0 Views

ทุกคนต่างมองมายังตระกูลหยุน เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ของตระกูลหยุนดูฮึกเหิมอย่างมาก ไม่เหมือนเช่นเมื่อวานที่พวกเขาดูอ่อนล้าและมีหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บ เพียงเวลาผ่านไปแค่หนึ่งคืนแผลของพวกเขากลับหายสนิท เกิดเรื่องพิสดารเช่นนี้ได้อย่างไรกัน นี่ทำให้หลายคนสงสัย พวกเขานั้นมีเม็ดยาฟื้นฟูระดับใดกัน ถึงได้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วปานนี้  เหตุผลนั่นก็เพราะหลีฟางได้สั่งให้นักปรุงยาของตระกูลหยุน ปรุงยาฟื้นฟูระดับสวรรค์จำนวนมาก พวกเขาจึงฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว

 

ตอนนี้รุ่นเยาว์ของตระกูลหยุนต่างตื่นเต้นและมีความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาได้ฝึกคัมภีร์ของหลีฟางไปจนถึงขั้นที่ 3 แล้ว และตอนนี้พวกเขาต่างก็ร้อนวิชาอยากจะทดสอบทักษะกระบี่จำแลงดาวตกเต็มที่แล้ว นอกจากนี้พวกเขายังได้ผสานจิตวิญญาณวายุเข้ากับกระบี่จำแลงได้แล้ว นี่จะช่วยให้กระบี่จำแลงมีความรวดเร็วและเฉียบคมมากขึ้น ทำให้สามารถเจาะทะลวงเกล็ดของมังกรได้ง่ายดายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่ถึงขั้นของการรวมเต๋า พวกเขายังไม่มีความเข้าใจถึงขั้นนั้น

 

หลีฟางเดินมาโดยมี หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ฟูเหมย เดินตามหลังของเขา นี่ก็ทำให้ทุกคนต่างอิจฉาเช่นเคย แต่พวกเขาก็เริ่มยอมรับความเป็นจริงได้บ้างแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายคนที่มีความคิดชั่วร้ายบางประการอยู่

 

หยานหมิงยิ้มอย่างชั่วร้าย และเค้นเสียงออกมาอย่างน่าสยดสยอง “เจ้าเด็กสารเลว วันนี้ข้าจะจับเจ้ามาทรมาน ให้เจ้าร้องขอความตายเสียดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายง่ายๆแน่นอน” เมื่อเสวียเยว่ที่ยืนข้างกายหยานหมิงได้ยินเช่นนั้น นางก็รู้สึกสงสารหลีฟางและตระกูลหยุนขึ้นมา เหตุใดพวกเขาจึงได้โชคร้ายเช่นนี้

 

หยานจง ทำหน้าจริงจัง “ตอนนี้เจ้ายังไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าตระกูลหยุนและสำนักมังกรคู่ของเรา กำลังมีปัญหากันอยู่ เจ้าต้องอดทนปล่อยพวกมันไปก่อนสัก 10 วัน แล้วจากนั้นเจ้าค่อยนำมือดีของเราสะกดรอยตามมันไป และเมื่อถึงกลางดึกเจ้าค่อยลงมือฆ่าพวกมันทั้งหมด อย่าให้มีใครรอดไปได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ย่อมไม่จบโดยง่ายแน่ๆ เพราะในหมู่ของตระกูลหยุนมีชูหลิงอยู่ด้วย อาจารย์ของนางย่อมต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน ” ในช่วงวันแรกๆ ผู้คนจากทุกสำนักทุกตระกูลย่อมตั้งค่ายอยู่ไม่ห่างไกลกันมากนัก นี่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าพวกเขาจะเคลียร์พื้นที่รอบๆ ประตูมังกรขยายเป็นวงกว้างออกไปได้  หลังจากนั้นผู้คนต่างก็จะแยกย้ายกันไปตามทิศทางทั้งแปด ได้แก่ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้

 

หยานหมิง เค้นเสียงอย่างเย็นชา “รอก่อนเถอะเจ้าสารเลว” ทีแรกเขาอยากจะจับทั้ง 3 สาวมาทำนางบำเรอ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถทำได้แล้ว เสวียเยว่รู้สึกโล่งใจและภาวนาให้ตระกูลหยุนอยู่รอดปลอดภัย

 

