0 Views

เจ้าเมืองโมกูทำหน้าเศร้าเสียใจแล้วเริ่มเล่าเรื่อง

“เมื่อคืนนี้ เฉินเอ๋อเห็นอุกกาบาตตกภายในประตูมังกร เขาจึงต้องการเข้าไปค้นหาอุกกาบาตนั่น ในตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ภายในประตูมังกรอันตรายมาก ข้าจึงห้ามเขาไม่ให้เข้าไป แต่เฉินเอ๋อบอกว่าเขาจะนำอุกกาบาตนี้ไปมอบให้กับสำนักมังกรคู่ เฉินเอ๋อกล่าวด้วยความแน่วแน่ ไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เขานั้นหวังว่าจะทดแทนบุญคุณของสำนักมังกรคู่และอาจารย์ของเขาที่อยู่บนสวรรค์ ข้าจึงใจอ่อนปล่อยเขาไป “

 

เจ้าเมืองโมกูเล่าเรื่องอย่างไหลลื่นไม่ติดขัด และบอกว่าเฟิงเฉินมีความกตัญญูต่อสำนักมังกรคู่และอาจารย์ของเขาอย่างมาก

“ข้าจึงส่งคนไปขอร้องท่านม่าหยุนและพี่น้องของเขา ให้ช่วยมาคุ้มกันเฉินเอ๋อเพื่อที่จะเข้าไปภายในประตูมังกรเพื่อค้นหาอุกกาบาต ในระหว่างทางมีมังกรทมิฬปรากฏตัวมากมายทำให้พวกเขาเดินทางกันอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดพวกเขาได้ทำมันสำเร็จ พวกเขาเจออุกกาบาต แต่ในระหว่างทางที่พวกเขากำลังจะขนอุกกาบาตกลับออกมานั้น ตระกูลหยุนกลับดักปล้นและฆ่าพวกเขาทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยม ตระกูลหยุนนั่นแหละที่เป็นโจร”

 

เขาเล่าอย่างกับว่าได้เดินทางไปด้วยตนเอง อุกกาบาตเป็นสิ่งล้ำค่า เป็นที่ต้องการของสำนักใหญ่ เนื่องจากอุกกาบาตมีพลังงานสวรรค์จำนวนมากจากการดูดซับพลังงานของแสงอาทิตย์มาเป็นเวลานาน มันย่อมช่วยส่งเสริมการบ่มเพาะของผู้ฝึกตนได้อย่างรวดเร็ว นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกชื่นชมการกระทำของเฟิงเฉิน ที่เขามีความกล้าหาญและกตัญญูต่อสำนักกับอาจารย์ที่ตายไปของเขา แต่ก็มีหลายคนที่รู้ว่านี่เป็นแค่เรื่องโกหก

 

ด้วยเหตุนี้ฝูงชนจำนวนหนึ่งเริ่มโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที “ตระกูลหยุนช่างโหดเหี้ยมนัก”

 

รุ่นเยาว์คนหนึ่งเอ่ย “ตระกูลหยุนพวกเจ้าต้องได้รับโทษ พวกเจ้าฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น” เห็นพวกเขาด่าตระกูลหยุนแบบนี้ แต่ถ้าเป็นพวกเขา พวกเขาก็จะลงมือโดยไม่สนใจอะไรเช่นกัน เพราะอุกกาบาตเป็นสิ่งที่สร้างความโลภให้กับทุกคน

 

เสียงที่โกรธเกรี้ยวดังมาจากด้านข้างของเจ้าเมืองโมกู “ตระกูลหยุนพวกเจ้าช่างชั่วร้ายและโหดเหี้ยมยิ่งนัก เป็นโจรร้ายดักปล้นฆ่าผู้คนยามค่ำคืน เจ้าเมืองโมกูข้าจะช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตระกูลเฟิงเอง วันนี้ตระกูลหยุนต้องถูกลงทัณฑ์ พวกเราต้องร่วมมือกันกำจัดมารร้าย” นี่ไม่ใช่เสียงของใครนอกจากหยานหมิง เขาเกลียดชังตระกูลหยุนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้ล้างความอัปยศให้กับสำนักของเขา และถ้าเขาจัดการตระกุลหยุนได้ เขาจะได้อุกกาบาตด้วย นี่มีแต่ได้กับได้

