0 Views

TTC บทที่ 75 – เรื่องราวในอดีต

 

เสียงกรีดร้องขอความเมตตาดังระงมไปทั่ว

 

เมื่อโม่ เสี่ยวเฟย์เริ่มใจเย็นลง ภาพตรงหน้าทำให้เขาถึงกับหน้าซีด

 

เจ้าหัวทองและลูกสมุนของมัน … ทั้งหมดต่างนอนจมกองเลือด สภาพในตอนนี้ถึงแม้จะยังไม่ตาย แต่ถ้าไม่รีบนำตัวไปส่งโรงพยาบาลพวกมันก็อาจจะไม่รอด

 

เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าของเสี่ยวเฟย์ ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานาน ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจนเขาไม่รู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป

 

“ไม่ .. ฉันไม่ผิด … นี่เป็นสิ่งที่พวกมันควรได้รับ”

 

‘ใช่แล้ว ฉันเพียงแค่ทำร้ายพวกมันเพื่อไม่ให้พวกมันไปทำร้ายผู้อื่น…’

 

“ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรเลย”

 

เสี่ยวเฟย์พึมพำกับตัวเอง ตัวเขาในตอนนี้ไม่ใช่เขาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

‘ใช่แล้ว … ฉันกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง … ฉันคือฮีโร่!’

 

“ในเมื่อโลกนั้นไร้ซึ่งความยุติธรรม … งั้นฉันนี่แหละจะเป็นความยุติธรรมเอง!”

ลูกชายของลุงเฉินยังคงยืนรออยู่หลังร้าน เมื่อเห็นว่าลูกค้าได้ออกไปจนหมดแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปพร้อมกับถุงใบใหญ่ทั้งสองถุง

 

ลุงเฉินเห็นลูกชายพยายามจะเอาใจเขา เลยกล่าวออกไปว่า

 

“โยวจุ่ยไหนๆก็กลับมาทั้งที ทำไมไม่ชวนลูกชวนเมียมาด้วยล่ะ มากินข้าวเย็นด้วยกัน”

 

เฉิน  โยวจุ่ยตอบกลับมาว่า ครอบครัวของเขาจะตามมาหลังเวลาเลิกงาน

 

จากนั้นลุงเฉินก็หันไปบอกลั่วฉิวว่าอย่าพึ่งรีบกลับ ให้รอกินข้าวเย็นด้วยกัน แล้วก็หันไปบอกกับภรรยาว่าวันนี้จะมีมื้อพิเศษ ให้รีบไปซื้อวัตถุดิบมาเพิ่ม

 

ป้าเฉินได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่บ้านของเธอไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ป้าเฉินเดินไปตลาดที่อยู่ใกล้ๆด้วยความสุข แต่ก่อนไปเธอพาหวู่ไปด้วย โดยให้เหตุผลว่า ‘ผู้ชายเขาจะคุยกัน เราไม่ควรไปรบกวน’

 

หลังจากคุยกับทุกคน ลุงเฉินก็หันไปทำความสะอาดเครื่องมือภายในร้าน — ไม่ว่าจะเป็นไม้นวดแป้ง เครื่องตีแป้ง หรือแม้แต่โต๊ะทำขนม ลุงเฉินขัดถูพวกมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

“เธอคงจะเป็นลูกชายของพี่ลั่วใช่ไหม?”

 

เฉิน โยวจุ่ยหันไปมองลั่วฉิว แล้วพูดต่อว่า

 

“เธอดูคล้ายกับเขามาก”

 

ลั่วฉิวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงพยักหน้ารับ

 

ดูเหมือนว่าเฉิน  โยวจุ่ยจะหาอะไรทำแก้เบื่อ เขาจึงเดินมานั่งข้างลั่วฉิวพร้อมกับเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต

 

“สมัยที่พ่อของเธอยังหนุ่ม เขามักจะขี่ เจี่ยหลิงรุ่นปี70 (จักรยาน) ไปทำงานทุกวัน แต่ก่อนไปเขาจะแวะมาที่ร้านเพื่อซื้อขนมปังไปกินระหว่างทาง”

 

เฉิน  โยวจุ่ยเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยรอยยิ้ม

 

“พ่อของเธอมักจะพูดว่า รสชาติขนมปังของร้านนี้ไม่เหมือนที่อื่น”

