0 Views

หยุนรี้ยิ้มอย่างพึงพอใจ ถึงแม้ว่านางจะไม่เคยฆ่าคนมาก่อน และนี่คือการฆ่าคนครั้งแรกของนาง แต่นางก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย นางได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว ถ้านางจะติดตามหลีฟาง นางจะต้องฆ่าคนเป็นจำนวนมาก เพราะเขาเคยบอกนางเอาไว้แล้วว่าเขามีศัตรูจำนวนมาก ใครก็ตามที่คิดจะต่อต้านนายน้อยของนาง นางจะไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะปลิดชีพพวกมันอย่างไร้ความปรานี

 

หลานเสวียชิงเห็นหยุนรี้ฆ่าคุณฟานอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี นี่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ เพราะถึงแม้ว่าหยุนรี้จะเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่นางก็อ่อนโยนเช่นกัน แล้วนางก็เริ่มเข้าใจเพราะนี่คือสงคราม ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา ต้องกำจัดศัตรูด้วยความรวดเร็วและไร้ความปรานี เพราะในสงครามไม่มีคำว่าปรานี จากนั้นหลานเสวียชิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และทำหน้าจริงจัง ถึงเวลาที่นางต้องฆ่าคนแล้ว ใครก็ตามที่กล้าต่อต้านหลีฟางต้องตายทุกคน

 

ตอนนี้หลานเสวียชิงจ้องมองจี้เฉาด้วยสายตาเย็นชาและเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า นี่ทำให้สัญชาตญาณของจี้เฉาร้องบอกให้เขารีบหนีไปทันที จี้เฉาหันไปเห็นม่าหยุนกำลังจะลอบโจมตีชูหลิงจากด้านหลัง แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คุณฟานก็ตายอย่างอนาถไปแล้ว เขาจะไม่ยอมตายไปด้วยอีกคน จี้เฉาตัดสินใจหันหลังและวิ่งหนีทันที เขาต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของเขา เขาอยากจะมีขางอกออกมาอีกสักสองข้างเพื่อเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นอีก เขาอยากจะไปให้พ้นๆ จากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด เขาไม่สนใจพวกพ้องของเขาอีกต่อไป แต่เมื่อเขาก้าวเท้าออกมาได้สามก้าว “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว” เขาได้ยินเสียงกระบี่จำแลงน้ำแข็งจำนวน 20 เล่มของหลานเสวียชิง กำลังพุ่งตามหลังมาติดๆ แต่ก่อนที่เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทัน “ปัง ปัง ปัง” กระบี่จำแลงน้ำแข็งชนกับออร่ามังกรทมิฬ ออร่ามังกรทมิฬสามารถทนการโจมตีของกระบี่จำแลงน้ำแข็งได้แค่ 3 เล่ม ก่อนที่มันจะพังทลาย “ฉึก ฉึก ฉึก อ๊ากกกกกกก” จี้เฉากรีดร้องโหยหวน กระบี่จำแลงน้ำแข็งจำนวน 17 เล่มปักทั่วร่างกายของจี้เฉา และตอนนี้จี้เฉาได้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งชิ้นหนึ่งเสียแล้ว เขาตายอย่างสวยงาม

 

การตายของจี้เฉาทำให้ม่าหยุนตกใจ ตอนนี้พี่น้องของเขาตกตายอย่างรวดเร็ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมตระกูลหยุนที่เป็นแค่ตระกูลขนาดกลางถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเขาเป็นตระกูลขนาดกลางจริงๆ หรือ? ไหนใครบอกว่างานนี้ง่ายๆ อย่างไรล่ะ แล้วทำไมพี่น้องของเขาถึงได้ตกตายตามกันถึงสองคน คนหนึ่งกลายเป็นเถ้าถ่าน อีกคนหนึ่งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง แต่ถ้าคิดอีกทีก็คือตัวเขาเองนั่นแหละที่บอกว่างานนี้ช่างง่ายดาย มันเป็นความผิดของเขาทั้งหมด เขารู้สึกแค้นใจ เขาจะต้องลบตระกูลหยุนออกไปจากโลกนี้ให้ได้ เพื่อล้างแค้นให้กับพี่น้องของเขา

 

“อ๊ากกกกกกกก” เจิ้นหมินกรีดร้องอย่างโหยหวน ตอนนี้ร่างกายของเขาถูกกระบี่จำแลงของหยุนชิวและหยุนโซ ปักเต็มตัวจนไม่เหลือที่ว่างให้ปักอีกแล้ว เจิ้นหมินตกตายอย่างไม่ยินยอม เขารู้สึกเสียใจที่ติดตามม่าหยุน และรู้สึกเจ็บแค้นเฟิงเฉินที่หลอกให้พวกเขามาตาย นี่เป็นความอัปยศของพวกเขาที่ถูกตระกูลหยุนที่พวกเขาคิดว่าเป็นแค่มดปลวกสามารถบดขยี้พวกมันอย่างไรก็ตาย

 