 

หยานหมิงยิ้มและคิดในใจ เฟิงเฉิน อย่างน้อยเจ้าก็ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสำนัก การตายของเจ้าช่วยข้าได้มากเลย

 

เจ้าเมืองโมกูเห็น หยานหมิง ออกมาสนับสนุนเขา “ขอบคุณนายน้อยหยานหมิง ที่ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้กับหมิงเอ๋อ” เขารู้สึกว่าเขามีโอกาสแก้แค้นตระกูลหยุนได้แล้ว

 

หยานหมิงถอนใจแล้วทำหน้าเศร้า “เจ้าชายเฟิงเฉิน เป็นศิษย์น้องของข้า ข้ารักเขาเหมือนน้องชายแท้ๆ ข้าจะไม่ยอมให้เขาตายเปล่า นอกจากนี้เขายังเป็นศิษย์หลักของสำนักมังกรคู่เราอีก สำนักมังกรคู่จะไม่นิ่งดูดาย” จากนั้นหยานหมิงก็หันไปมอง ฟูเหมย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ปรมาจารย์ฟูเหมย ท่านไม่ควรจะปกป้องตระกูลโจร นี่เป็นการทำให้ชื่อเสียงของท่านที่สร้างมาอย่างยาวนานต้องแปดเปื้อน” เขามีความมั่นใจว่าฟูเหมยคงไม่ยอมเอาชื่อเสียงของนางมาแลกเพื่อตระกูลหยุนแน่ๆ และนี่จะทำให้ไม่มีใครมาปกป้องตระกูลหยุนอีกต่อไป เขาจะจับหลานเสวียชิงและหยุนรี้มาทำเป็นนางบำเรอของเขา หลังจากจบเรื่องนี้ เขายังจะได้ชื่อเสียงจากการกำจัดตระกูลมารร้าย เขารู้สึกขอบคุณเฟิงเฉินจริงๆ ที่ทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มหาศาลนี้

 

ฟูเหมยยิ้ม นางรู้เรื่องทุกอย่างจากชูหลิงหมดแล้ว แต่แม้ชูหลิงจะไม่เล่าให้นางฟัง นางก็ยังเชื่อมั่นว่าหลีฟางคงจะไม่นำคนไปฆ่าคนอื่นเพื่อแย่งชิงอุกกาบาตแน่ๆ เพราะอุกกาบาตไม่มีค่าในสายตาของหลีฟาง “ข้าเชื่อว่านายน้อยหลีฟางไม่ได้ทำอย่างที่ตระกูลเฟิงกล่าวหา และชูหลิง หลานเสวียชิง หยุนรี้ พวกนางเป็นลูกศิษย์ของข้า พวกนางก็อยู่กับตระกูลหยุนด้วย ถ้าเจ้าเมืองโมกูกล่าวหาว่า ตระกูลหยุนเป็นโจรก็เท่ากับว่ากล่าวหาสำนักบึงมังกรของข้าด้วย” นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจ แต่พวกเขารู้ว่า ชูหลิง ศิษย์เอกของสำนักบึงมังกรเข้าไปพร้อมกับตระกูลหยุน แล้วนี่ใครพูดความจริงกันแน่ พวกเขาเริ่มสับสน

 

ฟูเหมยจ้องเจ้าเมืองโมกูและเอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าเมืองโมกู เจ้ากล้าใส่ร้ายสำนักบึงมังกรของข้าอย่างนั้นรึ” นี่ทำให้สีหน้าของเจ้าเมืองโมกูกลายเป็นน่าเกลียด เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร สำนักบึงมังกร ไม่ใช่สำนักที่เขาจะไปต่อแยด้วยได้

 

