0 Views

ตระกูลเชียมีตระกูลใหญ่ติดตามมาด้วย 2 ตระกูล นั่นคือ ตระกูลเมิง ตระกูลจาง พวกเขาเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเชีย

 

ตระกูลเมิง มี เมิงชู เป็นผู้นำ เขาเป็นชายหน้าตาดี อายุ 1100 ปี อยู่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด

 

ตระกูลจาง มี จางเฉา เป็นผู้นำ เขาเองก็เป็นชายรูปงามเช่นกัน อายุ 1150 ปี อยู่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด

 

ชูหลิงยิ้ม “เป็นเจ้าชายเชียหาน และ เจ้าหญิงเชียเยว่หวินนี่เอง” ชูหลิงและเชียหานกับเชียเยว่หวิน เคยเจอกันสองครั้ง ตอนร่วมงานเลี้ยงที่เมืองหลวง พวกเขาจึงรู้จักกันพอสมควร

 

เชียเยว่หวินยิ้ม “ท่านพี่ชูหลิง ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วย?” นางแปลกใจเพราะชูหลิงเป็นศิษย์ของสำนักบึงมังกร ทำไมนางถึงได้มาอยู่กับตระกูลหยุนได้

 

ชูหลิงฝืนยิ้ม และหันไปมองหน้าหลีฟาง หลีฟางเองก็ดูเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาจึงพยักหน้า ชูหลิงหันมายิ้มให้กับ เชียเยว่หวิน “ข้าได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ให้มากับตระกูลหยุน” ถ้านางบอกว่า นางเป็นผู้ติดตามของหลีฟางนี่จะทำให้ทุกคนตกตะลึงและไม่เชื่อถืออย่างแน่นอน นี่ทำให้บุรุษหลายคนที่มีความสงสัยเรื่องของชูหลิงกับหลีฟางรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

 

เมิงชูยิ้มอย่างเสน่หา “สวัสดี เจ้าหญิงชูหลิง ไม่ได้พบกันนานเลย เจ้าสบายดีหรือไม่”

 

ชูหลิงฝืนยิ้ม “สวัสดี คุณชายเมิงชู ข้าสบายดี” นางเคยเจอเขาครั้งหนึ่ง ที่งานเลี้ยง

 

จางเฉาไม่รอช้ารีบทักทายชูหลิง “สวัสดี เจ้าหญิงชูหลิง ไม่ได้พบกันนานเลย เจ้ายังงดงามเหมือนเช่นเคย” นี่ทำให้ เมิงชูรู้สึกหงุดหงิด

 

ชูหลิงฝืนยิ้ม “สวัสดี คุณชายจากเฉา ขอบคุณสำหรับคำชม” นางเริ่มรู้สึกปวดหัวกับสองคนนี้ละ

 

จากนั้นชูหลิงก็รีบแนะนำหลีฟางให้เชียเยว่หวินและเชียหานรู้จัก “นี่คือ นายน้อยหลีฟาง เป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลหยุน” นี่ไม่ได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจแต่อย่างใด กลับทำให้พวกเขามองตระกูลหยุนด้วยสายตาดูถูก ตระกูลหยุนนับว่าไม่มีปัญญาหานักปรุงยาแล้วหรืออย่างไร ถึงได้ไปเอาเด็กน้อยอายุเพียง16 มาเป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยา แต่ก็นะ พวกเขาเป็นแค่ตระกูลขนาดกลาง คงไม่มีปัญญาไปเชิญนักปรุงยาจากสำนักใหญ่มาได้หรอก

 

แต่สามสาวและตระกูลหยุนก็ไม่ได้นำพาต่อสายตาหยามหยันของเหล่าตระกูลใหญ่ที่มองมา

 

เมิงชูหัวเราะและมองหยุนรี้อย่างหื่นกระหาย “แม่นางหยุนรี้ ถ้าเจ้าต้องการปรมาจารย์เต๋าปรุงยา เจ้าสามารถไปหาข้าที่ค่ายของตระกูลเมิงได้นะ”

