0 Views

TXV – 135 การจากไปของลูคัส…..

 

          หลังจากผ่านไปในโกดังหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เซี่ยเหล่ยก็ออกจากโกดัง ในชั่วโมงที่ผ่านมาเขาได้เข้าใจกลไกเครื่องจักรอัจฉริยะมากขึ้น และวงจรรวมไฟฟ้าไปถึงโปรแกรมควบคุมเชิงตัวเลขด้วยเช่นกัน เขารู้หลักการเรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้หลังจากเดินทางกลับไปยังจีนแล้ว เขาก็สามารถสร้างเครื่องจักรที่อัจฉริยะและทันสมัยที่สุดในโลกได้เหมือนกัน!

 

          เมื่อกลับไปที่ห้องนั่งเล่นในตอนนี้เซี่ยเหล่นเห็นคนแปลกหน้าสองคน พวกเขาสวมหน้ากากสีดำ นั่นคือสิ่งที่หลงบิงเตรียมการไว้ก่อนแล้วสำหรับภารกิจในคืนนี้

 

          “พวกคุณพร้อมแล้วใช่มั้ย” หลงบิงถามไปยังชายสวมหน้ากากสีดำสองคนนั้น

 

          พวกเขาพยักหน้า

 

          “โอเค…ถ้างั้นเราจะเริ่มกันในไม่ช้านี้ทุกคนไปประจำตำแหน่ง” หลงบิงออกคำสั่ง

 

          หลงบิงดูที่นาฬิกาข้อมือแล้วพูดกับเซี่ยเหล่ยว่าว่า “มีเวลาไม่มาก คุณเองก็รีบกลับไปนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมของคุณได้แล้ว”

 

          เซี่ยเหล่ยกลับไปนั่งที่เดิม เขามองไปที่อเลน่าทีกำลังหลับอยู่บนโต๊ะ อยู่ๆในใจเขาก็รู้สึกผิด

 

          เซี่ยเหล่ยรู้ความในใจของอเลน่าว่าเธอของชอบด้วยความจริงใจแบบไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ แม้ว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเซี่ยเหล่ยมีภรรยาแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เซี่ยเหล่ยรู้สึกได้ถึงความรู้สึกจริงใจของเธออย่างชัดเจน แต่เซี่ยเหล่ยกลับได้แต่หลอกลวงเธอและไม่แม้แต่จะได้ขอโทษเขารู้สึกผิดอย่างมาก และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็จะเห็นเขาตายอยู่ตรงหน้า เธอคงจะรู้สึกเสียใจและคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลย

 

          เซี่ยเหล่ยใจเย็นแล้วมองหน้าของอเลน่า แล้วคิดในใจว่า ‘ผมขอโทษที่ต้องหลอกคุณนะ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจ แล้วผมคิดว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ลาก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆ‘

 

          ขณะนี้โจเซฟและอเลน่าเริ่มขยับตัว

 

          หลงบิงสวมหน้ากากเพื่อปลอมตัวและออกจากห้องไป

 

          คนสวมหน้ากากสีดำทั้งสองคนดึงปืนพกขึ้นมาเพื่อซุ่มโจมตีอเลน่าและโจเซฟ

 

          เซี่ยเหล่ยยังคงฝุบอยู่บนโต๊ะและพยายามแอบสังเกตไปที่โจเซฟและอเลน่าที่กำลังตื่นขึ้นมาด้วยกัน

 

          “มีอะไรเกิดขึ้น?” โจเซฟพูดด้วยอาการมึนงงแล้วเหนว่าอเลน่ากำลังตื่นขึ้นและเซี่ยเหล่ยที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ

 

          ในเวลานี้ อเลน่าได้ลืมตาขึ้นมาแล้วด้วยความรู้สึกมึนงง

 

          “อเลน่าพวกเราเมางั้นเหรอ?” โจเซฟถามด้วยความสงสัย

 

          “นี่เราเมาจริงๆเหรอ ” อเลน่าบ่นพึมพำออกมา

 

          เซี่ยเหล่ยลืมตาขึ้นแล้วขยี้ตาพลางพูดว่า “โจเซฟไวน์ที่บ้านคุณแรงจริงๆ แค่สองขวดพวกเราก็เมากันหมดแล้ว”

 

          โจเซฟคิดขึ้นได้จู่ๆใบหน้าเขาก็แสดงความเครียดแล้วพูดว่า “พวกคุณอยู่ที่นี่กันก่อนนะผมจะไปดูที่โกดัง”

 

