0 Views

 

ฟูเหมยเห็นเจ้าเมืองโมกูกำลังพุ่งเข้าใส่หลีฟาง ทำให้นางโกรธมาก นางจึงได้พุ่งเข้าไปหาเจ้าเมืองโมกูและซัดฝ่ามือใส่อย่างไร้ปรานี  “ปัง” เลือดสาดกระจาย เจ้าเมืองโมกูถูกส่งลอยไปสิบเมตร “ตุบ” เขาตกกระแทกพื้นอย่างแรงและเขากระอักเลือดออกมาคำโต นี่ทำให้เจ้าเมืองโมกูหน้าซีดขาว เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น เขาต้องใช้พลังวิญญาณฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจำนวนมาก และใช้เวลาหลายวันแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาเหลือให้เขาอีกแล้ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ ใครจะคิดว่าเขาจะตายเพราะคำพูดของเด็กอายุ 16 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ตระกูลของเขาต้องมาจบสิ้นด้วยน้ำมือของเด็กอายุ 16 เขาจะมีหน้าไปพบกับบรรพบุรุษของเขาได้อย่างไรกัน

 

ฟูเหมยประกาศ “วันนี้สำนักบึงมังกรจะขอกำจัดมารร้ายให้หมดไปจากแคว้นฉี”

 

“ฆ่าพวกมันให้หมด” ผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักตะโกนด้วยความเดือดดาล

 

เหล่าผู้อาวุโสของสำนักบึงมังกรพุ่งเข้าหาตระกูลเฟิงทันที และตามด้วยฝูงชนที่กำลังเดือดดาล

 

ซ่งจั่วทำหน้าโกรธแค้น “สำนักมังกรทมิฬไปกำจัดมารร้ายและล้างแค้นให้กับศิษย์ที่ถูกตระกูลเฟิงฆ่าตายไปด้วย” จากนั้นผู้อาวุโสของสำนักก็พุ่งไปด้านหน้า เขาห่ำหั่นตระกูลเฟิงทันที พวกเขาต้องการที่จะระบายความโกรธแค้นของพวกเขาที่ศิษย์ของเขาถูกฆ่าตาย

 

ฝูงชนไม่รอช้าเข้าห่ำหั่นตระกูลเจ้าเมืองทันที ตระกูลเฟิงไม่รอช้าหนีเอาตัวรอด พวกเขาหนีไปคนละทางทิ้งให้เจ้าเมืองโมกูนอนอยู่กับพื้น ไม่มีใครสนใจจะช่วยเหลือเขา แม้แต่น้องชายของเขา เฟิงจง ก็หนีเอาชีวิตรอด

 

“ตูม ตูม ตูม อ๊ากกกก” ตระกูลเฟิงพยายามจะฝ่าวงล้อมหนีออกไปแต่ด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักบึงมังกรและสำนักมังกรทมิฬสกัดกั้นพวกเขาไว้ ทำให้พวกเขาได้แต่ตกตายอย่างอนาถ

 

เจ้าเมืองโมกูเห็นคนของตระกูลเฟิงตกตายเป็นจำนวนมากเขาได้แต่กรีดร้อง “ม่ายยยยยยยยย ” จากนั้นเขาจ้องมองหลีฟางด้วยสายตาแดงก่ำ การจ้องมองของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาต “เจ้าเด็กปีศาจต่อให้ข้าตายกลายเป็นวิญญาณข้าก็จะตามหลอกหลอนเจ้า ข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมาน ให้เจ้าต้องร้องขอความตายจากข้า” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

“ตูม ตูม อ๊ากกกก” เฟิงจงตกตายภายใต้เงื้อมมือของฟูเหมย จากนั้นนางก็พุ่งไปหาเจ้าเมืองโมกูทันที

 

“อัก” เจ้าเมืองโมกูที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ไม่สามารถหัวเราะได้อีกต่อไป เพราะฟูเหมยเอามือบีบที่คอของ เจ้าเมืองโมกู จากนั้นนางหันมาถามหลีฟาง “นายน้อยจะให้ข้าทำอย่างไรกับเจ้าหมาแก่ชั่วช้านี้ดี”

 

หลีฟางยิ้ม “ปลิดชีพมันซะ” หลีฟางพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ราวกับว่าเขาสั่งฆ่ามดตัวนึง เจ้าเมืองโมกูสายตาว่างเปล่า เขาจบสิ้นแล้ว เขาอยากจะหัวเราะให้กับชีวิตอันบัดซบของเขา แต่เขาไม่สามารถทำได้เพราะฟูเหมยบีบคอของเขาอยู่ ถึงตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวต่อความตายขึ้นมาบ้างแล้ว เขาน้ำตาไหลทำหน้าตาอ้อนวอนฟูเหมย นี่เป็นความผิดของเขาทั้งหมด ถ้าเขาปล่อยหลานเสวียชิงไป ปล่อยตระกูลหยุนไป เราคงไม่ต้องพบจุดจบแบบนี้ ตระกูลของเขาพังพินาศเพราะผู้หญิงคนเดียว

 

