0 Views

หลีฟางนำกลุ่มเดินเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเจอมังกรหลายตัวและสมุนไพรหายากมากมาย พวกเขาฆ่ามังกรและทิ้งซากศพของมันไว้ตามทาง

 

หยุนรี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “นี่ข้าแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” นางแข็งแกร่งพอๆ กับชูหลิงแล้ว นางไม่รู้ตัวเลย ตลอดเวลา 3 เดือน นางเอาแต่ฝึกฝน แต่ไม่เคยได้ใช้มันจริงๆ สักที และเมื่อนางได้ใช้ มันก็ยิ่งทำให้นางเข้าใจเคล็ดวิชาต่างๆ ได้มากขึ้น นี่ทำให้นางยิ้มไม่หุบ

 

ชูหลิงถอนหายใจยาว “ศิษย์น้องรี้ เจ้าแข็งแกร่งพอๆ กับข้าแล้ว ทั้งๆ ที่ระดับการบ่มเพาะของเจ้าน้อยกว่าข้าเสียอีก ขี้โกงชะมัด” แต่ก่อนนางมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวเอง แต่ตอนนี้ศิษย์น้องของนางกำลังจะก้าวข้ามนางไป นี่ทำให้นางรู้สึกหดหู่อย่างมาก นางแอบคิดว่าถ้านางเจอหลีฟางเร็วกว่านี้ก็คงดี

 

หลานเสวียชิงยิ้ม “ศิษย์พี่หลิง หากท่านมีเวลาฝึกอีกสักเล็กน้อย พวกเราก็ไม่สามารถตามท่านทันแล้ว” ชูหลิงมีพรสวรรค์ และนางไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดแล้ว ถ้าให้เวลานางได้ฝึกมากกว่านี้อีกนิด รับรองได้ว่าการบ่มเพาะของนางจะต้องก้าวกระโดดแน่ๆ

 

ชูหลิงยิ้มกว้างแล้วหันไปถามหลีฟาง “นายน้อย ข้าพอจะมีโอกาสตามนายน้อยทันหรือไม่” นางรู้แล้วว่าหลีฟางแข็งแกร่งมากขนาดไหน ที่เขาเคยกล่าวว่าเขาสามารถเอาชนะนางได้นั้นเป็นเรื่องจริง

 

หลีฟางยิ้ม “มันขึ้นอยู่กับเจ้า ถ้าเจ้ามีความหมั่นเพียร เจ้าก็จะสามารถก้าวข้ามข้าไปได้”

 

ชูหลิงยิ้ม “ข้าจะพยายามสุดความสามารถของข้า แต่ข้าไม่หวังที่จะก้าวข้ามนายน้อยหรอก ข้าขอแค่ยืนข้างๆ นายน้อยก็พอแล้ว” จากนั้นนางก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย นางไม่อยากถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง หลีฟางมีความแข็งแกร่งและความรู้มาก การยืนเคียงข้างเขาได้ นางต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้หลายเท่า

 

หลีฟางยิ้มอย่างพึงพอใจ “ข้ามีศัตรูมากมาย การอยู่ข้างกายข้านั้นย่อมอันตราย เจ้าไม่กลัวตายรึ” เขายังมีความแค้นที่ต้องกลับไปชำระ และเมื่อถึงเวลานั้นสงครามจะต้องเกิด การบาดเจ็บล้มตายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

 

ชูหลิงเงยหน้าขึ้น แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าไม่กลัว ถ้ามีใครกล้าต่อต้านนายน้อย ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด” หลีฟาง ช่วยชีวิตนาง ให้คัมภีร์ล้ำค่าแก่นาง สั่งสอนนาง โดยที่เขาไม่เรียกร้องอะไรมากมาย เขาดีกับนางมาก

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงมองหน้ากันแล้วยิ้ม

 

หลีฟางยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องพยายามให้มาก ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไร” น้ำเสียงของเขาดูอ่อนโยนมาก

 

ชูหลิงก้มหน้าลง “ข้าจะพยายาม ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยต้องผิดหวัง” นางรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของหลีฟาง

 

จากนั้นพวกเขาก็เดินทางต่อไปเรื่อยๆ

 

กลุ่มรุ่นเยาว์ของตระกูลหยุนคุยกันอย่างสนุกสนาน และพวกเขาเคารพนับถือหลีฟางอย่างมาก

 

พวกเขาเดินทางมาได้ 15 กิโลเมตร ก่อนจะถึงที่หมาย ฟ้าก็ใกล้จะมืด กลุ่มของหลีฟางจึงตั้งค่ายบริเวณเชิงเขา ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตั้งค่าย หลีฟาง หยุนรี้ ชูหลิง หลานเสวียชิง แยกย้ายกันไปคนละทิศทางเพื่อที่จะกำจัดมังกรในระยะ 1 กิโลเมตร รอบค่ายของพวกเขา

