0 Views

เมื่อหลีฟางและสามสาวกลับมาถึงค่าย

 

หยุนรี้ยิ้ม “นายน้อยวันนี้ข้าทำอาหารให้ท่านกินนะ รับรองท่านต้องติดใจฝีมือของข้าแน่นอน”

 

หลีฟางยิ้ม “เอาสิ ข้าจะลองชิมดู แต่ข้าก็จะทำอาหารให้พวกเจ้าชิมด้วยเหมือนกัน”

 

ชูหลิงแปลกใจ “นายน้อยทำอาหารเป็นด้วย” นางเพิ่งจะรู้จักหลีฟาง ไม่เหมือนหยุนรี้และหลานเสวียชิงที่คุ้นเคยกับหลีฟาง พวกนางเชื่อว่าไม่ว่าอะไรหลีฟางก็สามารถทำได้

 

หลานเสวียชิงยิ้ม “ข้าก็อยากจะชิมฝีมือนายน้อยเหมือนกัน”

 

หยุนรี้ยิ้ม “งั้น ให้ทุกคนช่วยกันตัดสินเป็นอย่างไร ว่าอาหารของข้ากับนายน้อย ใครจะอร่อยกว่ากัน”

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าต้องการจะแข่งกับข้าเรื่องนี้จริงๆ หรือ?”

 

หยุนรี้ยิ้ม “ข้าคิดว่าฝีมือการทำอาหารของข้าไม่ด้อยไปกว่านายน้อยแน่ๆ” หยุนรี้มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก

 

หลีฟางยิ้ม “งั้นถ้าเจ้าแพ้ คืนนี้เจ้าต้องให้ข้านอนหนุนตักเจ้า”

 

หยุนรี้หน้าแดงด้วยความเขินอายและก้มหน้าลงพยักหน้าตอบรับ ชูหลิงและหลานเสวียชิงยิ้ม สามสาวไม่พูดถึงเรื่องถ้าหยุนรี้ชนะเลย เพราะถ้าหลีฟางพูดแบบนี้ แปลว่าหลีฟางมีความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหารแน่นอน

 

วัตถุดิบที่ใช้ก็เป็นพวกซากมังกรที่พวกเขาฆ่าได้ ส่วนเครื่องปรุงก็สมุนไพรที่เก็บได้ การปรุงอาหารแบบนี้ช่วยเสริมสร้างกายาและการบ่มเพาะอย่างมาก แต่ก็ไม่เท่ากับการปรุงยา

 

หลีฟางเปิดประตูวิญญาณเรียกกระถางพญาหงส์เพลิงออกมา หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ตกตะลึง หลีฟางเรียกกระถางปรุงยาออกมาทำไมกัน

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าจะใช้กระถางพญาหงส์เพลิงปรุงอาหาร” นี่ทำให้ทุกคนแปลกใจ การใช้กระถางปรุงยาปรุงอาหารทำให้กลิ่นของสมุนไพรติดมากับอาหารด้วย และทำให้อาหารมีรสขมเพราะตัวยาด้วย แต่พวกนางก็อยากจะรู้ว่าหลีฟางจะทำอย่างไร

 

หยุนรี้ไม่รอช้ารีบไปทำอาหารของนางทันที นางใช้หม้อปกติทำอาหาร

 

หลีฟางจุดไฟพญาหงส์เพลิง จากนั้นเขาก็ใส่น้ำลงไป น้ำรวมตัวกันอยู่ตรงกลางกระถางเป็นลูกบอลทรงกลม น้ำไม่ได้สัมผัสกับกระถางปรุงยาเลย หลีฟางเริ่มใส่เครื่องปรุงเป็นสมุนไพรหลายชนิด เคี่ยวน้ำจนกลายเป็นน้ำซอสสำหรับหมักย่าง น้ำซอสเป็นสีทองมีกลิ่นหอมของสมุนไพร ให้ความรู้สึกหวานฉ่ำและมีกลิ่นเผ็ดร้อนนิดหน่อย นี่ทำให้ชูหลิงน้ำลายไหล หลีฟางยิ้ม จากนั้นเขาก็เอาเนื้อมังกรนภามาย่างและจุ่มน้ำซอสและย่างสลับกันไป นี่ทำให้น้ำซอสเข้าไปในเนื้อของมังกรนภา เนื้อของมังกรนภาคล้ายกับเนื้อของนกซึ่งมีความเหนียวนุ่มแต่มีรสชาติที่ดีกว่ามาก เมื่อเวลาผ่านไปหลีฟางก็ปรุงอาหารจานแรกสำเร็จ

 

จากนั้นเขาก็ทำการปรุงอาหารต่อไป เขาปรุงอาหารเผื่อคนทั้งหมด หลีฟางและหยุนรี้ในที่สุดก็ปรุงอาหารเสร็จ ของหลีฟางมี 4 อย่าง มังกรนภาย่าง ซุปมังกรวารี มังกรเพลิงอบสมุนไพร ผลเหมันต์เชื่อม ของหยุนรี้มี 2 ชนิด ผัดสมุนไพรมังกรวารี แกงมังกรเพลิง ถ้าทั้งโลกได้เห็นว่าหลีฟางเอาสมุนไพรล้ำค่ามาทำอาหาร พวกเขาคงอกแตกตาย การเอาสมุนไพรมาปรุงอาหารให้ผลลัพธ์แค่สองในสิบส่วนของการปรุงยา แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของหลีฟาง มันให้ผลเต็มสิบ

 

