0 Views

“ฟิ้ว ฟิ้ว” กระบี่จำแลงเพลิง 10 เล่ม พุ่งไปหามังกรทมิฬที่เกาะอยู่บนต้นไม้ “ตูม ตูม” เสียงระเบิดของกระบี่จำแลงเพลิงทั้ง10 ปะทะเข้ากับม่านพลังป้องกันของมังกรทมิฬ จากนั้นมันก็ระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างมังกรทมิฬไว้ และค่อยๆ เผาผลาญม่านพลังป้องกัน มังกรทมิฬรู้สึกตกใจอยู่บ้างแต่ก็ยังมั่นใจในพลังป้องกันของตน ทว่าหลังจากผ่านไปเพียง 10 ลมหายใจ ม่านพลังป้องกันก็ถูกเพลิงเผาผลาญสลายไปจนหมดสิ้น แต่เปลวเพลิงกลับยังไม่มอดดับลง และเริ่มลามเข้ามาเผามังกรทมิฬแล้ว มังกรทมิฬตื่นตระหนก “โฮกกก ตุบ” มังกรทมิฬคำรามและมันรีบกระโดดลงจากต้นไม้ทันที เมื่อมันลงมาสู่พื้นดินมันพยายามดับไฟโดยการกลิ้งไปมา แต่ไม่ว่ามันจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถดับเพลิงที่กำลังเผาไหม้มันได้เลย เกล็ดของมันเริ่มแตกร้าวและมีรอยแยกมากมาย “โฮกกกก” มังกรทมิฬร้องด้วยความโหยหวน “ฉึก ฉึก โฮกกกก ตูม ตูม โฮกกกกก” กระบี่จำแลงเพลิงอีก 10 เล่ม ปักทะลุร่างของมังกรทมิฬอย่างง่ายดาย จากนั้นมันก็ระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ให้กับมังกรทมิฬ มังกรทมิฬกรีดร้องอย่างโหยหวน นี่ทำให้ทุกคนรู้ทันทีเลยว่ามันทรมานขนาดไหน หลังจากผ่านไปอีก 10 ลมหายใจ ไฟก็มอดดับลงและตอนนี้ไม่มีมังกรทมิฬในกองเพลิงอีกแล้ว คงเหลือเพียงความว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีมังกรทมิฬอยู่ตรงนั้น ไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า ตอนนี้หยุนรี้ได้ฝึกฝน กายาพญาหงส์เพลิงไปถึงขั้น 5 แล้ว จิตวิญญาณเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของนางไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงแล้ว เปลวเพลิงของนางจึงมีความร้อนแรงอย่างมาก และมันสามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่ง

 

ฉากนี้ทำให้ทุกคนหัวสมองว่างเปล่า มังกรทมิฬตกตายภายใน 20 ลมหายใจ และมันไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน ด้วยฝีมือของผู้หญิงเพียงคนเดียว หยุนรี้ทรงพลังขนาดไหนกัน ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเห็นนางระเบิดพลังใส่เมิงชู นั่นไม่ใช่พลังที่แท้จริงของนาง ตอนนี้นางแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดที่ฝึกคัมภีร์ระดับอวตารเทพขั้นกลางเลยก็ว่าได้ นี่ทำให้ทุกคนหวาดกลัวนางและจากนี้ไปจะไม่มีใครกล้ายั่วโมโหนางอีกแล้ว แม้แต่ เมิงชูและจางเฉา

 

เชียหาน และ เชียเยว่หวิน รู้สึกตกใจอย่างมาก ทำไม หยุนรี้ และ หลานเสวียชิง ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ พวกนางแข็งแกร่งเทียบเท่าพวกเขาสองคนเลย แสดงว่าพวกนางต้องฝึกคัมภีร์ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าพวกเขาแน่นอน จะเป็นไปได้อย่างไรกัน หยุนรี้มาจากตระกูลขนาดกลาง ส่วนหลานเสวียชิง มาจากตระกูลขนาดใหญ่ในเมืองเล็กๆ แม้แต่ตระกูลเจ้าเมืองก็ยังไม่มีคัมภีร์ระดับอวตารเทพเลย

 

จางเฉา และ เมิงชู มอง หยุนรี้ และ หลานเสวียชิง ด้วยสายตาปรารถนา พวกเขาจะต้องได้พวกนางมาครอบครองให้ได้ พวกเขาจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พวกนางมา

 

ใครล่ะที่จะไม่ต้องการพวกนาง พวกนางทั้งงดงามและแข็งแกร่งอย่างมาก และคัมภีร์ที่พวกนางฝึกจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แม้แต่ตระกูลใหญ่ของเมืองใหญ่ พวกเขาอย่างมากก็มีคัมภีร์ระดับอวตารเทพขั้นต้น 2-3 คัมภีร์ ไม่เว้นกระทั่งตระกูลยักษ์ใหญ่และสำนักใหญ่ หากพวกเขามาเห็นหยุนรี้และหลานเสวียชิงตอนนี้ พวกเขาก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวพวกนางมาครอบครองแน่ๆ

 

ชูหลิง หยุนรี้ หยุนชิว หยุนโซ หลานเสวียชิง เชียหาน เชียเยว่หวิน และศิษย์ของตระกูลเชียและตระกูลหยุน ที่อยู่ในระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุด อีก 20 คน ติดพันอยู่กับมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุด 3 ตัว พวกมันไม่ได้กำจัดง่ายๆ พวกมันมีความแข็งแกร่งอย่างมาก ตอนนี้ความโกลาหลวุ่นวายในกลุ่มเริ่มเกิดขึ้นแล้ว เริ่มมีคนบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ เหลือแค่ตระกูลหยุนและตระกูลเชียที่ยังรักษารูปขบวนไว้ได้ และพวกเขาพยายามจะฆ่ามังกรทมิฬให้รวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะไปช่วยกลุ่มอื่นฆ่ามังกรต่อ

 

ยังมีมังกรทมิฬอีก 3 ตัว อยู่บนต้นไม้เหนือศีรษะของพวกเขา ถ้ามันโฉบลงมาโจมตีพวกเขาล่ะก็ จะสร้างความโกลาหลอย่างมากแน่ๆ นี่ทำให้ทุกคน รวมทั้งเชียหานและเชียเยว่หวิน เป็นกังวลอย่างมาก

 

มังกรทมิฬเห็นเพื่อนของมันตกตายไป 2 ตัว พวกมันจึงตัดสินใจบินโฉบลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งพ่นลมหายใจมังกรสีเขียว นี่ทำให้ทุกคนแตกตื่นและวิ่งหลบกันอย่างจ้าละหวั่น ด้วยเปลวเพลิงพิษของมังกรทมิฬ ตอนนี้ทำให้รูปขบวนของพวกเขาเสียหาย พวกเขาแบ่งกลุ่มละ 6 คนเพื่อฆ่ามังกร 1 ตัว และต่อสู้กับมังกรทมิฬอย่างยากลำบาก ตอนนี้มีมังกรบินอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาและพ่นไฟสีเขียวใส่พวกเขา ไฟสีเขียวไม่ได้แค่เผาไหม้แต่มันยังมีพิษร้ายทำให้พวกเขาอ่อนแรงลงอย่างมาก นี่ทำให้หลายคนได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจะรักษารูปขบวนได้อีกนานเท่าไหร่กัน แค่มังกรตัวเดียวพวกเขาก็ลำบากแล้ว และนี่ยังมีมังกรโจมตีจากด้านบนพร้อมกับพิษร้ายที่ทำให้พวกเขาต้องแบ่งพลังไปสกัดพิษไม่ให้พิษเข้าสู่ร่างกายอีก

 

กลุ่มของเมิงชู และ จางเฉา พวกเขาเลือกที่จะต่อสู้กับมังกรทมิฬระดับต่ำ และไม่ยอมแบ่งคนมาช่วยจัดการกับมังกรทมิฬระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดเลย

 

มังกรทมิฬรวดเร็วอย่างมาก และ ไม่มีใครสามารถโจมตีมันโดนได้เลย

 

หลีฟางไม่สามารถยืนอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป ในคราแรกเขาเพียงต้องการให้ตระกูลหยุนได้ฝึกฝน แต่เขาไม่คิดว่าศิษย์ของตระกูลเมิงและตระกูลจางจะอ่อนแอขนาดนี้ แค่เจอมังกรทมิฬ 3 ตัวบินโจมตีพวกเขาจากด้านบน ก็ทำให้พวกเขาเสียรูปขบวนแล้ว และนี่พวกเขาเพิ่งจะเดินทางมาแค่ 300 เมตรเอง ถ้าขืนพวกเขาเข้าไปลึกกว่านี้จะต้องลำบากแน่ๆ ถ้าปล่อยให้พวกเขาบาดเจ็บ แล้วไหนจะมีมังกรทมิฬระดับตัดสวรรค์อีก 2 ตัว ถ้าพวกมันโผล่ออกมาเมื่อไหร่ จะต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากแน่ๆ

 

“จงเปิด” หลีฟางคำราม ดวงตะวัน 10 ดวง อยู่ด้านหลังของเขา ดวงตะวันให้ความรู้สึกร้อนแรงอย่างมาก ช่วยเพิ่มพลังวิญญาณให้เขาอย่างมหาศาล กระบี่จำนวน 20 เล่ม บินออกมาจากประตูวิญญาณ ตอนนี้กายาของเขาไปถึงขั้น3 แล้ว เขาสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 20000 กก.แล้ว “ฟิ้ว ฟิ้ว” กระบี่เพลิงจำนวน 10 เล่ม แยกออกเป็น 2 กลุ่ม ทะยานไปหามังกรทมิฬที่กำลังบินอยู่อย่างรวดเร็ว “ฉึก ฉึก โฮกกกก” มังกรทมิฬทั้งสอง ถูกกระบี่แทงทะลุผ่านร่างของมันอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ปรากฏเปลวเพลิงเผาผลาญร่างของมันอย่างรวดเร็ว ร่างของมังกรมอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านก่อนที่มันจะตกลงสู่พื้นดินเสียอีก