ฟูเหมยหันมาใช้รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของนางยิ้มให้กับ เจ้าเมืองโมกู นางไม่สนใจแววตาอ้อนวอนขอชีวิตของเจ้าเมืองโมกูแม้แต่น้อย ใครใช้ให้เขามาเป็นศัตรูกับนายน้อยของนางกัน”กร๊อบ กร๊อบ” เสียงกระดูกแตกหัก ฟูเหมยบีบคอของเจ้าเมืองโมกูอย่างช้าๆ นางต้องการจะทรมานเขา “อัก อัก แครก แครก” เจ้าเมืองโมกู หายใจไม่ออก เขาทรมานอย่างมาก เขาอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดออกมาไม่ได้ จากนั้นฟูเหมยก็เบื่อ นางจึงซัดฝ่ามือไปที่หน้าอก ของเจ้าเมืองโมกู “ปัง” แกนกลางกายาแตกสลาย เจ้าเมืองโมกูตกตายอย่างไม่ยินยอม ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับตัดสวรรค์การจะฆ่าพวกเขาคือต้องทำลายแกนกลางของกายาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาจะสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ตลอด ไม่ว่าจะขาขาด แขนขาด หัวขาด เขาก็จะสามารถฟื้นฟูได้ตลอด

 

ตระกูลเจ้าเมืองตกตายอย่างรวดเร็ว สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว

 

ซ่งจั่วส่ายหัวและไม่พูดอะไร เขามองหลีฟางด้วยสายตาแปลกประหลาด ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร

 

หลังจากตระกูลเฟิงถูกฆ่าตายหมด หยานหมิงและหยานจงก็หันหลังกำลังจะเดินกลับ แต่ก็มีเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้

 

หลีฟางยิ้มและพูด “ข้าต้องขอโทษสำนักมังกรคู่ด้วย ที่ข้าได้ฆ่าศิษย์ของสำนักมังกรคู่ พวกข้าแค่ป้องกันตัวเอง หวังว่าสำนักมังกรคู่จะไม่ถือสาหาความจากตระกูลหยุน” นี่ทำให้หยานจงแทบจะสะดุดล้ม หลีฟางมันเอาแล้ว

 

หยานจงหันมาฝืนยิ้มแล้วเอ่ย “สหายน้อย เจ้าสบายใจได้ เนื่องจากเฟิงเฉินคิดชั่วช้าอยากเป็นโจร มันสมควรตายแล้ว มันไม่นับว่าเป็นศิษย์ของสำนักมังกรคู่”

 

หลีฟางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ท่านเจ้าสำนักมังกรคู่ ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย ท่านก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเหมือนกับพวกข้า ถูกตระกูลเฟิงจูงจมูก ทำให้ต้องสูญเสียปรมาจารย์เยียนหยาน ข้าเห็นใจพวกท่านนะ” หลีฟางไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะเอาคืนหยานจงอยู่แล้ว

 

นี่ทำให้ หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ฟูเหมย หัวเราะ และพวกฝูงชนต่างก็รู้สึกขำขัน

 

หยานจงแทบกระอักเลือด เขาถูกเด็กน้อยด่าต่อหน้าฝูงชน แต่เขาทำได้เพียงกล้ำกลืนความโกรธแล้วเดินจากไป หยานหมิงเขม้นมองหลีฟางด้วยความอาฆาต เจ้าพวกตระกูลหยุน เมื่อพวกเจ้าก้าวเข้าไปในประตูมังกรอีกเมื่อไหร่ เมื่อนั้นจะเป็นเวลาตายของพวกเจ้า

 

เหตุการณ์กลับเข้าสู่ความสงบ รุ่นเยาว์จากสำนักและตระกูลต่างๆ ก็ได้ทยอยกันเข้าไปภายในประตูมังกร

 

ส่วนหลีฟางนั้นพาคนของตระกูลหยุนกลับไปพักฟื้นที่ค่ายของตระกูลหยุน

 

เหล่าตระกูลใหญ่ของเมืองโมกู ต่างรีบส่งสายข่าวกลับไปแจ้งเรื่องให้แก่ตระกูลของตนเองทราบทันที ว่าตระกูลเฟิงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นตระกูลเจ้าเมืองอีกต่อไปแล้ว และให้ร่วมมือกันเพื่อกำจัดตระกูลเฟิงโดยทันที เพราะตอนนี้กองกำลังของตระกูลเฟิงเหลือน้อยมาก ทำให้ง่ายต่อการกำจัดโดยใช้ข้ออ้างว่าตระกูลเฟิงเป็นตระกูลมารร้าย นี่จะทำให้พวกเขากำจัดตระกูลเฟิงได้อย่างไม่มีข้อครหา หลังจากจบเรื่องประตูมังกร พวกเขาก็จะต้องจัดการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งเจ้าเมืองกันต่อไป พวกเขาไม่มีแผนที่จะต้องการเปิดสงครามระหว่างกัน เพราะสงครามจะทำให้พวกเขามีแต่การสูญเสียอย่างมาก พวกเขาจึงคิดหาวิธีเพื่อจัดอันดับความแข็งแกร่งของตระกูลใหญ่ และคัดเลือกว่าตระกูลไหนสมควรจะได้เป็นตระกูลเจ้าเมือง

 

ภายในกระโจมของหลีฟาง

 

หลีฟาง หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ฟูเหมย และ หยุนฉี ประชุมกัน

 

หยุนฉีเอ่ยด้วยความเป็นกังวล “นายน้อย ข้ารู้สึกเป็นห่วงตระกูลหยุนที่เมืองโมกู ข้าไม่รู้ว่าตระกูลเฟิงจะไปล้างแค้นให้กับเจ้าเมืองโมกูหรือเปล่า”

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ข้าได้ให้เจ้าแก่เทียนฟาน ไปคุ้มครองพวกเขาไว้แล้ว”

 

นี่ทำให้หยุนฉีตกตะลึง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ “เทียน….ฟาน….เจ้า….สำ…..นัก….บึง…..มัง…กร คน…..นั้น.”

เขาไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง หลีฟางสามารถสั่งให้เทียนฟานไปคุ้มกันตระกูลหยุนได้อย่างไรกัน เขาเป็นถึงเจ้าสำนักเชียวนะ

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 212 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/