          “เราต้องกลับกันแล้ว” อเลน่ายืนขึ้นแล้วพูดต่อว่า “ลูคัส…เราไปกันเถอะ”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มให้อเลน่าเขาต้องการที่จะทิ้งรอยยิ้มสุดท้ายให้กับอเลน่า แต่ใบหน้ายิ้มของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดด้วยในเวลาเดียวกัน

 

          รอยยิ้มของเซี่ยเหล่ยทำให้อเลน่ารู้สึกดีมาก เธอจึงมองกลับไปหาเซี่ยเหล่ยด้วยความเสน่หาของเธอ

 

          สีหน้าของโจเซฟแสดงความไม่พอใจอย่างมากแต่เขาก็ยังคงไปที่โกดัง

 

          ทันใดนั้นมีระเบิดถูกปาเข้ามาในห้อง เมื่อมันลงพื้นมันก็ระเบิดทันที มีแสงจ้ามาก เซี่ยเหล่ยได้เอาร่างกายของบังอเลน่าไว้เพื่อเป็นโล่ป้องกันให้กับเธอแต่ทั้งคู่ก็กระเด็นไปคนละทาง

 

          ชายสองคนที่ใส่หน้ากากสีดำ ก็ได้โผล่ออกมาแล้วมองไปที่อเลน่าและเซี่ยเหล่ย พร้อมชี้ปืนไปก่อนจะพูดขึ้นว่ามันฆ่าหัวหน้านาเวสของพวกเรา ฆ่าพวกมันซะ!”

 

          “ฆ่ามัน! “สองชายหน้ากากสีดำที่พูดตอบโต้กันก่อนจะระดมยิงไปที่เซี่ยเหล่ย

 

          “ปัง…ปัง…ปัง…ปัง…ปัง” เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

 

          เซี่ยเหล่ยล้มลง “ปัง…ปัง…ปัง” หนึ่งในชายสวมหน้ากากยิงซ้ำไปที่ตัวของเซี่ยเหล่ย

 

          ตอนนี้กระสุนถูกยิงจนหมดแม็กแล้ว

 

          อเลน่าพยายามมองไปที่เซี่ยเหล่ยแต่ด้วยควันแล้วทำให้เธอเห็นไม่ชัดเจน หูของเธอพยายามที่จะฟังเสียงแต่ก็ไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงวิ้งๆอยู่ในหูเพราะแรงระเบิดเมื่อครู่นี้ ตอนนี้ควันเริ่มจางลงเธอเห็นอย่างชัดเจนว่าคนสวมหน้ากากยิงไปที่เซี่ยเหล่ย

 

          “ลูคัส” เธอตะโกนเพื่อเรียกเซี่ยเหล่ยให้ลุกขึ้นมา เธอหวังที่จะให้เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นมาแต่มันไม่เป็นผลเซี่ยเหล่ยไม่ตอบสนองใดๆทั้งสิ้น

 

          โจเซฟพยายามลุกขึ้นยืน แต่ไม่นานนักก็มีของแข็งได้ฝาดไปที่หัวของเขาเขาเริ่มที่จะหมดสติและล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ไม่ต้องคิดเลยว่าเป็นฝีมือใคร เธอคือหลงบิงนั่นเอง……..

 

          อเลน่าได้ยินเสียงชายสวมหน้ากากสองคนคุยกันแว่วๆและมองมาที่เธอ เธอจึงคิดในใจว่า ‘พวกเขาจะฆ่าฉันงั้นเหรอ? ลูคัส ตื่นสิ…ตื่นขึ้นมาช่วยฉันสิ‘

 

          ในช่วงเวลาที่เป็นอันตราย เธอคิดถึงแต่ลูคัสเท่านั้น……..

 

          ไม่ทันไรก็มีของแข็งกระแทกหัวของอเลน่าอย่างกระทันหันเธอหมดสติและล้มลงไป

 

          เราไม่รู้เลยว่าเธอจะได้สติกลับมาตอนไหน ตอนนี้เราต้องรีบพาเซี่ยเหล่ยออกไป เธอสามารถเห็นทุกอย่างได้เมื่อเธอได้สติ แต่ต้องไม่เห็นเซี่ยเหล่ยแล้ว

 

          ต่อมาอเลน่าก็ได้สติ เธอพยายามลืมตาและมองไปรอบๆและจู่ๆเธอก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้ เธอรีบคลานและลุกขึ้นมามองไปรอบๆไม่เห็นเซี่ยเหล่ย เธอจึงรีบออกวิ่งไปรอบๆเพื่อตามหาพลางตะโกนไปด้วยว่า “ลูคัส ลูคัส ลูคัส ลูคัส คุณอยู่ที่ไหนกัน”

