0 Views

หลานเสวียชิงทำสีหน้าจริงจัง “ข้าก็จะช่วยนายน้อยอีกแรง”

 

หยุนรี้ยิ้ม “ข้าล่ะอยากจะบดขยี้สำนักมังกรคู่มานานแล้ว” สามสาวต่างรู้สึกเกลียดชังสำนักมังกรคู่ยิ่งนัก พวกเขาสร้างปัญหาให้พวกนางหลายอย่างแล้ว และที่สำคัญสำนักมังกรคู่เป็นศัตรูของหลีฟาง

 

ฟูเหมยรู้สึกจนปัญญากับลูกศิษย์ของนาง นางยิ้ม “ข้าจะเป็นทัพหน้าให้นายน้อยเอง” ถึงแม้ว่ามันจะอันตราย แต่นางก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวอันใด

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเจ้าอาจจะคิดว่าเรื่องนี้มันยาก แต่เจ้าอย่าได้กังวลไป เมื่อข้าไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุด และสำนักของข้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอ เมื่อนั้นข้าจะนำทัพไปจัดการกับสำนักมังกรคู่” หลีฟางแค่รอเวลาเท่านั้น เขามาที่นี่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และเมื่อใดที่จัดตั้งสำนักอย่างเป็นทางการ ก็จะมีคนมาสมัครเข้าร่วมสำนักของเขาเป็นจำนวนมากแน่นอน

 

ฟูเหมยและชูหลิงตกใจ “นายน้อยมีสำนักด้วย?” ฟูเหมยถามด้วยความอยากรู้ “สำนักที่นายน้อยสังกัดสำนักอะไร?” พวกนางไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลีฟางมีสำนัก และสำนักอะไรกันที่สามารถสร้างอัจฉริยะอย่างหลีฟางขึ้นมาได้ ส่วนหยุนรี้และหลานเสวียชิง พวกนางรู้อยู่แล้ว และพวกนางเองก็เป็นศิษย์รุ่นแรกของสำนักราชันหมื่นกระบี่

 

หลีฟางยิ้ม “สำนักราชันหมื่นกระบี่” นี่ทำให้ฟูเหมยและชูหลิงงุนงง พวกนางไม่เคยได้ยินชื่อสำนักนี้มาก่อน

 

ชูหลิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นายน้อย สำนักราชันหมื่นกระบี่เป็นเช่นไรกัน และสำนักนี้ตั้งอยู่ที่ไหน?” นางคิดว่ามันต้องอยู่ไกลมากแน่ๆ เพราะในแคว้นฉี รวมทั้งแคว้นโดยรอบอย่างแคว้นฉู จ้าน ก๊ก ที่อยู่ติดกับแคว้นฉี ล้วนไม่ปรากฏสำนักที่ชื่อราชันหมื่นกระบี่ ด้วยเหตุนี้ทำให้หยุนรี้และหลานเสวียชิงกลั้นหัวเราะไม่อยู่ พวกนางรู้ว่าสำนักราชันหมื่นกระบี่ เป็นสำนักที่หลีฟางกำลังจะจัดตั้งขึ้น

 

หลีฟางยิ้ม “สำนักราชันหมื่นกระบี่ ก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็น ตระกูลหยุนคือศิษย์รุ่นแรกของสำนัก และข้ากำลังคิดว่าจะไปตั้งสำนักที่หุบเขากุหลาบ” นี่ทำฟูเหมยและชูหลิงยิ่งมึนงงเข้าไปใหญ่

 

ฟูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “อย่าบอกนะว่านายน้อยจะจัดตั้งสำนักราชันหมื่นกระบี่”

 

หลีฟางยิ้ม “ถูกต้องแล้ว ข้าจะจัดตั้งสำนักราชันหมื่นกระบี่” หลังจากได้ยินคำยืนยันของหลีฟาง ทำให้ฟูเหมยและชูหลิง ตกตะลึง หลีฟางจะสร้างสำนักขึ้นมาจริงๆ หรือ แต่หลีฟางก็มีคุณสมบัติพอที่จะสร้างสำนักขึ้นมาได้ เพราะว่าเขาสามารถถ่ายทอดคัมภีร์ได้

 

หยุนรี้เอ่ยเสริม “ข้าและหลานเสวียชิง ก็เป็นศิษย์รุ่นแรกของสำนักราชันหมื่นกระบี่”

 

ชูหลิงตกใจ “พวกเจ้าเป็นศิษย์ของสำนักราชันหมื่นกระบี่กันแล้วอย่างนั้นรึ?”

