0 Views

หยุนรี้ยิ้ม “วันนี้รับรองได้ว่าพวกเจ้าจะต้องไม่ได้ตายดีแน่นอน”

 

เมิงชูยิ้ม “แม่เสือสาวหยุนรี้ ข้าจะเป็นคนกำราบเจ้าเอง” เขายิ้มอย่างหื่นกระหาย

 

ชูหลิงยิ้ม “พี่จางเฉา วันนี้น้องสาวคนนี้จะบริการเจ้าอย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว” แต่แววตาของนางเต็มไปด้วยจิตสังหาร

 

หลานเสวียชิง แสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง นางไม่ชอบต่อปากต่อคำ นางชอบใช้การกระทำมากกว่าคำพูด รับรองได้ว่าพวกมันต้องตายอย่างทรมาน

 

จางเฉา ยิ้ม “ในเมื่อน้องสาวชูหลิง ชอบความรุนแรง พี่ชายคนนี้ก็จะจัดให้” เขายิ้มอย่างหื่นกระหาย

 

ศิษย์ของตระกูลหยุนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คนตั้งค่ายกล เตรียมรับมือ ตามการคาดการณ์นี่ต้องเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างมาก พวกเขามีกำลังคนที่น้อยกว่ามาก ดังนั้นพวกเขาต้องทำทุกอย่าง อย่างรอบคอบที่สุด เพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว พวกเขาจะต้องตายกันทั้งหมด

 

เชียเยว่หวิน ยืนมองหลีฟางด้วยความเป็นกังวล “พวกเขาจะเป็นอะไรไหม” ถึงแม้ว่านางเพิ่งจะรู้จักหลีฟางเพียงไม่นาน แต่เขาก็เป็นคนดีที่ช่วยชีวิตนางไว้ นางไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไป

 

เชียหาน ยิ้มเจื่อน “ข้าเชื่อว่าคนดีอย่างน้องชายหลี และ ตระกูลหยุน จะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน” เขาเองก็เป็นกังวลไม่แพ้เชียเยว่หวิน ก็ได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

 

ตอนนี้ ตระกูลเมิงและตระกูลจาง ได้ปิดล้อมตระหยุนไว้ทุกทิศทางแล้ว

 

หลีฟางยิ้มแล้วมองไปที่ เมิงชู จางเฉา “ข้าก็ไม่ใช่คนใจคอโหดเหี้ยม ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าก็แล้วกัน เพราะข้ารู้สึกสงสารพวกเจ้าจริงๆ เอาแบบนี้เป็นอย่างไร เจ้าสองคนตัดแขนและขาทั้งสี่ของพวกเจ้าออกซะ แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” นี่ทำให้ ทุกคนหัวเราะ หลีฟางบ้าไปแล้ว เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ

 

แม้แต่ เชียหานและเชียเยว่หวิน ยังรู้สึกว่าหลีฟาง บ้าจนกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ นี่ทำให้พวกเขายิ่งกังวลมากขึ้นกว่าเดิม สรุปแล้วหลีฟางนั้นมีความมั่นใจว่าจะชนะได้หรือว่าอันที่จริงแล้วเขาจิตใจไม่สมประกอบกันแน่

 

เมิงชูและจางเฉาประสานเสียงหัวร่อเยาะเย้ยยาวนาน

 

เมิงชู เอ่ย “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจ้าเด็กน้อย ทีแรกข้าคิดว่าจะปล่อยเจ้าไป แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะทรมานเจ้าให้หายบ้าไปเลย” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

จางเฉายิ้ม “เมิงชู อย่าได้เสียเวลากับเจ้าพวกไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่เลย รีบจัดการพวกมันดีกว่า ข้าอยากจะเชยชม น้องสาวชูหลิง ของข้าเต็มทีแล้ว” เขาจ้องมองชูหลิงด้วยความหื่นกระหายและเริ่มมโนไปไกล

 

หลีฟางยิ้ม “สวรรค์เปิดทางเจ้าไม่ไป นรกไร้ทางกลับดันทุรังเข้ามา ข้าอุตส่าห์มอบโอกาสให้พวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับคิดว่าข้าเป็นพวกไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะงั้น ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องทำให้พวกเจ้ารู้เสียแล้วว่า ใครกันแน่ที่โอหัง” จากนั้นหลีฟางก็ระเบิดพลัง

