0 Views

ศิษย์ของตระกูลราชวงศ์ได้ลงจากเรือเหาะไปตั้งค่าย

 

บนเรือเหาะเหลือแค่ อ๋อง8 องค์ชาย 10 องค์ชาย 14

 

องค์ชาย14 เอ่ยด้วยความเป็นกังวล “เสี่ยวเยว่ นางอยู่ไหน เสด็จพ่อทรงกริ้วมากที่นางแอบหนีมา”

 

อ๋อง8 ถอนหายใจ “เยว่เอ๋อ ทำไมนางชอบทำให้ข้าปวดหัวอยู่เรื่อยเลย”

 

องค์ชาย 10 ส่ายหัวแล้วเอ่ย “เสี่ยวเยว่ นางเอาแต่ใจ เมื่อนางอยากไปที่ไหน ไม่มีใครสามารถห้ามนางได้” องค์หญิง22 มีนามว่า จ้าวเยว่หวาน เป็นองค์หญิงลำดับ22 ของราชวงศ์ นางเป็นบุตรสาวคนโปรดของฮ่องเต้ นางมีพรสวรรค์มาก นางอยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดตั้งแต่อายุ 500ปี และนางยังเกิดมาพร้อมกับเนตรราชันมังกร ที่ช่วยให้นางสามารถเข้าใจคัมภีร์และเต๋าต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว

 

อ๋อง8 ประกาศ “เยว่เอ๋อ เจ้าอยู่ไหน ฝ่าบาทเป็นห่วงเจ้่ามากเลยนะ”

 

นี่ทำให้ทุกคนมึนงง “องค์หญิง22 อ่า องค์หญิง22 นางมานี่ด้วย” นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงองค์หญิง22 อัจฉริยะของตระกูลราชวงศ์ และเป็นบุตรสาวคนโปรดของฮ่องเต้ นี่ทำให้ทุกคนฮือฮากันอย่างมาก

 

จากนั้นก็มีเสียงของเด็กสาว เป็นเสียงที่ไพเราะจับใจอย่างมาก ถึงแม้เสียงนี้จะเต็มไปด้วยความโกรธ “ข้าอยู่นี่ ไม่ต้องประกาศให้คนอื่นเขารู้หรอกว่าข้าอยู่ที่นี่ ข้าแค่อยากจะมาแบบเงียบๆ เฮอะ พวกท่านนี่ช่างไม่รู้อะไรเลย” ทุกคนต่างมองไปที่ต้นเสียง ก็พบเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดดำและปิดหมวกขนาดใหญ่สีดำและมีผ้าตาข่ายปิดบังใบหน้าของนางอยู่ เห็นแค่ดวงตาสีฟ้าคราม ทุกคนเคยเห็นนาง เพราะนางมักจะติดตามฮ่องเต้ไปทุกที่ และเมื่อนางเปิดผ้าตาข่ายขึ้น ก็ทำให้ทุกคนเห็นใบหน้าของนางที่ขาวนวลน่าสัมผัส ดวงตาสีฟ้าคราม ผมสีฟ้าคราม ริมฝีปากสีชมพูอ่อน ส่วนสูง 165 ซม. มีภูเขาคู่งามขนาดเท่าแอปเปิ้ล ถึงแม้ตอนนี้ใบหน้าของนางจะแสดงความโกรธ แต่มันก็ไม่สามารถบั่นทอนความงามของนางได้

 

“เสี่ยวเยว่ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธพวกเรา เสด็จพ่อทรงเป็นห่วงเจ้ามากจริงๆ เขาให้พวกเรามาตามเจ้ากลับไป” องค์ชาย 10 เอ่ยด้วยความเกรงกลัว เพราะจ้าวเยว่หวาน นางเป็นคนโมโหร้าย และพวกเขาไม่สามารถสู้นางได้ และถ้าพวกเขาทำให้นางโกรธพวกเขาจะต้องถูกทุบตีแน่ๆ

 

“ใช่ๆ เสี่ยวเยว่เจ้าอย่าเพิ่งโกรธพวกเรา พวกเราทำตามรับสั่งของเสด็จพ่อ” องค์ชาย 14 เอ่ยด้วยความกลัวเช่นกัน นางเป็นถึงธิดาคนโปรดของฮ่องเต้ ถ้าพวกเขาถูกนางทุบตีใครจะกล้าห้ามนาง

