดินแดนมารในอาณาจักรแห่งความตายนี้ยังอ่อนด้อยอยู่มากคือ ทรัพยากร และกระบวนท่าต่างๆ แต่ดูเหมือนที่เย่ หยวน คนปัจจุบันขาดแคลนที่สุดคือทรัพยากร

แต่ไม่ว่าจะในดินแดนมาร หรือดินแดนศักดิ์สิทธ์ นักรสายนเวทล้วนเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่อง และยิ่งกว่านั้น บิดาของจินหยุน ซี คือเฉินหยัง ซี นั้น ก็เป็นถึงจักรพรรดิ์แห่งโอสถอันดับหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธ์  เขาจึงรวบรวมวิชาต่างๆ ไว้มากมายจนนับไม่ถ้วน

 

แม้ว่าจินหยุน ซี จะไม่ได้รับการยกย่องมากนักในด้านศิลปะการต่อสู้ของเต๋า แต่เพื่อเพิ่นพูนประสิทธิภาพในกระบวนการโอสถแล้ว เขาได้ศึกษาตำรามากมายเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ เพื่อจะพัฒนากำลังภายใน  และการค้นหากระบวนท่าที่เหมาะสมนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลยสักนิด

หลังจากลำดับความทรงจำเก่าๆ เมื่อชาติที่แล้ว ในที่สุด เย่ หยวน ก็ตัดสินใจที่จะฝึกศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า วรยุทธศักดิ์สิทธ์ เก้าเซียนบูรพา เพราะเป็นวิชาที่เน้นในเรื่องการเพาะบ่มกระบวนท่า

ศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ เน้นที่การเพาะบ่มกระบวนท่าที่เลื่องชื่อของดินแดนศักดิ์สิทธ์ มีชื่อว่า เซียนราชันย์วิญญาณ ในครั้นนั้น เขาได้ขอความช่วยเหลือจากเฉินหยาง ซี  แต่อย่างไรก็ตาม..ในตอนท้าย เซียนราชันย์วิญญาณ ได้ตอบแทบเขาโดยการสอนวรยุทธศักดิ์สิทธ์นี้แทน ด้วยกระบวนท่าที่เด็ดขาด และแหวกแนวนี้เอง ทำให้ เซียนราชันย์วิญญาณ เป็นที่เลื่องชื่อ และไม่เคยพ่ายแพ้ต่อใครในดินแดนเทพแห่งนี้ ดังนั้น…วรยุทธเก้าเซียนบูรพา จึงกลายเป็นหนึ่งในสิบวิชาที่ลึกลับที่สุด

 

ในดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งนี้  วิชาอะไรก็ตามที่มีคำว่า ‘ศักดิ์สิทธ์’ อยู่ด้วยแล้ว  ย่อมเป็นวิชาที่ล้ำลึกทั้งนั้น แต่ละกระบวนท่าล้วนต้องทำให้ถึงกระอักเลือด

 

 

ในปีนั้นเอง เมื่อวรยุทธศักดิ์สิทธ์ เก้าเซียนบูรพา ได้ถูกเปิดเผยออกมา ดินแดนศักดิ์ศิทธ์ต่างสั่นคลอนไปทั่วทั้งดินแดน เพื่อไขว้คว้าวรยุทธนี้  ถึงขนาด ได้ยินมาว่ากษัตริย์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธ์ทั้งสิบคนได้สู้รบกันและได้ตายไปจากศึกครั้นนั้น ในท้ายที่สุด ผู้ที่รู้วรยุทธนี้ก็มีเพียงไม่กี่คน…หนึ่งในนั้นคือ เซียนราชันย์วิญญาณ นั้นเอง

 

ตัวเขาเองถูกจัดอยู่ในลำดับล่างๆ กว่าทศวรรษ ก่อนจะพุ่งขึ้นสู่ลำดับต้นๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสุดยอดเพียงคนเดียวในดินแดนศักดิ์สิทธ์ แทบไม่ต้องพูดถึงความล้ำค่า และพลังของยาเม็ดเก้าชั้นนี้เลย ไม่มีทางที่เขาจะสามารถใช้กระบวนท่าเหล่านี้แลกเอามาได้

 