 

“ตูมมม” มีออร่าสีทองขนาดยักษ์ นี่คือออร่าเทพสงคราม สูง 7 เมตร นี่เป็นออร่าที่ทรงพลังอย่างมาก ภาพเงาสีทองเป็นรูปคน สวมชุดเกราะสีทองทั้งตัว ดูเหมือนนักรบที่ผ่านสงครามมาโชกโชน น่าเกรงขามอย่างมาก นี่ทำให้ ชูหลิง หยุนรี้ หลานเสวียชิง และคนอื่นๆ ตกตะลึงอย่างมากพวกเขาไม่เคยเห็นกายาที่เป็นรูปแบบมนุษย์มาก่อน ส่วนใหญ่พวกเขาจะสร้างกายาจากการสังเกต อสูร หรือ สิ่งของต่างๆ รอบตัว แล้วคิดค้นสร้างเป็นคัมภีร์กายาขึ้นมา เลียนแบบความแข็งแกร่งของพวกมัน เนื่องจากพลังจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนไม่มีรูปร่าง จึงไม่สามารถนำมันออกมาใช้ได้เหมือนเป็นแค่พลังจิตที่เราสามารถใช้ยกของได้ พวกเขาจึงสังเกตสิ่งต่างๆ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน แล้วจึงเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณให้เป็นรูปร่างนั้นๆ ยิ่งพวกเขามีความเข้าใจมันมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น กายามังกรเหล็กของตระกูลเชีย บรรพบุรุษของพวกเขาวิจัยมังกรเหล็ก จนสร้างคัมภีร์กายามังกรเหล็กขึ้นมาได้ เมื่อพวกเขาเปิดใช้กายาของพวกเขา พวกเขาก็จะมีออร่าของมังกรเหล็กห่อหุ้มร่างกายของพวกเขาเอาไว้ ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเหมือนมังกรเหล็ก มีพลังป้องกันสูงและมีพละกำลังมาก ส่วนของหลีฟางเป็นรูปแบบมนุษย์ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ธรรมดาที่สุดและยังอ่อนแออย่างมาก แต่รูปแบบมนุษย์ของหลีฟางดูทรงพลังเกินไป เพราะนี่เป็นออร่าของพระเจ้าสงคราม มันเป็นคัมภีร์ระดับพระเจ้า ที่ถูกสร้างโดยตัวตนอันยิ่งใหญ่ จะไม่ทรงพลังได้อย่างไร

 

ตอนนี้พลังอำนาจของหลีฟางเพิ่มสูงขึ้นมาก กระบี่ทั้ง 20 เล่มของหลีฟางลอยขึ้นไปเรียงกันเป็นกระบี่เพลิงขนาดใหญ่ ยาว 7เมตรกว้าง 2 เมตร เปลวเพลิงร้อนแรงอย่างมาก จากนั้นออร่าพระเจ้าสงครามก็ใช้มือทั้งสองข้างกุมกระบี่เพลิงใว้ หลีฟางก็ชี้นิ้วไปยังกลุ่มของตระกูลจางที่อยู่ด้านหน้าเขา ออร่าเทพสงครามก็เงื้อกระบี่ขึ้นเหนือหัวแล้วฟันไปด้านหน้า “ตูมมมมมม” กระบี่กระทบพื้นดิน และสร้างเป็นรังสีกระบี่เพลิงขนาดใหญ่ แหวกผืนดินพุ่งไปด้านหน้า รังสีกระบี่เพลิงพุ่งไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว

 

คนของตระกูลจาง มองรังสีกระบี่เพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อป้องกันการโจมตีครั้งนี้ พวกเขาได้รวบรวมพลังทั้งหมดสร้างม่านพลังป้องกัน แต่รังสีกระบี่กลับตัดผ่านม่านพลังของพวกเขาราวกับเต้าหู้ จากนั้นพวกเขาก็ถูกรังสีกระบี่เผาผลาญทันที รังสีกระบี่เพลิงพุ่งผ่านคนของตระกูลจางจำนวน 10คน เผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน พวกเขาตกตายโดยไม่ได้ร้องสักแอะ   “อ๊ากกกกกก” มีอีก 10 คน นอนเกลือกกลิ้งอยู่ที่พื้น พวกเขาไม่ได้ถูกรังสีกระบี่ แต่พวกเขาถูกความร้อนจากรังสีกระบี่ทำให้ร่างกายไหม้ไปครึ่งแถบ แขนของพวกเขาบางคนถูกเผาจนถึงกระดูก แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของหลีฟางก็ฆ่าไปแล้ว 10 ชีวิต และอีก 10 ชีวิต บาดเจ็บปางตาย “ตูมมมมม” รังสีกระบี่เพลิงชนเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ต้นไม้ต้นนั้นหักโค่นและถูกเพลิงของรังสีกระบี่เผาผลาญจนไม่เหลือซาก

