0 Views

หลังจากเสียงเงียบลง ชูหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นหางของมังกรวารีหยุดก่อนที่จะถึงตัวนาง นางอุทาน “ข้ายังไม่ตาย?”

 

จากนั้นนางก็หันไปเห็นหลีฟางยืนอยู่ข้างๆ นาง เอามือข้างเดียวจับหางของมังกรวารีไว้แบบสบายๆ

 

ชูหลิงน้ำตาคลอเบ้า นางร้องเรียกหลีฟางด้วยความดีใจ “นายน้อย นายน้อย” นางลืมตัวโผเข้าไปกอดหลีฟางด้วยความดีใจ หลีฟางสัมผัสได้ถึงภูเขาสองลูกที่ใหญ่โตนุ่มนิ่มแนบชิดกับแผ่นหลังของเขา เป็นความรู้สึกที่นุ่มนวลให้ความรู้สึกที่สบายอย่างมาก

 

หลีฟางยิ้มแหยๆ “เจ้าไม่ควรประมาทเข้าใจหรือไม่ การประมาทเป็นหนทางไปสู่ความตาย” เขารู้สึกกระอักกระอ่วนมาก

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงเห็นหลีฟางช่วยชูหลิงไว้ได้ทำให้พวกนางโล่งใจ แต่พวกนางรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นชูหลิงโผเข้ากอดหลีฟาง

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงงงงวย หลีฟางยืนอยู่ด้านหลังพวกนางแล้วเขาไปถึงตัวชูหลิงทันได้อย่างไร เขาเคลื่อนไหวไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นี่ทำให้พวกนางเกิดความสงสัยอย่างมาก ทำไมหลีฟางถึงสามารถรับหางมังกรด้วยมือข้างเดียวได้ และเขายังไม่ได้เปิดใช้กายาของเขาเลย เขาฝึกกายาอะไรกันแน่ถึงได้ทรงพลังถึงเพียงนี้

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงคิด ถ้าเป็นพวกนางล่ะ หรือต่อให้เป็นชูหลิงก็ไม่สามารถรับการปะทะด้วยมือข้างเดียวได้ แต่นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หลีฟางมีคัมภีร์มากมาย และเขาต้องฝึกคัมภีร์ที่ทรงพลังมากแน่ๆ

 

ชูหลิงก้มหน้าลงซบกับแผ่นหลังของหลีฟาง นางรู้สึกถึงความอบอุ่น “ข้าจะไม่ประมาทอีก ขอบคุณนายน้อยที่ช่วยข้า” นางรู้สึกซาบซึ้งและทึ่งกับความแข็งแกร่งของหลีฟาง หลีฟางอยู่แค่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น1 เอง แต่กลับสามารถรับการโจมตีของมังกรวารีได้อย่างง่ายดาย

 

หลีฟางยิ้มแหยๆ “ดีมาก เจ้าควรจะรีบฆ่ามันซะ” เขาไม่รู้จะบอกชูหลิงอย่างไรดีว่าตอนนี้นางกำลังกอดเขาอยู่ หลานเสวียชิงและหยุนรี้ก็เงียบไม่พูดอะไร ตระกูลหยุนก็กำลังพัวพันอยู่กับมังกรวารีอีกตัว

 

จากนั้นชูหลิงก็เงยหน้าขึ้น และหันมองรอบๆ และทำหน้าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ทำให้นางหน้าแดงจนถึงหู “ข้าขอโทษนายน้อย” นางรีบคลายอ้อมกอดจากหลีฟางทันที นี่ทำให้หยุนรี้และหลานเสวียชิง ยิ้มให้กับอาการเขินอายของชูหลิง

 

“โฮกกก” เสียงมังกรวารีกำลังพยายามดิ้นรน มังกรวารีพยายามจะดึงหางของมันกลับ แต่มันไม่สามารถขยับหางของมันได้ มือของหลีฟางเหมือนก้ามปูที่คีบหางของมันไว้ไม่ยอมปล่อย ไม่ว่าฟ้าจะถล่มหรือแผ่นดินจะทลาย

 

“โฮกกกก” เสียงมังกรวารีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้หัวของมังกรวารีถูกทอร์นาโดสองลูกบีบหัวของมันไว้ และหางของมันถูกหลีฟางจับอยู่ ทำให้มันไม่สามารถขยับได้

 

ชูหลิงคำรามและรวบรวมพลัง “กระบี่หมื่นจำแลงรวมเป็นหนึ่ง” กระบี่ปักษาวายุลอยอยู่เหนือหัวนาง จากนั้นนางก็สร้างกระบี่จำแลงสิบเล่ม กระบี่จำแลงทั้งสิบเล่มรวมเข้ากับกระบี่ปักษาวายุ กระบี่ปักษาวายุขยายขนาดใหญ่ขึ้น ยาว 10 เมตร กว้าง 1 เมตร และมีพลังทำลายล้างที่มหาศาล “ตูมมมม”เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระบี่ปักษาวายุขนาดยักษ์ ฟาดลงมาที่หัวของมังกรวารีอย่างแรง กะโหลกที่หนาและแข็งแกร่งของมังกรวารีไม่สามารถต้านทานการโจมตีของกระบี่ปักษาวายุขนาดยักษ์ หัวของมังกรแยกออกเป็นสองส่วน นี่ทำให้มังกรวารีไม่มีโอกาสได้กรีดร้องและสิ้นใจในทันที

