0 Views

จ้าวเยว่หวานรู้สึกว่าสถานการณ์เลวร้ายแล้ว “ผู้อาวุโสโปรดใจเย็น พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายกับตระกูลหยุนเลย”

 

เสียงแหบแห้งเอ่ยถาม “อย่างนั้นรึ งั้นเจ้าก็พูดมา ว่าเจ้าตามตระกูลหยุนมาทำไม”

 

จ้าวเยว่หวานรีบพูด “ข้าแค่อยากจะตรวจสอบดูให้แน่ใจ ในความสงสัยของข้า”

 

เสียงแหบแห้งพูด”พูดต่อไป”

 

จ้าวเยว่หวานไม่รอช้าพูดต่อ “ข้ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติราชันมังกรจากเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าหลีฟาง” นี่ทำให้องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 รู้สึกตกใจ

 

เสียงแหบแห้งเปลี่ยนไปกลายเป็นเสียงของเด็กหนุ่ม นี่ไม่ใช่ใครนอกจากหลีฟาง “เจ้ามีสัมผัสที่ดี แถมยังมีเนตรราชันมังกรอีกด้วย หนึ่งในพันล้านของเชื้อสายมังกรที่จะได้รับเนตรราชันมังกร เจ้าโชคดีที่ได้รับมันมา” นี่ทำให้ทุกคนแปลกใจ ทำไมอยู่ๆ เสียงโบราณและแหบแห้งก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงเด็กหนุ่มแทน

 

จากนั้นนิ้วทั้งสามหายไป พวกเขาทั้งสามสามารถยืนตรงได้อีกครั้ง และพวกเขาหันมาเจอกับเด็กหนุ่ม ที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา

 

นี่ทำให้องค์ชายทั้งสองโมโหสุดขีด “เจ้าเด็กระยำ ข้าจะทุบตีเจ้าให้เดินไม่ได้เลย” เขาถูกเด็กน้อยกลั่นแกล้งจนฉี่แทบราด จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร จนพวกเขาลืมไปว่าหลีฟางมีความแข็งแกร่งกว่าพวกเขา

 

องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 เตรียมจะเดินเข้าไปทุบตีหลีฟาง แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไร “ตุบ….ตูม ตุบ….ตูม” จ้าวเยว่หวาน เตะพวกเขาทั้งสองกระเด็นไปชนต้นไม้ ร่างของพวกเขาฝังเข้าไปในต้นไม้

 

“เสี่ยวเยว่ นี่เจ้าเตะพวกข้าทำไม” องค์ชาย 10 พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและรู้สึกมึนงง

 

“ใช่เสี่ยวเยว่ พวกข้ากำลังจะสั่งสอนเจ้าเด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กล้ามาล้อเล่นกับพวกเรา” องค์ชาย 14 โวยวายเสียงดัง และทำหน้าไม่พอใจใส่จ้าวเยว่หวาน

 

หลีฟางยังยืนอยู่ที่เดิมไม่แสดงความกลัวใดๆ รอพวกเขาเข้ามาทุบตี

 

จ้าวเยว่หวานตะคอกใส่องค์ชาย10 และ องค์ชาย 14 “ข้าช่วยชีวิตน้อยๆ ของพวกเจ้าเอาไว้นะ นี่พวกเจ้าไม่สำนึกบุญคุณของข้ายังไม่พอ เจ้ายังทำหน้าตาไม่พอใจใส่ข้าอีก” นางรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของหลีฟาง อย่างน้อยหลีฟางต้องสามารถสู้กับระดับตัดสวรรค์ขั้น 1 ได้แน่ๆ หรืออาจจะสูงกว่านั้น

 

