0 Views

หลีฟางลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่ง หยุนรี้รู้สึกถึงการขยับตัวของหลีฟาง นางจึงถาม “นายน้อยจะไปไหน?”

 

หลีฟางยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “ได้เวลา”

 

หยุนรี้สงสัยจึงเอ่ยถาม “ได้เวลา?”

 

หลีฟางยิ้ม “แขกที่ข้ากำลังรออยู่ มาถึงแล้ว”

 

ชูหลิงแปลกใจ “เป็นใครกัน” พวกนางต่างสงสัยว่าหลีฟางนัดใครไว้

 

หลีฟางยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “เฟิงเฉิน” นี่ทำให้หลานเสวียชิงโกรธขึ้นมาทันที

 

หลานเสวียชิงเอ่ยด้วยเสียงโกรธแค้น “ในที่สุดเจ้าก็มา สารเลวเฟิงเฉิน” นี่ทำให้หยุนรี้และชูหลิงยิ้มอย่างน่าสยดสยอง พวกนางรอโอกาสที่จะแก้แค้นให้กับหลานเสวียไป๋มานานแล้ว

 

หลีฟางยิ้ม “ไปต้อนรับแขกของเรากันเถอะ” หลีฟางและสามสาวก็เดินออกจากกระโจม

 

ศิษย์ที่เฝ้ายามแปลกใจเมื่อเห็นหลีฟางและสามสาวเดินออกมากลางดึก “นายน้อยจะไปไหนขอรับ”

 

หลีฟางยิ้ม “แขกของเรากำลังจะมา บอกให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ระวังตัวด้วย” ศิษย์คนนั้นรู้ทันทีว่ากำลังจะมีเหตุร้าย จึงรีบวิ่งไปตามทุกคนให้มารวมตัวกัน

 

หยุนชิวและหยุนโซรีบวิ่งมาทันที “นายน้อยมีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ”

 

หลีฟางยิ้ม “เตรียมตัวให้พร้อม กำลังจะมีการนองเลือดครั้งใหญ่” หยุนชิวและหยุนโซรู้ทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

 

หยุนโซประกาศด้วยใบหน้าจริงจัง “เตรียมตัวตั้งค่ายกล” ทุกคนรีบวิ่งมายืนด้านข้างของหลีฟาง และเรียกอาวุธชุดเกราะของพวกเขาออกมาทันที

 

หลีฟางยิ้ม “ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงแล้วทำไมไม่แสดงตัวออกมาล่ะ” หลังจากหลีฟางพูดจบ ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไร แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าคนจำนวน 60 คน เดินออกมาจากป่า

 

เมื่อใบหน้าของพวกเขาปะทะเข้ากับแสงจันทร์ยามค่ำคืน มีหนึ่งใบหน้าที่พวกเขาคุ้นตา นั่นก็คือเฟิงเฉินนั่นเอง

 

เฟิงเฉินหัวเราะ และยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “ไง เจ้าสารเลวน้อย และนังแพศยา” เขาพูดอย่างช้าๆ และเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอำมหิต

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าน่าจะพาคนมาสัก 300 คนนะ ถ้าคิดจะฆ่าข้า ไม่ใช่พาพวกกระจอกๆ พวกนี้มา”

 

“เจ้าเด็กน้อยสารเลวนี่หรอกรึที่เจ้าต้องการให้พวกข้าจัดการ นี่ไม่เป็นการฆ่าไก่ด้วยมีดฆ่าโคหรอกรึ” ชายชุดดำ 4 คนเดินออกมา 4คนนี้ไม่ใช่ใครนอกจากนักฆ่าจากสำนักมังกรทมิฬ พวกเขาอยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด 1 คน และ ขั้น9 1 คน อีก 2 คนอยู่ขั้นที่ 8 คนที่พูดชื่อ ม่าหยุน

 

“ไม่ต้องถึงมือศิษย์พี่ม่าหรอก แค่ให้คุณฟานและเจิ้นหมินจัดการพวกมันก็พอแล้ว” คนในชุดดำอีกคนพูด เขาชื่อจี้เฉา

 

คุณฟานยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “ศิษย์พี่ม่ายืนดูอยู่ที่นี่แหละ พวกข้าจะไปนำสาวงามทั้งสามมาให้ท่านเชยชมเอง”

 

เจิ้นหมินยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “ใช่ศิษย์พี่ม่า รับรองคืนนี้ท่านได้เสพสุขทั้งคืนแน่ๆ” จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะกันอย่างน่าสยดสยอง

 

เฟิงเฉินยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “พี่ม่าหยุน ข้าขอนางแพศยานั่นและไอ้สารเลวนั่น ที่เหลือเป็นของท่าน แต่ข้าคิดว่าพี่ม่าหยุนคงต้องลงมือเสียแล้ว เพราะในกลุ่มตระกูลหยุนมีเจ้าหญิงชูหลิงของสำนักบึงมังกรอยู่”

 

