0 Views

หลีฟางไม่สนใจสายตาผู้คนเพราะเขาเคยชินกับสถานการณ์แล้ว

 

หลีฟางหันมาพูดกับฟูเหมย “ข้าอยากจะนำเจ้าไปด้วยนะ แต่ข้าเป็นห่วงตระกูลหยุน ไว้ข้าจะนำของดีมาฝากเจ้า”

 

ฟูเหมยยิ้ม “ขอบคุณนายน้อยที่ยังไม่ลืมข้า แต่ข้าไม่สามารถเข้าไปได้อยู่แล้ว” นางจะเข้าไปได้อย่างไร ประตูมังกรปิดกั้นไม่อนุญาตให้ผู้ฝึกตนที่มีระดับบ่มเพาะสูงกว่าจิตวิญญาณสวรรค์ผ่านเข้าไปได้

 

หลีฟางยิ้ม “ถ้าข้าจะนำเจ้าเข้าไป ใครก็หยุดข้าไม่ได้” นี่ทำให้ทุกคนแปลกใจ หลีฟางจะนำฟูเหมยเข้าไปได้อย่างไร

 

ชูหลิงอดสงสัยไม่ได้ “นายน้อยมีวิธีพาท่านอาจารย์เข้าไปในประตูมังกรได้หรือ?”

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าเป็นใคร ข้าคือหลีฟาง ไม่มีอะไรสามารถหยุดข้าได้” นี่เป็นคำประกาศที่หยิ่งยโสมาก แต่พวกนางรู้ว่าหลีฟางไม่ใช่คนที่พูดจาเรื่อยเปื่อย ทุกอย่างที่เขาพูด เขาสามารถทำมันได้จริงๆ

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเราไปกันได้แล้ว”

 

ฟูเหมยโบกมือลา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นายน้อย ชิงเอ๋อ รี้เอ๋อ หลิงเอ๋อ รักษาตัวด้วยนะ” นางรู้สึกอยากจะเข้าไปด้วย แต่ประตูมังกรไม่อนุญาตนาง นางทำได้เพียงถอนหายใจ

 

หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง หันมาโบกมือลา “อาจารย์ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ” พวกนางน้ำตาคลอ หยุนรี้และหลานเสวียชิงเพิ่งจะได้เจออาจารย์ของนางได้แค่ไม่นานเองก็ต้องห่างกันอีกแล้ว

 

หยุนฉีกำชับหยุนโซและหยุนชิว “พวกเจ้าต้องดูแลนายน้อยดีๆ อย่าให้เขาเป็นอะไรเข้าใจหรือไม่”

 

หยุนโซและหยุนชิว “ข้าจะพยายามเต็มที่ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง”

 

ตระกูลหยุนก้าวเข้าสู่ประตูมังกร ตระกูลหยุนนำศิษย์ของพวกเขามา 30 คน เป็นจำนวนที่น้อยมาก เพราะพวกเขาขาดทรัพยากรทำให้พวกเขาผลิตศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีความสามารถได้น้อย

 

เมื่อทุกคนผ่านประตูมังกรเข้ามาภายใน ทุกคนรู้สึกคลื่นไส้เพราะกลิ่นคาวเลือด บริเวณรอบๆ มีหลุมมากมาย ไม่ได้เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอีกต่อไป บริเวณชายป่าก็มีต้นไม้หักโค่นมากมาย มีแต่หลีฟางที่ยังยิ้มอยู่ได้

 

หลีฟางยิ้มแล้วมองไปรอบๆ ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่นคาวเลือดเพราะเพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก่อน แต่ทิวทัศน์ของมันก็ยังคงสวยงาม

 

หลีฟางมองไปยังทิศใต้ห่างจากพวกเขาไป 20 กิโลเมตร ซึ่งเป็นป่าทึบมีต้นไม้ใหญ่มากมาย ซึ่งเป็นเขตอันตรายอย่างมาก ที่นั่นมีมังกรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และที่นั่นยังเหมาะแก่การฝึกฝนเป็นอย่างมาก

 

หลีฟางชี้ “เราจะไปทางนั้น พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม ที่นั่นมีมังกรจำนวนมากเหมาะแก่การฝึกฝน” นี่ทำให้ หยุนโซและหยุนชิวตกใจ พวกเขารู้ว่าที่นั่นเป็นสถานที่อันตราย มีแต่สำนักใหญ่และตระกูลยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่จะเข้าไปฝึกฝนที่นั่น แต่พวกเขาไม่กล้าคัดค้านหลีฟาง

 

ชูหลิงยิ้ม “ที่นั่นมีของดีที่นายน้อยบอกหรือเปล่า” นางมองไปเห็นป่าหนาทึบและต้นไม้สูงใหญ่จำนวนมาก

 

หลีฟางยิ้ม “ยังไม่ใช่ ที่ที่ข้ากำลังจะพาไป เป็นที่สำหรับให้พวกเจ้าฝึกฝนและขัดเกลาทักษะ”

 

ชูหลิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “แต่ก็ดีเหมือนกันข้าจะได้ทดสอบคัมภีร์ของนายน้อยสักที”

 

หยุนรี้ยิ้ม “ศิษย์พี่หลิง ท่านยังชอบการฝึกฝนไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” นางรู้จักชูหลิงมาเป็นเวลานานที่สำนักบึงมังกร

 

ชูหลิงยิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงโหยหา “มันแน่อยู่แล้ว ยิ่งข้าฝึกฝน ข้าก็จะมีโอกาสได้ขึ้นไปบนชั้นฟ้าเร็วขึ้น และได้ไปพบกับท่านแม่ของข้า” แม่ของนางขึ้นไปบนชั้นฟ้าเมื่อ 700ปีก่อน และนางเงียบหายไป แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับอวตารเทพ พวกเขาไม่สามารถบ่มเพาะภายในโลกได้อีกต่อไป พวกเขาต้องขึ้นไปบ่มเพาะบนชั้นฟ้าหรือออกเดินทางไปยังดาวเคราะห์ต่างๆ และเมื่อพวกเขาไปถึงระดับเทพสงคราม พวกเขาจะย้ายไปที่ดวงจันทร์ ดวงจันทร์เป็นสถานที่ของเทพที่แท้จริง และมีแค่ระดับเทพสงครามเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้มาบ่มเพาะที่ดวงจันทร์ได้

 

หลีฟางยิ้ม “อีกไม่นานเจ้าก็จะได้พบกับแม่ของเจ้าแน่นอน ข้ารับรองว่าเจ้าจะได้ขึ้นไปถึงระดับเทพสงครามแน่นอน ส่วนเทพที่แท้จริงนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะมีความหมั่นเพียรมากแค่ไหน เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้มากๆ และตั้งเป้าหมาย แล้วสักวันหนึ่งเจ้าจะต้องไปถึงเป้าหมายของเจ้าแน่นอน”

 

นี่ทำให้ชูหลิงตกตะลึง “มนุษย์สามารถไปถึงระดับเทพที่แท้จริงได้จริงๆ หรือ? และข้าสามารถไปถึงระดับเทพที่แท้จริงได้จริงๆ หรือ?” นางไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง มนุษย์และเทพที่แท้จริงต่างกัน เทพที่แท้จริง พวกเขาเกิดมาก็อยู่ในระดับเทพสงครามเลย และมีอำนาจปกครองมนุษย์ในดาวของพวกเขา มีมนุษย์ส่วนน้อยที่สามารถปีนป่ายไปถึงระดับเทพที่แท้จริงได้

 

หลีฟางยิ้ม “มันแน่อยู่แล้ว ถ้าจะเจ้ามีความหมั่นเพียร การขึ้นเป็นเทพที่แท้จริงนั้นยากก็จริง แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ขึ้นเป็นเทพที่แท้จริง แต่เขาก็ใช้เวลานานมากๆ กว่าจะขึ้นไปถึงระดับนั้นได้

 

ชูหลิงยิ้ม “ขอบคุณนายน้อยมาก” นางยิ้มดีใจที่นางจะได้ขึ้นไปและจะได้เจอแม่ของนาง

 

นี่ทำให้ หยุนรี้ หลานเสวียชิง และชูหลิง มีเป้าหมายใหม่ พวกนางจะต้องขึ้นเป็นเทพที่แท้จริงให้ได้

 

กลุ่มตระกูลหยุนเริ่มออกเดินทาง ทุกคนต่างตื่นเต้นอย่างมาก มีหลายคนที่รู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากพวกเขาเคยเข้ามาในประตูมังกรแล้ว แล้วพวกเขารู้ว่าทิศทางที่กำลังจะไปอันตรายมาก

 

ตระกูลหยุนเดินกันอย่างช้าๆ และระมัดระวังตัวตลอดเวลา มีแค่หลีฟางเท่านั้นที่เดินอย่างสบายๆ ไม่กังวลถึงสิ่งใด

 

พวกเขาเดินเข้าไปในป่า มีต้นไม้สูงใหญ่ แต่ละต้นอยู่ห่างกันมากพอที่จะทำให้มังกรเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก ตามลำต้นมีรอยกรงเล็บของมังกร และตามพื้นมีรอยเท้าของมังกร นี่ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว

 

พวกเขาเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทาง พวกเขาได้เจอกับสมุนไพรหายาก

 

หยุนรี้กรีดร้องอย่างตื่นเต้น “ว้าวว นั่นหญ้ามังกรเพลิง” ในฐานะนักปรุงยานางรู้ถึงความสำคัญของสมุนไพรเป็นอย่างดี “อ๊ายยย นั่นเห็ดมังกร” หยุนรี้รีบเข้าไปเก็บพวกมันทันที

 

พวกเขาเดินทางมาถึง 5 กิโลเมตรแล้ว พวกเขาได้สมุนไพรเป็นจำนวนมาก นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมอย่างมาก

 

“อ้าาาา นั่น ดอกมังกรวารี” หยุนรี้กรีดร้องอีกแล้ว นางร่าเริงอย่างมาก วันนี้เป็นวันที่นางได้พบเจอกับสมุนไพรล้ำค่ามากมาย นางจะเก็บอาการอยู่ได้อย่างไร หยุนรี้รีบวิ่งเข้าไปจะเก็บมัน

 

” โฮกกกก ” มีมังกรสองตัวเฝ้าดอกมังกรวารีอยู่ เป็นมังกรวารียาว 6 เมตรหนึ่งตัวและอีกตัวยาว 7 เมตร อยู่ในระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 6 หนึ่งตัว และอีกตัวอยู่ขั้น 7 พวกมันส่งเสียงคำรามดังมาก

 

นี่ทำให้ทุกคนตกใจ มังกรวารีระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 6 และ 7 สองตัวนี้ ทำให้พวกเขาหวาดกลัวอย่างมาก มังกรวารีภายในประตูมังกรมีความแข็งแกร่งมากกว่ามังกรภายนอกหลายเท่า และพวกมันยังอยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นที่ 6 และ 7 อีกด้วย

 

หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง วิ่งมายืนด้านหน้าของหลีฟาง หยุนรี้ทำหน้าจริงจัง “นายน้อยถอยไปก่อน”

 

หยุนโซตะโกน “ตั้งค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลง” พวกเขาได้ฝึกฝนคัมภีร์หมื่นกระบี่จำแลงอย่างหนักมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว

 

ประพันธ์โดย L

กลุ่มเฟสถึงตอนที่ 150 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/