0 Views

เชียเยว่หวิน หันกลับไปมองด้านหลังของนาง มังกรทมิฬก็เข้ามาใกล้มากแล้ว นางไม่สามารถหลบหลีกหรือป้องกันได้ทัน เพราะตอนนี้นางได้รวมพลังทั้งหมดของนางอย่างเต็มที่เพื่อสร้างม่านป้องกันด้านหน้าเอาไว้ นี่ทำให้ม่านพลังป้องกันด้านหลังของนางเบาบางอย่างมาก ถึงแม้จะมีกายามังกรเหล็กและชุดเกราะช่วยป้องกันอยู่ แต่ถ้านางโดนมังกรทมิฬพ่นไฟใส่ล่ะก็ นางต้องแย่แน่ๆ เพราะกายามังกรเหล็กแพ้ไฟโดยธรรมชาติอยู่แล้ว อีกทั้งไฟของมังกรทมิฬมีพิษผสมอยู่ทำให้มันมีอำนาจกัดกร่อนเพิ่มขึ้นด้วย นี่ทำให้นางวิตกกังวลอย่างมาก นางจะต้องบาดเจ็บแน่ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่สาหัสก็ตาม แต่พี่ชายของนางจะต้องเสียใจอย่างมากแน่ๆ เขาจะต้องโทษตัวเองว่าเป็นความผิดของเขาที่ดูแลนางไม่ดีอย่างแน่นอน

 

มังกรทมิฬอ้าปาก กำลังจะพ่นไฟใส่เชียเยว่หวิน

 

“ฟิ้ว” มังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดที่นางกำลังต่อสู้อยู่ก็ได้โอกาส ตวัดหางใส่นางทันที

 

นี่ทำให้เชียเยว่หวินตกใจอย่างมาก และนางพยายามจะป้องกันตัวเองอย่างสุดความสามารถเพื่อให้นางบาดเจ็บน้อยที่สุด หากรับการปะทะจากมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด ย่อมทำให้นางบาดเจ็บสาหัสได้อย่างแน่นอน ครานี้นับเป็นวิกฤตของนางจริงๆ แล้ว

 

“ฉึก ฉึก โฮกกกก” กระบี่เพลิงจำนวน 10 เล่ม ทะลุผ่านตัวมังกรทมิฬที่กำลังจะพ่นไฟใส่เชียเยว่หวินอย่างง่ายดาย และกระบี่ได้เผาผลาญร่างของมังกรทมิฬอย่างรวดเร็ว ภายในสองลมหายใจเท่านั้น มังกรทมิฬก็ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน

 

“ฉึก ฉึก” กระบี่เพลิงอีก 10 เล่ม ทะลุผ่านม่านพลังป้องกันของมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดอย่างง่ายดายและทะลุต่อเนื่องไปยังเกล็ดที่แข็งแกร่งได้ไม่ยากเช่นกัน กระบี่ทั้ง 10 ปักเข้าที่หางของมัน “ตูม โฮกกกกก” จากนั้นหางของมังกรทมิฬก็ถูกกระแทกกลับไปฟาดพื้นอย่างรุนแรง เกิดเสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว มังกรทมิฬกรีดร้องอย่างโหยหวน เพราะเปลวเพลิงที่กระบี่เพลิงเริ่มเผาผลาญหางของมังกรทมิฬอย่างเชื่องช้า เพราะมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดมีอำนาจต้านทานเปลวเพลิงของหลีฟางได้อยู่บ้าง มันจึงใช้พลังของมันดับไฟที่กระบี่เพลิงทันที แม้ว่าเพลิงจะมอดดับลงแล้ว แต่ตอนนี้มันก็ไม่สามารถยกหางขึ้นมาได้อีกต่อไป เพราะกระบี่ของหลีฟางทั้ง 10 เล่ม มีน้ำหนักรวมกันถึง 10000 กก ทำให้มังกรทมิฬเคลื่อนไหวด้วยความยากลำบากและมันไม่สามารถบินได้อีกแล้ว ตอนนี้เหมือนมีใครเอาก้อนหินขนาดไหญ่มาทับหางของมันไว้

 

ฉากนี้สร้างความตกตะลึงให้กับสายตาของทุกคนอีกแล้ว เชียเยว่หวินตกตะลึง นางเห็นหางของมังกรทมิฬที่กำลังจะมาถึงตัวนางแล้วอีกแค่นิดเดียว กลับถูกอะไรบางอย่างส่งมันกลับไปกระแทกพื้นแทน และนางหันกลับไปมองมังกรทมิฬที่กำลังจะบินเข้ามาหานางจากด้านหลัง ตอนนี้มันหายไปแล้ว เหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่นางเห็นเป็นเพียงภาพลวงตาว่ามีมังกรทมิฬกำลังบินมาหานาง นี่ทำให้นางงุนงงอย่างมาก นางอุทาน “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