 

หยุนรี้โกรธมาก “ตูม” ออร่าพญาหงส์เพลิง สูง 5 เมตร อยู่เหนือหัวของนาง “กี้” อำนาจพญาหงส์เพลิง แผ่ความร้อนกดดัน เมิงชู นี่ทำให้เมิงชูรู้สึกหายใจไม่ออก ใบหน้าซีดขาว เขาถอยหลังไป 10 ก้าว พร้อมกับความรู้สึกแปลกใจระคนหวาดกลัว ทำไมหยุนรี้ที่อยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น5 ถึงได้มีพลังกดดันเขาได้เช่นนี้

จากนั้น ตระกูลเมิงก็รีบวิ่งมายืนด้านข้างของเมิงชูเพื่อรอคำสั่ง พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงความร้อนแรงของพญาหงส์เพลิง เมิงชูพูดด้วยความโกรธ “แม่นางหยุนรี้ ข้าอุตส่าห์หวังดีกับตระกูลหยุนของเจ้า แต่เจ้ากลับคิดจะทำร้ายข้า สงสัยข้าคงต้องสั่งสอนเจ้าสักหน่อยแล้ว” ถึงปากจะว่าแบบนั้นแต่เขากลับไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะสั่งสอนหยุนรี้ได้

 

หยุนรี้พูดด้วยความโกรธ “เจ้ายังกล้าพูดว่าหวังดีต่อตระกูลหยุนของข้าอีกอย่างนั้นรึ?” นางโกรธจริงๆ ตระกูลหยุนรีบวิ่งมายืนด้านหลังหยุนรี้ รวมทั้ง ชูหลิง และ หลานเสวียชิง พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบดขยี้ตระกูลเมิงเต็มที่ พวกเขารู้สึกคันไม้คันมือจริงๆ

 

เชียหานขมวดคิ้ว ตะโกน “หยุดได้แล้ว อย่าได้ทะเลาะกัน” เชียหานและเชียเยว่หวินขมวดคิ้ว พวกเขาไม่ได้รับแรงกดดันจากหยุนรี้ เหมือนพวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ใกล้หยุนรี้เลย นี่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของหยุนรี้ ที่สามารถควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพญาหงส์เพลิงที่อยู่เหนือศีรษะของนางก็ดูทรงพลังมาก ทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของหยุนรี้ นางอยู่แค่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 5 จริงๆ หรือ

 

เมิงชูยิ้ม “เห็นแก่หน้าเจ้าชายเชียหาน วันนี้ข้าจะไม่เอาความตระกูลหยุนก็ได้”

 

หยุนรี้รู้สึกโกรธ แต่ก่อนที่นางจะพูดอะไรออกไป หลานเสวียชิงก็ได้ห้ามนางไว้ก่อน “เจ้าควรจะไว้หน้าเจ้าชายเชียหาน และอีกอย่างเจ้าต้องเก็บแรงเอาไว้ ภายในป่าแห่งความตายอันตรายมาก” นี่ทำให้หยุนรี้ได้สติกลับมา ทั้งหลานเสวียชิงและชูหลิงเองต่างก็อยากจะกระทืบตระกูลเมิงเช่นกันแต่พวกนางไม่ได้หุนหันพลันแล่นเช่นหยุนรี้

 

ตระกูลหยุนรู้สึกหงุดหงิด พวกเขากำลังคันไม้คันมืออยู่เลย ถ้าไม่มีเชียหานนะ พวกเขาจะทุบตีตระกูลเมิงให้พ่อแม่ของพวกมันจำพวกมันไม่ได้

 

จางเฉายิ้ม หยุนรี้ช่างแข็งแกร่งและงดงาม เขาจะต้องเอานางมาเป็นของเขาให้ได้

 

หลีฟางหันหลัง เขามองเข้าไปภายในป่าแห่งความตายโดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตาย ภายในป่ามืดมิด มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยที่หลุดรอดลงไป ยามกลางวันภายในป่าแห่งความตายกลับเหมือนยามค่ำคืนที่มีแสงจากดวงดาวสาดส่องลงมา ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวนับร้อยพันมีสวยงามอย่างยิ่ง แต่ในความงดงามเหล่านั้นกลับมีอันตรายซ่อนอยู่มากมาย