เมื่อม่าหยุนเห็นเจิ้นหมินตกตาย เขาควบคุมสติไม่อยู่หลุดตะโกนออกมา”เจิ้นหมิน” พี่น้องของเขาตายจากไปหมดแล้ว และเมื่อเขาดึงสติกลับมา เขาก็สัมผัสเข้ากับดวงตาสีเขียวเหมือนหยกคู่งามกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ดึงดูดใจ รอยยิ้มนี้สามารถละลายใจบุรุษได้เลย จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียง “พึบ พึบ” เสียงปักษาวายุสะบัดปีกของมันสร้างเป็นพายุทอร์นาโด ภายในพายุมีกระบี่จำแลงสายลมจำนวนมาก และม่าหยุนคือศูนย์กลางของพายุทอร์นาโดลูกนี้ ม่าหยุนไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว เขาตกอยู่ภายในพายุทอร์นาโด และพายุทอร์นาโดกำลังจะกลืนกินเขาทั้งเป็น เขากำลังจะตายและไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ เขานึกย้อนกลับไป ทำไมกัน ทำไมเขาต้องรับงานนี้ด้วย? เพราะมันง่ายและได้เงินดีแถมยังมีสาวงามอีกสองคนให้เขาได้เสพสุขอย่างนั้นรึ? แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เขากำลังจะถูกสาวงามที่เขาคิดจะย่ำยีฆ่าตาย มันไม่สมควรเป็นแบบนี้ ตอนนี้แววตาของม่าหยุนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “อ๊ากกกกก อ๊ากกกกก อ๊ากกกก” เสียงกรีดร้องของม่าหยุนเต็มไปด้วยความโหยหวน เขาถูกพายุทอร์นาโดฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความโหดเหี้ยม เศษเนื้อปลิวว่อนเต็มท้องฟ้าและฝนโลหิตก็ตกลงมาใส่เหล่าศิษย์ของตระกูลเฟิง นี่เป็นฉากการตายที่น่ากลัวและน่าสยดสยองอย่างมาก ศิษย์ของตระกูลเฟิงเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวัง พี่น้องของพวกเขาตกตายเป็นจำนวนมาก และตอนนี้พวกเขาก็กำลังตกอยู่ในวงล้อมของตระกูลหยุน ตระกูลหยุนเป็นแค่ตระกูลขนาดกลางของเมืองโมกู พวกเขาทรงพลังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นี่เป็นคำถามที่พวกเขาถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ศิษย์ของตระกูลเฟิงตะโกนถามเฟิงเฉิน “เจ้าชาย พวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ 4 นักฆ่าของสำนักมังกรทมิฬได้ตกตายไปหมดแล้ว พวกเราควรจะรีบหนีกันได้แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวความตาย ตอนนี้พวกเขาติดอยู่ในวงล้อมของตระกูลหยุนและพวกเขาถูกเชือดเฉือนอยู่ฝ่ายเดียว

 

ศิษย์ของตระกูลหยุนหัวเราะ “พวกเจ้ายังคิดว่าจะรอดไปได้อยู่อีกหรือ ตั้งแต่ที่พวกเจ้าตกอยู่ในค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลงของพวกเรา ก็เท่ากับพวกเจ้าเป็นคนที่ตายไปแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวเท่านั้น” นี่ทำให้ตระกูลเฟิงหวาดกลัวและงงงวย พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลงมาก่อน มันเป็นคัมภีร์ระดับใดกัน ทำไมมันถึงได้ทรงพลังเช่นนี้

 

เฟิงเฉินตอนนี้สีหน้าของเขาดำมืด พูดพึมพำเหมือนคนบ้า “มันเกิดอะไรขึ้น? มันไม่ใช่เรื่องจริง? นี่ต้องเป็นภาพลวงตา” เฟิงเฉินนำรุ่นเยาว์ของตระกูลเฟิงมา 60 คน แต่ตอนนี้พวกเขาตกตายไป 30 คนแล้ว นี่ผ่านไปแค่ไม่ถึง 5 นาที นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ถ้ารุ่นเยาว์ของตระกูลเฟิงตายหมดแล้วล่ะก็ ตระกูลเฟิงจะรักษาตำแหน่งเจ้าเมืองไว้ได้อีกนานแค่ไหนกัน และการที่พวกเขาจะสร้างรุ่นเยาว์ขึ้นมาใหม่ พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรและเวลามากมาย และตอนนี้ไม่มีเวลาให้เขาคิดอีกต่อไปแล้ว เฟิงเฉินตัดสินใจหนีทันทีเขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เฟิงเฉินเปิดใช้กายาเต่ามังกรแล้วเรียกชุดเกราะออกมา จากนั้นหันหลังแล้ววิ่งหนีในทันที เขาไม่สนใจคนอื่นอีกแล้ว ขนาดสี่นักฆ่าจากสำนักมังกรทมิฬยังตกตายหมด แล้วเขาจะอยู่ทำไม เขายังไม่อยากตาย

 

“เจ้าชายเฟิงเฉิน” ศิษย์ของตระกูลเฟิงตะโกน พวกเขารู้สึกหมดหวัง เจ้าชายของพวกเขาหันหลังวิ่งหนีไปแล้ว

 

จากนั้นก็มีคนตะโกนด่าเฟิงเฉิน “เฟิงเฉิน เจ้าคนขี้ขลาด ข้าขอให้เจ้าตายอย่างอนาถ” เฟิงเฉินแข็งแกร่งกว่าพวกเขาและมันวิ่งหนีไปแล้ว มันไม่คิดจะช่วยเหลือพวกเขาเลย แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าเฟิงเฉินคงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี พวกเขาได้แต่สาปแช่งเฟิงเฉินที่พาพวกเขามาตาย พวกเขายังไม่อยากตาย

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าชายเฟิงเฉินผู้สูงศักดิ์ ไหนท่านบอกว่าจะฆ่าข้าอย่างไรล่ะ แล้วไฉนท่านถึงได้หันหลังวิ่งหนีด้วยเล่า” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างเหยียดหยาม เฟิงเฉินไม่สนใจคำยียวนของหลีฟาง เขาจะไม่หันกลับไปมองเจ้าปีศาจนั่นเป็นครั้งที่สอง เขาจะวิ่งหนีมันไปให้ไกลที่สุด ตอนนี้เฟิงเฉินหวาดกลัวเข้าไปถึงจิตวิญญาณของเขาแล้ว

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 190 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/