เชียหานอุทาน “เกิดอะไรขึ้น” เขาเห็นมังกรทมิฬที่กำลังจะบินมาหาเชียเยว่หวิน ถูกกระบี่เพลิงจำนวน 10 เล่ม พุ่งผ่านมันไปแล้วจากนั้นตัวของมังกรทมิฬก็ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงก่อนที่มันจะถูกเพลิงเผาผลาญจนไม่เหลือซาก นี่สร้างความงุนงงให้กับกลุ่มของเชียหานและเชียเยว่หวินอย่างมาก ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่มีใครเห็นว่าหลีฟางจัดการกับมังกรทมิฬที่บินอยู่ 2 ตัวพร้อมกันได้อย่างไร เพราะพวกเขากำลังยุ่งอยู่กับมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด

 

“พวกเจ้าจะรออะไรเล่า รีบๆ ฆ่ามันสักที” มีเสียงเกียจคร้านดังขึ้น ทำให้พวกเขาได้สติ เชียหานและเชียเยว่หวิน มองไปที่หลีฟาง และเห็นกระบี่ที่ช่วย เชียเยว่หวิน ลอยอยู่รอบๆ หลีฟาง นี่ทำให้พวกเขา เข้าใจทันทีว่าหลีฟางเป็นคนช่วยเชียเยว่หวินเอาไว้

 

เชียเยว่หวิน เอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ขอบคุณน้องชายหลีฟางที่ช่วยข้าไว้” นางรู้สึกซาบซึ้งที่หลีฟางช่วยนาง

 

เชียหาน ก็รู้สึกซาบซึ้งเช่นกัน “ขอบคุณน้องชายหลีฟางมากที่ช่วยน้องสาวข้า” ทีแรกพวกเขาคิดว่าจะปกป้องตระกูลหยุน แต่กลายเป็นว่าตระกูลหยุน ช่วยปกป้องพวกเขาแทน และตระกูลหยุนยังเป็นกองกำลังหลักในการต่อสู้กับมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดในครั้งนี้อีกด้วย

 

หลีฟางยิ้ม “อย่าได้เก็บเอาไปใส่ใจ ” นี่ทำให้เชียหานและเชียเยว่หวิน รู้สึกว่าหลีฟางก็เป็นคนดีเหมือนกัน

 

หลีฟางเริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว เข้าจึงหันไปกล่าวกับ 3 สาว”เสี่ยวรี้ เสี่ยวชิง เสี่ยวหลิง พวกเจ้ารีบจัดการมันได้แล้ว” นี่ทำให้ทุกคนแปลกใจ ไอ้เด็กน้อยนี่ เรียกสามสาวเป็นเด็กน้อยได้อย่างไรกัน

 

สามสาวรีบตอบรับ “ได้ค่ะนายน้อย” พวกนางก็เริ่มรู้สึกเบื่อเช่นกัน มังกรทมิฬไม่สามารถสร้างความเร้าใจให้พวกนางได้

 

“ตูม ตูม โฮกกกกก” เสียงมังกรทมิฬกรีดร้อง เพราะถูกหยุนรี้และหลานเสวียชิงระดมโจมตีอย่างหนัก มังกรทมิฬทรมานมาก มันถูกกระบี่จำแลงเพลิงของหยุนรี้ปักที่ขาทั้งสี่ของมันและเริ่มเผาผลาญอย่างรวดเร็ว ส่วนปีกของมันก็ถูกกระบี่จำแลงน้ำแข็งของหลานเสวียชิงแช่แข็งจนไม่สามารถกระพือปีกบินได้ ตอนนี้มันทำได้เพียงนอนรอความตายเท่านั้น

 

“ตูม ตูม โฮกกกกก” เสียงมังกรทมิฬกรีดร้อง มันติดอยู่ภายในพายุทอร์นาโดของชูหลิง มันไม่สามารถที่จะบินไปไหนได้ และกำลังถูกกระบี่วายุของชูหลิงเชือดเฉือดอย่างโหดเหี้ยม โดยมีหยุนโซกับหยุนชิวใช้กระบี่จำแลงดาวตก มีสายฝนกระบี่จำนวนมากตกลงมาจากฟากฟ้าใส่มังกรทมิฬอย่างเหี้ยมโหด ตอนนี้มังกรทมิฬไม่ต่างจากหมูในอวย และมันกำลังจะตายในไม่ช้า

 