 

หลังจากเหตุการณ์สงบ

 

เชียเยว่หวินยิ้ม “สวัสดี น้องชายหลีฟาง” นางเป็นหญิงสาวอ่อนโยนจึงไม่สนใจสถานะของตัวเองและกล่าวทักทายหลีฟางก่อน

 

หลีฟางหันกลับมายิ้มให้นาง “สวัสดี เจ้าหญิงเชียเยว่หวิน” นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกหงุดหงิด หลีฟางทักทายเชียเยว่หวิน เหมือนกับว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกัน เชียเยว่หวินเป็นถึงเจ้าหญิงของตระกูลเชียเชียวนะ

 

เชียหานยิ้ม “สวัสดีน้องชายหลีฟาง” เขาก็ไม่ใช่คนที่หยิ่งยโสอะไร เขาจึงไม่ถือสาหลีฟาง

 

หลีฟางยิ้ม “สวัสดีเจ้าชายเชียหาน” หลีฟางรู้สึกประทับใจสองคนนี้เล็กน้อย พวกเขาล้วนไม่มีความหยิ่งยโสเช่นบุคคลผู้สูงศักดิ์ทั่วไป อีกทั้งยังมีจิตใจดีงามมีความเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น

 

เชียเยว่หวินยิ้ม “ท่านพี่ชูหลิง ท่านกำลังจะเข้าไปยังป่าแห่งความตายอย่างนั้นหรือ?”

 

ชูหลิงยิ้ม “ถูกต้องแล้ว พวกเรากำลังจะเข้าไป”

 

เชียเยว่หวินรู้สึกดีใจ “ท่านพี่ชูหลิง พวกเราเข้าไปพร้อมกันเลยเป็นอย่างไร ตระกูลเชียจะคอยปกป้องตระกูลหยุนเอง” นี่ทำให้หลีฟางยิ้ม ตระกูลเชียก็นับว่าใช้ได้ พวกเขาสั่งสอนลูกหลานมาดี การมีคนร่วมเดินทางไปด้วยเยอะๆ ก็นับว่าไม่เลว นี่ก็จะช่วยฝึกฝนตระกูลหยุนไปด้วยในตัว โดยให้พวกเขาเรียนรู้จากการต่อสู้ของคนอื่นเพื่อมาเพิ่มประสบการณ์ของพวกเขาเอง

 

ชูหลิงหันมามองหลีฟาง หลีฟางยิ้มและพยักหน้าให้ นี่ทำให้เชียหานและเชียเยว่หวินรวมถึงคนอื่นๆ สงสัยว่าทำไมชูหลิงต้องหันไปมองหลีฟางเหมือนหลีฟางเป็นผู้นำกลุ่ม และนางเป็นผู้ติดตาม เพราะในความคิดของทุกคนคือ ชูหลิงย่อมต้องเป็นผู้นำกลุ่มของตระกูลหยุน นางควรจะรับหน้าที่จากอาจารย์ให้มาเพื่อดูแลตระกูลหยุน พาพวกเขาไปฝึกฝน เพราะสำนักบึงมังกรบอกว่าตระกูลหยุนอยู่ในความดูแลของสำนักบึงมังกร

 

ชูหลิงยิ้ม “ได้ พวกเราจะไปพร้อมเจ้า”

 

เชียหาน ทำหน้าจริงจัง “ดี งั้นพวกเราก็เข้าไปกันเลย”

 

หลีฟางยิ้มและหันไปบอกเชียหาน “เจ้าชายเชียหาน ข้าสัมผัสได้ว่าภายในป่าแห่งความตายมีมังกรทมิฬระดับตัดสวรรค์ขั้น 2 จำนวน2ตัว พวกท่านควรระมัดระวังด้วย” นี่ทำให้ทุกคนตกใจ

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 224 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/