 

“คุณพ่อพูดถูกแล้ว”

 

ลั่วฉิวพูดขึ้นพร้อมหันไปมองลุงเฉิน

 

“ผมกินขนมปังร้านนี้มา10 กว่าปีแล้ว แต่รสชาติและคุณภาพยังคงเหมือนเดิม”

หลังจากนั้นเฉิน โยวจุ่ยพยายามชวนลั่วฉิวคุยอยู่หลายครั้ง แต่ลั่วฉิวกลับเอาแต่หันไปมองลุงเฉิน ทำให้เขาเริ่มอึดอัดและไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดี

 

“พี่เฉินไม่ได้ทำขนมปังมานานแค่ไหนแล้ว?”

 

จู่ๆลั่วฉิวก็ถามขึ้น

 

เฉิน โยวจุ่ยตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยแทบจะไม่ต้องคิดเลยว่า

 

“ตั้งแต่ที่ฉันไปเรียนมหาวิทยาลัย ถ้ารวมกับระยะเวลาที่เริ่มทำงานประจำด้วยก็น่าจะ 10 กว่าปีมาแล้ว”

 

ลั่วฉิวพยักหน้ารับ แล้วพูดต่อว่า

 

“โอ้จริงสิ ที่ผมพูดว่ารสชาติยังคงเหมือนเดิมน่ะ มันก็ไม่เหมือนเดิมเป๊ะๆหรอกนะ รสชาติมันต่างไปจากเดิมนิดหน่อย…ผมจำได้ว่าช่วงเวลาที่ขนมปังรสชาติอร่อยที่สุด คือช่วงที่ผมยังเด็ก…ในตอนนั้นคุณพ่อพาผมมาที่ร้านขนมปังเป็นครั้งแรก ท่านถามผมว่า ‘อร่อยไหม?’ ผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า ‘อร่อยมาก’ คุณพ่อเลยถามต่อว่า ‘ลูกรู้ไหมทำไมมันถึงอร่อย?’”

 

“ผมส่ายหัว คุณพ่อเลยเฉลยว่า ‘เพราะมันถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยคนทั้งครอบครัวยังไงล่ะ นี่แหละเหตุผลที่ขนมปังมีรสชาติอร่อย’ ในตอนนั้นผมไม่เข้าใจความหมายที่คุณพ่อพยายามจะสื่อ … แต่เมื่อผมเติบโตขึ้นถึงได้รู้ว่ารสชาติในตอนนั้นกับในตอนนี้แตกต่างกันอย่างไร..”

 

เฉิน โยวจุ่ยอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี เขาเงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาว่า

 

“คนเราย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กไม่ได้หรอกนะ”

 

ลั่วฉิวพูดขึ้นทันทีว่า

 

“ผมไม่ได้กินขนมปังที่พี่เฉินกับคุณลุงช่วยกันทำมาตั้งนานแล้ว วันนี้ผมขอลองชิมอีกซักครั้งจะได้ไหม? “

 

เฉิน โยวจุ่ย ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เขาได้แต่ส่ายหัวแล้วพูดว่า

 

“ฉันลืมมันไปหมดแล้ว ฉันไม่ได้ทำหรือแม้แต่สัมผัสมันมากว่า 10 ปีแล้ว …อีกอย่างคุณพ่อก็ทำความสะอาดเสร็จแล้วด้วย”

 

ลั่วฉิว พูดด้วยความรู้สึกเสียดายว่า

 

“งั้นหรอครับ … แต่ …”

 

“ลูกชายของพี่เฉินยังไม่เคยกินขนมปังฝีมือพี่เลยใช่ไหม?”

 

‘….’ เฉิน โยวจุ่ยนิ่งเงียบไป ดูเหมือนว่าเขาจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง..

 

ลั่วฉิวลุกขึ้น จากนั้นก็จัดเก้าอี้และเริ่มเก็บของใส่กระเป๋า

 

“ผมก็อยากจะอยู่กินข้าวเย็นที่นี่นะ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมไม่ควรจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป”

 

เฉิน โยวจุ่ยต้องการให้ลั่วฉิวอยู่ที่นี่ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ลุงเฉินเห็นว่าลั่วฉิวกำลังจะจากไป แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามแม้แต่น้อย..

