0 Views

ฟูเหมยยังคงพยายามใช้รูปแบบบึงมังกรวารีสังหาร แต่นางไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเยียนหยานได้ เพราะกายาเต่ามังกรของเยียนหยานฝึกไปถึงขั้นสูงสุดแล้ว และฟูเหมยพลังวิญญาณของนางเหลือแค่ สองในสิบส่วนแล้วและถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนางจะต้องหมดแรงซะก่อน

 

เยียนหยานก็ไม่ต่างกัน พลังวิญญาณของเขาเหลือแค่ 2 ใน 10 ส่วน แต่เขายังดีกว่าฟูเหมยมากนักเพราะเขามีความหนาแน่นของพลังวิญญาณมากกว่า และฟูเหมยไม่สามารถฆ่าเขาได้แน่นอน

 

เยียนหยานหัวเราะ “เจ้าพยายามไปก็เปล่าประโยชน์ พลังวิญญาณของเจ้าต้องหมดก่อนข้าอยู่แล้วและถึงเวลานั้นข้าจะฆ่าเจ้า” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เพราะถ้าฟูเหมยยังฝืนที่จะฆ่าเขาให้ได้ล่ะก็ นางต้องพลังวิญญาณหมดก่อน และเวลานั้นจะเป็นเวลาตายของฟูเหมย

 

ฟูเหมยรู้สึกเสียใจที่นางไม่สามารถฆ่าเยียนหยานได้เพราะจากนี้ไปโอกาสที่จะฆ่าเยียนหยานไม่มีอีกแล้ว

 

ฟูเหมยหันไปมองหลานเสวียชิงด้วยสายตาขอโทษ “ชิงเอ๋อ อาจารย์ของเจ้าไร้ความสามารถ จึงไม่สามารถแก้แค้นให้กับพ่อของเจ้าได้” นางคิดว่าหลานเสวียไป๋ยังไงก็ไม่รอด จากนั้นนางเห็นหลานเสวียไป๋ยืนอยู่ด้านหลังของหลีฟาง นางอุทาน “นายน้อยทำสำเร็จอย่างนั้นหรือ” นางคิดว่านางใช้พลังวิญญาณมากไป เลยทำให้นางตาลาย

 

หลานเสวียชิง ยิ้ม “นายน้อยทำสำเร็จค่ะ ท่านอาจารย์ ท่านไม่ต้องกังวลแล้วนะ”

 

นี่ทำให้ทุกคนที่เห็นหลานเสวียไป๋โดนฝ่ามือของเยียนหยานตกตะลึง พวกเขาคิดว่าหลานเสวียไป๋ต้องไม่รอดแน่ๆ แต่ตอนนี้เขากำลังยืนอย่างสบายเหมือนไม่เคยบาดเจ็บมาก่อนและพลังของเขาก็เต็มเปี่ยม ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหลานเสวียไป๋บาดเจ็บถึงแกนกลางกายา แต่จากที่เห็นถ้าไม่ตายอย่างน้อยก็ต้องพักฟื้นอย่างน้อยหลายวันกว่าจะหาย “นี่ใช่หลานเสวียไป๋คนเดิมหรือเปล่า” แม้แต่หลานเสวียจิงยังงงงวยด้วยความตกตะลึงเขาอุทาน “หลานเสวียไป๋รอดมาได้อย่างไร” เขาไม่ได้ใส่ใจว่าหลานเสวียไป๋จะเป็นหรือจะตาย เขาสงสัยอย่างเดียวว่าใครเป็นคนช่วยเขา แล้วเขารู้ทันทีเลยว่าหลีฟาง จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างพึงพอใจที่เขาคิดถูกที่เลือกหลีฟาง

 

เยียนหยานมองมาที่หลานเสวียไป๋เขาทำหน้าเหมือนเห็นผี “เจ้ารอดมาได้อย่างไรกัน” เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าหลานเสวียไป๋บาดเจ็บสาหัสแค่ไหน และตอนนี้เขายังยืนอยู่อย่างสบายได้อย่างไรกัน เขาคลาดสายตาจากหลานเสวียไป๋ไปแค่ 4 ชั่วยามเอง(8 ชม.)