 

จ้าวเยว่หวาน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ “ข้ายังไม่อยากกลับ ข้าจะเข้าไปในประตูมังกร”

 

องค์ชาย 10 “แต่…” เขาพยายามจะเอ่ยห้ามแต่ถูกจ้าวเยว่หวานพูดตัด “ไม่มีแต่ ข้าจะเข้าไป และไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนความคิดของข้าได้”

 

อ๋อง 8 เอ่ยด้วยความจนปัญญา ” ข้าจะยอมให้เจ้า เข้าไปด้วยก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีองค์ชาย 10 และ องค์ชาย 14 ติดตามเจ้าไปด้วยทุกที่ตกลงหรือไม่”

 

นี่ทำให้องค์ชายทั้งสองมองหน้ากันด้วยสีหน้ามืดมน พวกเขาแย่แน่ๆ พวกเขาไม่สามารถควบคุมองค์หญิง22ได้ แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิง22 พวกเขาตายแน่

 

จ้าวเยว่หวาน ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ตกลงตามนั้น” จากนั้นนางก็เดินไปที่ค่ายของตระกูลราชวงศ์ด้วยท่าทางอารมณ์ดี

 

นี่ทำให้ อ๋อง8 ถอนหายใจโล่งอก

 

เมื่อถึงยามฟ้ามืด เทียนฟานก็จากไป

 

ฟูเหมยเดินเข้ามาในกระโจมของหลีฟาง หลีฟางยังนอนอยู่บนตักของหยุนรี้ ส่วนหลานเสวียชิงนางปล่อยไอความเย็นเพื่อให้หลีฟางสบายตัว หลีฟางหลับเหมือนเด็กและมีรอยยิ้มที่มุมปากเหมือนเขากำลังรู้สึกสะดวกสบายอย่างมาก เป็นฉากที่ดูน่ารักอย่างมาก ฟูเหมยยิ้ม เวลาเขานอนหลับก็ดูเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป ต่างจากตอนที่เขาตื่นอย่างมาก เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์นี้เวลาหลับก็น่ารักไปอีกแบบนึง  นางรู้สึกอิจฉาลูกศิษย์ของนาง นางอยู่คนเดียวมาตลอด มุ่งมั่นแต่การฝึกฝน นางก็รู้สึกเหงาลึกๆ เหมือนกัน จากนั้นฟูเหมยก็หันไปเจอชูหลิง นางยังนั่งศึกษาคัมภีร์อย่างขะมักเขม้น นี่ทำให้ฟูเหมยส่ายหัว เด็กคนนี้รักการฝึกฝนมาก แต่ถ้านางติดตามหลีฟางนางจะไม่โดดเดี่ยวเหมือนนาง ส่วนตัวนางนางรู้สึกว่านางแก่เกินไปสำหรับเรื่องความรักแล้ว แต่การได้มองดูศิษย์ของนางเติบโตก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลว

 

ฟูเหมยเข้ามาอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนหลีฟางที่กำลังนอนหลับอย่างสบาย นางนั่งฝึกคัมภีร์ของนางอย่างเงียบๆ หลานเสวียชิงและหยุนรี้ยิ้มให้กับฟูเหมยแต่พวกนางไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพราะนี่เป็นเวลาที่หลีฟางกำลังพักผ่อน วันนี้เขาเหนื่อยมากแล้ว ระดับบ่มเพาะของเขาอ่อนด้อยกว่าพวกนาง เขาจึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่เหตุผลจริงๆ ที่หลีฟางนอนหลับนานเพราะว่า เขาได้ใช้พลังเป็นจำนวนมากและยาวนานด้วยระดับกายาที่อ่อนด้อย ทำให้เขาเหนื่อยล้าเอามากๆ

 

เมื่อถึงยามเที่ยงคืน ทุกคนเข้าญาณกันหมด หลีฟางก็ลืมตาและเห็นสองสาวยังดูแลเขาไม่จากไปไหน นี่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ สองสาวนี่ก็ไม่เลว พวกนางทำหน้าที่ว่าที่ภรรยาของเขาเป็นอย่างดี หยุนรี้และหลานเสวียชิงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของหลีฟางนางจึงลืมตาขึ้นมา “นายน้อยตื่นแล้ว”