ป้าเฉินกับหวู่ยังไม่กลับมา ลุงเฉินขึ้นไปนั่งสูบบุหรี่กับลูกชายของเขาที่ชั้นสอง

 

ผ่านไปสักพัก ลุงเฉินก็ลุกขึ้นแล้วไปหยิบของบางอย่าง จากนั้นก็เดินกลับมาแล้วยื่นมันให้กับลูกชายของเขา

 

“รับไปสิ นี่เป็นโฉนดที่ดิน”

 

“คุณพ่อ?”

 

เฉินโยวจุ่ยหันไปมองลุงเฉินด้วยความตกใจ

 

“ทำไม…?”


ลุงเฉินส่ายหัวแล้วพูดว่า

 

“บ้านหลังนี้ฉันไม่สามารถดูแลมันได้ตลอดหรอก ฉันอายุเยอะแล้ว ที่ดินผืนนี้มีประโยชน์กับครอบครัวแกมากกว่า ภรรยาของแกมาจากเมืองใหญ่ แถมหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนเธอจะใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก ในเมื่อแกเลือกที่จะขายบ้าน ก็จงทำมันซะ แล้วเอาเงินไปทำตามความฝันที่แกต้องการ”

 

“คุณพ่อ… ผม … ผม”

 

“กินข้าวเย็นกันเถอะ”

 

เฉิน โยวจุ่ยเฝ้ามองพ่อของเขาเดินลงบันได ก่อนที่จะหันไปมองรูปภาพเก่าๆที่แขวนอยู่บนผนัง

 

ภรรยาและลูกชายของเฉิน โยวจุ่ยได้มาถึงในช่วงเย็น

 

เฉิน โยวจุ่ยไม่ได้บอกภรรยาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาต้องการจะขายบ้าน ลุงเฉินก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนลูกชายโยวจุ่ยเมื่อเห็นหวู่ เขาก็แสดงท่าทีเขินอายออกมา

 

บรรยากาศภายในบ้านช่างดูมีความสุข

 

หลังจากกินข้าวเสร็จ ภรรยาของเฉิน โยวจุ่ยและลูกชายได้ขอตัวลา เนื่องจากพรุ่งนี้ลูกชายของเธอจะต้องตื่นเช้าเพื่อไปโรงเรียน ก่อนจะไปป้าเฉินเดินไปกุมมือหลานชายของเธอและบอกว่าว่างๆก็แวะเวียนมาได้เสมอ

 

เฉิน โยวจุ่ยยืนมองป้ายร้านขนมปังที่แขวนอยู่หน้าร้านมากว่าสิบปี จากนั้นก็หันไปมองพ่อของเขา ที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ภายในร้าน

 

จู่ๆคำพูดของลั่วฉิวก็ดังก้องเข้ามาในหัวของเขา

 

“คุณแม่ แป้งขนมปังส่วนของวันพรุ่งนี้พร้อมแล้วใช่ไหม?”

 

“ตอนนี้กำลังหมักอยู่ มีอะไรงั้นหรอ?”

 

เฉิน โยวจุ่ยพับแขนเสื้อขึ้นแล้วลองขยับตัว แต่ก็ยังขยับได้ไม่ค่อยถนัด เขาเลยตัดสินใจถอดเสื้อนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาว โยวจุ่ยเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับพูดว่า

 

“ผมอยากทำขนมปังให้ลูกชายของผมกิน”

พระอาทิตย์เริ่มสาดแสงในยามใกล้รุ่ง

 

ลั่วฉิววาร์ปมาปรากฏตัวที่ชั้นสองของร้านขนมปัง

 

ภาพที่ลั่วฉิวเห็นคือลุงเฉินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเก่าๆและมีภรรยานอนพิงไหล่อยู่ข้างๆ

 

ดวงตาของทั้งสองปิดสนิท…ดูคล้ายกับว่ากำลังหลับอยู่

 

ห่างออกไปไม่ไกล หวู่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ริมผนัง เมื่อเธอเห็นลั่วฉิวปรากฏกาย เธอก็พูดออกมาว่า

 

“คุณลุงให้เงินฉัน คุณลุงบอกว่าฉันไม่ควรจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป และให้ฉันไปหาที่อยู่ใหม่”