 

หลานเสวียไป๋ คารวะฟูเหมย “ขอบคุณที่ท่านปรมาจารย์ฟูเหมยเป็นห่วงข้าแต่นายน้อยได้ช่วยชีวิตข้าแล้ว” เขารู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก เขาอยากจะคุกเข่าและโขกหัวให้กับหลีฟางอีกครั้งจริงๆ แต่หลีฟางสั่งว่าห้ามทำ

 

ฟูเหมยยิ้ม จากนั้นนางก็หันมาพูดกับหลีฟาง “นายน้อย ข้านั้นไร้ความสามารถ ข้าไม่สามารถทำภารกิจที่นายน้อยมอบให้สำเร็จได้ ข้าคงต้องทำให้นายน้อยผิดหวังแล้ว”

 

นี่ทำให้ทุกคนงุนงงอีกครั้ง ฟูเหมยรับคำสั่งจากหลีฟาง นางเป็นคนรับใช้ของเขาหรืออย่างไร ทำไมนางถึงยอมเชื่อฟังเขา นี่ทำให้ทุกคนเกาหัวจนหนังหัวแทบจะหลุด

 

“เจ้าสารเลวนี่มันมีอะไรดีกัน” รุ่นเยาว์คนหนึ่งเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “นางต้องโดนของแน่ๆ(ของใหญ่ซะด้วย อะอะ อย่าคิดลึกนะ อะไรใหญ่คิดเอา ฮาๆ)” รุ่นเยาว์ต่างไม่พอใจรวมทั้งรุ่นใหญ่ด้วย พวกเขาหลายคนต่างหลงใหลในตัวฟูเหมย แต่นางไม่เคยตอบรับพวกเขาเลย

 

หลีฟางยิ้มไม่สนใจ “กระบี่ก็คือดอกบัวหิมะ ไร้มลทินก็คือหัวใจของกระบี่บัวหิมะไร้มลทิน กระบี่บัวหิมะไร้มลทินก็คือดอกบัวหิมะไร้มลทิน กระบี่บัวหิมะไร้มลทินและกายาบัวหิมะไร้มลทิน เป็นหนึ่งเดียวกัน เจ้าลองทำความเข้าใจมันดู”

 

ฟูเหมยทำหน้าจริงจัง “ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยต้องผิดหวังที่สั่งสอนข้า” นางพูดด้วยพูดความมั่นใจและนางไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร กับสิ่งที่นางพูด นางถูกเด็กน้อยสั่งสอนแล้วอย่างไร แต่นี่คือความจริง และนางไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร

 

“ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยต้องผิดหวังที่สั่งสอนข้า” ประโยคน์นี้ดังอยู่ในแก้วหูของทุกคน พวกเขาไม่เข้าใจ สารเลวน้อยนี่มันสั่งสอน ปรมาจารย์ฟูเหมย ได้อย่างไร นางเป็นถึงปรมาจารย์ตัดสวรรค์ขั้น 8 และนางเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี นางไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น 8 ตั้งแต่อายุ 4500ปี ขนาดเจ้าสำนักหรือผู้นำตระกูลยักษ์ใหญ่ยังต้องใช้เวลาถึง 7500ปีขึ้นไป แต่ตอนนี้นางกลับถูกเด็กน้อยที่ยังไม่โตเต็มที่สั่งสอน นี่ทำให้พวกเขามึนงงอย่างมากมันเกิดอะไรกับนางกันแน่ และพวกเขาไม่เข้าใจประโยคที่หลีฟางพูดซักกะนิด

 

