0 Views

หลังจากหลีฟางออกมาจากห้องอาบน้ำเขาก็เจอ หยุนรี้กำลังบ่มเพาะกายาพญาหงส์เพลิงอยู่ร่างกายของนางปกคลุมไปด้วยไฟแม้แต่เสื้อผ้าก็ไหม้หมดเพราะนางเพิ่งจะเริ่มฝึกมันจึงไม่รู้ถึงความร้อนแรงของไฟพญาหงส์เพลิง

หลังจากรู้สึกได้ถึงการจ้องมองของหลีฟาง หยุนรี้ยิ้มแล้วเอ่ย “นายน้อย เป็นคัมภีร์กายาที่ดีมากจริงๆ สมแล้วที่เป็นระดับเทพที่แท้จริง” นางนั้นมีความสูขอย่างมาก

หลีฟางอมยิ้มหลังจากเห็นยอดภูเขาสีชมพู “เจ้านั้นไม่เลวจริงๆ”

หยุนรี้เห็นหลีฟางมองมาที่ตัวนางด้วยสายแบบแปลกๆ “ร่างกายข้ามีอะไรผิดปกติรึ อ๊ายยยย!!! เจ้าเด็กโรคจิต” หลังจากนั้นพลังกายาได้ระเบิดออกมาจากความโกรธของนาง มีภาพมายาพญาหงส์เพลิงอยู่ด้านหลังนางตัวใหญ่สูงประมาณ 3 เมตร หลังจากนั้นบ้านก็วอดวาย หลีฟางหนีออกมาได้

หยุนฉีและคนในตระกูลเห็นไฟไหม้จึงรีบมาดู เจอหลีฟางยื่นอยู่ เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเถ้าถ่าน “นายน้อยเกิดอะไรขึ้นบ้านไฟไหม้หมดแล้ว” ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใครทำ

หลีฟางยิ้มอย่างตลก “หยุนรี้นางบ้าไปแล้วนางเผาบ้านข้าซะเหี้ยนเลย ” ตอนนี้หยุนรี้หายไปแล้ว นางกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องนาง

หยุนฉีรีบเอ่ย “คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่บ้านที่นายน้อยเคยขอ ข้าจัดให้เรียบร้อยแล้ว นายน้อยสามารถไปอยู่ได้เลย” พูดอย่างตะกุกตะกัก เขารู้ว่าหยุนรี้เป็นคนอารมณ์ร้อนมักควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ย “ดีมาก นำทางข้าไป”

หยุนฉีเห็นหลีฟางไม่ได้โกรธจึงรู้สึกเบาใจ “ได้เลยนายน้อย” หลายคนเห็นทั้งสองพูดคุยกันทำให้พวกเขาสงสัยว่าหลีฟางเป็นใครมาอยู่ในตระกูลในฐานะอะไร

แล้วก็มีกลุ่มคนมาถึงอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มของผู้อาวุโสที่ 2 และ 3 หลังจากพวกเขามาถึงเห็นการแสดงออกที่นอบน้อมของ หยุนฉี ทำให้เขาแปลกใจอย่างมาก แต่หลังจากเห็นพลังบ่มเพาะของหลีฟาง อยู่แค่ระดับ กำเนิดจิตวิญญาณขั้น 2 พวกเขายิ่งสงสัย จึงเอ่ยถาม

ผู้อาวุโส 2 ถาม “ท่านผู้นำตระกูล ท่านจะไม่แนะนำให้พวกข้ารู้จักเขาหน่อยรึ” เขามองไปทางหลีฟาง

หยุนฉี กล่าว “นายน้อยหลี เป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลเรา เขาจะอยู่ในฐานะที่ปรึกษาเต๋าปรุงยา” นี่ทำให้ทุกคนตกใจ หยุนฉี บ้าไปแล้วหรือว่าโดนเจ้าสารเลวน้อยนี่หลอกเอาแน่ๆ เลย ถึงได้ให้เขาเป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยา นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

ผู้อาวุโส 3 กล่าว “ท่านผู้นำตระกูล ท่านยังคงสติดีอยู่หรือเปล่า ถึงใด้ให้สารเลวน้อยนี้มาเป็นที่ปรึกษา”

“ตระกูลหยุน นั้นไม่ไว้หน้าพวกข้าเลย แต่งตั้งให้สารเลวน้อยนี้เป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยา นี่มันบ้าบอจริงๆ พวกข้าจะไม่อยู่เป็นแขกที่นี่อีกต่อไปแล้ว” ซีชานและหมิงซู นักปรุงยาของสำนักมังกรคู่ เป็นสำนักใหญ่ พวกเขาเป็นแค่นักปรุงยาตัวเล็กๆ แต่ที่มาเป็นแขกของตระกูลได้เพราะมาจากสำนักใหญ่ ตระกูลต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนิกายมังกรคู่เพื่อปูทางให้รุ่นเยาว์ของเขา ได้เข้าสำนักมังกรคู่