 

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นแหละ”

 

“มีคนสองคนตายภายในบ้าน คนที่เหลือจะต้องถูกสงสัยแน่ๆ คุณลุงคงไม่อยากให้เธอถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกร…”

 

แต่จู่ๆหวู่ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก เธอรีบพูดว่า

 

“จริงสิ! คุณลุงฝากให้ฉันมอบมันให้กับคุณ”

 

พูดจบ ผีเสื้อสาวก็รีบวิ่งลงบันไดไป  

 

ลั่วฉิวหันไปมองลุงเฉินและภรรยา เขาเดินเข้าไปหาทั้งสองคน จากนั้นก็จับมือลุงเฉินขึ้นมา และวางมันลงบนมือของป้าเฉิน

 

“คุณลุงคุณป้าจับมือกันมาตลอดทั้งชีวิต อย่าลืมจับมือกันในช่วงเวลาสุดท้ายสิ…”

 

ผีเสื้อสาววิ่งกลับมา พร้อมกับถือถุงใบเล็กๆอยู่ในมือ

 

“ลูกชายของคุณลุงตัดสินใจลองทำขนมปังอีกครั้ง แต่ก็ทำเละเทะไปหมด เขาโดนคุณลุงดุแทบจะตลอดเวลาเลย แต่ก็แปลกนะ ถึงคุณลุงจะบ่นจะดุอยู่ตลอดก็เถอะ แต่ใบหน้าของคุณลุงกลับดูมีความสุขมาก”

 

“เล่าต่อสิ”

 

“คุณลุงก็เลยลงมือทำเอง”

 

“แต่กว่าจะทำเสร็จ หลานชายก็หลับไปซะแล้ว สุดท้ายเลยไม่ได้กินขนมปัง..”

 

หวู่ยื่นถุงให้แก่ลั่วฉิว

 

“คุณลุงบอกว่า ‘นี่แหละรสชาติดั้งเดิมของมัน’ ”

 

ลั่วฉิวยิ้มจางๆ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา จากนั้นก็เอื้อมมือไปตรงหน้าลุงเฉิน แสงสีขาวค่อยๆปรากฏลงบนฝ่ามือช้าๆ…

 

ในตอนนั้นเองหวู่ได้พูดขึ้น

 

“เดี๋ยวก่อน! คุณช่วยถ่ายรูปให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

 

“ถ่ายรูป?”

 

หวู่พยักหน้า เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วพูดว่า

 

“คุณลุงให้เจ้าสิ่งนี้แก่ฉัน เขาบอกว่าให้ฉันเอาไว้ใช้โทรหาครอบครัว เมื่อฉันได้รับความทรงจำกลับคืนมา … ฉันไม่กล้าบอกว่าสิ่งที่ฉันพูดมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก … หลังจากนี้ฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นคุณลุงกับคุณป้าอีกต่อไปแล้ว … ฉัน..ฉัน…”

 

“ผมจะถ่ายให้”

 

ลั่วฉิวพยักหน้า เขารับโทรศัพท์มือถือมาจากหวู่

 

หวู่เดินไปนั่งลงข้างๆป้าเฉิน แล้วก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

 

แสงจากแฟรชได้กระพริบขึ้น พร้อมๆกับชีวิตที่อยู่มาหลายสิบปี .. ชีวิตที่สู้ทำงานหนักมาเนิ่นนานของลุงเฉินได้สิ้นสุดลง

เร็น ซิหลิงเดินเข้าไปในห้องครัวด้วยสภาพผมยุ่งๆและตาปรือๆ เธอหาวออกมาโดยไม่ปิดปาก แล้วก็หันไปเห็นขนมปังยัดไส้ร้อนๆวางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับมีโพสอิทวางอยู่ใกล้ๆ

 

“เจ้าลูกตัวดี! ออกไปไหนแต่เช้าเนี่ย?”

 

เจ้าลูกตัวดีที่พึ่งถูกด่า ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ประเทศโรมาเนีย เขากำลังจ้องมองไปยังปราสาทโบราณที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

 

“ได้เวลาพบกับ’ดยุค’อีกครั้งแล้ว…”

 

แม่บ้านสาวสวยพูดออกมาอย่างแผ่วเบา….