 

หลีฟางยิ้มแล้วลุกขึ้น “ข้าจะออกไปเก็บเรือเหาะหมื่นสงคราม” เขาให้เรือเหาะหมื่นสงครามดูดซับพลังงานสวรรค์มาสองวันแล้วถึงเวลาที่เขาจะเก็บมันแล้ว ถ้ามีใครรู้ว่าเรือเหาะของเขาเป็นสมบัติล่ะก็ คงได้มีสงครามเกิดขึ้นแน่ๆ (ขอเปลี่ยนชื่อเรือเหาะของหลีฟาง เป็น เรือเหาะหมื่นสงคราม นะครับ) เพราะเรือเหาะปกติทั่วไปจะไม่สามารถนำไปไว้ในประตูวิญญาณได้ เพราะมันเป็นแค่พาหนะที่ใช้หินอุกกาบาตเป็นเชื้อเพลิง พวกมันเป็นพาหนะที่สิ้นเปลืองมากๆ และถึงมันจะสามารถเอาไปเก็บไว้ได้ แต่ด้วยขนาดของมันใหญ่มาก มิติประตูวิญญาณของผู้ฝึกตนไม่เพียงพอที่จะยัดมันเข้าไปได้

 

ฟูเหมย หลานเสวียชิง และ ชูหลิงได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ พวกนางไม่เข้าใจว่าหลีฟางจะเก็บเรือเหาะลำใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไรแล้วเขาจะเอามันไปเก็บไว้ที่ไหน พวกนางจึงเดินตามหลีฟางไปดูด้วยความสงสัย

 

หลีฟางออกมายืนนอกกระโจม จากนั้นเขาเปิดประตูวิญญาณ เรือเหาะสงครามย่อขนาดลงเหลือเท่าฝ่ามือแล้วบินเข้าประตูวิญญาณไป นี่ทำให้ฟูเหมย ชูหลิง หลานเสวียชิง อ้าปากค้าง มีแค่หยุนรี้เพียงคนเดียวที่ไม่ตกตะลึงเพราะนางเคยเห็นมาแล้วว่าเรือเหาะลำนี้ออกมาจากประตูวิญญาณของหลีฟาง

 

นี่ทำให้สามสาวตกตะลึงอย่างมาก พวกนางไม่เคยเห็นเรือเหาะแบบนี้มาก่อน นี่มันอยู่เหนือสามัญสำนึกของพวกนาง

 

ชูหลิงอุทาน “มันเป็นไปได้อย่างไร เรือเหาะลำใหญ่ขนาดนั้นถูกย่อให้เหลือเท่าฝ่ามือได้อย่างไร นายน้อยทำได้อย่างไร”

 

หลีฟางยิ้ม “ขนาดที่เจ้าเห็นเป็นแค่ หนึ่งในสิบของขนาดจริงของมัน” นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงเข้าไปใหญ่ ที่พวกนางเห็น เป็นเพียงขนาดหนึ่งในสิบเองหรือ ถ้ามันขยายขนาดเต็มที่มันจะใหญ่ขนาดไหน แต่พวกนางไม่รู้ว่าเรือเหาะที่นางเห็นเป็น เป็นแค่ส่วนประกอบของเรือเหาะหมื่นสงคราม เรือเหาะหมื่นสงครามมีทั้งหมดสิบชิ้น ประกอบรวมกันเป็นเรือลำใหญ่ขนาดเท่ากับเมืองหนึ่งเมือง และเขาใช้มันทำสงครามมานับไม่ถ้วน

 

หยุนรี้หัวเราะคิกคัก นี่ทำให้ฟูเหมย หลานเสวียชิง ชูหลิง รู้สึกอับอาย

 

จากนั้นพวกเขาก็เดินกลับเข้าไปฝึกฝนกันต่อ เพราะอีก 2 วันประตูมังกรจะเปิดแล้ว

 

ประพันธ์โดย L

กลุ่มฟรีถึงตอนที่ 66 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุ่ม VIP ถึงตอนที่ 120 แล้ว ลงวันละ 2-3 ตอน รายละเอียดการเข้ากลุ่ม VIP อยู่ในกลุ่มฟรี