0 Views

เช้าวันต่อมา

 

ทุกคนกำลังเข้าฌานฝึก หลีฟางลืมตาขึ้นเพราะเขาสัมผัสได้ว่าฟูเหมยกำลังจ้องเขาอยู่ “เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”

 

ฟูเหมยรู้สึกคำพูดติดอยู่ในลำคอ หลีฟางจึงเอ่ย “อาจารย์ของเจ้าต้องการพบข้า?”

 

ฟูเหมยยิ้มแหยๆ “ใช่ นายน้อยอ่านความคิดข้าออกได้อย่างไร” นี่ทำให้หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง รู้สึกตกตะลึง นางไม่คิดว่าเทียนฟานจะอยากพบหลีฟางจริงๆ

 

หลีฟางยิ้ม “ไม่มีอะไรสามารถรอดพ้นสายตาของข้าไปได้ บอกเจ้าแก่นั่นว่าให้กลับไปคุ้มกันตระกูลหยุนที่เมืองโมกูด้วย ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ แล้วถ้าข้ากลับมา เขาทำผลงานเป็นที่น่าพอใจ ข้าจะคิดดูอีกที” ในตอนที่เขายังเยาว์ เขาถูกหลอกมาเยอะ และเห็นคนมาเยอะ รวมทั้งหลอกคนมาเยอะเช่นกัน การเอาขีวิตรอดคนเดียวโดยที่ไม่มีตระกูลหนุนหลัง ชีวิตของเขาจึงลำบากมาก

 

ฟูเหมยยิ้ม “ขอบคุณนายน้อย ข้าจะไปบอกอาจารย์ของข้า งั้นข้าขอตัวก่อน” นางรู้สึกดีใจที่หลีฟางให้โอกาสอาจารย์ของนาง

 

จากนั้นฟูเหมยก็เดินออกไปหาอาจารย์ของนาง หลังจากนั้นไม่นานนางก็กลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

 

ฟูเหมยยิ้ม “อาจารย์บอกว่าเชื่อมือเขาได้ เขาจะดูแลตระกูลหยุนเป็นอย่างดี” ณ เวลานี้เทียนฟานไม่ได้อยู่ที่ประตูมังกรแล้วเขารีบมุ่งหน้าไปยังเมืองโมกูทันที

 

หลีฟางยิ้ม “ดีมาก”

 

เช้าวันต่อมา วันนี้เป็นวันที่ประตูมังกรจะเปิด

 

หลังจากพวกเขาฝึกกันอย่างบ้าคลั่ง เมื่อแดดเริ่มส่องเข้ามาในกระโจม ทุกคนจึงลืมตาขึ้น

 

ในที่สุดหลีฟางก็ฟื้นพลังมาถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 1 และกายาไปถึงระดับกายาปฐพีขั้นสูง

 

หยุนรี้ก็เพิ่มระดับ นางไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 5 กายาไปถึงระดับกายาสวรรค์ขั้นต้น

 

หลานเสวียชิง เพิ่มระดับไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 6 กายาไปถึงระดับกายาสวรรค์ขั้นกลาง เป็นเพราะนางฝึกคัมภีร์มารทำให้กายาของนางบ่มเพาะเร็วกว่าคนปกติ  ปกติกายาของคนเราจะช้ากว่าจิตวิญญาณอย่างมาก เพราะกายาฝึกยากกว่าจิตวิญญาณ แต่หลานเสวียชิงระดับกายาของนางอยู่ในระดับเดียวกับจิตวิญญาณ

 

ชูหลิง เพิ่มระดับไปถึงจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดแล้ว กายาของนางยังอยู่ในระดับกายาสวรรค์ขั้นกลางเหมือนเดิม

 

ฟูเหมยไม่มีอะไรเปลี่ยน แค่ทำความเข้าใจคัมภีร์ของหลีฟาง

 