ซ่งจั่ว มองไปยังหลีฟาง แล้วหันกลับมากล่าวกับ ชวยมุ้ยและซานเหนียง “พวกเจ้าจงจำไว้ อย่าได้ไปยุ่งกับตระกูลหยุน โดยเฉพาะ เจ้าเด็กน้อยที่ชื่อว่าหลีฟาง เรื่องของ ม่าหยุน ปล่อยให้มันจบไป” สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนว่าหลีฟางเป็นตัวอันตราย และเขาเชื่อสัญชาตญาณของเขาเสมอมา เขามั่นใจว่าไม่มีศิษย์รุ่นเยาว์ของเขาคนใดสามารถต่อกรกับหลีฟางได้แน่นอน

 

ชวยมุ้ย ทำหน้าจริงจัง “ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์” เขาไม่คิดอะไรมากกับหลีฟาง เป้าหมายของเขาคือตระกูลฟ่ง

 

ซานเหนียงสงสัย “ทำไมท่านอาจารย์ต้องเกรงกลัวเด็กคนนั้นด้วย” ซานเหนียงเป็นบุคคลประเภทที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง การห้ามปรามนางกลับเป็นเหมือนการยุยงนางเสียมากกว่า ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

 

ซ่งจั่วทำหน้าจริงจัง “ซานเหนียง อาจารย์รู้จักนิสัยของเจ้าดี แต่เด็กน้อยหลีฟาง เขาเป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์อย่างมาก เจ้าไม่ควรจะไปตอแยกับเขา เจ้าเข้าใจหรือไม่ และข้ารู้สึกได้ว่าตระกูลหยุนมีความแข็งแกร่งที่ผิดปกติ มีข่าวลือว่าพวกเขาสามารถฆ่ามังกรจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาอาจจะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของพวกเขาเอาไว้ก็ได้ ข้ามีความมั่นใจว่าตระกูลหยุนต้องเป็นคนฆ่า ม่าหยุนและตระกูลเฟิงแน่ๆ” เขาคิดว่า ตระกูลเฟิง และ ม่าหยุน ไม่ได้ตกตายเพราะมังกรทมิฬ แต่ถูกตระกูลหยุนฆ่าตายเสียมากกว่า ถึงจะยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย แต่จะเป็นการดีกว่าถ้าจะให้ศิษย์ของพวกเขาอยู่ห่างๆ ตระกูลหยุนเอาไว้ เพราะผู้อาวุโสไม่สามารถเข้าไปช่วยพวกเขาในประตูมังกรได้หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา ประตูมังกรนั้นไม่เหมือนประตูอื่นๆ ที่ไม่จำกัดระดับการบ่มเพาะ

 

ซานเหนียงยิ้มที่มุมปาก “ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์” ถึงแม้ว่า ซ่งจั่วจะกำชับศิษย์ทุกคนว่าอย่าไปยุ่งกับตระกูลหยุน แต่ก็ยังมีบางคน ที่ไม่สามารถละทิ้งความแค้นไปได้ นั่นก็คือ ม่าหลง ผู้เป็นพี่ชายของม่าหยุน ความแข็งแกร่งของเขามากกว่าม่าหยุนนิดหน่อย

 

ซ่งจั่วหันไปกระซิบกับชวยมุ้ย “เจ้าจงดูแลศิษย์น้องของเจ้าให้ดี อย่าให้นางไปยุ่งกับตระกูลหยุนเด็ดขาด” ชวยมุ้ยพยักหน้าตอบรับ

 

“นายน้อย รักษาตัวด้วย” ฟูเหมยยิ้ม แต่ภายในดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าอย่าได้กังวลไป ข้าจะกลับมาหาเจ้าแน่นอน” ฟูเหมยหยุดยิ้ม นางเองรู้สึกแปลกๆ กับสิ่งที่หลีฟางพูด ราวกับสามีบอกลาภรรยา แต่กลับทำให้ความกังวลของนางหายไปทันที

 

หยุนฉียิ้ม “นายน้อย รักษาตัวด้วย”

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเราไป” หลีฟางเป็นผู้เดินนำกลุ่มเข้าประตูมังกรไป

 

เจียงฟู้มองหลีฟางด้วยสายตาริษยา หลีฟางแย่งทุกอย่างไปจากเขา เด็กนั่นแย่งหยุนรี้ หลานเสวียชิง และชูหลิงไปจากเขา การมายังประตูมังกรครั้งนี้เขามีแผนการจะสร้างความประทับใจให้กับชูหลิงสักหน่อย แต่กลายเป็นว่านางกลับไปอยู่กับหลีฟาง นี่จึงทำให้เขาโกรธจริงๆ เขาพยายามคิดหาวิธีจัดการกับหลีฟางต่างๆ นานา แต่เขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ในเมื่อชูหลิงอยู่กับหลีฟางตลอดเวลา จากนั้นเขาได้หันไปเห็น หยานหมิง และเขาก็เริ่มแสยะยิ้มที่มุมปาก เขามีแผนแล้ว เขาจะต้องรอจังหวะที่หยานหมิง จัดการกับตระกูลหยุน และ เมื่อนั้นเขาจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยหยุนรี้ หลานเสวียชิง และชูหลิง แล้วจากนั้นเขาเริ่มก็มโนไปไกล