 

หลานเสวียชิงยิ้ม “ถูกต้องแล้วศิษย์พี่หลิง พวกข้าได้เข้าเป็นศิษย์ของสำนักราชันหมื่นกระบี่แล้ว” นี่ทำให้ชูหลิงแปลกใจ ทำไมนางถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

 

ฟูเหมยจึงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “นายน้อย หุบเขากุหลาบมีอสูรมากมาย และมีอสูรระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดอยู่ที่นั่นด้วย มันจึงอันตรายมาก นายน้อยมีวิธีจัดการกับพวกอสูรแล้วอย่างนั้นหรือ?” นางสงสัยจริงๆ ว่า หลีฟางจะจัดการกับอสูรระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดได้อย่างไร

 

หลีฟางยิ้ม “ไม่ใช่ปัญหา ข้ามีวิธีกำจัดพวกมันอยู่แล้ว” นี่ทำให้ชูหลิงและฟูเหมยตกตะลึงอย่างมาก หุบเขากุหลาบ มีราชาอสูรระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุด แม้แต่สำนักใหญ่ทั้ง3ร่วมมือกัน ก็ยังยากที่จะจัดการกับมันเพราะราชาอสูรมีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่านัก และราชาอสูรที่อยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดมันจะมีภูมิปัญญาเกิดขึ้นและสามารถพูดได้ แต่ก็ยังไม่ถือว่าฉลาด หากมันไปถึงระดับอวตารเทพแล้วล่ะก็ มันจะมีภูมิปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์ และสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ สำหรับบนชั้นฟ้านั้นมนุษย์และราชาอสูรล้วนอยู่ร่วมกัน ถึงแม้ว่าราชาอสูรจะมีจำนวนน้อยแต่พวกมันแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ถึง 2 ระดับ

 

เช่น ราชาอสูรระดับอวตารเทพขั้น 1 สามารถต่อสู้กับมนุษย์ที่อยู่ระดับอวตารเทพขั้น 3 ได้เลย ราชาอสูรจึงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก และแม้ว่าการทะลวงขั้นของมันจะใช้เวลามากกว่ามนุษย์ถึง 3 เท่า แต่ตัวมันเองก็มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ 3 เท่าเช่นกัน ราชาอสูรระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุด จึงมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับมนุษย์ระดับอวตารเทพขั้นที่ 1

 

ฟูเหมยถอนหายใจด้วยความหดหู่ นางไม่สามารถเข้าร่วมสำนักราชันหมื่นกระบี่ของหลีฟางได้แล้ว เพราะนางคือว่าที่เจ้าสำนักคนต่อไปของสำนักบึงมังกร ชูหลิงเองก็เช่นกัน นางไม่สามารถเข้าสำนักราชันหมื่นกระบี่ของหลีฟาง เพราะนางได้เข้าสำนักบึงมังกรมาเป็นเวลานานแล้ว สำนักบึงมังกรคาดหวังในตัวพวกนางอย่างมาก ถ้าพวกนางไปถึงระดับอวตารเทพได้ นี่จะสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักอย่างมาก ไม่เหมือนกับหยุนรี้และหลานเสวียชิง พวกนางมาอยู่ที่สำนักบึงมังกรได้ไม่นานและตอนนี้พวกนางก็ออกจากสำนักไปแล้ว

 