แน่นอนว่า.. กระบวนท่าพวกนี้ถูกถ่ายทอดให้กับบิดา เฉินหยาง ซี และลูกชายของเขาที่เลื่องชื่อในด้านโอสถของเต๋า  และทั้งคู่ไม่มีทีท่าที่จะใช้กระบวนท่าเหล่านี้ไปใช้ในทางไม่ดีเลย  เฉินหยาง ซี ได้เคยศึกษาวรยุทธศักดิ์สิทธ์ เก้าเซียนบูรพา มาก่อนที่จะได้มาบ่มเพาะพลังตามตำราที่เคยอ่านมา ร่องรอยของพลังที่แข็งแกร่ง แสดงให้เห็นผ่านผิวหนังสีเหลืองทอง

ในการเดินพลังปราณนั้น จำเป็นจะต้องรวมเอาพลังจากสวรรค์ และผืนดินมาสู่ร่างกาย นี่คือพื้นฐานการฝึกฝน

 

แม้ว่าพลังปราณอาจดูเหมือนไม่มีความสำคัญสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้  เช่นเดียวกับการก่อสร้างตึกสูง ที่ต้องมีฐานล่างที่มั่นคงแข็งแรง หากขาดพื้นฐานที่มั่นคง ก็ไม่ต่างอะไรจากต้นไม้ที่ไม่มีราก ที่วันหนึ่งก็ต้องล้มลงไม่เป็นท่า นี่เป็นความรู้พื้นๆ สำหรับผู้ฝึกฝนทุกคน แต่เมื่อเข้ามาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แบบจริงๆ จังๆ  ผู้ฝึกฝนน้อยคนนักที่จะปฏิบัติตาม  จึงมีผู้ฝึกฝนอีกหลายคนที่ใจร้อน รีบเร่งจนลืมพื้นฐานข้อนี้ไป นั่นเท่ากับตัดอนาคตของตนเองเลยทีเดียว

 

 

“ซู้ววว..”

สี่ชั่วยามผ่านไป เย่ หยวน ออกจากสมาธิ และสูดลมหายใจลึกยาว

“วรยุทธเก้าเซียนบูรพานี่ ช่างมีพลังที่ลึกซึ้งเหลือเกิน  แม้ฝึกฝนผ่านไปแล้วกว่าสี่ชั่วยาม พลังก็ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่รับรู้ได้ถึงความบริสุทธิ์ของพลัง หากข้าฝึกฝนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อาจจะสามารถอยู่ยงคงกระพันได้ในดินแดนแห่งนี้?”

เย่ หยวน คนที่เคยเป็นถึงจักรพรรดิ์แห่งโอสถที่โด่งดัง  ได้ประเมินแล้วว่า กระบวนท่าเหล่านี้ช่างวิเศษล้ำเลิศ

ระหว่างเวลาสี่ชั่วยามที่ผ่านมานั้น  เย่ หยวน ได้ใช้วรยุทธเก้าเซียนบูรพา เพื่อเพิ่มกำลังที่มีอยู่น้อยนิดของเจ้าของร่างเดิมให้เพื่อขึ้น  กระบวนท่าต่างๆ ช่วยฟื้นพลังที่จุดตันเถียน (จุด dantian จะอยู่ประมาณ 1.3 (หนึ่งจุดสามนิ้ว) ใต้สะดือ )

และนั่นทำให้คุณภาพพลังปราณบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

แต่การทำเช่นนี้ พลังภายในของเขาจะไม่ก้าวหน้านัก  แต่กลับกัน..จะยิ่งลดระดับลงไป อจาจะลดพลังปราณเหลือเพียงระดับหนึ่งเลยก็เป็นได้

 

แต่ช่างโชคดี  ที่เจ้าของร่างเดิมไม่เคยฝึกฝนมาก่อน มิเช่นนั้น เย่ หยวน คงต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการที่จะฟื้นพลังภายใน นี่นับได้ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีหลงเหลือ

 

เวลานี้ท้องฟ้าสว่างแล้ว เย่ หยวน ลุกออกจากห้อง ตรงไปที่ห้องยาของตระกูลเย่ เพื่อหายาให้กับร่างกายนี้  แต่ขณะที่กำลังเดินออกจากห้อง เขาก็ได้ชนเข้ากับใครบางคนในชุดสีเขียว