“ตูม ตูม โฮกกกกก” เสียงมังกรทมิฬกรีดร้อง มันถูกตระกูลหยุนฆ่าตายอีกแล้ว ตอนนี้ตระกูลหยุนปลิดชีพมังกรไปได้ 9 ตัวแล้ว

 

เป็นฉากที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก ตระกูลหยุนแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเขาเป็นตระกูลขนาดกลางจริงๆ หรือ ทำไมพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเขามีคนแค่ 34 คน แต่กลับสามารถฆ่ามังกรทมิฬได้เยอะกว่าตระกูลใหญ่เสียอีก ตระกูลเชีย ฆ่าได้ 11 ตัว ตระกูลเมิงฆ่าได้ 6 ตระกูลจาง ฆ่าได้ 6

 

เชียหานและเชียเยว่หวิน เห็น หยุนรี้ หลานเสวียชิง และ ชูหลิง ฆ่ามังกรแล้ว พวกเขาไม่รอช้ารีบฆ่ามังกรที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่ทันที

 

เวลาผ่านไปไม่นาน มังกรทมิฬ 40 ตัวก็ถูกปลิดชีพลงทั้งหมด ผลสรุปตระกูลหยุนฆ่ามังกรไปทั้งหมด 18 ตัว รวมของหลีฟางและสามสาวด้วย ตระกูลเชียฆ่ามังกรไปทั้งหมด 12 ตัว ตระกูลเมิงฆ่ามังกรไปทั้งหมด 6 ตระกูลจางฆ่ามังกรไปทั้งหมด 6

 

ตระกูลหยุนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย พวกเขาแค่กินยาก็สามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมได้แล้ว

 

ตระกูลเชีย มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน และพวกเขาได้กินยาฟื้นฟูแล้วพักฟื้นสัก 30 นาที พวกเขาก็จะสามารถเดินทางต่อได้ โดยศิษย์ที่ตระกูลเชียนำมามีทั้งหมด 60 คน

 

ตระกูลเมิง มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 15 คน และมี 2 คน ถูกพิษวิ่งเข้าสู่ร่างทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ต้องกินยาและพักฟื้นอีก 2 ชั่วยาม นี่ทำให้เป็นภาระของคนอื่นอย่างมาก ที่จะต้องช่วยกันแบกพวกเขาให้เดินทางต่อ ศิษย์ที่ตระกูลเมิงนำมามีทั้งหมด 70 คน

 

ตระกูลจาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 คน และมี 3 คน ถูกพิษวิ่งเข้าสู่ร่างทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ต้องกินยาและพักฟื้นอีก 2 ชั่วยาม ตระกูลจางก็เป็นตัวภาระอีกตระกูลหนึ่งเช่นกัน ที่จะต้องให้ช่วยกันแบกหามเพื่อเดินทางต่อไป ศิษย์ที่ตระกูลจางนำมามีทั้งหมด 70 คน

 

ตอนนี้กระบี่ล้อมรอบหลีฟาง เขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ ทั้งสามสาวและตระกูลหยุนมายืนล้อมรอบหลีฟางเอาไว้ เชียหานและเชียเยว่หวินไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น พวกเขาวิ่งมาหาหลีฟางเพื่อที่จะขอบคุณหลีฟางอีกครั้งด้วยความจริงใจ

 

เชียเยว่หวิน ยิ้มด้วยความดีใจ “น้องชายหลีฟาง ข้าขอขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้าไว้” นางไม่ได้สังเกตสิ่งใดรอบข้างเลย

 

เชียหานยิ้ม “น้องชายหลีฟาง ข้าเป็นหนี้เจ้า จากนี้ไปข้าจะขอเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเจ้า” เขาเป็นคนตรงไปตรงมาและมีจิตใจดี

 

หลีฟางยิ้ม “ถ้าข้าฆ่าคนของตระกูลเชีย ท่านยังจะอยากเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับข้าอยู่อีกหรือไม่” เชียหานและเชียเยว่หวินตกตะลึงกับคำพูดของหลีฟาง จากนั้นพวกเขาก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด พวกเขาหันไปมองรอบๆ ตระกูลเชีย ตระกูลเมิง และ ตระกูลจาง ตั้งค่ายกล เตรียมพร้อมที่จะสู้แล้ว และเขาได้เห็นสายตาของ เมิงชูและจางเฉา ที่จ้องมายัังหลีฟางด้วยสายตาหิวกระหาย

 

เชียหานขมวดคิ้ว “เมิงชู จางเฉา เจ้ากำลังจะทำอะไร” แม้แต่ตระกูลเชียของพวกเขา ก็จะเข้าร่วมการปล้นครั้งนี้ด้วย สมบัติระดับอวตารเทพสร้างความโลภให้กับทุกคน

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 232 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/