 

          ไม่มีใครตอบกลับมาทั้งนั้นหนุ่มจีนคนนี้จะหายไปตลอดกาลจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธออีกต่อไป

 

          เมื่อหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เธอก็กลับมาคิดทบทวนเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีชายสวมหน้ากากสีดำสองคนโยนระเบิดเข้ามาในห้องและระดมยิงไปที่เซี่ยเหล่ย……

 

          “ไม่…คุณจะไม่ตาย…คุณจะต้องไม่ตาย ……….. ” ที่สุดแล้วอเลน่าก็แพ้ให้กับเหตุผล น้ำตาของเธอไหลรินลงมายังแก้ม

 

          “อเลน่า…ลูคัสหล่ะ? โจเซฟได้สติและพยายามยืนขึ้นมาแล้วพูดขึ้นเพราะไม่เห็นลูคัสอยู่ในบ้านแล้ว

 

          อเลน่าหันหน้าไปหาโจเซฟใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไหล “ลูคัส…ลูคัสเขาถูกคนของแก๊งอาชญากรฆ่าแล้ว แล้ว…แล้ว………… ” เธอไม่สามารถทนเล่าต่อได้ และได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย

 

          โจเซฟเดินไปตบไหล่ของอเลน่าเบาๆ พลางให้กำลังใจเธอว่า “อย่ากลัวไปเลยผมอยู่ตรงนี้ ผมจะปกป้องคุณเอง…ผมจะไม่ให้ใครมาทำร้ายคุณได้”

 

          อเลน่าร้องไห้ออกมาอย่างหนักและซบไปที่ไหล่ของโจเซฟ

 

          จริงๆแล้วเมื่อเธอร้องไห้อย่างหนัก โจเซฟก็คอยปลอบเธอ พาเธอเดินไปที่บันไดแล้วเขาก็พูดขึ้นว่า “ผมมั่นใจว่าคนพวกนี้เข้ามาเพื่อพยายามที่จะขโมยเครื่องจักรอัจฉริยะของผม”

 

          จู่ๆอเล่น่าก็คิดกลับไปยังเหตุการณ์ตอนนั้นและพูดอย่างไม่พอใจว่า “ลูคัสถูกฆ่าตายจริงๆ แต่คุณกลับจำได้แต่เรื่องของเครื่องจักรอัจฉริยะของคุณแค่นั้นเหรอ! เขาเคยช่วยชีวิตคุณไว้นะ คุณลืมไปแล้วงั้นหรอ?

 

          โจเซฟไม่ตอบกลับใดๆ เขาได้แต่รีบพาเธอเข้าไปในบ้าน เพราะในเวลานี้ร่างกายของเขาเริ่มจะทนไม่ไหวจากบาดแผลที่ได้รับก่อนหน้านี้

 

          อเลน่าเข้าไปในบ้านและเข้าไปยังห้องที่โจเซฟไว้ศึกษางานของเขา

 

          โจเซฟเห็นคอมพิวเตอร์ของเขาก็รู้สึกโล่งใจ “โชคดีที่คอมพิวเตอร์ไม่ได้หายไปไหน” เขาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ บนจอภาพแสดงให้กรอกรหัสผ่าน เขาใส่รหัสผ่านจากนั้นตรวจสอบสิ่งต่างๆในฮาร์ดดิสก์ ผลของการตรวจสอบทำให้เขาผ่อนคลายเพราะไม่มีอะไรเสียหายหรือสูญหายไปเลย เขามั่นใจว่าไม่มีใครสามารถเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ของเขาได้เพราะเขาคิดว่ารหัสผ่านของเขานั้นซับซ้อนที่สุดแล้ว

 

          “ฉันเคยพูดไปแล้วว่าตอนที่ลูคัสถูกฆ่าตายโดยคนแก๊งอาชญากรพวกนั้น คนพวกนั้นไม่ได้สนใจในเครื่องจักรอัจฉริยะของคุณเลย “อเลน่าพูดขึ้นด้วยอารมณ์เสียใจและคิดว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะต้องตาย

 

          “มันยังไม่แน่หรอก…ผมต้องไปที่โกดังเพื่อยืนยัน!” โจเซฟพูดแล้วรีบไปที่โกดัง

 

          ในตอนนี้อเลน่าไม่ได้กลับไปยังห้องกินข้าวเพื่อดูว่ามีปลอกกระสุนตกอยู่หรือไม่ แต่เธอมั่นใจว่าเธอเห็นเซี่ยเหล่ยถูกชายสวมหน้ากากสีดำสองคนยิงจนล้มลงไปแน่ๆ ในสถานการณ์แบบนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่มีทางรอด แต่ที่น่าแปลกคือทำไมไม่มีคราบเลือด ทำไมถึงไม่มีศพหล่ะ?