 

ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง พวกเขาคิด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขามองกระบี่ที่มีเพลิงลุกไหม้จำนวน 20 เล่ม บินกลับมาลอยอยู่ข้างๆ หลีฟาง นี่ยิ่งทำให้พวกเขามองหลีฟางด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ หลีฟางเป็นใคร เขาจัดการมังกรทมิฬ 2 ตัวภายในพริบตา ระดับความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับปรมาจารย์ตัดสวรรค์ขั้น 1 ได้เลย แต่หลีฟางอยู่แค่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น1 ที่สุดแสนจะอ่อนแอ เมื่อเทียบกับพวกเขา

 

จากนั้นทุกคนก็อุทาน “สมบัติระดับอวตารเทพ” อีกคนเอ่ย “กระบี่ ทั้ง 20 เล่ม อยู่ในระดับอวตารเทพทั้งหมด” นี่ทำให้พวกเขามองกระบี่ทั้ง 20 เล่มด้วยสายตาว่างเปล่า ผ่านไปไม่นานพวกเขาก็ได้สติกลับมาและมองกระบี่ 20 เล่มที่ลอยอยู่รอบตัวหลีฟางด้วยความโลภ แต่เพราะว่าพวกเขาพัวพันอยู่กับมังกรทมิฬ ทำให้พวกเขาไม่มีเวลามองกระบี่ทั้ง 20 เล่มอีกต่อไป

 

เมิงชูและจางเฉามองหลีฟางด้วยความโลภ ถ้าไม่ติดว่าพวกเขากำลังสู้อยู่กับมังกรทมิฬอยู่ล่ะก็ พวกเขาจะใช้ทุกสิ่งที่พวกเขามีฆ่าหลีฟางเพื่อแย่งกระบี่พวกนั้นมาให้ได้ และเขาคิดว่าตระกูลเชียจะต้องร่วมมือกับเขาแน่นอน แล้วพวกเขาค่อยมาแบ่งสมบัติกัน เพราะสมบัติระดับอวตารเทพใครๆ ก็อยากได้

 

“โฮกกกกก” เสียงมังกรทมิฬกรีดร้องอย่างโหยหวน ตระกูลหยุนฆ่ามังกรทมิฬตายไป 3 ตัวแล้ว และตระกูลเชียก็ฆ่ามังกรไป 4 ตัว ส่วนตระกูลเมิงและตระกูลจาง หลังจากมังกรทมิฬสองตัวที่บินอยู่ตกตายไป ทำให้พวกเขากลับมารักษาขบวนได้อีกครั้ง และพวกเขาฆ่ามังกรรวมกันไปได้ 3 ตัว ตอนนี้จำนวนของมังกรทมิฬเริ่มลดน้อยลงแล้ว เหลือมังกรอีก 26 ตัว

 

นี่ทำให้พวกเขาเริ่มผ่อนคลายลงอย่างมาก หลังจากตึงเครียดมาเป็นเวลานาน ตอนนี้กลุ่มที่ฆ่ามังกรได้แล้วก็รีบไปช่วยกลุ่มอื่นฆ่ามังกรที่เหลือ และตอนนี้พวกเขาสามารถฆ่ามันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

เมิงชูและจางเฉาแสยะยิ้มแล้วจ้องมองหลีฟางด้วยสายตาที่แลดูน่าขนพองสยองเกล้า พวกเขากำลังจะรวยแล้ว ตอนนี้มีหมูตัวอ้วนพีมาอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว รอเขาจัดการกับมังกรทมิฬพวกนี้เสร็จก่อน เขาจะชักชวนตระกูลเชียโจมตี หลีฟาง ทันที

 

มังกรทมิฬตัวสุดท้ายที่บินอยู่ มันพุ่งตรงไปยัง เชียเยว่หวิน อย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็อ้าปากเพื่อเตรียมจะพ่นลมหายใจมังกร ใส่ เชียเยว่หวิน จากด้านหลัง และ เชียเยว่หวินไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการลอบโจมตีของมังกรทมิฬตัวนี้ได้ เพราะสมาธิของนางกำลังจดจ่ออยู่กับมังกรทมิฬที่นางกำลังต่อสู้อยู่

 

เชียหานหันไปเห็นมังกรทมิฬกำลังจะพ่นไฟใส่ เชียเยว่หวิน ทำให้เขาวิตกกังวลอย่างมาก เขารีบตะโกนเตือนทันที “เสียวเยว่ ระวัง” เขาไม่สามารถไปช่วยนางได้เนื่องจากเขากำลังต่อสู้พัวพันอยู่กับมังกรทมิฬอีกตัวเช่นกัน

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 232 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/