หลีฟางรู้ความคิดของพวกนาง เขาจึงเอ่ย “พวกเจ้าอย่าได้ทำหน้าเศร้า ข้าไม่ได้บังคับให้พวกเจ้าเข้าสำนักราชันหมื่นกระบี่ของข้า และสำนักบึงมังกรของเจ้าจะเป็นพันธมิตรของสำนักราชันหมื่นกระบี่ของข้าด้วย” นี่ทำให้ฟูเหมยและชูหลิงรู้สึกโล่งใจ

 

ฟูเหมยยิ้ม “ขอบคุณนายน้อยที่เข้าใจข้า” เพราะนางให้คำสาบานกับหลีฟางแล้ว ถ้าหลีฟางบอกให้นางออกจากสำนักบึงมังกร นางก็จะต้องทำตาม และนางจะกลายเป็นคนอกตัญญูที่ทอดทิ้งสำนักของตัวเองทันที

 

ชูหลิงยิ้ม “ขอบคุณนายน้อยมาก ข้าอยากจะเข้าร่วมสำนักราชันหมื่นกระบี่จริงๆ นะ แต่สำนักบึงมังกรมีบุญคุณต่อข้ามาก ข้าจึงไม่สามารถทอดทิ้งสำนักได้”

ถึงแม้ว่าพวกนางจะไม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์ของสำนักบึงมังกรแล้ว แต่พวกนางก็ยังอยากจะสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักบึงมังกร แต่พวกนางยังไม่อาจตระหนักได้เลยว่าเมื่อพวกนางมีความสามารถขึ้นไปบนชั้นฟ้าได้แล้ว ที่นั่นย่อมไม่มีสำนักบึงมังกร ที่นั่นจะมีแค่นิกายที่ผู้ฝึกตนจากหลากหลายสำนักมารวมตัวกัน และแต่ละนิกายก็จะมีคัมภีร์ระดับเทพสงคราม ผู้ฝึกตนที่เพิ่งจะขึ้นมาบนชั้นฟ้าก็จะถูกเชื้อเชิญโดยนิกายต่างๆ โดยใช้คัมภีร์ระดับเทพสงครามมาล่อลวงพวกเขา และเมื่อพวกเขาได้เข้าร่วมนิกายนั้นๆ แล้ว พวกเขาก็จะได้รับคัมภีร์ระดับเทพสงคราม และในที่สุดพวกเขาก็จะต้องทอดทิ้งคัมภีร์เก่าจากสำนักในอดีตของตนอยู่ดี เนื่องจากยามที่พวกเขาได้รับคัมภีร์พวกเขาจะต้องสาบานว่าจะไม่ถ่ายทอดให้ใครยกเว้นพวกเขาจะดัดแปลงหรือสร้างใหม่ แต่พวกเขาจะดัดแปลงหรือสร้างใหม่ได้อย่างไรกัน ในเมื่อคัมภีร์ที่พวกเขาได้มาอยู่ในระดับเทพสงคราม พวกเขาจะต้องไปถึงระดับเทพสงครามก่อนถึงจะดัดแปลงหรือสร้างคัมภีร์ใหม่จากคัมภีร์ที่พวกเขาได้รับมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสำนักต่างๆ จึงมีคัมภีร์แค่ระดับอวตารเทพ

 

จากนั้นสี่สาวก็ขอคำชี้แนะจากหลีฟางต่อ

 

หน้าประตูมังกร ตอนนี้ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายจึงได้รีบเร่งออกมาจากประตูมังกร สำหรับสำนักใหญ่พวกเขาได้ซากมังกรและสมุนไพรหายากจำนวนมาก และพวกเขาได้เคลียร์พื้นที่รอบๆ ประตูมังกรในระยะ 15 กิโลเมตรเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้พวกเขาก็จะเดินทางเข้าไปลึกเรื่อยๆ ทำให้หลังจากนี้ไปพวกเขาจำเป็นต้องเริ่มตั้งค่ายกันภายในประตูมังกรแล้ว

 

เช้าวันต่อมา หยุนฉี ได้นำรุ่นเยาว์ตระกูลหยุนมาตั้งแถวรอหลีฟาง

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 216 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/