 

ชูหลิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ข้าฆ่ามังกรวารีได้แล้ว ขอบคุณนายน้อยมากที่ช่วยชีวิตข้าและยังสั่งสอนข้าอีก” นางรู้สึกตื้นตันใจ และภายในใจรู้สึกยอมรับหลีฟางขึ้นมาแล้ว

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าเก่งมาก”

 

ทางด้านของหยุนโซและหยุนชิวก็ปลิดชีพมังกรเรียบร้อยแล้ว พวกเขาโห่ร้องกัน นี่เป็นมังกรตัวแรกที่พวกเขาร่วมมือกันปลิดชีพมัน และเป็นการฆ่าที่ง่ายดาย คัมภีร์หมื่นกระบี่จำแลงใช้ได้หลากหลายรูปแบบ จัดว่าเป็นคัมภีร์ที่สมบูรณ์แบบ นี่ยิ่งทำให้พวกเขาฮึกเหิม ทีแรกพวกเขารู้สึกกลัวมังกรวารีอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่ามันช่างง่ายดายจริงๆ ที่จะฆ่าพวกมัน

 

หยุนโซและหยุนชิวเดินเขามาหาหลีฟาง เขาเห็นหลีฟางรับการโจมตีจากมังกรวารี เขาจึงเป็นห่วง “นายน้อยเป็นอะไรหรือเปล่า” ถ้าหลีฟางเป็นอะไรขึ้นมาพวกเขาซวยแน่ๆ

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าสบายดี พวกเจ้าทำได้ดีมาก” หยุนโซและหยุนชิวตกตะลึง หลีฟางไม่เป็นอะไรเลยได้อย่างไร หลีฟางแข็งแกร่งขนาดไหนกัน เขาถึงสามารถรับการโจมตีจากมังกรวารีได้ด้วยมือข้างเดียว โดยที่ยังไม่ได้เปิดใช้กายาของเขา ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของเขา ถึงได้ตัดสินใจติดตามหลีฟาง ตอนนี้พวกเขาไม่รู้สึกคลางแคลงใจอีกต่อไป

 

หยุนโซถาม “ซากมังกรนี้ นายน้อยจะให้พวกเราจัดการกับมันอย่างไรดี” ถ้าเป็นแต่ก่อน พวกเขาอยากจะรีบขนมันกลับไปตอนนี้เลย ถ้าพวกผู้อาวุโสเห็นซากมังกรต้องดีใจมากแน่ๆ ถึงแม้จะแค่สองตัว แต่ทุกครั้งที่พวกเขาเข้ามา พวกเขาล่าได้อย่างมากก็แค่สองตัว พวกเขาไม่กล้าเขาไปลึกมากนัก และการฆ่ามังกรเป็นงานยากสำหรับพวกเขา แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ตอนนี้พวกมันกลายเป็นเรื่องง่ายไปแล้ว พวกเขาไม่ต้องรีบร้อนขนพวกมันกลับไป พวกเขาจะไปล่าให้เยอะๆ แล้วขนพวกมันกลับไปทีเดียว ให้ผู้อาวุโสของพวกเขาหัวใจวายตายกันไปเลย

 

หลีฟางยิ้ม “เก็บดวงจิตของมันไปก็พอ ส่วนอื่นปล่อยไว้แบบนี้แหละ เรายังต้องเดินทางกันอีกไกล และคืนนี้เราจะตั้งค่ายในประตูมังกร” หลีฟางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มของเขาดูน่ากลัวอย่างมาก เพราะคืนนี้ต้องมีเรื่องสนุกๆ ให้เขาทำแน่ๆ

 

หลานเสวียชิง หยุนรี้ ชูหลิง เห็นรอยยิ้มของหลีฟางแล้ว พวกนางถอนหายใจ วันนี้ต้องมีผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากแน่ๆ

 

“ขอรับนายน้อย”จากนั้นหยุนโซก็หันไปสั่งทุกคน “พวกเจ้ารีบไปเอาดวงจิตมังกรวารีมา แล้วรีบออกเดินทางต่อ มีมังกรอีกมากมายรอให้พวกเราไปฆ่า” นี่ทำให้ทุกคนโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม

 

จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางต่อ

 

หยุนรี้ยิ้ม “ต่อไปตาข้านะนายน้อย ข้าอยากจะทดสอบฝีมือของข้าบ้าง”

 

หลานเสวียชิงยิ้ม “ใช่ ข้าก็ยังไม่ได้ทดสอบฝีมือของข้าเลย”

 

ชูหลิงเดินตามหลีฟางด้วยรอยยิ้ม และนางไม่พูดอะไร นางมองแผ่นหลังของหลีฟางแล้วนึกถึงความอบอุ่นตอนที่นางเอาหน้าแนบกับแผ่นหลังของเขา นี้ทำให้นางหน้าแดงและก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย หยุนรี้และหลานเสวียชิง สังเกตเห็นอาการของชูหลิง พวกนางมองหน้ากันแล้วหันไปมองหลีฟางด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

 

หลีฟางยิ้ม “ยังมีมังกรอีกเยอะให้พวกเจ้าทดสอบฝีมือ”

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 160 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/