0 Views

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 244 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

ตอนนี้ทุกคนต่างมองหลีฟางด้วยความหวาดกลัว หลีฟาง ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาราวกับเทพเจ้าสงครามมาด้วยตัวเอง กลิ่นอายของวิญญาณอาฆาตจำนวนนับล้านตนแผ่ออกมาจากตัวหลีฟาง หลีฟางได้ปลูกฝังความหวาดกลัวภายในจิตวิญญาณของพวกเขาแล้ว

 

เมิงชูและจางเฉา ทำหน้าเคร่งเครียด “ฆ่าพวกมันให้หมด” เขายังพอจะมีความมั่นใจ 8 ใน 10 ส่วน ที่จะชนะสงครามครั้งนี้

 

เมิงชูหันมาหาจางเฉา “สงสัยพวกเราต้องส่งมือดีไปจัดการกับเจ้าเด็กปีศาจนั่นก่อน”

 

จางเฉา กล่าวด้วยน้ำเสียงขาดความมั่นใจ “ใช่ ส่งมือดีของเราไปจัดการ เจ้าเด็กปีศาจ นั่นก่อน” ทีแรกพวกเขาคิดว่าจะเข้าไปร่วมต่อสู้ในสงครามนี้ด้วย แต่ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนใจแล้ว รอดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า ถ้าฝ่ายของเขาได้เปรียบ พวกเขาค่อยเข้าไป แต่ถ้าพวกเขามีแววว่าจะพ่ายแพ้ พวกเขาจะหนีทันที

 

เมิงชู ชี้นิ้วไปทางหลีฟาง “พวกเจ้าไปจัดการ เจ้าเด็กปีศาจ นั่นก่อน” เขาสั่งทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเมิง ทีมนี้มี 7 คน มีระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด 4 คน และ ขั้นที่ 9 3 คน เป็นทีมที่น่าเกรงขามมาก

 

จางเฉา ชี้นิ้วไปทางหลีฟาง “พวกเจ้าไปจัดการมันให้ได้” เขาสั่ง ทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดของตระกูลจาง ทีมนี้มี 7 คนเช่นกัน มีระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด 4 คน และ ขั้นที่ 9 3 คน อันที่จริงทีมนี้มีระดับวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดถึง 6 คน แต่พวกเขาถูกหลีฟางสังหารไปแล้วสองคน จึงมีคนอื่นมาทดแทนพวกเขา จางเฉา รู้สึกเกลียดชังหลีฟางอย่างมาก หลีฟางได้ฆ่าศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีความแข็งแกร่งระดับสูงของเขาไป10คน นี่ทำให้กองกำลังของตระกูลจางอ่อนแอลงมาก พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรและเวลาจำนวนมาก กว่าจะสร้างศิษย์ระดับสูงพวกนี้ขึ้นมาได้ แต่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของเด็กน้อยคนหนึ่ง นี่จะไม่ให้เขาเคียดแค้นหลีฟางได้อย่างไร

 

หยุนโซตะโกน “ฆ่าพวกมันให้หมด” ศิษย์ของตระกูลหยุน เปิดใช้ทุกอย่างที่พวกเขามีเข้าต่อสู้ทันที พวกเขาไม่แสดงอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

 

สามสาวแยกกันไปคนละทาง เพื่อคอยสนับสนุนศิษย์ของตระกูล พวกนางมีความแข็งแกร่งมากกว่าเหล่าศิษยฺ์ตระกูลหยุนมาก

 

“ตูม ตูม อ๊ากกกก” ตอนนี้การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว ตระกูลหยุน พยายามที่จะรักษาค่ายกลของพวกเขาเอาไว้อย่างยากลำบาก พวกเขาเน้นการป้องกัน และให้สามสาวจัดการสังหาร พวกเขาลงมือร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ฉากนี้สร้างความตกตะลึงให้กับตระกูลเชียอย่างมาก

 

เชียหานอุทาน ด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ “พวกเขาเป็นตระกูลระดับกลางจริงๆ หรือ” พวกเขาแข็งแกร่งพอๆ กับตระกูลยักษ์ใหญ่เลย แต่แค่พวกเขามีจำนวนที่น้อยกว่ามาก ถ้าให้เวลาพวกเขาสัก 1000 ปี พวกเขาจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลยักษ์ใหญ่อย่างแน่นอน

 