 

ฉากนี้สร้างความตกตะลึงและหวาดกลัวให้กับทุกคนอย่างมาก หลีฟางช่างโหดเหี้ยม เขาโจมตีเพียงครั้งเดียว ฆ่า 10 คน ไม่มีโอกาสได้กรีดร้องเลยแม้แต่น้อย และอีก 10 ก็นอนเกลือกกลิ้ง อาการสาหัสยิ่งนัก

 

สามสาวอ้าปากค้าง พวกนางไม่เคยเห็นหลีฟางลงมือมาก่อน และนี่เป็นการลงมือครั้งแรกของเขา หลีฟางช่างน่าประทับใจจริงๆ “นายน้อยช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน น่าประทับใจยิ่งนัก”

 

เชียหานและเชียเยว่หวิน เบิกตากว้าง พวกเขาจ้องมองหลีฟางด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ “น้องชาย…..หลี……เขา…ช่าง…..แข็งแกร่ง……จริงๆ” พวกเขาพูดช้าๆ ทีละคำ

 

ฉากนี้ทำให้ศิษย์ของตระกูลเชียกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาโชคดีที่ไม่ได้เข้าร่วมการปล้นครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องพบกับจุดจบที่เลวร้ายแบบนี้แน่ๆ

 

เมิงชู อุทานด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ “อะไรกันเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น” หลีฟางฆ่าคนของตระกูลจางไป 10 คนแล้ว โดยที่พวกเขาไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก และอีก 10 คน ปางตายไม่สามารถสู้ต่อได้อีก

 

จางเฉา โวยวายด้วยความหวาดกลัว และพูดเสียงขาดๆ หายๆ “เจ้า….เจ้าเด็ก…..ปีศาจ….เจ้ากล้า…..ฆ่า……คนของ…….ตระกูลจางอย่างนั้นหรือ……ตระกูลจางจะต้องฆ่า…..พวกเจ้าล้างโคตรแน่ๆ” เขารู้สึกหวาดกลัวหลีฟาง เพราะคนที่ถูกหลีฟางโจมตี มี2คนที่อยู่ระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด พวกเขากลับตกตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของหลีฟาง นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน พวกเขาไม่มีโอกาสต่อต้านหลีฟางเลยแม้แต่น้อย เจ้าเด็กนี่ต้องเป็นปีศาจแน่ๆ

 

หลีฟางแกล้งทำเป็นหวาดกลัว “โอ้พี่ชายจางเฉา ท่านอย่าได้ขู่ข้าเลย ข้ารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ” จากนั้นหลีฟางก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา ” มีแค่ตระกูลจางของเจ้าเท่านั้นหรือที่สามารถฆ่าคนอื่นได้ พวกเจ้าช่างไร้เดียงสาจริงๆ และวันนี้พวกเจ้าจะต้องตายทั้งหมด” น้ำเสียงของหลีฟาง โหดเหี้ยมอย่างมากและเหมือนเสียงของเจ้าปีศาจที่ฆ่าคนมานับล้านคน นี่ทำให้ทุกคนหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง ตอนนี้หลีฟางน่ากลัวอย่างมาก

 

หลีฟางชื่นชอบในการสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเผยจิตใจที่อ่อนแอออกมา และถ้าพวกเขาสติแตกวิ่งหนี นี่ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลีฟางชอบมากที่สุด ฆ่าคนที่กำลังหวาดกลัว

 

ตอนนี้ ตระกูลจางและตระกูลเมิง เริ่มมีอาการหวาดกลัวและขาดความมั่นใจแล้ว ไม่เหมือนตอนแรกที่พวกเขาคิดว่าตระกูลหยุนเหมือนหมูในอวย

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 244 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/