 

ตอนนี้ รุ่นเยาว์ทั้งหมดได้เข้ามาภายในประตูมังกรกันหมดแล้ว สำนักใหญ่และตระกูลยักษ์ใหญ่ก็ไปตามทางของพวกเขา

 

มี 3 คน สะกดรอยตามกลุ่มของหลีฟางมา สามคนนี้ไม่ใช่ใครนอกจาก จ้าวเยว่หวาน องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14

 

พวกเขาพบเจอศพมังกรกว่า 40 ตัว เป็นศพที่กลุ่มตระกูลหยุนทิ้งไว้

 

“พวกเขาเป็นแค่ตระกูลขนาดกลางจริงๆ รึ” องค์ชาย 14 ตกตะลึง ตระกูลขนาดกลางไม่สามารถฆ่ามังกรได้มากมายขนาดนี้ และในระยะเวลาที่สั้นมากๆ กลุ่มของตระกูลหยุนเพิ่งจะเดินทางเข้ามาในประตูมังกรแค่ 1 ชั่วยามเอง นี่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่ามังกรได้มากขนาดนี้ องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 รู้สึกหวาดกลัว

 

“จากที่ข้าตรวจสอบพวกเขา พวกเขาก็เป็นแค่ตระกูลขนาดกลางเอง หรือว่าจะเป็น… ” จ้าวเยว่หวานหยุดพูด เพราะนางไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ นางจึงตัดความคิดนั้นออกไป จ้าวเยว่หวานก็รู้สึกแปลกใจกับความแข็งแกร่งของตระกูลหยุน นี่พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

“พวกเขามีแค่ 34 คน จะฆ่ามังกรจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างไร และมังกรแต่ละตัวตายอย่างอนาถ เหมือนพวกมันแทบไม่ได้เคลื่อนไหวเลย  ” องค์ชาย 10 เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ

 

“เสี่ยวเยว่ พวกเราตามตระกูลหยุนมาทำไมกัน” องค์ชาย 14 รู้สึกสงสัย

 

“นั่นสิ พวกเจ้าตามตระกูลหยุนมาทำไมกัน” มีเสียงเก่าแก่โบราณและแหบแห้ง ดังมาจากด้านหลังพวกเขา นี่ทำให้ ทั้งสามคนสะดุ้งตกใจ เหมือนถูกผีหลอก “นั่นใครกัน” ก่อนที่พวกเขาจะหันหน้ากลับไปมอง “ตูมมมม” ได้มีนิ้วสีทองขนาดใหญ่สามนิ้ว กดหัวของพวกเขาเอาไว้ “ตุ้บ” ทำให้ทั้งสามคุกเข่าลงกับพื้น ไม่สามารถขยับตัวได้ พวกเขาพยายามจะระเบิดพลังเพื่อที่จะต่อต้านนิ้วทั้งสาม แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหลุดจากการกดทับของนิ้วทั้งสามได้เลย

 

“พวกเราเป็นเชื้อพระวงศ์ ถ้าเจ้าทำอะไรพวกเราล่ะก็ รับรองตระกูลของเจ้าต้องถูกประหาร 9 ชั่วโคตรแน่ๆ รีบปล่อยพวกเราซะ” องค์ชาย 10 ประกาศด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งยโส บุคคลที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก พวกเขาจึงต้องรีบประกาศสถานะของพวกเขา ก่อนที่คนที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาจะทำอะไรสิ้นคิด และเมื่อคนที่อยู่ด้านหลังของพวกเขารับรู้แล้วจะต้องเกรงกลัวพวกเขาอย่างแน่นอน

 

มีเสียงแหบพร่าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พวกเจ้าบอกว่าจะประหารตระกูลของข้า 9 ชั่วโคตรอย่างนั้นรึ นี่คงเป็นคำพูดสุดท้ายของพวกเจ้าสินะ ถ้าข้าฆ่าพวกเจ้าที่นี่ จะมีใครรู้” สิ้นเสียง ก็มีจิตสังหารที่รุนแรง ตรงไปยัง จ้าวเยว่หวาน องค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 นี่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนตัวสั่น พวกเขาไม่เคยเจอจิตสังหารที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน เหมือนมีดวงตาของปีศาจกระหายเลือดจ้องมองพวกเขาอยู่ และรับรู้ได้ถึงวิญญาณอาฆาตนับล้านดวงที่ถูกปีศาจกระหายเลือดตนนี้ฆ่าตาย พวกเขาแทบจะฉี่ราดกันเลยทีเดียว

 

“ไม่ใช่ ผู้อาวุโสใจเย็นๆ ข้ายังไม่อยากตาย” องค์ชาย 14 กรีดร้องขอชีวิต เมื่อความตายคืบคลานเข้ามา ทำให้ความหยิ่งยโสของเขาหายไปจนหมด กลายเป็นคนขี้ขลาด

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 164 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/