 

ในเวลานี้ เหล่ารุ่นเยาว์เริ่มทยอยเข้าประตูมังกรกันแล้ว แต่วันนี้มีจำนวนน้อยลงกว่าวันก่อน เพราะพวกเขาหลายคนบาดเจ็บจำต้องพักฟื้นอย่างน้อย 2 วัน สำนักและตระกูลต่างๆ จึงเลือกที่จะร่วมมือกัน

 

เมื่อหลีฟางเข้ามาภายในประตูมังกร เขาก็มุ่งหน้าไปยังทิศใต้เช่นเดิม เขาจะพาตระกูลหยุนไปฝึกที่หุบเขาเกล็ดมังกร และที่นั่นมีสายแร่เกล็ดมังกรอยู่ แร่เเกล็ดมังกรถือว่าเป็นวัตถุดิบระดับ4ซึ่งมีความคงทนอย่างมาก สามารถนำมาใช้สร้างอาวุธและชุดเกราะชั้นเยี่ยมได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องการ โดยแร่วัตถุดิบนั้นมีทั้งหมด 7 ระดับด้วยกัน

 

เวลาผ่านไปไม่นาน หลีฟางได้นำตระกูลหยุนเดินทางมาถึงจุดที่เขาเคยตั้งค่ายแล้ว และเขายังต้องเดินทางไปอีก 10 กม. ผ่านป่าแห่งความตาย เพื่อไปถึงยังจุดหมาย หุบเขาเกล็ดมังกร ป่าแห่งความตายเป็นป่าทึบ มีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่อยู่ห่างกันพอสมควร แต่ใบไม้กลับปกคลุมหนาแน่นยิ่งนัก ทำให้ภายในของป่าแห่งความตายมืดหม่นอยู่ตลอดเวลา ภายในป่านับเป็นรังอาศัยของเหล่ามังกรทมิฬซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงถูกเรียกขานว่าเป็นป่าแห่งความตาย ป่าแห่งความตายมีความยาวถึง 7 กม. นี่นับว่าเป็นระยะทางที่ใกล้ที่สุดแล้วเพื่อที่จะไปถึงหุบเขาเกล็ดมังกร เมื่อพวกเขาผ่านป่าแห่งความตายมาได้พวกเขาก็จะเจอกับหุบเขาเกล็ดมังกรทันที

 

หลีฟางเดินมาอีก 3 กม. และตอนนี้เขาได้นำกลุ่มของตระกูลหยุนมาถึงหน้าปากทางเข้าป่าแห่งความตายแล้ว ขณะที่เขากำลังจะนำกลุ่มของตระกูลหยุนเดินเข้าไปยังป่าแห่งความตายนั้น ก็ได้มีเสียงของบุรุษตะโกนมาเพื่อเตือนพวกเขา “พวกเจ้าไม่ควรที่จะเข้าไปที่นั่น ที่นั่นคือป่าแห่งความตาย มันอันตรายมาก พวกเจ้าคือตระกูลหยุนใช่หรือไม่” หลีฟางแปลกใจจึงหยุดและหันกลับไปมอง เขาแปลกใจเล็กน้อยที่มีคนเป็นห่วงพวกเขา แล้วก็ได้พบกับบุรุษหน้าหยกผู้หล่อเหลา และสตรีที่งดงามผู้หนึ่ง ความงามของนางอยู่ในระดับงามล่มเมืองเลยทีเดียว สองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เชียหาน และเชียเยว่หวิน พวกเขาเป็นผู้นำกลุ่มคนกว่า 200 คน ผู้ที่ติดตามมาด้วยภายในกลุ่มก็คือตระกูลเชียและตระกูลขนาดใหญ่อีก2ตระกูลร่วมเดินทางมากับเขาด้วย พวกเขาเลือกที่จะร่วมมือกันเพื่อเดินทางผ่านป่าแห่งความตาย ยิ่งมีจำนวนคนเยอะเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งผ่านไปได้ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีตัวล่อเป้าเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 222 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/