นี่ทำให้องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 มึนงงสักพัก แล้วพวกเขาก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรออก และตอนนี้หน้าของพวกเขาแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้หลีฟางได้ ใช้พลังเพียงน้อยนิดกำราบพวกเขาทั้งสามคน นี่ถ้าเกิดพวกเขาไปยั่วโมโหหลีฟางเข้า พวกเขาจะต้องตายอย่างอนาถ เพราะอย่างที่หลีฟางบอก ถ้าพวกเขาตายที่นี่จะมีใครรู้ว่าพวกเขาถูกใครฆ่า นี่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวไปถึงวิญญาณ พวกเขานึกจิตสังหารของหลีฟางแล้ว ทำให้ตัวของพวกเขาสั่นขึ้นมาทันที เจ้าเด็กนี่มันเป็นปีศาจชัดๆ

 

จ้าวเยว่หวานยิ้ม “น้องฟาง ข้ามีนามว่า จ้าวเยว่หวาน เป็นองค์หญิงลำดับที่ 22 ของราชวงศ์จ้าว”

 

หลีฟางยิ้ม “โอ้ พวกเจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์กันหรอกหรือนี่ งั้นข้าก็ขอโทษที่เสียมารยาท” นี่ทำให้ทั้งสามอยากจะเอาหัวกระแทกต้นไม้ตาย เพราะตอนแรกพวกเขาได้ประกาศสถานะของพวกเขาไปแล้ว เขายังแกล้งทำเป็นว่าเพิ่งจะรู้ว่าพวกเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว

 

จ้าวเยว่หวานไม่อยากถือสาหาความกับหลีฟางอีก จึงแนะนำองค์ชายทั้งสองกับหลีฟาง  “นั่นคือองค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14”

 

หลีฟางยิ้มอย่างไร้เดียงสา “ข้าน้อยต้องขออภัยด้วย ข้าไม่รู้จริงๆ จึงเสียมารยาทกับ องค์ชายทั้งสอง องค์ชายทั้งสองโปรดอย่าถือสาข้าน้อยเลย” คำพูดของเขาดูเหมือนจะนอบน้อมและขออภัย แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดุดันข่มเหงรังแกผู้คนอย่างมาก นี่ทำให้องค์ชายทั้งสองรู้สึกเจ็บใจอยากจะวิ่งเข้าไปทุบตีหลีฟางเหลือเกิน แต่พวกเขาต้องหยุดตัวเองเอาไว้ เพราะหลีฟางแข็งแกร่งเกินไป

 

“งั้นให้ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดก็แล้วกัน น้องฟาง เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วกันไปนะ” จ้าวเยว่หวานฝืนพูดเพราะอยากให้เรื่องจบ องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 ได้แต่กลืนความโกรธของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถทำอะไรหลีฟางได้

 

หลีฟางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถ้า องค์ชายทั้งสองและองค์หญิงพูดแบบนั้น ข้าก็โล่งใจ ข้าล่ะกลัวว่าจะถูกประหาร 9 ชั่วโคตร ข้านี่กลัวจริงๆ เลย” คำพูดที่อ่อนน้อมและเต็มไปด้วยถ้อยคำยียวน บวกกับน้ำเสียงที่ดุดันกดขี่ข่มเหงผู้อื่นอย่างมากนี้ ทำให้จ้าวเยว่หวานรู้สึกรำคาญ องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 แทบจะกระอักเลือดออกมา

 

จ้าวเยว่หวานหันไปเอ่ยกับองค์ชายทั้งสองอย่างนุ่มนวล “พี่10 พี่ 14 ข้าขอคุยกับน้องฟางตามลำพังสักแป๊บ พวกท่านช่วยเดินออกไปห่างๆ สักแป๊บได้หรือไม่”

 

องค์ชาย 10 “แต่ว่า” จ้าวเยว่หวาน ตวาดใส่องค์ชาย 10 “ข้าแค่ขอคุยกับน้องฟางแค่แป๊บเดียว พวกเจ้าแค่เดินออกไปห่างๆ ไม่ได้ไปไกลมาก พวกเจ้าทำไม่ได้หรืออย่างไร พวกเจ้ารีบไปได้แล้ว” นี่ทำให้องค์ชายทั้งสองไม่กล้าพูดอะไรอีก พวกเขาแซะตัวเองออกจากต้นไม้แล้วเดินจากไปอย่างไม่เต็มใจ พวกเขาถูกสั่งมาว่าห้ามคลาดสายตาจาก จ้าวเยว่หวาน แต่พวกเขาจะทำอย่างไรได้ จ้าวเยว่หวานเป็นพวกอารมณ์ร้อน และนางเปลี่ยนแปลงอารมณ์ไวมาก