หยุนฉีเดินเข้ามา “นายน้อย จวนได้เวลาประตูมังกรจะเปิดแล้ว พวกเราจะไปกันเลยหรือไม่ คนของเราพร้อมแล้ว”

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าไม่ต้องรีบ รอพวกสำนักใหญ่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อน บอกให้ศิษย์ของเรารอก่อน และเมื่อถึงเวลา ข้าจะออกไป” เมื่อพวกเขาเข้าไปในประตู อสูรแถวนั้นจะเข้ามาโจมตี หลีฟางจึงรอให้คนอื่นเข้าไปก่อน เพื่อลดความสูญเสีย แต่พวกสำนักใหญ่ พวกเขาอยากได้ซากศพอสูรและดวงจิตอสูร พวกเขาจึงรีบเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อน

 

หยุนฉียิ้ม “นายน้อยช่างปราดเปรื่อง งั้นข้าจะออกไปบอกศิษย์ของเราให้รอก่อน” จากนั้นหยุนฉีก็จากไป

 

หลีฟางหลับตาเข้าฌานต่อ พวกสี่สาวก็ไม่พูดอะไร พวกนางหลับตาเข้าฌานต่อเช่นกัน

 

ณ หน้าประตูมังกร

 

สำนักใหญ่และตระกูลยักษ์ใหญ่ รวมถึงตระกูลราชวงศ์ก็มารอที่หน้าประตู

 

สำนักบึงมังกร พวกเขาตั้งแถวเตรียมพร้อมที่จะเข้าประตู โดยมีเจียงฟู้เป็นผู้นำ และผู้อาวุโสหนึ่งมาส่งพวกเขา และศิษย์รุ่นเยาว์อีก 48 คน

 

เจียงฟู้ เขาไม่เห็นฟูเหมยและชูหลิงอยู่ที่นี่จึงเอ่ยถาม “ท่านผู้อาวุโสหนึ่ง ท่านอาจารย์และศิษย์น้องหลิง ยังไม่มาอีกรึ” เขาสงสัยเพราะตั้งแต่พวกนางไปที่ตระกูลหยุนพวกนางก็ไม่กลับมาที่ค่ายของสำนักอีกเลย ทำไมพวกนางถึงไปอยู่ที่นั่นกัน มีคำถามมากมายในหัวของเขา

 

ผู้อาวุโสหนึ่งสำนักบึงมังกร “เจ้าสำนักมอบหมายให้ฟูเหมยปกป้องตระกูลหยุน นางจะอยู่ตระกูลหยุนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ส่วนชูหลิง นางได้รับมอบหมายให้เข้าไปพร้อมกับตระกูลหยุน” แม้แต่ผู้อาวุโสหนึ่งก็ยังแปลกใจว่าทำไมตระกูลขนาดกลางถึงได้มีความสำคัญขนาดนี้ได้ เจ้าสำนักถึงกับสั่งให้ฟูเหมยไปคุ้มกันและสั่งให้ชูหลิงเข้าประตูมังกรไปกับพวกเขา เขาไม่รู้ว่าตระกูลหยุนมีความสัมพันธ์อะไรกับเทียนฟาน

 

เจียงฟู้เอ่ยด้วยความสงสัย “ทำไมท่านเจ้าสำนักถึงได้สั่งการแบบนั้นกัน ตระกูลหยุน มีความสำคัญอย่างไร”

 

ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ย “ข้าก็ไม่รู้ ท่านเจ้าสำนักทิ้งคำสั่งไว้แล้วท่านก็ออกเดินทาง แต่เจ้าไม่ต้องถามว่าเขาไปไหน เพราะข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” เจียงฟู้รู้สึกแปลกๆ ทำไมกัน แล้วอย่างนี้เขาจะฆ่าหลีฟางได้อย่างไรในเมื่อชูหลิงอยู่กับมันด้วย แถมฟูเหมยยังสั่งให้คนมาบอกเขาว่าห้ามตอแยหลีฟางอีก นี่ทำให้เขาสับสนวุ่นวาย หรือว่าหลีฟางจะรู้วิธีรักษาอาการของฟูเหมยกันแน่ เขารู้สึกเสียดายโอกาสที่จะฆ่าศัตรูหัวใจของเขาจริงๆ แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม

 

สำนักมังกรคู่ มีหยานหมิงและเสวียเยว่เป็นผู้นำ หยานจงมาส่งพวกเขาด้วยตัวเอง และศิษย์รุ่นเยาว์อีก 58 คนตั้งแถวอยู่หน้าประตูมังกร

 

หยานจงยิ้มแล้วเอ่ย “หมิงเอ๋อ เจ้าต้องระมัดระวังให้มากนะในประตูมังกรอันตรายมาก ถ้าเจอมังกรระดับตัดสวรรค์ขั้น3ขึ้นไป ให้เจ้านำศิษย์ของเราถอยทันที อย่าได้ฝืนสู้มัน” เขาอยากได้ชิ้นส่วนมังกร แต่เขาก็เป็นห่วงลูกชายของเขามากกว่า ประตูมังกรเป็นประตูที่แปลก ประตูอื่นๆไม่จำกัดระดับการบ่มเพาะ แต่ประตูมังกรจำกัดอยู่แค่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์เท่านั้น และชิ้นส่วนมังกรเป็นสิ่งหายากและมีความต้องการสูง ในดาวมังกรพิโรธก็มีมังกรอยู่มาก แต่มันไม่ใช่สายเลือดแท้จริงเหมือนมังกรในประตูมังกร มังกรในดาวมังกรพิโรธจึงไม่สามารถเทียบได้กับมังกรในประตูมังกร

 

หยานหมิงยิ้ม “ทราบแล้วท่านพ่อ”

 

หยานจงหันไปกล่าวกับเสวียเยว่ “เสวียเยว่ เจ้าต้องดูแลหมิงเอ๋อให้ดีๆ ชีวิตของเขาสำคัญมาก เจ้าต้องใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีปกป้องเขารวมถึงชีวิตของเจ้าด้วย นี่เป็นหน้าที่ภรรยาที่ดีเข้าใจหรือไม่ เจ้าโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้เป็นว่าที่ภรรยาของหมิงเอ๋อ เจ้าจงจำไว้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นี่เป็นการสั่งให้เสวียเยว่ ใช้ชีวิตของนางปกป้องหยานหมิง และดูถูกชีวิตของนางว่ามีค่าน้อยกว่าหยานหมิง

 

เสวียเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจำใจ “ศิษย์จะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก” นางเป็นลูกชาวนา นางโชคดีที่มีพรสวรรค์ นางหวังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของตระกูลนาง นางจึงมาสมัครเข้าสำนักมังกรคู่และนางประสบความสำเร็จ ด้วยพรสวรรค์ของนางผนวกกับความงดงาม ทำให้หยานหมิงถูกใจนาง นางจึงถูกบังคับให้หมั้นหมายโดยไม่ยินยอม แต่เพื่อครอบครัวของนาง นางจึงจำยอม

 

หยานหมิงพูดด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย “ดีมากยอดรักของข้า เจ้าอย่ารีบตายก่อนที่เราจะได้แต่งงานกันและเสพสุขด้วยกันซะล่ะ” เขาอยากจะใช้กำลังบังคับนาง แต่เขาไม่สามารถกำราบนางได้ เขาจึงต้องรอให้ถึงวันแต่งงาน

 

เสวียเยว่รู้สึกโกรธแต่นางไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากเก็บความโกรธเอาไว้ เพื่อตระกูลของนาง นางจึงจำเป็นต้องเสียสละ

ประพันธ์โดย L

กลุ่มเฟส ถึงตอนที่ 67 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุ่มvip ถึงตอนที่ 124 แล้ว ลงวันละ 2-3 ตอน รายละเอียดการสมัครอยู่ในกลุ่มเฟส