มีเสียงดังมาจากด้านหลังของหยานหมิง “ปรมาจารย์ฟูเหมย นี่ไม่ใช่ว่าท่านกำลังข่มขู่เจ้าเมืองโมกูอยู่หรอกรึ” นี่ไม่ใช่ใครนอกจากหยานจง เมื่อหยานหมิงเห็นหยานจงมาเขาก็ยิ้มอย่างมั่นใจ เจ้าเมืองโมกูก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา ถ้าสองสำนักใหญ่ร่วมมือกันกดดันสำนักบึงมังกรล่ะก็ สำนักบึงมังกรจะต้องยอมถอยอย่างแน่นอน

 

นี่ทำให้ผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักบึงมังกรงงงวย ทำไมฟูเหมยถึงได้ปกป้องตะกูลหยุน แต่พวกเขาไม่รอช้ารีบเข้ามายืนด้านข้างของตระกูลหยุนทันที นี่เป็นสัญญาณว่าพวกเขาสนับสนุนตระกูลหยุน

 

ชูหลิง หลานเสวียชิง หยุนรี้ ก็ยืนอยู่ด้านข้างของหลีฟาง พวกนางเป็นกังวลอย่างมาก ต่างจากหลีฟางที่ยืนยิ้มอย่างกับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเขา เขาต้องการจะดูละครลิงต่อไป

 

ซ่งจั่วยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่เขาคอยสังเกตหลีฟางอยู่ เนื่องจากเขารู้สึกแปลกๆ กับเด็กคนนี้ สัญชาตญาณของเขาร้องว่าไม่ควรจะไปตอแยกับเด็กคนนี้ เขาจึงเลือกที่จะยืนอยู่เงียบๆ รอดูสถานการณ์ไปก่อน

 

ชวยมุ้ยขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ แต่เขาก็ยังไม่พูดอะไร

 

ซานเหนียงหงุดหงิด นางกำลังจะอ้าปากพูด แต่ซ่งจั่วห้ามนางไว้ นางจึงสงสัยอย่างมากเพราะศิษย์ของสำนักมังกรทมิฬตายไปถึง 4 คน และม่าหยุนก็เป็นศิษย์อาวุโสด้วย สำนักไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้

 

หยานจงยิ้มและพูดต่อ “ข้าได้ข่าวมาว่าศิษย์ของตระกูลหยุนได้แย่งคู่หมั้นของเฟิงเฉินไป พวกเขามีความบาดหมางกันอยู่ก่อนแล้ว ไม่แปลกที่ตระกูลหยุนจะดักปล้นตระกูลเฟิงและฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม เพื่อกำจัดศัตรูหัวใจของพวกเขา บวกกับอุกกาบาตเป็นสิ่งที่สร้างความโลภให้กับผู้คน ตระกุลหยุนได้เกิดความโลภขึ้นจึงไปดักปล้นตระกูลเฟิง ทุกคนคิดว่าอย่างไร พวกเรายังจะปล่อยให้ตระกูลมารร้ายลอยนวลไปได้อย่างไรกัน” นี่ทำให้ฝูงชนเริ่มเอนเอียงไปทางเจ้าเมืองโมกูมากขึ้น

 

“ท่านเจ้าสำนักมังกรคู่กล่าวถูกแล้ว ตระกูลหยุนช่างเลวทราม พวกเราจะไม่ปล่อยให้ตระกูลโจรลอยนวลไปได้” ฝูงชนเริ่มตะโกน

 

“ปรมาจารย์ฟูเหมย ท่านไม่ควรจะปกป้องตระกูลมารร้าย” ฝูงชนตะโกน

 

“ตระกูลมารร้ายต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม พวกเขาต้องถูกตัดหัวเสียบประจานทั้งตระกูล” ฝูงชนเริ่มเดือดดาลแล้ว

 

หยานหมิง หยานจง เจ้าเมืองโมกู ยิ้มอย่างพึงพอใจ ตระกูลหยุนไม่รอดแน่

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 200 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/