 

หลีฟางยิ้ม มององค์ชายทั้งสองเดินจากไป จากนั้นสายตาของเขาก็มาสำรวจที่เรือนร่างอันเย้ายวนของจ้าวเยว่หวาน เขาแกล้งทำสายตาหื่นกาม

 

จ้าวเยว่หวานเห็นสายตาของหลีฟาง และนางทำเป็นไม่สนใจ นางฝืนยิ้ม “ข้าขอถามน้องฟางได้หรือไม่ ว่าเจ้ามีสมบัติของราชันมังกรได้อย่างไร หรือว่าตระกูลของเจ้าเคยเข้าไปยังขุมทรัพย์ราชันมังกรมาก่อน” ทุกประตูมีขุมทรัพย์ ข้อนี้ทุกคนรู้ดี และในประตูมังกรก็มีขุมทรัพย์ของราชันมังกร พวกเขาพยายามที่จะตามหามัน แต่พวกเขาก็ไม่เคยเจอขุมทรัพย์ของราชันมังกรเลย

 

หลีฟางยิ้ม “ข้ามีแล้วอย่างไร หรือว่าเจ้าจะปล้นข้า” หลีฟางพยายามจะดูปฏิกิริยาของนาง

 

จ้าวเยว่หวานยิ้ม “ข้าไม่ได้จะปล้นเจ้า ข้าแค่อยากจะขอแลกเปลี่ยน ข้าแค่ต้องการของบางสิ่งจากขุมทรัพย์ราชันมังกร”

 

หลีฟางพูดตัดบท “จะมีอะไรที่จะสามารถแลกเปลี่ยนกับสมบัติของราชันมังกรได้”

 

จ้าวเยว่หวานเอ่ยขอร้อง “ขอแค่เจ้าเอ่ยมา ข้ายินดีจะหามาให้เจ้า ข้าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ”

 

หลีฟางยิ้ม และใช้สายตาหื่นกระหายสำรวจร่างกายของจ้าวเยว่หวาน “เจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อแลกกับมันจริงๆ แม้แต่ใช้ร่างกายของเจ้า ชีวิตของเจ้า ก็ตาม”

 

จ้าวเหว่หวานกัดฟันพูด “ใช่ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับหัวใจราชันมังกร” นางต้องการหัวใจราชันมังกร เพื่อไปยืดชีวิตมารดาของนาง

 

หลีฟางตกตะลึง “ข้าไม่มีมัน และถึงข้าได้มันมาข้าก็ไม่มีวันให้ใครเด็ดขาด” หัวใจราชันมังกรเป็นของล้ำค่า ถ้าใครได้กินมันเข้าไป จะช่วยให้กายาของเขาแข็งแกร่งเหมือนกายาราชันมังกร และจะทำให้พวกเขายกระดับกายาไปถึงระดับพระเจ้าได้อย่างง่ายดาย  ทุกคนต่างปรารถนามัน ต่อให้เป็นพ่อแม่ลูกหรือพี่น้องก็ยังต้องฆ่ากันเพื่อหัวใจราชันมังกร

 

จ้าวเยว่หวานน้ำตาไหล “เจ้าช่วยบอกทางที่จะไปยังขุมทรัพย์มังกรได้หรือไม่ ถ้าเจ้าต้องการร่างกายข้า ชีวิตข้า หลังจากข้าได้หัวใจมังกรมาแล้ว ข้าจะยอมมอบมันให้เจ้า ข้าต้องการหัวใจมังกรจริงๆ”

 

“ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ แต่ข้าก็ไม่มีวันบอกคนอื่นเด็ดขาด ร่างกาย และชีวิตของเจ้ามันยังไม่เพียงพอ ต่อให้เอาสมบัติระดับพระเจ้า 10 ชิ้นมาแลกข้าก็ไม่สนใจ”

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 166 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/