ม่าหยุนยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “ได้ตกลงตามนั้น เรื่องกำราบสาวงามอย่างเจ้าหญิงชูหลิง เป็นเรื่องที่ข้าชอบจริงๆ งานนี้ช่างง่ายดายและได้กำไรมหาศาลเลยทีเดียว” จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะอย่างน่าสยดสยอง

 

สามสาวและศิษย์สตรีตระกูลหยุนรู้สึกรังเกียจคนพวกนี้อย่างมาก

 

เฟิงเฉินยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “พวกเราฆ่าพวกมันให้หมด” เขาต้องการที่จะฆ่าทุกคนของตระกูลหยุน เพื่อที่จะล้างแค้นให้กับความอัปยศของเขา เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์ของเขาเลย เขามาเพื่อตัวเอง ศิษย์ของตระกูลเฟิงเรียกอาวุธและชุดเกราะของพวกเขาออกมา จากนั้นก็ระเบิดพลังวิญญาณ “ตูม” มีออร่ามังกรห่อหุ้มร่างกายพวกเขา ในกลุ่มพวกเขามีระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด 8 คน แต่ 8 คนนี้เทียบได้กับ ระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุดของสำนักมังกรทมิฬเพียง 1 คน เพราะพวกเขาฝึกแค่คัมภีร์ระดับตัดสวรรค์ขั้นสูง ไม่สามารถเทียบได้กับคัมภีร์ระดับอวตารเทพขั้นกลาง

 

ศิษย์ของสำนักมังกรทมิฬ พวกเขายิ้มอย่างน่าสยดสยอง ระเบิดพลัง “กายามังกรทมิฬ” และเรียก กรงเล็บและชุดเกราะของพวกเขาออกมา สมบัติของพวกเขาอยู่ในระดับตัดสวรค์ขั้นกลาง “ตูม” แผ่นดินรอบตัวของพวกเขาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ออร่ามังกรทมิฬห่อหุ้มร่างกายของพวกเขา พวกเขาดูทรงพลังอย่างมาก

 

เหล่าศิษย์ของตระกูลหยุนยิ้มอย่างมั่นใจและปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ต่อให้มีมากกว่านี้พวกเขาก็ไม่กลัว ตระกูลหยุนมีระดับจิตวิญญาณสวรรค์สูงสุดแค่ 4 คน นั่นคือหยุนโซและหยุนชิว และศิษย์อีก 2 คน แต่พวกเขาก็มั่นใจในฝีมือของพวกเขา

 

หยุนชิวตะโกน “เปิดใช้ค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลง” หลังจากเปิดใช้ค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลง พวกเขาสร้างกระบี่จำแลงกว่าห้าร้อยเล่ม “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว”กระบี่จำแลงพุ่งตรงไปหาเหล่าศิษย์ของตระกูลเฟิงด้วยความเร็วสูง

 

“เพล้ง เพล้ง อ๊ากกกกก” เหล่าศิษย์ของตระกูลเฟิงเปิดใช้คัมภีร์เพื่อป้องกันกระบี่จำแลงอย่างยากลำบาก นี่ทำให้พวกเขาหยุดอยู่กับที่ ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ มีแค่ 13 คนที่ผ่านมาได้ คือ 4 คนจากสำนักมังกรทมิฬ และเฟิงเฉิน กับ 8 คนจากตระกูลเฟิงที่อยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด สำหรับคนที่การบ่มเพราะต่ำกว่าขั้น 5 พวกเขาถูกกระบี่จำแลงแทงหลายเล่ม นี่ทำให้พวกเขาไม่สามารถสู้ต่อได้จำนวน 10 คน และมี 2 คนตายทันที นี่ทำให้จำนวนของตระกูลเฟิง เสียคนไปถึง 12 คนภายในชั่วพริบตา

 

เฟิงเฉินมีสีหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นศิษย์ของตระกูลเฟิงหลายคนล้มลงไม่สามารถสู้ต่อได้ และยังมี 2 คนตกตายในทันที

 

หลีฟาง ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าให้พวกเขาหยุดโจมตีก่อน หลีฟางต้องการให้ศิษย์ของตระกูลเฟิงเข้ามาใกล้ๆ กว่านี้ เพื่อที่จะฆ่าพวกมันทั้งหมดไม่ให้ใครหนีไปได้

 

ม่าหยุนพุ่งไปหาชูหลิงทันที เขาค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าสามารถเอาชนะชูหลิงได้ เนื่องจากเขามีอายุ 1400 ปีแล้ว เขาบ่มเพาะมานานกว่าชูหลิง นี่ทำให้เขาได้เปรียบเรื่องความหนาแน่นของพลังวิญญาณ

 

จี้เฉาพุ่งไปหาหลานเสวียชิง คุณฟานพุ่งไปหาหยุนรี้ ส่วนเจิ้นหมินไปจัดการกับหยุนชิวและหยุนโซ เฟิงเฉินยิ้มอย่างเย็นชา เขาเข้ามาเผชิญหน้ากับหลีฟาง เขาอยากจะฆ่าหลีฟางด้วยมือของเขาเองมานานแล้ว

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 180 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/