ฟูเหมยหลับตากระชับกระบี่บัวหิมะไร้มลทินไว้ที่หน้าอกและพึมพำทำความเข้าใจ “กระบี่ก็คือดอกบัวหิมะ ไร้มลทินก็คือหัวใจของกระบี่บัวหิมะไร้มลทิน กระบี่บัวหิมะไร้มลทินก็คือดอกบัวหิมะไร้มลทิน กระบี่บัวหิมะไร้มลทินและกายาบัวหิมะไร้มลทิน เป็นหนึ่งเดียวกัน” พึมพำช้าๆ

 

“กระบี่ก็คือดอกบัวหิมะ”

 

“ไร้มลทินก็คือหัวใจของกระบี่บัวหิมะไร้มลทิน”

 

“กระบี่บัวหิมะไร้มลทินก็คือดอกบัวหิมะไร้มลทิน”

 

“กระบี่บัวหิมะไร้มลทินและกายาบัวหิมะไร้มลทิน เป็นหนึ่งเดียวกัน”

 

นี่ทำให้ทุกคนงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจสักนิด แม้แต่เทียนฟานยังมึนงง

 

ผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักบึงมังกร “ท่านเจ้าสำนัก นางกำลังพึมพำอะไรข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด”

 

เทียนฟาน “ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ข้าพยายามคิด แต่ข้าก็คิดไม่ออก” ไม่มีใครสามารถเข้าใจมันได้ถ้าพวกเขาไม่มีกระบี่ไร้มลทิน กระบี่ไร้มลทินเป็นกุญแจของกายาบัวหิมะไร้มลทิน เพราะพวกมันถูกสร้างมาคู่กัน ระหว่างคนที่ฝึกกายาบัวหิมะสองคน ที่ไม่มีกระบี่สามารถฝึกไปถึงขั้นสูงสุดได้แต่ถ้าให้สู้กัน คนที่มีกระบี่บัวหิมะไร้มลทิน ทรงพลังกว่าสิบเท่า

 

ฉากนี้ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง ดอกบัวหิมะไร้มลทินขยายใหญ่ขึ้นเป็น 20 เมตร และฟูเหมยลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจบุรุษ นางหันมายิ้มให้กับหลีฟาง “นายน้อยข้าทำสำเร็จแล้ว” ในตอนนี้กลิ่นอายกระบี่บัวหิมะไร้มลทินและดอกบัวหิมะไร้มลทินดูคล้ายกันอย่างมาก ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวกัน

 

ตอนนี้บึงมังกรวารีได้หายไปแล้ว เยียนหยานหัวเราะอย่างน่าสยดสยอง “เจ้าหมดพลังแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว” เขาคิดว่าฟูเหมยหมดพลังแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นดอกบัวหิมะที่ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 20 เมตร นี่ทำให้เขาตกตะลึง

 

เยียนหยานเห็นและรู้สึกแปลกใจ กลิ่นอายของดอกบัวหิมะไร้มลทิน แต่ก่อนทำให้เขารู้สึกนุ่มนวลและดูไม่เป็นอันตรายเปลี่ยนไปอย่างมาก มันแผ่แรงกดดันเหมือนกับมีกระบี่ทิ่มแทงร่างกายของเขา

 

ฟูเหมยตะโกน “กระบี่บัวหิมะไร้มลทินและกายาบัวหิมะรวมเป็นหนึ่ง” กระบี่บัวหิมะไร้มลทินลอยขึ้นไปอยู่กึ่งกลางของดอกบัวหิมะไร้มลทิน ตอนนี้ดอกบัวหิมะไร้มลทินแผ่กลิ่นอายกระบี่ที่รุนแรง

 

ประพันธ์โดย L

กลุ่มฟรีลงถึงตอนที่ 58 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

>กลุ่ม VIP ถึงตอนที่ 97 แล้ว ลงวันละ 2-3 รายละเอียดการเข้ากลุ่มอยู่ในกลุ่มฟรีนะครับ