หยุนชิวและหยุนโซเรียกทุกคนมารวมตัว เมื่อทุกคนเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้า นี่ทำให้ทุกคนน้ำลายไหล

 

หลีฟางยิ้ม “ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการกินและดื่ม”

 

“ขอบคุณนายน้อย พวกข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”ทุกคนต่างตื่นเต้น และพวกเขารีบตักอาหารมากินอย่างเอร็ดอร่อย

 

สามสาวเห็นอาหารของหลีฟางพวกนางรู้สึกอดใจไม่ไหว เพราะทุกอย่างน่ากินอย่างมาก และกลิ่นหอมของมันชวนให้พวกนางน้ำลายไหล ชูหลิงไม่รอช้า หยิบมังกรนภาย่างขึ้นมาใส่ปากทันที นี่ทำให้นางตาโตและอุทาน “อ่า นายน้อยทำได้อย่างไรกัน น้ำซอสซึมเข้าไปในเนื้อและความสุกของเนื้อมังกรกำลังพอเหมาะ และข้ายังรู้สึกถึงพลัง นี่มันอร่อยมากจริงๆ ” จากนั้นชูหลิงก็กินอย่างเมามัน นางไม่ได้รักษาภาพพจน์เจ้าหญิงอีกต่อไป นางกินอย่างมูมมามกลัวว่าคนอื่นจะกินอาหารหมดก่อนที่นางจะอิ่ม ใครจะอดใจไหว อาหารที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแบบนี้

 

หลานเสวียชิงยิ้มและเลือกซุปมังกรวารี จากนั้นนางก็ตาโต “นี่มันอร่อยมากเลยนายน้อย น้ำซุปหวานมันกำลังดีบวกกับเนื้อมังกรวารีที่ให้ความรู้สึกถึงความเย็น” จากนั้นหลานเสวียชิงก็ไม่รอช้ารีบกินทันที แต่นางก็ยังไม่มูมมามเท่ากับชูหลิง

 

หยุนรี้กลืนน้ำลาย นางอดใจไม่ไหวจึงเลือกมังกรเพลิงอบสมุนไพร กลิ่นหอมของสมุนไพรและความร้อนแรงของมังกรเพลิงเตะจมูกนาง นี่ทำให้นางอดทนไม่ไหวรีบเอาใส่ปากทันที หยุนรี้ตาโต “นี่มันอร่อยจริงๆ เนื้อมังกรเพลิงให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนผสานกับสมุนไพรที่ให้รสหวานกลมกล่อม” หยุนรี้มองหลีฟาง “นายน้อยทำอาหารเก่งขนาดนี้ ทำไมท่านไม่ยอมสอนข้าเลย นายน้อยต้องสอนข้าด้วยไม่งั้นข้าไม่ยอม(หรือว่าสอนแล้วจะยอมนะ?)” จากนั้นนางก็รีบกินต่อ หลีฟางได้แต่ยิ้ม

 

ชูหลิงหันไปเห็นผลเหมันต์เชื่อม ผลเหมันต์มีสีฟ้าและแผ่กลิ่นอายความเย็นออกมา ทำให้น้ำเชื่อมกลายเป็นน้ำแข็งเกาะที่ผิวของมันดูน่ากินอย่างมาก นางไม่รอช้ารีบเอาใส่ปากทันที ผลเหมันต์ให้ความรู้สึกเย็นบวกกับความหวานของน้ำเชื่อมที่ละลายเมื่อสัมผัสกับลิ้นของนาง นี่ทำชูหลิงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความปรารถนา “นายน้อยนี่มันอร่อยมาก นายน้อยทำให้ข้ากินทุกวันเลยได้หรือไม่” จากนั้นชูหลิงก็รีบกักตุนผลเหมันต์ไว้เป็นจำนวนมาก นางกลัวคนอื่นจะกินหมดก่อน

 

หยุนรี้หยุดกินและมองไปยังอาหารที่นางทำด้วยสายตาละห้อย หลีฟางยิ้ม เขาหยิบเอาอาหารของหยุนรี้มากิน จากนั้นเขาก็ยิ้ม “อาหารของเจ้าก็อร่อยมาก”

 

หยุนรี้ฝืนยิ้ม “แต่ของข้าคงไม่สามารถเทียบกับนายน้อยได้หรอก” อาหารของนางไม่สามารถเทียบได้กับของหลีฟาง

 

หลีฟางยิ้ม “แต่ข้าชอบอาหารของเจ้านะ” นี่ทำให้หยุนรี้ก้มหน้าด้วยความเขินอายและพูดด้วยเสียงเบา “จริงรึ”

 

หลีฟางยิ้ม “ใช่แล้ว” จากนั้นหลีฟางก็กินอาหารที่หยุนรี้ทำจนหมด นี่ทำหยุนรี้ปลาบปลื้มอย่างมาก ถึงแม้ว่านางจะรู้ว่าหลีฟางทำเพื่อให้นางรู้สึกดี แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้หยุนรี้รู้สึกอบอุ่นภายในหัวใจ

 

จากนั้นเมื่อทุกคนกินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

 

ภายในกระโจมของหลีฟาง

 

หลีฟางนอนหนุนตักหยุนรี้โดยมีหลานเสวียชิงแผ่ไอความเย็นให้ ส่วนชูหลิงนางยังนั่งกินผลเหมันต์เชื่อมที่นางกักตุนไว้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข

 

เมื่อถึงยามเที่ยงคืน มีกลุ่มคนจำนวน 60 คน มุ่งตรงมาที่ค่ายของตระกูลหยุนด้วยความรวดเร็ว

 

หลีฟางลืมตาขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 180 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/