เชียเยว่หวิน มองดูตระกูลหยุนต่อสู้อย่างเป็นกังวล “พวกเขาจะชนะสงครามครั้งนี้ได้จริงๆ หรือท่านพี่” ถึงตระกูลหยุนจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตระกูลยักษ์ใหญ่อย่างพวกเขา แต่พวกเขามีจำนวนน้อยกว่ามาก

 

เชียหานยิ้มเฝื่อน “ข้ามีความมั่นใจว่า ตระกูลหยุนจะต้องชนะอย่างแน่นอน” ถึงแม้ว่าเขาจะพูดอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่มีความมั่นใจสักเท่าไหร่นัก

 

เชียเยว่หวิน เอามือทั้งสองข้างของนางขึ้นมาประสานกันที่หน้าอกของนาง นางภาวนาให้ตระกูลหยุน ชนะสงครามนี้ ปกตินางเป็นคนที่เย็นชากับคนอื่น แต่ตระกูลหยุนร่วมต่อสู้กับนางมาครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้นางคิดว่าตระกูลหยุนเป็นสหายของนาง

 

ตอนนี้หลีฟางกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับยอดฝีมือ 14 คนจากสองตระกูล พวกนี้เป็นมือดีที่สุดของตระกูลจาง และ ตระกูลเมิง

 

ศิษย์ของตระกูล เมิง เปิดใช้ค่ายกล “ปืนใหญ่มังกรเพลิงพิโรธ” มีออร่ามังกรเพลิง ยาว  7 เมตร ลำตัวของมันเป็นสีแดงและมีเปลวเพลิงลุกโชนปกคลุมทั่วทั้งตัวของมัน เปลวเพลิงอันแสนร้อนแรงลอยอยู่เหนือหัวของพวกเขา “โฮกกกกกก” เสียงมังกรเพลิงพิโรธคำราม ตอนนี้พวกเขารวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว “เจ้าเด็กน้อยเตรียมตัวตายได้เลย ลำแสงเพลิงโลกันตร์” มังกรอ้าปากกว้าง นี่เป็นทักษะโจมตีที่รุนแรง ลำแสงเพลิงโลกันตร์ “ปังงงง” มังกรเพลิงพิโรธ ยิงลำแสงสีแดงเพลิงออกมาจากปากของมัน ลำแสงสีแดงเพลิงขนาดยักษ์พุ่งไปยังหลีฟางด้วยความเร็วสูง ลำแสงนี้สามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับตัดสวรรค์ขั้น1 บาดเจ็บสาหัสได้เลย ถ้าพวกเขาไม่ป้องกันมันอย่างสุดความสามารถ

 

เชียเยว่หวิน อุทานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “น้องชายหลี ระวัง” ค่ายกลของตระกูล เมิง ร้ายกาจมาก เชียเยว่หวิน รู้ดีถึงความร้ายกาจของมัน

 

หลีฟางยิ้ม เขายืนเฉยไม่สนใจสิ่งใด ชี้นิ้วไปด้านหน้า ออร่าพระเจ้าสงคราม ก็เงื้อกระบี่เพลิงขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้งและสับลงมา “ปังงงง” รังสีกระบี่เพลิง พุ่งตรงไปด้านหน้า “ตูมมมมม” เสียงระเบิดดังสนั่น ลำแสงเพลิงของมังกรเพลิงพิโรธ ปะทะเข้ากับ รังสีกระบี่เพลิงของหลีฟาง ลำแสงเพลิงโลกันตร์ และ รังสีกระบี่เพลิง ต่างบดขยี้กันอย่างไม่ลดละ ผ่านไป 5 ลมหายใจ ลำแสงเพลิงโลกันตร์ และ รังสีกระบี่เพลิง ก็แตกสลายไป หลีฟางถูกผลักดันถอยหลังมา 3 ก้าว ส่วนศิษย์ทั้ง 7 ของตระกูลเมิง ถอยไป 2 เมตร พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต ในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ

 

ฉากนี้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน เชียเยว่หวิน เชียหาน เมิงชู จางเฉา ใบหน้าของพวกเขาเหมือนคนที่เห็นผี ดวงตาล้วนเบิกกว้างและอ้าปากค้าง

 

เมิงชู อุทาน ด้วยน้ำเสียงที่ยากจะเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไรกัน เจ้าเด็กปีศาจ มันไม่เป็นอะไรเลย อย่างไรกัน มันเป็นปีศาจหรืออย่างไร” เมิงชูไม่อยากจะเชื่อ ค่ายกลปืนใหญ่มังกรเพลิงพิโรธ เป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เมิง