หลีฟางกล่าวอย่างไม่แยแส”ในเมื่อมีคนไม่อยากอยู่เป็นแขกดอยของเราต่อไปงั้นก็ หยุนฉีส่งแขกดอย”

หยุนฉี คารวะแล้วเอ่ย “ท่านซีชานและท่านหมิงซู ในเมื่อพวกท่านต้องการจะจากตระกูลของเราไป ข้านั้นก็ไม่กล้ารั้งพวกท่านไว้” นักปรุงยาพวกนี้ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากนักและขี้เกียจ ไม่ค่อยจะสั่งสอนนักปรุงยาของตระกูลเขาเลย และเวลาขอให้เขาปรุงยาให้ ก็ต้องจ่ายในราคาที่แพงมาก ถ้าไม่ติดว่าพวกเขาเป็นศิษย์ของสำนักมังกรคู่ หยุนฉีจะไล่พวกเขาไปนานแล้ว

ซีชานและหมิงซู หน้าตากลายเป็นหน้าเกลียด “ดีมากในเมื่อพวกเจ้าปีกกล้าขาแข็งกันแล้ว พวกข้าก็จะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป และบอกให้รุ่นเยาว์ของเจ้าในสำนักระวังตัวไว้ด้วย” แล้วพวกเขาก็เดินจากไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาสงสัยแขกดอยคืออะไร

ผู้อาวุโส 3 พูดด้วยความตกตะลึง “ท่านผู้นำตระกูลท่านพูดอะไรออกมา ท่านเชื่อฟังเจ้าเด็กสารเลวนี่” พวกผู้อาวุโสนั้นไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเจ้าเด็กสารเลวนี่สำคัญอย่างไร

หยุนฉี พูดอย่างเย็นชา “ผู้อาวุโส 2 และ 3 พวกท่านอย่าได้คิดมาก พวกเขาอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่ต่างกันหรอก” พวกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากเป็นปลิงดูดเลือดตระกูล

ผู้อาวุโส โกรธมาก “แล้วเจ้าเด็กนี่มันมีอะไรดีถึงได้เป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลเราได้ ท่านทำอะไรไม่ปรึกษา ท่านไม่เห็นพวกข้าอยู่ในสายตาเลยรึ ” พวกเขามองหลีฟางอีกรอบแล้วรีบเดินตาม ซีชานและหมิงซู ไปเพื่อขอร้องให้เขาอยู่ต่อ

หยุนฉีไม่สนใจพวกนั้นอีกต่อไปแล้วพาหลีฟางไปที่พักใหม่ทันที เมื่อมาถึงมันเป็นบ้านที่ดูเรียบง่ายภายในมีห้องปรุงยามีแปลงปลูกสมุนไพรหน้าบ้าน มีต้นใม้ใหญ่อยู่ด้านข้างนี้ทำให้ดูร่มรื่นอย่างมาก

หลีฟางกล่าว “พวกเจ้าจัดการได้ถูกใจข้ามาก บอกหยุนรี้หลังจากควบคุมไฟได้แล้วก็ให้เตรียมของปรุงยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์ขั้นต้น เอาตามสูตรที่ข้าให้ไปนะ และนี่จะเป็นสินค้าที่เราจะจำหน่าย เอาเงินที่ได้ รวบรวมสมุนไพรมาเยอะๆ ”

หยุนฉีคารวะแล้วกล่าว “ได้เลยนายน้อย”

หลีฟางถามเพิ่ม “รุ่นเยาว์ของตระกูลเจ้า อยู่ที่สำนักมังกรคู่ บอกให้พวกเขากลับมา คัดลอกคัมภีร์ที่ข้าให้ แล้วตัดขั้นที่6ออกแล้วให้พวกเขาฝึก ส่วนพวกผู้อาวุโส ก็ให้พวกเขาด้วย บอกว่าเป็นของขวัญจากข้า” เขาจำเป็นต้องซื้อใจพวกผู้อาวุโสเพื่อให้พวกเขานั้นไม่ต่อต้าน นี่ทำให้ทุกอย่างไม่ยุ่งยาก เขาต้องการคนช่วยงาน การปกครองด้วยความกลัวไม่ใช่นโยบายของเขา

หยุนฉียิ้มแล้วกล่าว “ข้าจะรีบไปจัดการ” ถ้าพวกนั้นได้รับคัมภีร์พวกเขาจะไม่ต่อต้านและทำให้ตระกูลมีความสามัคคีกันด้วย

หลีฟางยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าอย่าลืมให้พวกเขาสาบานด้วยล่ะ ห้ามส่งต่อคนนอกตระกูล และห้ามทรยศตระกูล” การสาบานเป็นสิ่งที่ผูกมัดคนได้ดีที่สุด เพื่อป้องกันคนทรยศ

ประพันธ์โดย L

ในกลุ่มถึงตอนที่ 32 แล้วนะครับ https://www.facebook.com/groups/158725318008139/