 

          “ชายสวมหน้ากากสีดำสองคนนั้นฆ่าลูคัสไปแล้ว ทำไมต้องเอาศพไปด้วยหล่ะ?” อเลน่าพยายามคิดในเรื่องนี้แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

 

          ไม่นานนักอเลน่าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรไปแจ้งตำรวจ

 

          ในขณะที่โจเซฟกำลังไปดูที่โกดังเมื่อไปถึง มุมปากของเขากำลังแสดงออกอย่างมีความสุขแล้วคิดว่า ‘คนพวกนั้นไม่ได้มายุ่งกับเครื่องจักรอัจฉริยะของเราที่โกดังนี่ แต่เพื่อความปลอดภัยฉันจะตรวจสอบมันอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาทีหลัง’ หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วเขาก็เดินกลับไปหาอเลน่า

           

          ในตอนนี้โจเซฟดูมีความสุขมากเพราะเครื่องจักรอันมีค่าของเขาไม่ได้หายหรือเสียหายอะไร แล้วคู่แข่งคนสำคัญยังมาตายอีก ทุกอย่างช่างเป็นใจให้แก่เขา แต่เขาก็ยังกังวลว่าอเลน่าจะมีท่าทีเป็นยังไงต่อไป เมื่อโจเซฟกลับมาที่อเลน่าก็พูดขึ้นว่า”ทุกอย่างที่โกดังเรียบร้อยดี แต่ผมคิดว่าต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งในภายหลัง”

 

          ไม่ทันไรอเลน่าโผล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจและขึ้นเสียงใส่โจเซฟว่า ” พอได้แล้ว… ฉันไม่ต้องการฟังคุณพรรณนาถึงเครื่องจักรของคุณอีกแล้ว”

 

          โจเซฟได้แต่ยิ้มในลักษณะเศร้าๆแล้วพูดออกไปว่า “ผมขอโทษอเลน่า เรื่องที่ลูคัสถูกฆ่าผมก็เสียใจเหมือนกัน แต่คุณรู้ไหมว่าเครื่องจักรอัจฉริยะในโกดังของผมก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผมเหมือนกัน ผมเฝ้าระวังและดูแลเช่นเดียวกับว่าเป็นลูกเป็นหลานมานานหลายปี เพราะในอนาคตมันจะเป็นสิ่งสำคัญมากและสามารถทำกำไรให้กับเราได้ เชื่อผมสิ “

 

          “นั่นมันเรื่องของคุณ! ไม่ได้เกี่ยวกับฉันหนิ! “อเลน่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้และเดินออกไปข้างนอกแต่ก่อนออกไปก็ทิ้งท้ายไว้อีกว่า “ฉันไม่ต้องการที่จะฟังคุณพูด ฉันจะออกไปหาตำรวจ!”

 

          “คุณไม่พอใจผมงั้นเหรอ?” โจเซฟประหลาดใจกับท่าทีของอเลน่า “คุณพูดกับผมแบบนั้นได้ยังไง?”

 

          อเลน่าไม่ได้ตอบกลับใดๆทั้งนั้น เธอยังคงโกรธและเดินออกจากบ้านของเขา

 

          ในสายตาของโจเซฟแสดงออกถึงความเกลียดชัง แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องตามไปง้อเธอ…….

 

          แสงสลัวๆในเวลากลางคืนของท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ มีดวงจันทร์เต็มดวงสว่างไสวและดวงดาวนับไม่ถ้วน ทัศนียภาพที่สวยงามในวันที่สวยงาม อเลน่าควรจะอยู่ที่บ้านและวุ่นอยู่กับเซี่ยเหล่ย มันเคยเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่ในตอนนี้จะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว

 

          “ลูคัส…คุณอยู่ในอวกาศงั้นเหรอ? บอกกับฉันมาสิว่าคุณคือดาวดวงไหน “อเลน่ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและน้ำตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว…………

 


ติดตามตอนต่อไป………… สามารถรับข่าวสารและเรื่องราว ตามลิ้งค์นี้เลยครับ https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ขอบคุณครับ