 

จางเฉา ตอนนี้สีหน้าของเขาหมองคล้ำอย่างมาก “เจ้าเด็กปีศาจนี่มันโผล่มาจากไหนกัน”

 

เชียเยว่หวิน ทอดถอนใจ ยิ้มและพึมพำ “น้องชายหลี ช่างแข็งแกร่งจริงๆ เขาเป็นใครกันแน่” หลีฟางสามารถทำลายลำแสงเพลิงโลกันตร์ได้อย่างง่ายดาย และเขายังยืนอยู่อย่างสบายๆ เหมือนเขาแทบจะไม่ได้ใช้พลังเลยแม้แต่น้อย

 

เชียหานกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวสมองของเขาว่างเปล่า เขาถามตัวเอง ถ้าเป็นเขาล่ะ เขาจะรับการโจมตีของปืนใหญ่มังกรเพลิงพิโรธได้หรือไม่ ถึงเขาจะไม่เคยลอง แต่เขามีความมั่นใจว่าถึงเขาจะสามารถรับมันได้ แต่เขาต้องได้บาดเจ็บแน่นอน เขามีคำถามมากมาย หลีฟางแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ นี่เขาอยู่แค่ระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้น1 จริงๆ หรือ

 

หลีฟางยิ้ม “เป็นค่ายกลที่ไม่เลว มีพลังโจมตีที่รุนแรงมาก ยอดเยี่ยมจริงๆ ” นี่ทำให้ศิษย์ของตระกูลเมิงพูดอะไรไม่ออก หลีฟางชมพวกเขา นี่พวกเขาต้องรู้สึกภาคภูมิใจหรือไม่ พวกเขารวมพลังกันถึง 7 คน แต่ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับหลีฟางเลยแม้แต่น้อย และเขาก็ไม่แสดงอาการอ่อนแรงแต่อย่างใด แถมพวกเขายังได้รับบาดเจ็บอีกเล็กน้อยด้วย ค่ายกลของพวกเขาเกือบจะพังทลายลง ตอนนี้สีของปืนใหญ่มังกรเพลิงพิโรธของพวกเขาเริ่มหม่นหมองลงอย่างมาก ตอนนี้พวกเขาต้องการเวลาเพื่อจะฟื้นฟูพลังให้กับค่ายกลปืนใหญ่มังกรเพลิงพิโรธ

 

ศิษย์ของตระกูลเมิงหันไปบอก ตระกูลจาง “พวกข้าต้องการเวลาฟื้นฟูพลัง” ตอนนี้ถ้าเกิดหลีฟางโจมตีพวกเขาอีกรอบละก็ พวกเขาคงต้องกลายเป็นเถ้าถ่านแน่ๆ

 

ศิษย์ของตระกูลจางทำหน้าจริงจัง “พวกเจ้ารีบๆ ก็แล้วกัน พวกข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้” ศิษย์ของตระกูลจางพวกเขารู้แล้วว่าหลีฟางแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาไม่สามารถจัดการหลีฟางได้แน่ๆ พวกเขาต้องการร่วมมือกัน

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเจ้ามีอะไรดี ก็รีบงัดมันออกมาใช้ อย่าให้ข้าหมดความอดทน ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะตายภายในกระบวนท่าเดียว” หลีฟางพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนง

 

ศิษย์ของตระกูลจาง โกรธ “เจ้าเด็กน้อยอย่าได้ลำพองตนให้มากนัก พวกข้าจะฉีกร่างของเจ้าเป็นชิ้นๆ เลยคอยดู” พวกเขาจะต้องจัดการกับหลีฟางให้ได้ เพื่อล้างแค้นให้กับบรรดาพี่น้องที่ตายไป

 

หลีฟางยืนยิ้มอย่างใจเย็น เขาชอบเล่นสนุกกับเหยื่อของเขา เขาไม่อยากรีบร้อนฆ่าพวกมัน เขาต้องการศึกษาคัมภีร์ของตระกูลเมิงและตระกูลจางก่อน เผื่อวันข้างหน้าเขาจะได้ไอเดียอะไรดีๆ และสร้างคัมภีร์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้ นี่เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งของเขาคือเขาชอบสร้างคัมภีร์

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 246 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/